มรดกมารสวรรค์ - บทที่51 ตราประทับสัตว์ร้าย
สองผู้บำเพ็ญเซียนขี่กระบี่บินอยู่เหนือสำนักเทพฮวา ทั้งสองนั้นเงียบสนิท สีหน้าของลั่วเหอแสดงชัดเจนว่าเขานั้นกำลังอึดอัดและกำลังเตรียมคำพูดเพื่อกล่าวขอโทษในสิ่งที่ตนเองทำผิดพลาดไป ลั่วเหอเขานั้นกำลังจะกล่าวคำพูดของตน แต่เมิ่งอู๋ที่บินนำหน้าก็กล่าวออกมาก่อนลั่วเหอ
“อย่าทำเช่นนี้อีก…นี่มันอันตรายเกินไปด้วยรากวิญญาณระดับ 3 ของเจ้าการเลื่อนขั้นอันตรายมากแค่ไหนเจ้านั้นคงรู้ดีกว่าใคร!”
ลั่วเหอเพียงแสดงสีหน้ารู้สึกผิดและกล่าวออกมาด้วยประโยคสั้น ๆ แต่ทำให้บรรยากาศยิ่งอึดอัด “ศิษย์สำนึกผิดแล้ว ศิษย์จะไม่ทำเช่นนี้อีก…”
เมิ่งอู๋ยิ้มและหันไปหาลั่วเหอ จากนั้นแสดงสีหน้าที่ปรากฏรอยยิ้มออกมา
“ช่างเถอะ…กลับไปอาจารย์จะสอนวิชาเซียนให้เจ้าหนึ่งบท”
ลั่วเหอยิ้มออกมาและคำนับเมิ่งอู๋ แต่เขานั้นไม่หยุดรอ ทำให้ลั่วเหอต้องเร่งกระบี่บินเพื่อให้ตามเมิ่งอู๋ทัน
“ขอบคุณท่านอาจารย์ ท่านรอข้าด้วย!”
“ฮ่า ๆ…ข้าหยุดกระบี่ไม่เป็นหรอกนะ!”
……….
เหนือท้องฟ้าป่าใกล้สำนักเทพฮวา
นักพรตห้าคนสวมใส่อาภรณ์สีขาว ผ้าคลุมสีเหลืองซึ่งแสดงถึงสำนักเซวียนอู่ นักพรตเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ชาย มีเพียงนักพรตที่บินตรงกลางกลุ่มนักพรตคนนี้นั้นเป็นผู้หญิง ชายที่ขี่กระบี่บินนำหน้านั้นเป็นชายชราผมขาว ดวงตานั้นสีเหลืองทอง นักพรตคนหนึ่งได้หาวออกมาด้วยความเหนื่อยล้า นักพรตอีกคนก็หันไปมองและส่ายหัวพร้อมกับเอามือปิดจมูก
“ศิษย์พี่ท่านอย่าทำเช่นนี้…กลิ่นปากข้าหอมมากนะ ใช่ไหมศิษย์น้องหญิง?”
เขานั้นหันไปอ้าปากกับนักพรตหญิง ทำให้นางนั้นตี นักพรตชายที่อ้าปากปลดปล่อยกลิ่นปากใส่ นักพรตคนอื่นก็ส่ายหัวที่เขานั้นทำตัวไร้สาระเช่นนี้
แรงกดดันบางอย่างปรากฏขึ้นที่ด้านหน้าของพวกเขา ทำให้ชายชราซึ่งเป็นอาจารย์ของนักพรตทั้งหมดทุกคนหยุดกระบี่ลง อาจารย์สำนักเซวียนอู่ปลดปล่อยรัศมีพลังปราณของตนไปทั่วทิศ รัศมีพลังนี้พุ่งชนเมฆมากมายและบริเวณโดยรอบ แต่กลับไม่พบสิ่งใด
“น่าแปลก…เมื่อครู่คืออะไรกัน”
นักพรตด้านหลังมึนงงจึงกำลังบินกระบี่ไปกล่าวถาม คลื่นลมรุนแรงเคลื่อนตัวเข้ามา ทำให้ อาจารย์ผู้นั้นกระโดดตั้งกระบี่ตั้งรับการโจมตี ม่านปราณได้ถูกสร้างขึ้นปกป้องทุกคน อาจารย์ทำลายคลื่นลมที่รุนแรงนั้นได้อย่างง่ายดาย และตั้งกระบี่ไปยังทิศทางของคลื่นลมที่โจมตีกลุ่มของพวกเขา
“พวกเจ้าสร้างม่านปราณปกป้องตนเองให้ดี…ข้าขอกล่าวถาม พวกท่านเป็นใคร เหตุใดต้องโจมตีพวกข้า”
เมฆได้แยกออก ปรากฏชายสองคนผิวขาว ดวงตาสีม่วง ผมดำยาว สวมใส่อาภรณ์สีดำ มือไขว้หลัง สองคนนี้ไม่ได้ขี่กระบี่แต่อย่างใด เพียงลอยอยู่บนฟ้าจ้องมองกลุ่มของพวกเขา กลุ่มนักพรตของสำนักเซวียนอู่แขนสั่นกลัวด้วยรัศมีพลังที่เข้มข้นของทั้งสอง อาจารย์สำนักเซวียนอู่ได้ตั้งกระบี่ออกมาและใช้วิชากระบี่ธาตุไฟสร้างคลื่นพลังปราณรุนแรงประทุไปทั่วทิศ
อาจารย์ของกลุ่มสำนักเซวียนอู่ชี้ไปที่จี้หยกสีดำที่ห้อยอยู่ที่เอวของทั้งสอง ซึ่งทั้งคู่มี 3 หยกสีดำ เขานั้นทำหน้าจริงจังและกล่าวออกมา
“พวกเจ้าเป็นคนของพรรคมังกรคราม สามหยกดำ ระดับก่อกำเนิด!”
