มรดกมารสวรรค์ - บทที่48 เรือนเซียนโอสถ
สำนักเทพฮวา
จุดบำเพ็ญเซียน
ระหว่างที่ทุกคนกำลังสนใจเหล่าผู้บำเพ็ญที่นั่งบำเพ็ญเซียนอยู่ ลั่วเหอเดินถอยหลังอย่างเงียบเชียบเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็น เขานำมือไปไว้ด้านหลังและแบออก จากนั้นเริ่มใช้วิชา (กลืนดารา) ไอพลังฟ้าดินและปราณพลังบริสุทธิ์ของสถานที่แห่งนี้ล้วนไหลผ่านเมฆหมอกมารวมที่ฝ่ามือด้านหลังของลั่วเหอ
ไอพลังเหล่านั้นถูกวิชาของลั่วเหอกลืนกิน และก่อร่างเป็นมุกพลังสีทองที่แผ่รัศมีอันเข้มข้นออกมา ลั่วเหอสัมผัสได้ถึงความทรงพลังของพื้นที่แห่งนี้ผ่านมุกพลังที่เขาสร้างขึ้น เพียงแค่อยู่ที่นี่ เขาก็รู้สึกเหมือนได้ชำระร่างกายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน คนของสำนักเทพฮวาเริ่มทยอยเดินออกจากจุดนั้น คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน
ลั่วเหอเดินไปหานางและกล่าวออกมา
“สหายเซียน ข้าขอรออยู่ที่นี่ได้หรือไม่?”
นางทำหน้ามึนงง มองดูรัศมีพลังของลั่วเหอที่อยู่ในระดับต่ำ ก่อนจะพยักหน้ารับคำขออย่างง่ายดาย
“ท่านโปรดอย่าไปไหนไกล ข้าจะเรียกคนมาดูแลท่าน ข้าขอลาท่านเซียน ตามข้ามาเจ้าค่ะ”
เหล่านักบำเพ็ญจากสำนักอื่น ๆ ต่างเดินตามคนของสำนักเทพฮวาไป เมื่อทั้งหมดลับสายตา ลั่วเหอหันกลับไปยังทิศทางเมฆหมอก เขาตั้งดัชนีสองนิ้วมือขวาแล้วยื่นไปด้านหน้า มืออีกข้างกำแขนขวาไว้แน่น นิ้วทั้งสองเกิดหลุมสีดำดูดกลืนไอพลังทั้งหมดเข้ามา และแปรเปลี่ยนเป็นมุกบำเพ็ญ
ลั่วเหอใช้มือซ้ายเปิดถุงมิติ ดูดมุกบำเพ็ญที่สร้างขึ้นเข้าไปทีละจำนวนมาก ระหว่างที่เหล่าผู้บำเพ็ญสำนักเทพฮวากำลังนั่งหลับตาบำเพ็ญอย่างสงบ ไม่มีใครรับรู้เลยว่าพลังบริสุทธิ์กำลังถูกดูดกลืนไปเป็นสายธารสีทองที่ไหลทะลุเมฆหมอกเข้าหาลั่วเหอ
เมื่อสร้างมุกพลังได้ถึงเม็ดที่ 45 ใบหน้าของลั่วเหอซีดเซียวอย่างหนัก ดวงตาเลื่อนลอยราวกับสติเริ่มหลุดจากร่างกาย สิ่งที่ร่างกายทำอยู่กลายเป็นเพียงการขับเคลื่อนวิชากลืนดาราโดยอัตโนมัติ ลั่วเหอดึงสติกลับมา คิ้วขมวดแน่น ก่อนกลืนมุกบำเพ็ญที่ตนสร้างไว้หนึ่งเม็ด
“พลังงาน…นี้ราวกับไร้จุดสิ้นสุดจริง ๆ…แค่ก ๆ”
ลั่วเหอหยุดวิชากลืนดารา แล้วมองไปยังมือของตนที่ซีดเซียวผิดปกติ พื้นดินมีเลือดหยดอยู่จากการฝืนใช้พลังเกินขีดจำกัด
ทันทีที่หยุดวิชา ดวงตาของลั่วเหอพร่ามัว ร่างกายเสียสมดุล เขาไอออกมาอย่างหนัก รีบยกมือปิดปาก เมื่อเปิดออกกลับมีเลือดจำนวนมาก ลั่วเหอล้มสลบลงในทันที
เมฆบนท้องฟ้าแยกออก เงาขนาดใหญ่ของสัตว์อสูรปรากฏขึ้น แผ่นดินสั่นสะเทือน ทุกก้าวของมันราวกับสะเทือนฟ้าดิน ก่อนที่แสงจะเผยให้เห็นร่างแท้จริง—แมวขนสีดำตัวเล็กน่ารัก กระโดดลงมาเหยียบบนอกของลั่วเหอ
มันกระโดดไปมาบนอกเขา พร้อมร้อง
“เหมียว…เหมียว!”
