มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 44
เหตุผลที่ซูเฉินแสดงกระบวนท่ากระบี่ลมใบหลิวต่อหน้าหลิวกู่เฉิง ก็เพื่อใช้อาวุธที่อีกฝ่ายภาคภูมิใจที่สุดมาทำลายศักดิ์ศรีของเขา!
เพียงเช่นนั้น หลิวกู่เฉิงจึงจะยอมถอย
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหลิวกู่เฉิงหรือหลิวอวี้หลง ต่างก็เป็นศิษย์ของตระกูลหลิวและเป็นญาติของเขา หากซูเฉินลงมือฆ่าพวกเขา ย่อมทำให้มารดาต้องโศกเศร้าแน่นอน
ในเมื่อฆ่าไม่ได้ ก็ทำได้แค่ทำให้พวกเขาหมดกำลังใจ!
ซูเฉินเชื่อว่าเมื่อหลิวกู่เฉิงเห็นตนเองแสดงท่ากระบี่ลมใบหลิวออกมา จะต้องเต็มไปด้วยความละอายและสิ้นหวังอย่างถึงที่สุด
จากนี้ไป คงไม่กล้ากลับมาหาเรื่องอีก!
เขามองออกได้ว่าหลิวกู่เฉิงนั้นหลงใหลในกระบี่เป็นชีวิตจิตใจ ถ้าไม่ล้มอีกฝ่ายลงด้วยกระบี่ ก็ไม่มีทางยอมศิโรราบได้โดยแท้จริง
“ซูเฉิน ข้าขอโทษ!”
หลิวกู่เฉิงสูดลมหายใจลึก แล้วก้มคำนับอย่างจริงใจต่อซูเฉิน
“หืม?”
ซูเฉินชะงักไปเล็กน้อย
เขาไม่คาดคิดว่าหลิวกู่เฉิงจะกล่าวคำขอโทษกับตน
“เจ้ามีฝีมือกระบี่ที่ไร้เทียมทาน พรสวรรค์ของเจ้าเหนือกว่าทุกผู้คนที่ข้าเคยพบ! บุรุษผู้สามารถบรรลุถึงขั้นนี้ในวิถีกระบี่ ย่อมไม่ใช่ผู้ชั่วร้ายใด ๆ ข้ายอมรับว่าข้าผิด! ข้าไม่ควรฟังคำยุยงของหลิวอวี้หลงแล้วบุกมาหาเรื่องเจ้าเช่นนี้!”
หลิวกู่เฉิงกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
“หลิวอวี้หลง! ออกมานี่ แล้วขอโทษซูเฉินซะ!”
พูดจบ ดวงตาของเขาก็ฉายแววเย็นเยียบหันไปจ้องหลิวอวี้หลง
“ให้ข้าขอโทษ?”
หลิวอวี้หลงเบิกตากว้าง
เขาไม่อยากเชื่อเลยว่า ไม่เพียงเขาไม่สามารถทำให้พี่ใหญ่ลงมือเล่นงานซูเฉินได้ กลับกลายเป็นว่าพี่ใหญ่ของเขายอมศิโรราบต่อซูเฉินเสียนี่!
แถมยังหันมาลงโทษเขาอีกด้วย!
เขาอยากจะปฏิเสธ แต่พอเงยหน้าขึ้นก็สบตากับสายตาเกรี้ยวกราดของหลิวกู่เฉิง เขาก็พลันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
พี่ใหญ่ผู้นี้นิสัยดื้อรั้นเป็นที่สุด!
เขาแน่ใจว่า หากตนปฏิเสธ แม้เพียงครึ่งคำ พี่ชายคนนี้จะซัดเขาจนแทบขาดใจแน่!
“ขะ…ข้าขอโทษ ซูเฉิน!”
หลิวอวี้หลงเอ่ยเสียงอ้อมแอ้ม
“คุกเข่าลง แล้วขอโทษ!”
หลิวกู่เฉิงสะบัดกระบี่เพลิงนภา ตีเข้าที่เข่าของหลิวอวี้หลง ทำให้เขาทรุดฮวบลงทันที
“ซูเฉิน ข้าขอโทษ…”
น้ำเสียงของหลิวอวี้หลงเต็มไปด้วยความเจ็บใจจนเกือบจะร้องไห้ออกมา
“ไม่ต้องถึงขนาดนี้หรอก! ข้าไม่เคยเป็นฝ่ายหาเรื่องใครก่อนอยู่แล้ว ถ้าพวกเจ้าไม่มาหาเรื่องข้าก็ไม่มีทางลงมือแน่! อย่ามาที่ตำหนักหยกไผ่อีกก็พอ!”
ซูเฉินแม้ไม่ได้หันไปมองหลิวอวี้หลงเลยด้วยซ้ำ แต่กลับกล่าวกับหลิวกู่เฉิงด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
แล้วเขาก็หันหลังก้าวกลับเข้าตำหนักหยกไผ่ทันที
“เดี๋ยวก่อน!”