คนของพรรคมังกรครามคนหนึ่งใบหน้าแต่งหน้าราวกับสตรี การแต่งหน้างดงาม ดวงตาเป็นประกาย เขานั้นตบมือออกมาเพื่อชื่นชมความรู้ของอาจารย์ผู้นี้ คนผู้นี้จ้องมองพวกเขารอยยิ้มที่ราวกับจิ้งจอกผีที่น่ากลัว นักพรตคนหนึ่งชี้หน้าของเขาด้วยสายตาที่รังเกียจ
(ตงฟางเยว่ – ระดับก่อกำเนิดขั้นกลาง)
“เจ้าโง่ เจ้าได้ตายแน่ ท่านอาจารย์ของพวกเราบำเพ็ญถึงระดับก่อกำเนิดขั้นปลายแล้ว พวกเจ้าได้ตายแน่”
“เจ้าขยะกล้าชี้หน้าข้า!”
นักพรตคนนั้นถูกกงเล็บของตงฟางเยว่แทงทะลุกลางอก เลือดไหลออกจากอกและปากมากมายก่อนจะสิ้นลมหายใจ ดวงตาของทุกคนนั้นสั่นด้วยความตกใจ อาจารย์ของสำนักเซวียนอู่ตะโกนขึ้น พร้อมควบคุมกระบี่ธาตุไฟบินโจมตีตงฟางเยว่
“ศิษย์ข้า รีบไปแจ้งสำนักเทพฮวาเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ!”
“เจ้าค่ะ!”
นักพรตที่เหลืออยู่ขี่กระบี่บินได้ไม่นาน ความรู้สึกที่เท้าได้หายไป แต่กลับเป็นความรู้สึกเจ็บปวดถึงที่สุดปรากฏขึ้น ทุกคนจ้องมองช่วงล่างของตนก็พบว่าเท้าของทุกคนถูกตัด ชายอีกคนสวมใส่ผ้าปิดตา แบกหีบกระบี่ไว้ด้านหลัง ได้ส่ายหัว และขยับนิ้วควบคุมกระบี่กลับมาที่มือขวาของตน
(ไป๋ถู – ระดับก่อกำเนิดขั้นกลาง)
“ข้าคงปล่อยให้ทำเช่นนั้นไม่ได้…เสี่ยวเยว่ รีบจัดการเถอะ”
นักพรตเหล่านั้นล้วนร่วงจากกระบี่และมองอาจารย์ของตนและตะโกนออกมาด้วยน้ำตา “ท่านอาจารย์!” เขานั้นกำลังจะไปช่วย แต่ตงฟางเยว่ได้มาขวางไว้ ทำให้อาจารย์ผู้นี้ใช้ฝ่ามือยักษ์ซัดตงฟางเยว่ให้หลีกทาง
“หลีกไปซะเจ้าพวกปีศาจ!”
