มรดกมารสวรรค์ - บทที่45 ข่าวขจัดมาร
ปีศาจเฒ่าควบคุมวิชาของตนโจมตีหลิวหรงหรง รอยเท้าปราณที่หลิวหรงหรงเหยียบไว้ได้ระเบิดออกทีละรอยเท้าทุกหนึ่งก้าว ตบะของหลิวหรงหรงเพิ่มขึ้น 1 ขั้น ปีศาจเฒ่าตกใจแต่ก็ควบคุมวิชาของตนโจมตีอย่างต่อเนื่อง แต่หลิวหรงหรงชูดัชนีสองนิ้วไว้ด้านหลัง ควบคุมวิชากระบี่บินง่ายๆ ทำลายวิชาของปีศาจเฒ่า
ปีศาจเฒ่าตกใจ แปลงกายเป็นละอองแสงสีเขียวบินออกจากถ้ำ ผ่านแขนซ้ายของหลิวหรงหรง ปีศาจเฒ่าคิดในใจ
“บ้าน่า เจ้านี่มันซ่อนพลังไว้ 4 ก้าว เมื่อครู่ระเบิด และ 3 ก้าวก็เลื่อนขั้นไปถึงระดับกลั่นลมปราณขั้นสูงสุด งั้นอีกก้าวก็…”
ปีศาจเฒ่าตะโกนออกมาพร้อมกับตนเองที่หยุดลง เพราะตรงหน้าหลิวหรงหรงวาร์ปมาอยู่ด้านหน้าตนแล้ว
“ระดับก่อกำเนิด!”
นักพรตสาวทั้งสองต่างตกใจ เพราะพวกนางนั้นไม่คิดว่าศิษย์น้องของตนจะสามารถเลื่อนระดับได้ไวเช่นนี้ นักพรตสาวสองคนนั้นจึงคำนับหลิวหรงหรงและกล่าวออกมา
“คำนับท่านอาจารย์!”
ปีศาจเฒ่ากลายร่างเป็นคน พร้อมชี้ไม้เท้ากักวิญญาณไปที่หลิวหรงหรง ด้วยแววตาที่โมโหและรังเกียจ
“นี่แกซ่อนตบะของตนเอง ไอเจ้าเด็กบ้า!”
“ช่างเป็นตาแก่ไร้มารยาทสิ้นดี ศิษย์พี่หลบไปเจ้าค่ะ ศิษย์น้องจะเอาจริงแล้ว”
หลิวหรงหรงหมุนตัวของตน ก็เกิดร่างแยกของหลิวหรงหรงมา 3 ร่าง รวมกันเป็น 4 ร่าง จับกระบี่แน่น ปีศาจเฒ่าโมโหกระทืบพื้น เกิดวงเวทย์เซียนขนาดใหญ่ขึ้น วิชา (แปลงโลหิต) เลือดของเหล่านักบำเพ็ญเซียนแต่ละสำนักที่ถูกปีศาจเฒ่าฆ่าได้ลอยออกมาจากในถ้ำ
หลิวหรงหรงหลับตา และใช้นิ้วลูบกระบี่ นางนั้นลืมตาขึ้น รอบด้านสั่นไหว ร่างแยกทั้งสามของหลิวหรงหรงและตัวนางชูกระบี่ขึ้นฟ้า ปราณกระบี่รวมกันปรากฏค่ายกลวงเวทย์เซียนสีขาว ปลายกระบี่วิญญาณปรากฏออกมา นางนั้นมองไปที่ปีศาจเฒ่า
“ค่ายกลกระบี่วิญญาณยักษ์!”
เลือดของนักบำเพ็ญเซียนที่ปีศาจเฒ่าฆ่าไปได้มารวมกันที่ฝ่ามือทั้งสองของเขา และปีศาจเฒ่าได้นำมือทั้งสองข้างมาประกบเข้าหากัน
ปีศาจเฒ่าใช้ไม้เท้ากักวิญญาณชี้ไปที่หลิวหรงหรง ด้วยแววตาที่โมโหขีดสุด
“วิชาแปลงโลหิตอสุรกายเลือด!”
