มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 312 ศึกนองเลือด วันที่เจ็ด
ปัง!
มหาสมุทรอันเวิ้งว้างโดยรอบดูราวกับกำลังเดือดพล่าน
แสงมารสีดำพลุ่งพล่าน คลื่นซัดสาด เวิ้งฟ้าคำราม ปีศาจนอกดินแดนที่แผ่คลื่นพลังอันน่าหวาดหวั่นเหินข้ามทะเลปีศาจมาไม่ขาดสาย
พลังปราณโลหิตภายในกายซูเฉินเปล่งแสงเจิดจ้าในสายตาพวกมัน ดวงตาพวกมันยิ่งแดงฉานขึ้น
ปีศาจนอกดินแดนจำนวนมากหลั่งไหลมาจากทุกทิศ
พวกมันหนาแน่นราวกับฝูงมด ทำให้หนังศีรษะชาหนึบ แม้ส่วนใหญ่จะมิได้แข็งแกร่งนัก แต่พลังปีศาจที่กรูกันเข้ามานั้นดูจะสามารถกลืนกินได้ทุกสรรพสิ่ง
ดวงตาซูเฉินเต็มไปด้วยจิตต่อสู้อันแรงกล้า เขากำกระบี่จวินหลิน พลังโลหิตพลุ่งพล่าน พุ่งเข้ากลางฝูงปีศาจนอกดินแดนทันที
ปัง!
หมัดหนึ่งของซูเฉินเปี่ยมด้วยอำนาจล้นฟ้า กดข่มทุกสรรพสิ่ง ราวภูเขาศักดิ์สิทธิ์โบราณ ถล่มปีศาจนอกดินแดนกว่าหนึ่งโหลจนกลายเป็นเศษเนื้อ
ฉัวะ!
กระบี่จวินหลินพาดผ่านเวิ้งฟ้า อาวุธกึ่งจักรพรรดิเล่มนี้สั่นไหวดังก้อง ประหนึ่งเหล่าปีศาจได้ปลุกสัญชาตญาณสังหารของมัน แสงกระบี่เปล่งปลั่งราวจะฉีกฟ้าทะลวงดิน
ลำแสงกระบี่พรั่งพรูลงมาราวกับแม่น้ำจากสวรรค์ไหลย้อนกลับ กวาดไปทั่วทุกทิศ
เหล่าปีศาจถูกฟันจนร่างพรุน เนื้อหนังฉีกขาด หัวหลุดกระเด็น หรือแม้แต่ถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ ดับสิ้นก่อนแม้แต่จะกรีดร้อง
ทว่า พวกมันกลับดูไร้ที่สิ้นสุด ต่อให้ซูเฉินฆ่าเท่าไร ปีศาจนอกดินแดนก็ยังคงกรูกันมาราวกับไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย
ปัง!
เปลวเพลิงพลันโหมขึ้นรอบกายซูเฉิน เขาสังเวยเพลิงกลืนสรรพสิ่งทันที แก่นหัวใจปีศาจถูกกวาดมาแล้วชำระล้างอย่างต่อเนื่อง เหลือเพียงพลังจิตบริสุทธิ์
ขณะซูเฉินกำลังสังหาร เขาก็ชำระล้างแก่นหัวใจปีศาจไปพร้อมกัน จิตแห่งเต๋าในทะเลจิตระหว่างคิ้วยิ่งเจิดจ้า พลังของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ
พร้อมกันนั้น เขาก็หยิบศิลาวิญญาณจำนวนมากมาดูดซับเพื่อเติมพลังปราณในกายอย่างไม่ขาดสาย
เขาต้องรักษาสภาพร่างกายให้อยู่ในภาวะสมบูรณ์ที่สุด!
เพราะเขายังต้องยืนหยัดอยู่บนเกาะโดดเดี่ยวแห่งนี้ต่ออีกเก้าวันเก้าคืน
การทดสอบ เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น!
……
ปัง!
