มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 119 กระบี่ฟาดอัสนี
“เพลิงกลืนสรรพสิ่งอยู่ในร่างเขา…เราต้องแย่งมันกลับมาก่อนที่เขาจะหลอมรวมสำเร็จ! ซูเฉิน…ต้องตาย!”
เล่ยหมิงคิดในใจอย่างอำมหิต ดวงตาเต็มไปด้วยเพลิงสังหารจนแทบจับต้องได้
เขาเชื่อว่าเพลิงกลืนสรรพสิ่งหลอมรวมยากยิ่ง ต่อให้มีพรสวรรค์สูงส่งเพียงใด ก็ต้องใช้เวลานานมหาศาล เขาจึงไม่เชื่อว่าซูเฉินจะหลอมรวมมันสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น
ทว่า พลังรบอันน่าหวาดหวั่นของซูเฉิน กลับทำให้เขาไม่อาจนิ่งนอนใจได้
ตูมม!
การปะทะอีกครั้ง มิติสะท้านสะเทือน ร่างของซูเฉินกับเล่ยหมิงกระเด็นถอยหลังพร้อมกัน
“ฆ่า!”
เล่ยหมิงคำรามขึ้นอย่างเฉียบพลัน ก่อนจะสะบัดฝ่ามือ ปล่อยลูกกลมสีดำหลายสิบลูกพุ่งเข้าใส่ซูเฉิน
พร้อมกันนั้น กระบี่สีม่วงดำเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือเขา แสงอัสนีแล่นพล่าน กระบี่เปล่งพลังสังหารพวยพุ่ง ฟันลงมาจากกลางฟ้า
“หืม?”
แววตาซูเฉินสาดประกาย เขาสัมผัสได้ถึงพลังปั่นป่วนรุนแรงจากลูกกลมสีดำเหล่านั้น
“นั่นมัน…โอสถระเบิดเพลิงของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า?”
เขาพลันจำได้
โอสถระเบิดเพลิง เป็นสมบัติลับใช้ครั้งเดียวของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า ต่อให้เป็นเพียงระดับต่ำ ก็สามารถสังหารจ้าวยุทธ์ได้
แต่เล่ยหมิงกลับปล่อยออกมามากกว่าสิบลูก แถมแต่ละลูกดูเหมือนจะเป็นระดับกลางอีกด้วย! เพียงเท่านี้ก็เห็นได้ชัดว่า เขาหวาดกลัวซูเฉินถึงเพียงใด และตั้งใจจะฆ่าให้ตายไม่ให้รอด
แต่ซูเฉินกลับไม่หลบหลีกแม้แต่น้อย ยังคงทะยานเข้าหาศัตรูจากกลางอากาศ
ตูม!
ตูม!
ตูม!
โอสถระเบิดเพลิงปะทุขึ้นกลางอากาศ เปลวเพลิงสีดำพวยพุ่งราวกับทะเลเพลิง กลืนร่างซูเฉินมิด
พร้อมกันนั้น คมกระบี่ของเล่ยหมิงก็พุ่งฟาดลงมา พลังกระบี่เต็มไปด้วยพลังสังหาร ทำลายล้างอย่างไร้ปรานี
โอสถระเบิดเพลิงกว่าสิบลูก หากระเบิดพร้อมกัน ต่อให้เป็นขุนนางยุทธ์ขั้นสูงสุดก็ยังต้องบาดเจ็บสาหัส แต่ซูเฉินกลับไม่หลบเลยสักก้าว
ตูม!
ทว่าในขณะนั้นเอง เปลวเพลิงสีดำสนิทพลันพวยพุ่งขึ้นจากร่างของซูเฉิน
มันคือ…เพลิงกลืนสรรพสิ่ง!
เพลิงกลืนสรรพสิ่งห่อหุ้มร่างซูเฉินไว้ กลืนกินพลังทำลายล้างจากโอสถระเบิดเพลิงอย่างไร้ร่องรอย แรงระเบิดไม่มีผลใดต่อร่างของเขาเลย
“กระบี่ชะตาชีวิต!”
เจตจำนงแห่งกระบี่พวยพุ่ง ดวงตาซูเฉินทอประกายคมกริบ กระบี่จวินหลิงปรากฏขึ้นตรงหน้า ก่อนจะเปล่งประกายแสงเจิดจ้า ฟาดลงมาจากฟากฟ้า
“อะไรนะ?! เจ้า…เจ้าหลอมเพลิงกลืนสรรพสิ่งได้แล้ว?!”
