มรดกมารสวรรค์ - บทที่5 วิชาทวน
ลานหน้าบ้านคนแซ่เยี่ยน
เยี่ยนอวี้เจินทุกเช้าจะตื่นแต่เช้า แล้วหยิบทวนเหล็กที่มีลวดลายงดงามออกมารำวิชาทวนอันทรงพลัง
เยี่ยนเผิง ลูกชายของเขา มักตื่นขึ้นมานั่งดูบิดารำทวนอยู่เสมอ ท่วงท่าทั้งการออกทวนและเก็บทวนล้วนหนักแน่นและงดงาม เยี่ยนเผิงจึงมักใช้กิ่งไม้รำตาม แม้จะไม่เหมือนนักก็ตาม
คลื่นลมปราณจากการแกว่งทวนแผ่กระจายออกมาอย่างรุนแรง พร้อมไอความร้อนที่ลุกลามไปทั่ว มันมาจากทวนของเยี่ยนอวี้เจิน
ทวนเล่มนี้ไม่ธรรมดา เป็นอาวุธอำนาจธาตุไฟ ซึ่งหาได้ยากยิ่ง ผู้ครอบครองต้องเชื่อมจิตกับอาวุธอย่างลึกซึ้ง จึงจะดึงพลังที่แท้จริงออกมาได้
แรงสั่นสะเทือนจากคลื่นปราณทำให้ลั่วเหอตื่นขึ้น เขาเดินออกไปด้านนอกอย่างช้า ๆ
เยี่ยนอวี้เจินกำลังรำทวนอยู่ ก่อนจะปิดกระบวนท่าและทิ่มทวนลงพื้น จากนั้นยกขึ้นอย่างรวดเร็ว
อสรพิษเพลิงสีแดงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนระเบิดเป็นละอองไฟอบอุ่นโปรยลงมาเต็มลาน
ลั่วเหอยื่นมือออก รับละอองไฟนั้นไว้ ความอุ่นแผ่ซึมเข้าสู่ฝ่ามือ แต่เมื่อสัมผัสพื้นก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว
เยี่ยนเผิงวิ่งเข้ามากอดขาลั่วเหอ
เยี่ยนอวี้เจินเห็นดังนั้นจึงรีบเข้าไปยกเด็กออก
“ขอโทษด้วย ลูกข้าเสียมารยาทแล้ว”
ลั่วเหอส่ายหน้าเล็กน้อย
“ไม่เป็นไรขอรับ วิชานั้นคือ?”
เมื่อเห็นลั่วเหอสนใจ เยี่ยนอวี้เจินก็ยิ้มออกมา ก่อนกระโดดกลับไปกลางลาน แล้วรำทวนอีกครั้งอย่างเต็มรูปแบบ
เขาลงพื้นแล้วตวัดทวนอย่างหนักแน่น พลังปราณที่แผ่ออกมาค่อย ๆ ถูกเก็บกลับจนจางหาย
“นี่คือวิชาทวนของท่านปู่ข้า นามว่า อสรพิษแดง สนใจเรียนหรือไม่?”
ลั่วเหอชะงักเล็กน้อย
“ท่านเยี่ยน…จะดีหรือขอรับ?”