ตงฟางเยว่ใช้วิชา (ตราประทับสัตว์ร้าย) เกิดค่ายกลเวทย์รูปร่างสัตว์ร้ายสีดำแดง อัญเชิญวิญญาณสัตว์อสูรที่น่าเกรงขามออกมา ตั้งรับฝ่ามือยักษ์ของอาจารย์ผู้นี้ ตงฟางเยว่ได้ยิ้มและใช้นิ้วรวบรวมพลังเซียนควบคุมสัตว์ร้ายโจมตีอาจารย์ของนักพรตสำนักเซวียนอู่ สัตว์อสูรวิญญาณตัวนั้นรูปร่างเป็นแมงมุมยักษ์ที่น่าเกรงขาม ทั้งตัวของมันปลดปล่อยพลังไฟออกมา
ไป๋ถูบินมาและใช้วิชาเดียวกัน อัญเชิญวิญญาณสัตว์อสูรประจำตัวของไป๋ถูออกมา ลักษณะรูปร่างของสัตว์อสูรวิญญาณของไป๋ถู รูปร่างของมันเป็นวาฬขนาดยักษ์ ใหญ่กว่าอสูรแมงมุมของตงฟางเยว่หลายสิบเท่า วาฬอสูรวิญญาณสีแดงร้องออกมา ทำให้ทั้งท้องฟ้าสั่นสะเทือนด้วยเสียงร้องของมัน
อาจารย์ผู้นั้นถอยออกมาและแยกกระบี่ปกป้องรอบตัวของเขา และสร้างกระบี่ยักษ์ธาตุไฟที่เปลวไฟลุกทั่วกระบี่ ชี้ไปที่สองคนนั้น
“วิชาตราประทับสัตว์ร้าย วิชาเซียนโบราณ นึกไม่ถึงพวกเจ้าจะมีมัน แมงมุมสะเก็ดเพลิงและวาฬเคลื่อนสมุทรล้วนเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งโดยกำเนิด แต่…อย่ามาดูถูกระดับก่อกำเนิดขั้นปลายเช่นข้า!”
ทั้งสองฝั่งใช้วิชาเซียนของตนเองต่อสู้กัน คลื่นพลังปราณของวิชาที่กระทบกันสั่นสะท้านไปทั่วท้องฟ้า แม้อาจารย์ผู้นี้จะถูกล้อม แต่กลับสามารถยืนหยัดต่อสู้โดยไม่เกรงกลัวได้อย่างง่ายดาย ไป๋ถูและตงฟางเยว่พยายามเจาะทะลวงการป้องกันด้วยกระบี่นับสิบ แต่ก็ทำไม่สำเร็จ เมื่อโจมตีมากเท่าไหร่ กระบี่ยักษ์ธาตุไฟก็ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
“ฮึ ๆ…พรรคมังกรครามเห็นทีจะเป็นแค่มดที่เน้นจำนวนเท่านั้น รับไปซะพลังปราณของพวกเจ้า”
กระบี่ยักษ์ธาตุไฟได้เริ่มขยับไปด้านหน้า รัศมีพลังปราณรุนแรงอย่างมาก “กระบี่เคลื่อนวิญญาณ!”
ไป๋ถูและตงฟางเยว่มองหน้ากันและประกบมือข้างหนึ่งเข้าด้วยกัน และสร้างอีกมือสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็นค่ายกลเวทย์สีดำ ที่มีอักษรคล้ายกับวิชาตราประทับสัตว์ร้ายก่อนหน้า ร่างของนักพรตที่ถูกฆ่าลอยขึ้นมาและถูกซูบเลือดออกมาทั้งตัว ผสานกับค่ายกลจากค่ายกลสีดำ กลายเป็นค่ายกลวงแหวนสีแดงเลือด รัศมีความชั่วร้ายประทุออกมาจำนวนมาก
กระบี่ยักษ์ธาตุไฟได้โจมตีพวกเขาทั้งสอง แต่ค่ายกลของทั้งสองได้เสร็จสมบูรณ์ เสายักษ์ลวดลายประหลาดค่อย ๆ ปรากฏออกมา เสายักษ์สีดำต้านรับกระบี่ยักษ์ธาตุไฟจนระเบิดออก คลื่นปราณได้ซัดทั้งสองฝั่งกระเด็นไปหลายลี้ หายไปจากจุดนั้น
ที่พื้นด้านล่าง ไป๋ถูและตงฟางเยว่บาดเจ็บสาหัสอย่างมาก ทั้งสองช่วยพยุงกันเดินไปนั่งพักที่ต้นไม้ในป่าที่ตนเองตกลงมา ตงฟางเยว่ใช้มือตีต้นไม้จนต้นไม้หักล้มลง
“นึกไม่ถึงห่างเพียง 1 ขั้น จะเก่งกาจเช่นนี้…แค่ก ๆ”
