มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 116 กายาโกลาหล
ตูม!
ภายในเตาหลอมฟ้าดิน ราวกับจักรวาลถือกำเนิด แสงศักดิ์สิทธิ์คำราม หมอกแห่งความโกลาหลพลุ่งพล่าน ปรากฏฉากลี้ลับหลากหลายไม่รู้จบ
เพลิงกลืนสรรพสิ่งถูกดูดกลืนเข้าสู่เตาหลอมในทันที
แม้แต่ซูเฉินก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้
“เพลิงกลืนสรรพสิ่ง… หรือว่ามีความเกี่ยวข้องกับเตาหลอมฟ้าดิน?”
แววตาซูเฉินฉายแสงเรืองรอง
ตูม!
ทันใดนั้น วิญญาณยุทธ์ของเขาราวกับถูกดูดกลืนโดยพลังบางอย่าง ก่อนจะพุ่งทะยานเข้าสู่ห้วงอวกาศอันลี้ลับโบราณแห่งหนึ่ง
แสงแห่งความโกลาหลสาดส่อง เวิ้งว้างบิดเบี้ยว ฟ้าดินแตกร้าว เพลิงกลืนสรรพสิ่งพลันลุกโชน เปล่งแสงเผาผลาญทุกสิ่ง ราวกับโลกโบราณเพิ่งถูกเปิดออกท่ามกลางความวุ่นวาย
ซูเฉินยืนอยู่ใจกลางโลกใบใหม่นั้น รอบกายเต็มไปด้วยหมอกเทาแห่งความโกลาหล
เบื้องหน้าของเขา มีเปลวเพลิงสีดำสนิทลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ
เพลิงกลืนสรรพสิ่ง!
ดูเหมือนว่าเพลิงกลืนสรรพสิ่งจะเป็นแหล่งพลังของห้วงมิตินี้ และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมัน
แต่ซูเฉินสัมผัสได้ว่าเขายังคงควบคุมเพลิงกลืนสรรพสิ่งได้ ตราบใดที่เขาคิด มันก็จะปรากฏออกมา
“ที่นี่คือ… ภายในเตาหลอมฟ้าดินงั้นหรือ? ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะมีมิติลี้ลับซ่อนอยู่ในนี้!”
หัวใจซูเฉินสั่นสะท้าน
ก่อนหน้านี้ เขาได้เตาหลอมฟ้าดินมา และเคยใช้มันในการเพิ่มคุณภาพโอสถ แต่ก็ไม่เคยรู้ถึงความลี้ลับของมันมากนัก
จนกระทั่งวันนี้ เขาหลอมเพลิงกลืนสรรพสิ่งสำเร็จ กลับพบว่าเพลิงนั้นเปิดโลกโบราณที่แฝงอยู่ในเตาหลอมออกมา
ยิ่งไปกว่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเตาหลอมฟ้าดินยิ่งแน่นแฟ้นขึ้นอย่างประหลาด
“พื้นที่แห่งจุดกำเนิดนี้… สามารถหลอมรวมทุกสรรพสิ่ง หลอมโอสถและอาวุธ และยังดึงดูดเพลิงแท้แห่งฟ้าดินมาใช้หลอมตนเอง สุดท้ายจะสามารถกลั่นเตาหลอมฟ้าดินให้สมบูรณ์ และบ่มเพาะกายาโกลาหลได้?”
ข้อมูลจำนวนมากปรากฏขึ้นในจิตใจของซูเฉิน
แท้จริงแล้ว เตาหลอมฟ้าดินแม้จะเป็นสมบัติล้ำค่า แต่ยังไม่สมบูรณ์
ซูเฉินจำเป็นต้องรวบรวมเพลิงแท้แห่งฟ้าดินหลากหลายสาย เพื่อหลอมเตานี้ให้สมบูรณ์ขึ้นทีละขั้น
พร้อมกันนั้น เขาสามารถหลอมสรรพสิ่งในพื้นที่นี้ได้ และยังสามารถใช้เพลิงแท้แห่งฟ้าดินกลั่นแกร่งร่างกายของตน
หลังกลืนเพลิงกลืนสรรพสิ่งและหลอมรวมกับเตาหลอมแล้ว เคล็ดวิชาหนึ่งพลันผุดขึ้นในจิตใจของเขา
เคล็ดวิชากายาโกลาหล!
สามารถบ่มเพาะได้ด้วยเตาหลอมฟ้าดินเท่านั้น
“หลอมเปลวเพลิงแห่งสวรรค์ หล่อหลอมร่างกายตนเอง อดทนผ่านการทดสอบนับพันครั้ง แล้วจะได้กายาโกลาหลที่แข็งแกร่งเหนือสรรพสิ่ง… ช่างเป็นเคล็ดวิชาที่น่าสะพรึงกลัวจริง ๆ!”
