มรดกมารสวรรค์ - บทที่7 อาการบาดเจ็บ
ลั่วเหอก่อนที่จะปลดปล่อยวิชาตราประทับดาวมาร มีทวนที่คุ้นตาพุ่งผ่านหน้าของทั้งสองฝ่าย ทวนนั้นลั่วเหอรู้จักดี มันคือทวนของเยี่ยนอวี้เจิน เขานั้นมาถึงก็ลงกระโดดมายืนอยู่ด้านหน้าลั่วเหอ ทวนนั้นบินกลับเข้ามาที่มือของเยี่ยนอวี้เจิน โจวซินและพวกพ้องของเขาต่างเกรงกลัว ทุกคนรู้ดีว่าเยี่ยนอวี้เจินเป็นรองแค่บิดาของโจวซิน
เยี่ยนอวี้เจินเมื่อเห็นลั่วเหอกำลังใช้มือห้ามเลือดจากบาดแผลที่แขนซ้าย ทำให้เขาไม่พอใจอย่างยิ่ง เขากระแทกทวนไปด้านหน้า คลื่นปราณทวนรุนแรงอย่างมาก โจวซินและพวกพ้องพยายามต้านทานแต่ก็ไม่สำเร็จ กระเด็นออกไปไกล เยี่ยนอวี้เจินปลดปล่อยพลังปราณระดับจอมยุทธ์ขั้นปลาย ข่มขู่พวกโจวซิน
“กล้าทำร้ายคนของข้า แถมยังกล้าทำร้ายลูกข้า ต่อให้โจวเมิ่นมาข้า ก็จะสั่งสอนเด็กอย่างเจ้า”
โจวซินใช้มือเช็ดเลือดที่ไหลออกจากปาก และยังยิ้มอยู่“แน่ใจหรือ? ท่านพ่อของข้าระดับสูงกว่าเจ้า!”
โจวซินจองหองอย่างมาก เขาไม่เกรงกลัวเยี่ยนอวี้เจินแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่าบิดาของตนแข็งแกร่งเพียงใด จึงไม่คิดจะยอมให้เยี่ยนอวี้เจินและลั่วเหอเป็นฝ่ายชนะ
เยี่ยนอวี้เจินกำทวนไว้แน่น แววตาโมโหสุดขีด
เขากระโดดขึ้นฟ้า และฟาดทวนลงมา คลื่นพลังปราณรุนแรงพุ่งลงใส่โจวซินและพวกของเขา พวกนั้นพยายามต้านสุดชีวิต แต่ยิ่งต้านก็ยิ่งเหมือนถูกกดทับ จนล้มลงเกือบทั้งหมด
ทว่าก่อนที่ทวนจะถึงตัว มีฝ่ามือสีม่วงโจมตีสวนขึ้นมา ทำให้เยี่ยนอวี้เจินต้องยกทวนขึ้นป้องกัน
ชายผู้ใช้ฝ่ามือม่วงปรากฏตัว เขาเป็นชายผมดำยาว ร่างกายกำยำ สวมผ้าคลุมขนสัตว์อสูรที่มีเกล็ดแข็งแกร่ง หน้าตาราวสี่สิบปี ข้างกายมีมีดบินปราณสีฟ้าขาวลอยวนอยู่ ชายผู้นี้แซ่โจว นามว่าโจวเมิ่น เป็นบิดาของโจวซิน
“น้องอวี้เจิน ทำเกินไปหน่อยนะ เด็กแค่เล่นกันเท่านั้น”
เยี่ยนอวี้เจินปลดปล่อยพลังปราณระดับจอมยุทธ์ขั้นปลาย ปราณสีแดงคลุมร่างของเขา ลั่วเหอพยุงร่างตนเองไปพิงต้นไม้ใกล้ ๆ
เยี่ยนอวี้เจินกล่าว แล้วพุ่งเข้าโจมตีโจวเมิ่นทันที
“งั้นเราก็มาเล่นกันบ้าง!”