ร่างเล่ยหมิงสะท้าน ดวงตาเบิกโพลงเต็มไปด้วยความตะลึง
เขาไม่อาจเชื่อว่า ซูเฉินจะสามารถหลอมเพลิงกลืนสรรพสิ่งได้ภายในเวลาอันสั้นเช่นนี้ จนโอสถระเบิดเพลิงที่เขาเชื่อมั่นกลับไร้ผลไปโดยสิ้นเชิง
แต่เขาไม่มีเวลาจะตกตะลึงอีกต่อไป
กระบี่ของซูเฉินรวดเร็วสุดขีด แฝงไว้ด้วยพลังเต๋าประหลาด ทำให้เล่ยหมิงรู้สึกถึงกลิ่นอายแห่งความตายแผ่ซ่านทั่วร่าง
“ตายซะ!”
เล่ยหมิงคำราม ฟาดกระบี่เต็มพลัง พลังคมกระบี่เปล่งแสงจ้า ปะทะกับกระบี่จวินหลิงของซูเฉินอย่างดุเดือด
เปรี๊ยะ!
แสงกระบี่สาดส่องฟ้า ทว่ากลับถูกแสงกระบี่ของซูเฉินทำลายจนหมดสิ้น
จากนั้น
กระบี่ในมือของเล่ยหมิงพลันเปล่งเสียงแหลม ก่อนจะแตกหักเป็นสองท่อนด้วยคมกระบี่จวินหลิง!
ฉัวะ!
โลหิตพุ่งกระฉูด กระบี่ฟันกลางอกของเล่ยหมิง ร่างเขาปลิวกระเด็นทันใด!
“หืม? ยังรอด? มีเกราะป้องกันสินะ?”
ซูเฉินเลิกคิ้วเล็กน้อย
กระบี่ชะตาชีวิตนั้นทรงพลังล้ำลึก พลังทำลายล้างถึงขั้นสังหารศัตรูได้ในกระบี่เดียว
แต่เล่ยหมิงกลับสวมเกราะป้องกันชั้นดีไว้ แม้จะถูกคมกระบี่ตัดทะลุ แต่ยังรักษาชีวิตไว้ได้!
แต่ในยามนี้ เล่ยหมิงเหงื่อโชก ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
กระบี่ของซูเฉินทรงพลังถึงเพียงนี้!
เขาไม่เคยเชื่อว่าจะมีเพลงกระบี่ใดในโลกที่ทำให้เขาหวาดกลัวได้ขนาดนี้ แต่บัดนี้ เขาแทบไม่อยากเชื่อว่า…ตนเองรอดมาได้อย่างไร!
“ตายซะ!”
ซูเฉินไม่ปล่อยโอกาส เขาสะบัดกระบี่จวินหลิง พลังกระบี่พวยพุ่งดั่งพายุ ฟาดซ้ำเข้าใส่เล่ยหมิง
“ไม่! รีบช่วยพี่เล่ยเร็ว!”
เจียงอวิ๋นเหอ องค์ชายเก้า และผู้ติดตามอีกสองคนหน้าเปลี่ยนสี พุ่งเข้าขัดขวางซูเฉินทันที
หากเล่ยหมิงตาย พวกเขาไม่มีทางรอด!
กระบี่ซูเฉินสะบัดลงอีกครั้ง แสงคมกระบี่ตัดฟ้าอัสนี เสียงกระบี่แหวกมิติราวพายุสังหาร
ฉัวะ!
ฉัวะ!
อาวุธในมือเจียงอวิ๋นเหอ องค์ชายเก้า และขุนพลทั้งสองถูกฟันขาดในพริบตา พวกเขาอ้าปากกระอักเลือด ร่างปลิวกระเด็นราวใบไม้ปลิว
ดวงตาซูเฉินเย็นเยียบไร้ความรู้สึก
เขาสะบัดกระบี่จวินหลิง ใช้วิชาควบคุมกระบี่ กระบี่เปล่งประกายพุ่งแหวกอากาศราวสายฟ้า แทงทะลุหว่างคิ้วเล่ยหมิงในทันใด!
ปักเข้ากับผนัง!
เล่ยหมิงตกตายในทันที!