มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย - ตอนที่ 951: ลิงหิมะ
ในที่สุดท้องฟ้าก็มืดลง คนทั้งหมดพากันเดินฝ่าหิมะที่ตกหนักขึ้น
เรื่อย ๆ
ทุกคนเป็นผู้ฝึกตนกันหมด จึงสามารถมองเห็นในเวลากลางคืน แม้
คืนนั้นจะเป็นค˹าคืนที่มีหิมะตกพวกเขาก็ยังคงเดินทางต่อไปได้
“ท่านอาจารย์…”
เหมยหย่า ศิษย์คนเล็กที่สุดที่มีพื้นฐานการฝึกตนที่น้อยที่สุดกัดริม
ฝีปากและถอนหายใจออกมา
“ลมแรงมากและยังหนาวมากด้วย พวกเราพักกันดีกว่า…..”
“ศิษย์น้องหญิง อดทนอีกหน่อยเถอะ”
ไป๋เย่ดึงแขนเหมยหย่า “ทนอีกสักหน่อยพวกเราก็ถึงยอดเขา
หมอกแล้ว ไม่อย่างนั้นหากไปถึงช้าขึ้นมา สำนักเซียนทองคำของพวก
เราจะเสียมารยาท”
“ฮือ ท่านอาจารย์…..”
ร่างกายของเหมยหย่าสั่นเทาเพราะความหนาวเย็นจากหิมะ
“ศิษย์น้องหญิง ข้าจะแบกเจ้าเอง”
หลี่เหว่ยหลงมองศิษย์น้องหญิงที่ตัวสั่นเพราะความหนาวเย็นก็ทน
ไม่ได้ เขาเอ่ยปากพูดออกมาจากทางด้านข้าง
“อืม…”
เหมยหย่ากลอกดวงตากลมโตสีดำไปมา เธอแอบมองศิษย์พี่สาม
ชิวเฟิงหลานที่กำลังเดินอยู่อย่างต้องการที่จะให้ศิษย์พี่สามผู้เข้มแข็ง
เป็นคนอุ้ม แต่น่าเสียดายที่ศิษย์พี่สามยังคงเมินเฉย
หนาวเกินไป หนาวเกินไป พอคิดถึงเรื่องนั้นเธอก็หันไปหาศิษย์พี่
ใหญ่ราคาถูก
“เอาล่ะ ศิษย์พี่ใหญ่ คงต้องลำบากท่านแบกข้าแล้ว…..”
เหมยหย่าพยักหน้าในที่สุด
หลี่เหว่ยหลงดีใจมาก เขารีบวิ่งไปด้านหน้าและคุกเข่าลงบนพื้น
เหมยหย่ากระโดดขึ้นไปบนหลังของเขาเบา ๆ และรู้สึกถึงความ
อบอุ่นขึ้นมาทันที
หลี่เหว่ยหลงไม่ตระหนี่ลมปราณของตัวเอง เขาแผ่ออกไปยังร่าง
เล็ก ๆ ของศิษย์น้องหญิงอย่างต่อเนื่อง
ทั้งสบายและอบอุ่นมาก เหมยหย่าหลับตาลงอย่างมีความสุขและ
ขี่รถปรับอากาศส่วนตัวคันนี้ต่อไป
ฉินเฉาหันไปมองแล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้
ช่างเป็นกลุ่มคนที่มีชีวิตชีวาดีจริง ๆ
พวกเขาเดินทางไปยังยอดเขาหมอกเพื่อต้องการไปแสดงความ
ยินดีอย่างบริสุทธิ์ใจ
แต่ตัวเขาไม่คิดจะไปอยู่เฉย ๆ
เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงสิ่งที่ฝ่าเซียงพูดกับเขาก่อนที่จะปีนเขา