ทวนของเยี่ยนอวี้เจินถูกมีดบินของโจวเมิ่นต้านกลับไป โจวเมิ่นปลดปล่อยพลังปราณระดับจอมยุทธ์ขั้นสูงสุด ปราณสีเขียวคลุมร่าง เขาควบคุมมีดบินโจมตีต่อเนื่อง
คลื่นพลังปะทะกันรุนแรง ลมปราณกระจายไปทั่วทิศ ลั่วเหอยกแขนขึ้นบังแรงปะทะ
ทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือด เยี่ยนอวี้เจินโจมตีทรงพลังแต่เชื่องช้าและไม่ต่อเนื่อง ขณะที่โจวเมิ่นโจมตีรวดเร็วต่อเนื่องแต่สิ้นเปลืองพลังภายใน ทั้งสองจึงเริ่มอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ และต่อสู้กันแบบสูสี
โจวเมิ่นเรียกมีดกลับมาที่มือ และรวบรวมพลังปราณ
“มีดบินสังหาร!”
มีดพุ่งตรงอย่างรวดเร็ว เยี่ยนอวี้เจินยกทวนขึ้น ปิดตาและถ่ายพลังลมปราณลงไป
“อาวุธอำนาจธาตุ นามทวนประกายเพลิง อสรพิษแดง!”
อสรพิษเพลิงพุ่งออกชนมีดบิน เกิดการระเบิดพลังปราณอย่างรุนแรง ทั้งสองฝ่ายกระเด็นถอย บาดเจ็บพอ ๆ กัน
ควันพลังปราณยังไม่จาง ลั่วเหอรีบพยุงเยี่ยนอวี้เจินกลับบ้านตระกูลเยี่ยน แม้ตนเองจะบาดเจ็บ แต่เขารู้ว่าอีกฝ่ายมาช่วยตน
โจวซินและพวกที่ยังลุกไหวรีบพยุงโจวเมิ่นกลับไป โจวซินหันกลับมามองด้วยแววตาไม่ยอมแพ้
เมื่อถึงบ้านตระกูลเยี่ยน เย่หนิงเอ๋อร์เห็นสภาพสามีแล้วร้องไห้ทันที
“ท่านหมอ! ท่านหมอ!”
หญิงชราผมขาวเดินออกมา กลิ่นสมุนไพรอบอวลไปทั่วร่าง นางตรวจชีพจรแล้วถอนหายใจ
“โชคดีนัก บาดเจ็บภายนอกไม่มาก แค่พักฟื้นสักระยะก็พอ”
นางตรวจลั่วเหอ พบว่าไม่ร้ายแรงมาก จึงทำการทายาและพันแผลให้
เย่เซียนฮวาเห็นทุกคนบาดเจ็บเพราะตนเอง กำมีดแน่น
“ข้าจะไปฆ่าพวกมัน!”
แต่ถูกมารดารั้งไว้
“อย่าไปเลย แม่ขอร้อง แม่ไม่อยากเห็นใครเจ็บอีกแล้ว”
เย่เซียนฮวาก้มหน้า กำหมัดแน่น รู้ดีว่าหากไปก็มีแต่ตาย
ด้านนอกมีเสียงดังจากฝูงคน
“หัวหน้า!”
ลูกน้องของเยี่ยนอวี้เจินมาถึงและคำนับเย่หนิงเอ๋อร์
“พวกเจ้ากลับไปเถอะ สามีข้าไม่เป็นไร”
แต่ไม่มีใครเชื่อ
ชายคนหนึ่งตะโกน
“พวกเราไปแก้แค้นให้หัวหน้ากัน!”
เยี่ยนอวี้เจินที่ได้ยินรีบตะโกน
“พวกเจ้าห้ามไป! แค่ก ๆ เรื่องนี้เป็นของข้า ใครไม่ฟัง ออกจากกลุ่มล่าสัตว์อสูรไป!”
ทุกคนเงียบ และเริ่มทยอยกลับ
เย่หนิงเอ๋อร์รีบเข้าไปจับมือเขา
ทั้งสองยิ้มให้กันอย่างอ่อนโยน
เย่เซียนฮวามองภาพนั้นแล้วยิ้มเล็กน้อย ก่อนหันไปมองเยี่ยนเผิงที่ยังไม่ฟื้น
หมอหญิงชรากำลังใช้เข็มช่วยรักษา เขายังไม่ฟื้น สีหน้าซีดลงชัดเจน บ่งบอกว่าอาการบาดเจ็บภายในค่อนข้างหนัก…