ไป๋ถูนั่งรวบรวมลมปราณ “รีบรวมปราณรักษาแก่นพลังเถอะ สังหารระดับก่อกำเนิดมา 8 คนแล้ว ถือว่าเกินเป้าหมายที่ประมุขตั้งไว้แล้ว”
3 ชั่วยามต่อมา
เหนือป่าทึบ
ลั่วเหอและเมิ่งอู๋ได้ขี่กระบี่ด้วยความรวดเร็วมาถึงป่าทึบ ลั่วเหอคิ้วขมวด เขานั้นสัมผัสได้ถึงรัศมีพลังที่น่ากลัว แม้จะเบาบางก็ตาม เมิ่งอู๋สัมผัสบางอย่างได้ด้านล่างข้างในป่าทึบ จึงกระทืบเท้าเพื่อทำลายกระบี่บินใต้เท้าเพื่อหยุดกระบี่และมองลงไปด้านล่างสักพัก ลั่วเหอก็สัมผัสได้เช่นกันถึงพลังปราณที่มากมาย ลั่วเหอคิดในใจ
“ลมปราณแข็งแกร่งมากแต่เบาบางแล้ว ที่นี่ต้องมีผู้แข็งแกร่งต่อสู้กันเป็นแน่”
ระเบิดไฟขนาดใหญ่ประทุขึ้น ทำให้ทั้งสองมองหน้ากันและพุ่งไปที่ระเบิดไฟเมื่อครู่ ก่อนที่ทั้งสองถึงพื้น กระบี่ที่ลุกไปด้วยเปลวไฟได้โจมตี แต่เมิ่งอู๋เพียงขยับนิ้วก็เกิดมือปราณขนาดยักษ์ผนึกกระบี่นั้นเอาไว้ ทั้งคู่เมื่อลงสู่พื้นด้านหน้าของทั้งสองเป็นเซียนชราผู้หนึ่งที่เสียแขนไปหนึ่งข้าง เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง จ้องมองพวกเขาและหายใจโรยริน
เมิ่งอู๋มองไปเห็นเสื้อคลุมสีเหลืองก็รู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้ามาจากที่ใด “ใครเป็นคนทำร้ายท่านให้ตกอยู่สภาพเช่นนี้งั้นรึ?”
ลั่วเหอมองไปที่ชายชราก็พอเดาระดับการบำเพ็ญของชายชราผู้นี้ได้อย่างง่ายดาย เพราะรัศมีพลังปราณแม้จะเบาบางจนแทบสิ้น แต่ก็พอสัมผัสได้ ลั่วเหอเขานั้นคิดในใจ “ชายชราคนนี้ก้าวสู่ระดับก่อกำเนิดแล้ว เหตุใดสภาพจึงเป็นเช่นนี้ได้ ?”
“ที่แท้…ก็สหายเซียน…ข้าไม่ไหวแล้ว ข้าถูกคนของพรรคมังกรครามสองคนโจมตี ทั้งคู่ล้วนเป็นระดับก่อกำเนิดทั้งคู่…น่าเสียดายศิษย์ของข้าต่างตายกันหมดไม่มีใครรอด…หากไม่ลำบากสหายเซียน หวังว่าท่านจะช่วยสังหารพวกมันแก้แค้นให้ข้าและลูกศิษย์!”
เมิ่งอู๋ส่ายหัวเบา ๆ “ข้าไม่อาจรับปากได้ แต่พรรคมังกรครามถึงยังไงก็ต้องล้มสลาย”
ชายชราได้ใช้พลังเซียน พลังปราณที่เหลือน้อยนิดสร้างรูปแบบค่ายกลจำลองวิชาตราประทับสัตว์ร้ายขึ้น ลั่วเหอจ้องมองมันและจดจำ ส่วนเมิ่งอู๋ก็ทำหน้าตกใจ
“นี่มัน…ตราประทับสัตว์ร้าย วิชาเซียนโบราณ”
ชายชราพยักหน้า “ถูกต้องแล้ว…ข้าถูกวิชานี้โจมตี ระดับพลังของสัตว์อสูรวิญญาณมากกว่าผู้ใช้ 1 ขั้น แมงมุมสะเก็ดเพลิงและวาฬเคลื่อนสมุทร หากท่านเจอแสดงว่าถูกคนแล้ว…”
เมิ่งอู๋ได้หยิบวิชานั้นมาดูใกล้ ๆ และพยักหน้า มองไปที่ชายชรา “ข้าเข้าใจแล้ว หากอนาคตเจอผู้อัญเชิญสัตว์อสูรสองตัวนี้ ข้าจะสังหารมัน…”
“ขอบคุณ…”
ร่างกายของชายชราได้สลายล่องลอยไปตามกระแสลม ขณะที่เมิ่งอู๋จ้องมองอย่างละเอียด ลั่วเหอก็แอบสอดส่องวิชาทั้งหมดจนเข้าใจทั้งหมด เหลือเพียงจะสามารถแตกฉานในวิชาหรือไม่