เยี่ยนอวี้เจินหัวเราะ ก่อนจับทวนในแนวนอน แล้วยกขึ้นตรงหน้า
“ฮ่า ๆ ดีอยู่แล้ว! หากเจ้าสามารถแกว่งทวนของข้าได้ ข้าจะสอนเจ้า”
เขาเสริมทันที
“จำไว้ ห้ามฝืน หากไม่ไหวก็ปล่อยทวนทันที”
ลั่วเหอมองทวนตรงหน้า เขาสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ภายใน
เมื่อเขายื่นมือจับทวน ไอความร้อนบางเบาก็เริ่มแทรกเข้าสู่ร่างกายทันที
ทันทีที่เยี่ยนอวี้เจินปล่อยมือ ความร้อนก็ยิ่งรุนแรงขึ้นหลายเท่า ราวกับเปลวเพลิงกำลังแผดเผาร่างเขาอยู่
ลั่วเหอหายใจออกมาเป็นไอความร้อน ก่อนเริ่มแกว่งทวน
ยิ่งเคลื่อนไหว ความร้อนยิ่งทวีขึ้น ราวกับจะเผาร่างเขาจากภายใน
ความรู้สึกหนึ่งผุดขึ้นกลางอก เหมือนมีบางสิ่งกำลังปะทุออกมา
ลั่วเหอวางทวนลงทันที แล้วนั่งลงควบคุมพลังในร่างกาย
แก่นลมปราณของเขากำลังถูกเพลิงแดงเผาไหม้
เขาไม่มีทางเลือก จึงใช้วิชากลืนดารา
เพลิงแดงถูกดึงเข้าสู่แก่นลมปราณ ก่อนระเบิดเป็นคลื่นพลังแผ่กระจายทั่วร่าง
คลื่นพลังลมปราณกระจายไปทั่วลาน เยี่ยนอวี้เจินที่เห็นภาพนั้นก็ยิ้มออกมา
ส่วนเยี่ยนเผิงมองด้วยสายตาตื่นตะลึง
เยี่ยนเผิงหันไปมองบิดา แล้วชี้ไปที่ลั่วเหอ
“ท่านพ่อ พี่เขาปล่อยแสงได้เหมือนท่านพ่อเลย”
(ลั่วเหอบรรลุระดับ หลอมรวมขั้นเริ่มต้น)
ลั่วเหอลืมตาขึ้น กลิ่นอายพลังแผ่ออกมา
เยี่ยนอวี้เจินรีบเข้ามาจับชีพจรทันที ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อวานเขาตรวจแล้วหลายครั้ง ลั่วเหอยังไม่มีรากฐานการบ่มเพาะ แต่ตอนนี้กลับมีรากฐาน และยังข้ามระดับมาอีก
เยี่ยนอวี้เจินยิ้มออกมาอย่างตกตะลึง
“ไม่อยากจะเชื่อ… นี่เจ้าจับอาวุธอำนาจธาตุครั้งแรกใช่หรือไม่?”
“ใช่ขอรับ”
เยี่ยนอวี้เจินยิ่งตื่นเต้นกว่าเดิม เขามองลั่วเหอเหมือนอัจฉริยะ
“สุดยอด… หรือว่าเจ้าจะเป็นอัจฉริยะ เพียงแค่สัมผัสครั้งแรกก็บรรลุระดับหลอมรวมแล้ว”
ลั่วเหอยังคงนิ่ง เขาไม่คิดจะเปิดเผยความจริง การที่อีกฝ่ายเข้าใจเช่นนี้อาจเป็นผลดี
“เอ่อ… ข้าไม่ใช่อัจฉริยะ อาจเป็นเพียงโชคเท่านั้น”
เยี่ยนอวี้เจินหัวเราะ ก่อนวางมือบนไหล่ลั่วเหอ
“เอาเถอะ ข้าจะทำตามที่พูดไว้ สอนวิชาอสรพิษแดงให้เจ้า”
ลั่วเหอคำนับ
“ขอบคุณขอรับ”
เยี่ยนอวี้เจินยิ้ม
“เอาเถอะ เรื่องเล็กน้อย อาจเป็นวาสนาก็ได้ ดูให้ดี ข้าจะแสดงให้ดูเพียงครั้งเดียว”
เยี่ยนอวี้เจินรำทวนอีกครั้ง คราวนี้พลังแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
ลั่วเหอใช้กิ่งไม้รำตาม แต่เพียงไม่นานกิ่งไม้ก็ระเบิดออกจากแรงปราณ
“ใช้กิ่งไม้ฝึก…ก็ไม่ควรจริง ๆ”
เยี่ยนเผิงวิ่งเข้ามาหา ลากแขนลั่วเหอด้วยความร่าเริง
“พี่ชาย ไปซื้อของเป็นเพื่อนข้าหน่อย พี่หญิงข้าน่าเบื่อ ไปกับนางสองคนไม่สนุกเลย”
เย่เซียนฮวาทุบหัวน้องชายเบา ๆ แล้วหันมาคำนับลั่วเหอ
“ขออภัยด้วย น้องชายข้าซุกซน หากพูดจาไม่เหมาะสม หวังว่าท่านจะไม่ถือสา”
ลั่วเหอคำนับกลับ
“ท่านเกรงใจไปแล้ว ข้าควรเป็นฝ่ายเกรงใจมากกว่า ข้าจะไปช่วยถือของ ถือว่าเป็นการตอบแทน”
ลั่วเหอเดินตามเย่เซียนฮวา ส่วนเยี่ยนเผิงจับมือเขาเดินไปด้วยกัน