รอบกายซูเฉิน ปีศาจนอกดินแดนยังคงเหินออกจากมหาสมุทรอย่างไม่หยุดยั้ง และถูกเขาสังหารจนร่างเกลื่อน ทะเลเลือดหลั่งไหล ซากศพกองพะเนิน
ซูเฉินมิอาจนับได้แล้วว่าเขาฆ่าศัตรูไปกี่ตน
เขาทำเพียงกระทำอย่างเชื่องช้า ฆ่า ชำระแก่นหัวใจปีศาจ หลอมศิลาวิญญาณ อย่างต่อเนื่อง
บางครั้ง จ้าวปีศาจร่างยักษ์สูงนับสิบจั้งจะเหินข้ามทะเลมา สร้างคลื่นโหมกระหน่ำ ต้องให้ซูเฉินใช้พลังเต็มที่จึงกำจัดได้
นอกเหนือจากนั้น เขาก็แค่ฆ่าและฆ่าอย่างไม่หยุดยั้ง
การต่อสู้เช่นนี้กินเวลานานถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน
เจ็ดวันผ่านไป
ปัง!
จ้าวปีศาจระดับสูง ร่างสูงกว่าร้อยจั้งผู้หนึ่ง ที่แผ่คลื่นพลังชั่วร้ายอย่างรุนแรง ถูกซูเฉินฟันทะลุกระโหลกด้วยกระบี่ ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่ยอม ก่อนจะทรุดลงกับพื้นด้วยเสียงดังสนั่น
ใบหน้าซูเฉินก็ซีดขาวอย่างถึงขีดสุด
แม้เขาจะมีศิลาวิญญาณและโอสถมากมายที่ช่วยฟื้นพลังปราณภายในตลอดเวลา แต่การต่อสู้อย่างต่อเนื่องถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน ทำให้เขาเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด
ทั่วเกาะแห่งนี้เต็มไปด้วยซากศพปีศาจนอกดินแดน แขนขากระจัดกระจาย ทะเลเลือดเจิ่งนอง ผืนดินกลายเป็นสีดำสนิท
พลังปีศาจรอบกายซูเฉินราวกับจับต้องได้
เพียงพลังปีศาจที่แผ่ออกมาจากกายเขา ก็สามารถทำลายจิตของราชายุทธ์จนเป็นบ้าได้แล้ว
ในเจ็ดวัน เขาฆ่าปีศาจนอกดินแดนไปกว่าหมื่นตน
แต่ซูเฉินก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ
ปีศาจนอกดินแดนในมหาสมุทรโดยรอบดูไร้ที่สิ้นสุด ทุกตนกรูกันเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับมิใช่แค่มุ่งมาหาเขา แต่เกาะโดดเดี่ยวแห่งนี้กลับดึงดูดพวกมันด้วยอะไรบางอย่าง
นอกจากนี้ หลังถูกเขาสังหารต่อเนื่องถึงเจ็ดวัน จำนวนปีศาจที่ข้ามทะเลมาก็เริ่มลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เขาได้หายใจหายคอบ้าง
หลังการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ร่างกายและจิตใจซูเฉินถึงขีดจำกัดแล้ว
ทว่า กลับยิ่งทำให้พลังในตัวเขาดุดันขึ้น สายตาก็เจิดจ้ายิ่งกว่าเดิม
“ดูเหมือนว่าภายใต้เกาะร้างนี้…จะมีบางสิ่งซ่อนอยู่!”
ซูเฉินครุ่นคิดในใจ
ความรู้สึกนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดหลายวันที่ผ่านมา
เมื่อฆ่าปีศาจนอกดินแดนนับไม่ถ้วน เขารู้สึกว่าใต้พื้นดินแห่งนี้ เหมือนมีบางสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวกำลังจะฟื้นคืนชีพ กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นทำให้เขาหวั่นไหวในใจ
“ต่อให้เป็นนักบุญปีศาจ ข้าก็ไม่ควรมีความรู้สึกเช่นนี้ได้! หรือว่ามีจักรพรรดิปีศาจถูกฝังอยู่ใต้ทุ่งร้างนี้?”
หัวใจซูเฉินพลันสั่นสะเทือน
ฟุ่บ!
หลังจากสังหารปีศาจนอกดินแดนอีกสิบกว่าตน เขาไม่ลังเลที่จะเปิดดวงเนตรเทพทันที แล้วมองลงไปเบื้องล่าง
ดวงตาเขาเปล่งรัศมีลึกลับ ห่อหุ้มด้วยแสงพร่าแห่งความโกลาหล สลักด้วยอักขระเจิดจ้า ราวกับสามารถมองทะลุทุกสรรพสิ่งในพริบตา เห็นทะลุถึงเบื้องลึกของทุ่งร้าง
“นั่นมันอะไร?!”
ดวงตาซูเฉินพลันหรี่แคบ ทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างไม่รู้ตัว