หลิวกู่เฉิงรีบรั้งซูเฉินไว้
“ยังมีอะไรอีกหรือ?”
ซูเฉินหันกลับมา กล่าวถามเบา ๆ
“ซูเฉิน…ข้า…ข้าอยากขอคำชี้แนะเรื่องกระบี่ลมใบหลิวจากเจ้า…”
น้ำเสียงของหลิวกู่เฉิงพลันอึกอัก
ในแววตาของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น คลั่งไคล้ และความรู้สึกตื่นเต้นปนประหม่า ใบหน้าของเขาแดงเรื่อ
แม้เขาเพิ่งจะเป็นฝ่ายมาหาเรื่องซูเฉิน แต่ตอนนี้กลับอยากขอเรียนกระบี่จากอีกฝ่ายเสียแล้ว
อย่างไรก็ตาม เขาคือผู้หลงใหลในกระบี่โดยแท้จริง
ความหลงไหลในกระบี่ของเขาเอาชนะความละอายในใจ ทำให้เขาต้องเปล่งเสียงออกมา!
“ไม่ได้!”
ซูเฉินปฏิเสธทันที จากนั้นก็หันหลังกลับเข้าตำหนักหยกไผ่โดยไม่ลังเล
เป็นไปไม่ได้!
เหตุผลที่เขาใช้กระบี่ลมใบหลิว ก็เพียงเพื่อข่มขวัญหลิวกู่เฉิงให้ยอมถอยเท่านั้น
ส่วนเรื่องจะสอนกระบี่ให้เขางั้นหรือ…ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น!
“พี่ใหญ่ เจ้าคนซูเฉินนี่มันอกตัญญูจริง ๆ! ถึงกระบี่ลมใบหลิวของเขาจะร้ายกาจแค่ไหน แต่จะเหนือกว่าท่านปู่ได้ยังไง? เจ้าจะไปสนใจเขาทำไม? ไปขอคำชี้แนะจากท่านปู่ก็พอแล้วไม่ใช่หรือ?”
หลิวอวี้หลงกล่าวอย่างโมโห
“เจ้ารู้อะไร! กระบี่ลมใบหลิวของเขาน่ะ เหนือกว่าท่านปู่ข้ามากนัก! ฟังให้ดีถ้าเจ้ากล้าไปหาเรื่องเขาอีก เจ้าจะตายแบบไม่รู้ตัวเลย!”
หลิวกู่เฉิงดุด่าเสียงเข้ม
“หา?!”
หลิวอวี้หลงอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
เจ้าซูเฉินนั่นมันเก่งขนาดนั้นเลยหรือ?
แล้วเขาก็เห็นหลิวกู่เฉิงนั่งขัดสมาธิลงหน้าตำหนักหยกไผ่ วางกระบี่เพลิงนภา ไว้บนตัก หลับตานิ่งไม่เคลื่อนไหว
“พี่ใหญ่ เจ้ายังไม่กลับอีกหรือ?”
หลิวอวี้หลงเอ่ยถาม
“เจ้าไปได้เลย! ข้าจะอยู่ที่นี่ รอให้ซูเฉินสอนกระบี่ลมใบหลิวให้ข้า!”
หลิวกู่เฉิงกล่าวอย่างจริงจัง
เขารู้สึกอย่างแรงกล้าว่าการที่เขาจะสามารถเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่ได้หรือไม่นั้น อาจขึ้นอยู่กับซูเฉินเพียงผู้เดียว!
เมื่อเคยพบยอดเขาสูงส่ง ทุกสิ่งเบื้องล่างก็ดูจืดจางไร้ความหมาย
เขายอมรับโดยสิ้นเชิงต่อกระบี่ของซูเฉิน!
ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจแน่วแน่ว่า จะรอจนกว่าซูเฉินจะยอมสอนเขา!
“หา?!”
หลิวอวี้หลงถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก
เดิมทีเขาอยากให้พี่ใหญ่ช่วยลงมือสั่งสอนซูเฉินสักหน่อย แต่ใครจะคาดคิดว่าพี่ใหญ่ของเขาจะกลับกลายเป็นผู้ยอมศิโรราบและเฝ้ารอคำชี้แนะจากซูเฉินถึงเพียงนี้?
เรื่องนี้…จบเห่แล้ว!
ถ้าท่านลุงหรือท่านปู่รู้เข้า ข้าคงถูกฟาดตายแน่ ๆ!
“ไม่! ข้าต้องรีบหนีไปซ่อนตัวสักสองสามวันก่อน!”
หลิวอวี้หลงตัวสั่นหน้าซีด รีบวิ่งเผ่นออกจากจวนตระกูลหลิวทันทีโดยไม่แม้แต่หันหลังกลับ
อยู่ให้ห่างจากที่นี่ก่อน!