มหาจักรพรรดิราชันย์เทพ - ตอนที่ 95 ลูกท้อจื่อหยาง
โครม!
แสงเจิดจ้าพลันบังตา มิติบิดเบี้ยว ทิวทัศน์ลี้ลับผุดขึ้นในชั่วพริบตา ก่อนจะเลือนหายไป
เมื่อภาพเบื้องหน้าของซูเฉินค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น เขาก็พบว่าตนมาอยู่ในพื้นที่แปลกประหลาดแห่งหนึ่งเสียแล้ว
เบื้องหน้าเป็นแนวเขาสลับซับซ้อน เปี่ยมด้วยกลิ่นอายโบราณและยิ่งใหญ่ ต้นไม้โบราณสูงเสียดฟ้า ไม้ดอกหญ้าหายากผลิดอกสะพรั่งทั่วผืนป่า มวลหมอกแห่งพลังวิญญาณลอยคลุ้งอยู่รอบด้าน ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูลี้ลับและศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
นี่คือแดนลับเขาอู่หลง!
ชวับ!
ชวับ!
ชวับ!
เหนือเวหา เหล่าจักรพรรดิยุทธ์ทั้งสาม ได้แก่ เล่ยตง ลั่วเสวียน และซีจิ่งหลุน ล้วนปลดปล่อยพลังอันร้อนแรง ราวกับดวงตะวันสามดวง ในทันทีที่พวกเขาก้าวเข้าสู่แดนลับ ก็บินตรงไปยังส่วนลึกของแดนลับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
“พวกเขาคงรีบไปแย่งชิงมรดกที่แท้จริงกันแน่! ซูเฉิน เรารีบออกเดินหาสมบัติกันเถอะ!” จวิ้นจื่อหลิงกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ได้สิ” ซูเฉินพยักหน้า
เขาสังเกตเห็นว่าหลินลั่วเว่ย หยวนฮ่าวหรัน และผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ต่างก็มุ่งหน้าเข้าส่วนลึกของแดนลับเช่นกัน ขณะที่ผู้ฝึกตนจากหลากหลายอาณาจักรและสำนักก็กำลังรวมกลุ่มกันละสองสามคน แล้วแยกย้ายออกค้นหา
ซูเฉินกับจวิ้นจื่อหลิงพุ่งกายไปยังแนวเขาด้านหน้า
“ผลไม้แดงม่วง สมุนไพรวิญญาณลึกลับ ดอกไม้เบิกอาทิตย์…”
เมื่อเห็นสมุนไพรวิญญาณมากมายในป่าเขา ซูเฉินก็อดรู้สึกตื่นตาตื่นใจไม่ได้
เขตตงหลินนั้นแร้นแค้นยิ่ง สมุนไพรวิญญาณหายากนัก หลายตำรับโอสถก็ขาดวัตถุดิบสำคัญ
แต่ในแดนลับแห่งนี้ สมุนไพรกลับขึ้นอยู่ทั่วไป พลังวิญญาณก็เข้มข้นเหนือธรรมดา ไม่น่าแปลกใจที่เหล่าผู้ฝึกตนต่างแย่งกันเข้ามา
อย่างไรก็ดี ซูเฉินมิได้เสียเวลากับการเก็บมากนัก เขาเลือกเก็บเฉพาะสมุนไพรหายากที่มีคุณค่าเป็นพิเศษเท่านั้น
“ซูเฉิน เจ้าดูนั่นสิ!” จู่ ๆ จวิ้นจื่อหลิงก็ชี้ไปเบื้องหน้า
ซูเฉินมองตาม และพบว่าภายในหุบเขาเบื้องหน้านั้น มีต้นท้อโบราณต้นหนึ่งตั้งตระหง่าน ใบของมันบิดม้วนดั่งรูปมังกร บนกิ่งมีลูกท้อสีม่วงอมแดงเจ็ดแปดผล ห่อหุ้มด้วยแสงวิญญาณเจิดจ้า แถมยังส่งกลิ่นหอมกรุ่นออกมาแต่ไกล มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ธรรมดา
“หืม? ลูกท้อนี่คือ…ลูกท้อจื่อหยาง!”