ซูเฉินตื่นตะลึงสุดขีด
ความลี้ลับและพลังของเคล็ดวิชากายาโกลาหลนี้ เขาไม่เคยพบเคล็ดวิชาใดเปรียบได้ แม้แต่เคล็ดวิชาฝึกกายในเคล็ดวิชาสงครามฟ้าดินเก้ามังกรยังเทียบไม่ติด
“เตาหลอมฟ้าดินนี้ เกรงว่าจะไม่ใช่อาวุธเทพธรรมดา แม้แต่ในแดนเทพยังอาจถือเป็นสมบัติล้ำค่าระดับสูงสุด!”
ซูเฉินคาดเดาในใจ
พร้อมกันนั้น ความมุ่งมั่นก็แผ่ซ่านเต็มหัวใจ
หากบ่มเพาะกายาโกลาหลจนถึงที่สุด เขาจะสามารถหลอมรวมสรรพสิ่ง เป็นอมตะไม่รู้จบ มีพลังพสุธาสะท้านฟ้า ยกมือทำลายโลก!
“กายาโกลาหลนี้น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ หากข้าบ่มเพาะสำเร็จ ด้วยร่างกายเพียงอย่างเดียวก็สามารถปราบศัตรูได้หมดสิ้น!”
ซูเฉินเปล่งประกายดวงตา
เมื่อคิดได้ เขาก็ตัดสินใจใช้เพลิงกลืนสรรพสิ่งเริ่มบ่มเพาะกายาโกลาหลทันที
“หากต้องการบ่มเพาะกายาโกลาหล ต้องใช้เพลิงแท้แห่งฟ้าดินกลั่นแกร่งร่างกายและจิตวิญญาณ รวมรวมพลังหายนะไว้ในร่าง จนกระทั่งสะสมครบหนึ่งหมื่นสาย จึงจะถือว่าเข้าสู่ประตูแห่งกายาโกลาหล!”
ซูเฉินพึมพำ
แม้กระบวนการฝึกฝนจะยากเย็นแสนเข็ญ ต้องทนความเจ็บปวดจากเพลิงแท้เผาทั้งร่างกายและจิตวิญญาณ ซึ่งยากที่มนุษย์ทั่วไปจะทานทน
แต่น้ำเสียงของเขาไม่มีแม้แต่ความลังเล
ตูม!
เมื่อจิตคิด พลันเพลิงกลืนสรรพสิ่งปกคลุมทั่วร่าง เส้นเปลวเพลิงสีดำซึมเข้าสู่ร่างผ่านรูขุมขน
ในชั่วพริบตา ซูเฉินรู้สึกว่าร่างของตนราวกับถูกเผาทั้งเป็น ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ แม้แต่จิตวิญญาณก็สั่นสะเทือนราวใกล้แหลกสลาย
แต่เขากลับไม่มีแม้แต่เงาหวาดหวั่น เขายังคงฝึกเคล็ดกายาโกลาหลต่อไป
ตูม!
เลือดในร่างเขาพลันเดือดพล่าน ทั้งร่างแดงฉานดั่งกุ้งต้ม เปลวเพลิงสีดำไหลเวียนไปทั่วกายชำระล้างเส้นลมปราณ กลั่นกรองสิ่งสกปรก
เจ็บปวดราวกับมีมดหมื่นตัวกัดกินไขกระดูก เล่นงานจนแทบคลุ้มคลั่ง
ใบหน้าซูเฉินซีดเผือด แต่ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว นั่งขัดสมาธิกลางเพลิงไฟ ปล่อยให้เพลิงกลืนสรรพสิ่งเผาทำลายสิ่งสกปรก ก่อนส่งเปลวไฟเข้าสู่ทะเลปราณตันเถียน
เปรี๊ยะ!
ไม่มีใครรู้เวลาผ่านไปเท่าใด เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นกลางตันเถียน แสงแห่งความโกลาหลระเบิดออก ราวกับโลกถือกำเนิด
จากนั้น กระแสลมดำปริศนาไหลเวียนออกมา แผ่กลิ่นอายโบราณทรงพลัง
“นี่คือ…พลังโกลาหล?”
ร่างซูเฉินสั่นเทิ้ม ดวงตาฉายความปิติ
แม้ระดับการบ่มเพาะจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่พลังร่างกายของเขาพลันทะยานขึ้นมหาศาล เพราะพลังโกลาหลสายนี้ที่แฝงอยู่ในกาย เขารู้สึกว่าตนสามารถเข่นฆ่าทุกสิ่งได้ด้วยมือเปล่า!