เลือดนั้นระเบิดออกอาบร่างกายของปีศาจเฒ่า ดวงตาปรากฏปราณสีแดงที่น่ากลัว ปราณรอบตัวของปีศาจเฒ่าแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ปีศาจเฒ่าได้ชิงเปิดก่อนใช้ฝ่ามือประทับร่างของหลิวหรงหรง
เหล่าร่างแยกของหลิวหรงหรงมาสร้างม่านปราณป้องกัน แต่ด้วยที่เป็นร่างแยกจึงแข็งแกร่งน้อยกว่าร่างจริงหลายเท่า ร่างแยกของหลิวหรงหรงแตกสลายไปทีละร่าง เมื่อถึงร่างสุดท้าย หลิวหรงหรงประทับมือไปที่ด้านหลังของร่างแยก ร่างแยกนั้นระเบิดคลื่นปราณออกมา ทำให้ปีศาจเฒ่ากระอักเลือดออกมา
“แค่กๆ… ข้าไม่ยอม! อสูรกลืนวิญญาณ!”
ส่วนหัวโครงกระดูกปราณสีดำ นับ 10 หัว ได้มาหลอมรวมเป็นหัวขนาดใหญ่อ้าปากพุ่งเข้าใส่ หลิวหรงหรงยืนนิ่ง นางนั้นได้ตั้งดัชนีสองนิ้วสร้างค่ายกลเวทย์บางอย่าง เพียงปีศาจเฒ่ากระพริบตา ก็สลับตำแหน่งกับหลิวหรงหรง วิชาของอสูรกลืนวิญญาณก็โจมตีร่างของปีศาจเฒ่าเต็มๆ
“เจ้าเด็กบ้า!”
หลิวหรงหรงมองด้วยสายตาดูถูกอย่างมาก นางนั้นส่ายหัว ไม่คิดว่าพรรคมังกรครามจะอ่อนแอเช่นนี้ นักพรตสาวของสำนักเทพฮวามาคำนับหลิวหรงหรง
“อาจารย์หรงหรง ยินดีกับท่าน ขจัดมารร้ายสำเร็จ”
หลิวหรงหรงใช้พลังปราณยกร่างของปีศาจเฒ่าลอยขึ้น และตรวจเช็คไปที่แขนของปีศาจเฒ่าที่เส้นเลือดกลายเป็นสีดำ นางนั้นคิดในใจ
“เป็นไปตามคาด นี่คือมนุษย์ทดลองที่พรรคมังกรครามสร้างขึ้น แม้แต่ค่ายกลสลับตำแหน่งก็ไม่รู้ ศิษย์พี่ทั้งสองช่วยข้านำศพไปห้องโถง ข้าจะไปพบอาจารย์”
“เจ้าค่ะ”
……….
1 เดือนผ่านมา
สำนักศึกษาชี้ฟ้า – เรือนส่องดารา
นกวิญญาณขาวเห็นกระดูก มันนั้นส่องแสงงดงามใต้แสงจันทร์ ลั่วเหอเขานั้นกำลังนำผ้าคลุมขาวไปตากที่แท่งไม้สำหรับตากผ้า ลั่วเหอมองมันด้วยความสนใจ เพราะลั่วเหอไม่เคยเห็นนกที่งดงามเช่นนี้มาก่อน มันนั้นพยายามทะลุผ่านค่ายกลของเมิ่งอู๋แต่ไม่สามารถทำได้ ลั่วเหอจึงออกไปหน้าเรือนส่องดารา
นกวิญญาณขาวได้บินมาหาลั่วเหอ เขานั้นจึงยื่นมือไปหามัน มันนั้นได้อ้าปากและคายกระดาษม้วนหนึ่ง ที่ด้านในเห็นข้อความบางอย่าง ลั่วเหอมองไปที่มัน หมุนไปหลายที และกำลังจะเปิดอ่าน แต่เมิ่งอู๋ได้เดินออกมาจากค่ายกลมาหาลั่วเหอพอดี
“ลั่วเหอ นั่นคือ?”