หญิงสาวคนหนึ่งลอยลงมาจากรอยแยกของเมฆ มือซ้ายถือขลุ่ยหยกขาวปนเขียว นางคือหลิวหรงหรง สวมอาภรณ์สีขาวผ้าคลุมเขียวอ่อน แตกต่างจากก่อนหน้านี้ แต่ความงามยังคงเด่นชัด เพียงแต่เรียบง่ายขึ้นจนยิ่งขับความโดดเด่นของนาง
บนศีรษะปักปิ่นไม้ธรรมดา ไม่มีพลังพิเศษใด ๆ นางจับตัวแมวขนดำขึ้นมาพร้อมสีหน้าไม่พอใจ
“เสี่ยวเฮย นี่เจ้าแอบหนีออกจากเรือนอาจารย์อีกแล้ว วันนี้เจ้านอนข้างนอกเถอะ!”
แมวขนดำส่งเสียงขู่ในลำคอ หลิวหรงหรงเพียงยิ้มมุมปาก ก่อนสร้างม่านพลังวงกลมกักมันไว้
จากนั้นนางหันไปมองลั่วเหอที่สลบอยู่ เปิดหมวกของเขาออก ตรวจชีพจรและเส้นปราณอย่างละเอียด
“กลืนยาวิเศษเข้าไป แต่ร่างกายรับไม่ไหว… โชคดีของเจ้าที่เจอข้า ข้ากำลังทดลองยาตัวใหม่พอดี”
นางยกร่างลั่วเหอขึ้นพาดไว้ที่กลางอก ก่อนมองใบหน้าของเขาอย่างครู่หนึ่ง สายตาหยุดที่ดวงตาและริมฝีปาก ก่อนส่ายหัวเบา ๆ แล้วเรียกกระบี่ออกจากถุงมิติ ควบคุมให้บินขึ้น
ลั่วเหอลืมตาขึ้นชั่วขณะ แตะถุงมิติเรียกกระบี่ของตนโดยสัญชาตญาณ ก่อนจะหมดสติอีกครั้ง
หลิวเหอมองแล้วพึมพำในใจ
“ห่วงกระบี่มากกว่าชีวิต… คนโง่จริง ๆ”
………..
ด้านหลังสำนักเทพฮวา
เรือนเซียนโอสถ
พื้นที่แห่งนี้เต็มไปด้วยพลังปราณบริสุทธิ์สูงส่ง สมุนไพรเซียนหลากหลายชนิดปลูกเรียงรายทั่วบริเวณ มีเรือนไม้สองหลัง
เรือนแรกดูธรรมดา แต่ภายในมีหม้อปรุงยาขนาดยักษ์ตั้งอยู่ พร้อมเสาหินแกะสลักค้ำโครงเรือน เป็นอาวุธเซียนระดับ 4
(กระบองสลักเซียน – อาวุธระดับ 4)
อีกเรือนหนึ่งเป็นเรือนธรรมดาเช่นกัน ภายในมีหม้อปรุงยาขนาดกลาง และเตียงสองเตียง เตียงแรกเป็นของหลิวหรงหรง อีกเตียงเดิมเป็นของเสี่ยวเฮย แต่ตอนนี้ลั่วเหอนอนอยู่แทน
ลั่วเหอที่หลับใหลกลับปล่อยไอแค้นและไอสังหารออกมาอย่างรุนแรง
หลิวหรงหรงที่กำลังกลั่นยาอยู่สะดุ้งเล็กน้อย แต่ไม่สามารถหยุดได้เพราะอยู่ช่วงสุดท้ายของการปรุงยา เพียงไม่นานพลังนั้นก็หายไป นางจึงปล่อยเสี่ยวเฮยออกจากม่านกักขัง
เสี่ยวเฮยขนลุกซู่ทันที ราวกับสัมผัสบางสิ่งได้
“เสี่ยวเฮย เจ้าไปดูหน่อย!”
ลั่วเหอได้สติขึ้นอีกครั้ง แตะถุงมิติเรียกกระบี่พร้อมจี้หยกขาว จี้หยกสลายไอแค้นและไอสังหารรอบตัวจนหมดสิ้น
เสียงของเมิ่งอู๋ดังขึ้นในหัว
“ลั่วเหอ เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น พลังปราณเจ้าผิดปกติ ถ้าได้ยินตอบกลับมา”
ลั่วเหอแตะจี้หยกและตอบ
“ท่านอาจารย์ ข้าปลอดภัย ไม่ต้องเป็นห่วง”
เขานวดศีรษะตัวเอง มองไปรอบห้อง ก่อนค่อย ๆ พยุงร่างขึ้น ถือกระบี่เดินไปทางประตู แต่ทันใดนั้นเขาได้ยินเสียงฝีเท้า
ลั่วเหอรีบหลบไปข้างตู้เสื้อผ้า ภายในมีผ้าคลุมของหลิวหรงหรง กลิ่นหอมอ่อนลอยจางในอากาศ
เขากำกระบี่แน่น
เสียงกลิ้งเบา ๆ บนพื้นดังขึ้น
เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาหยุดหน้าตู้ที่ลั่วเหอซ่อนอยู่…