ดวงตาของซูเฉินเปล่งประกายทันที เขารู้จักผลไม้นี้ดี
ลูกท้อจื่อหยางคือนิสมุนไพรระดับดิน ใช้ปรุงโอสถจื่อหยางได้ ซึ่งช่วยเพิ่มพลังลมปราณ ชำระกายา และเสริมสร้างลมปราณภายใน
แม้ไม่ปรุงเป็นโอสถ เพียงกินเปล่า ๆ ก็มีผลลัพธ์วิเศษนัก
ซูเฉินคาดไม่ถึงว่าจะเจอสมบัติเช่นนี้ที่นี่
“ของวิเศษจริง ๆ! ศิษย์น้องซูเฉิน ดูท่ะแดนลับเขาอู่หลงนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ แค่เริ่มมาก็พบของล้ำค่าขนาดนี้แล้ว!”
จวิ้นจื่อหลิงยิ้มกว้าง เดินเข้าไปหมายจะเก็บลูกท้อจื่อหยางทันที
ชวับ!
ทันใดนั้น เสียงลมแหวกอากาศพลันดังขึ้น กลิ่นอายอำมหิตแผ่กระจาย
“ใครกัน?!” ดวงตาซูเฉินเป็นประกายเยียบเย็น ลมปราณทั่วร่างระเบิดออก แปรเปลี่ยนเป็นเกราะคุ้มกันรอบตัว
ติ๊ง!
ติ๊ง!
ติ๊ง!
เสียงแหลมชัดดังติดกัน สิ่งที่กระทบเกราะลมปราณคือมีดบินสีน้ำเงินเข้มหลายเล่ม ทะลวงเข้าเกราะจนเกิดเป็นคลื่นระลอก
จวิ้นจื่อหลิงเคลื่อนไหวหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว
“ฮ่าฮ่าฮ่า…ของแบบนี้ข้าเอาไปละกัน!” เสียงหัวเราะดังมา
ชายหนุ่มในชุดดำพุ่งร่างเข้ามาด้วยความเร็วสูง ฉวยจังหวะที่ทั้งสองปัดป้องมีดบิน เอื้อมมือหวังจะคว้าลูกท้อจื่อหยางทันที
“หาที่ตาย!” ดวงตาซูเฉินฉายแววฆ่าฟัน เขาต่อยหมัดหนึ่งออกไป
โฮ่ก!
เสียงมังกรคำรามดังกึกก้อง หมัดทรงพลังดั่งคลื่นถาโถม ซัดปะทะร่างผู้มาเยือนอย่างรุนแรง
“อะไรนะ?!”
ชายชุดดำหน้าซีด รีบยกกระบี่ดำขึ้นรับการโจมตี
เพล้ง!
หมัดของซูเฉินพลังรุนแรงถึงขีดสุด ทะลวงกระบี่จนหักสะบั้น แขนทั้งสองของชายชุดดำแตกร้าวราวใยแมงมุม เลือดสาดกระเซ็น ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“เจ้าทำได้ยังไงกัน…แข็งแกร่งถึงเพียงนี้?”
เขาเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับจ้าวยุทธ์ขั้นเก้า แต่กลับโดนหมัดเดียวของซูเฉินซัดจนแขนพิการ!
“พวกเยียนโหว…ตายซะเถอะ!”
แววตาจวิ้นจื่อหลิงเป็นประกาย นางจำได้ทันทีจากเครื่องแต่งกายว่าชายผู้นี้เป็นผู้ฝึกตนจากอาณาจักรเยียนโหว
ทันใดนั้น แสงกระบี่พุ่งออกจากร่างนางด้วยความเร็วเหนือสายตา
ฉัวะ!
กระบี่แทงทะลุระยะ จู่โจมถึงเป้าหมายในพริบตา
ศีรษะของชายชุดดำกระเด็นขึ้นฟ้า เลือดพุ่งราวน้ำพุ
ร่างไร้ศีรษะล้มตึงลงสู่พื้นดิน!
“กระบี่บิน?” ซูเฉินแปลกใจเล็กน้อย ฝีมือแสดงกระบี่ของจวิ้นจื่อหลิงพัฒนาขึ้นรวดเร็วเหลือเชื่อ
“เป็นไงล่ะ? วิชาควบคุมกระบี่ของข้าก็ไม่แพ้เจ้าหรอก จริงไหม?”
จวิ้นจื่อหลิงยิ้มภาคภูมิใจ