“รายงานผู้อาวุโส มีนกประหลาดมาส่งจดหมายบางอย่างขอรับ!”
เมิ่งอู๋ทำหน้าจริงจัง เพราะรู้ว่านั่นคือสัตว์ส่งสารของสำนักใดสำนักหนึ่ง เมิ่งอู๋มองไปที่ลั่วเหอ
“นี่เจ้าเปิดดูหรือยัง?”
“ยังขอรับ”
“ช่างเถอะ มานี่ สักวันเจ้าและคนอื่นๆ ก็ต้องรู้”
เมิ่งอู๋ได้กางจดหมายนั้นออก กระดาษส่องแสงสีทอง อักษรสีทองปรากฏบนอากาศให้ลั่วเหอและเมิ่งอู๋เห็น ทั้งสองอ่านข้อความอักษรสีทอง
(พรรคมังกรครามที่เคลื่อนไหวที่ดินแดนไร้นิมิตถูกจัดการแล้ว คนผู้นั้นคือปีศาจเฒ่ามนุษย์ทดลองระดับกลั่นลมปราณขั้นปลายของพรรคมังกรคราม ขอเชิญท่านเจ้าสำนักศึกษาชี้ฟ้าร่วมหาลือกับอีก 88 สำนักเซียนที่สำนักเทพฮวา)
ลั่วเหอทำหน้าจริงจัง เพราะเขานั้นยังจำพรรคมังกรครามที่ซุนต้ากล่าวถึงได้
“พรรคมังกรคราม!”
เมิ่งอู๋กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“พรรคมังกรครามร้ายนัก สามารถเปลี่ยนมนุษย์ธรรมดามาเป็นผู้บำเพ็ญมารระดับกลั่นลมปราณขั้นปลายได้ เห็นทีประมุขใหญ่สำนักเซียนจะเลิกปิดตาข้างหนึ่งแล้ว!”
“ท่านผู้อาวุโส เหตุใดสำนักเซียนไม่จัดการตั้งแต่แรก ปล่อยเรื่องนี้ไว้ตั้งนาน?…”
เมิ่งอู๋ยิ้มออกมา
“เท่าที่ข้ารู้ หัวหน้าพรรคมังกรครามจะเป็นคนคุ้นเคยของสำนักใหญ่ ตบะของคนผู้นั้นเกรงว่าจะเหนือกว่าระดับจิตเต๋าไปแล้ว!”
ลั่วเหอตกใจในสิ่งที่เมิ่งอู๋กล่าว เขานั้นแม้ไม่เคยพบเจอผู้บำเพ็ญที่มีตบะเหนือกว่าระดับก่อกำเนิดในเผ่ามนุษย์ก็ตาม แต่หัวหน้าพรรคมังกรครามกลับเหนือกว่าระดับจิตเต๋าที่เกินจินตนาการของลั่วเหอไปมาก
ลั่วเหอคิ้วขมวดและคิดในใจ
“เหนือกว่าระดับจิตเต๋า จะแข็งแกร่งแค่ไหนกัน! นั่นสิ ท่านผู้อาวุโสเมิ่งอู๋ ตบะของเขาคือระดับใดกัน!”
เมิ่งอู๋มองไปที่ลั่วเหอและจับไหล่ของลั่วเหอ
“ลั่วเหอ เจ้าเองก็ขจัดไอแค้นมาหลายเดือนแล้ว ควรออกไปด้านนอกบ้าง ข้าจะพาเจ้าไปด้วย”
ลั่วเหอคำนับเมิ่งอู๋และกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“ขอรับ!”
ในใจของลั่วเหอ เขานั้นดีใจอย่างมากที่จะได้ไปสำนักเลื่องชื่ออย่างสำนักเทพฮวา