ยอดเขาหมอกร่อนบัตรเชิญให้ผู้ฝึกตนในโลกทุกคนอย่าง
กว้างขวาง แม้แต่คนที่หลบซ่อนตัวมานานอย่างฝ่าเซียงและไป๋เจี่ยว
เจียวก็ยังได้ยินเรื่องนี้
ในเวลานั้นไป๋เจี่ยวเจียวเป็นกังวลมาก เธอจึงท่องกระบี่เพื่อไปช่วย
ศิษย์พี่ที่ยอดเขาหมอก
ฝ่าเซียงไม่มีวิธีหยุดภรรยาของตัวเอง เขาจึงรีบวิ่งมาหาฉินเฉา
เรื่องการลงโทษที่โหดเหี้ยมเมื่อเขากลับไป ไม่ใช่สิ่งที่ฉินเฉาจะ
จัดการได้
“ฉินเฉา ฉันรู้จักนายมานานแล้วและฉันก็รู้อารมณ์ของนายดีด้วย”
ฝ่าเซียงกล่าวในขณะนั้นว่า “นายจะต้องไปช่วยฮัวเหนียงที่ยอด
เขาหมอกแน่ ๆ เรื่องนั้นฉันไม่ห้ามนายหรอก นายกับเจี่ยวเจียวนั้น
ต่างกัน การควบคุมอารมณ์ของเธอเรียกได้ว่าแย่มาก มิหนำซ˺าระดับ
พลังก็ยังแย่มากพอ ๆ กัน แต่สำหรับพลังของนาย ถึงนายจะช่วยฮัว
เหนียงเอาไว้ไม่ได้ แต่เรื่องการปกป้องตัวเองก็ไม่ใช่ปัญหา”
“นายมาเพื่อบอกเรื่องนี้กับฉันเหรอ?”
ฉินเฉาอดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วใส่อีกฝ่าย
“แน่นอนว่าไม่ใช่!”
สีหน้าของฝ่าเซียงดูไม่ดี เขาพูดว่า “ถ้า ถ้าฉันไม่ช่วยนายคราวนี้
เจี่ยวเจียวจะต้องตำหนิฉันแน่ แต่ฉันจะแสดงตัวไม่ได้ ไม่อย่างนั้นยอด
เขาหมอกและวัดเป่าไต้เขาซงซานได้เป็นศัตรูกันแน่นอน”
“แล้วนายมีแผนจะช่วยฉันยังไงล่ะ?”
“ใช้สิ่งนี้”
ฝ่าเซียงยื่นมือออกมา ในฝ่ามือของเขามีเปลวไฟสีทองกำลังลุก
ไหม้
เปลวไฟนี้ศักดิ์สิทธิ์มาก ในยามที่มันกำลังลุกโชนอยู่นั้นราวกับว่ามี
เสียงบทสวดมนต์ในพระพุทธศาสนาดังขึ้นบนอากาศ
“เพลิงโพธิสัตว์!”
ฉินเฉาอดอุทานออกมาไม่ได้
“ใช่ นี่คือเปลวเพลิงชั้นสูงแห่งพระพุทธองค์ เพลิงโพธิสัตว์”
ฝ่าเซียงพยักหน้า “ถึงแม้ว่าศิษย์น้องหญิงของฉันจะมีพรสวรรค์
แต่เธอก็ไม่สามารถฝึกฝนเพลิงโพธิสัตว์ได้ เธอเรียกใช้ได้เพียงแค่เพลิง
ศักดิ์สิทธิ์ธรรมดาเท่านั้น เพลิงโพธิสัตว์นี้อาจจะช่วยอะไรเพลิงหยินเก้า
เร้นลับของนายไม่ได้มากมายนัก แต่ตอนนี้ฉันจะให้เพลิงโพธิสัตว์กับ
นาย หวังว่านายจะเอาเพลิงนี้ไปใช้ประโยชน์ได้ แต่อย่าฆ่าให้มากนักล่ะ
…”
“วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่ฆาตกรบ้าเลือดสักหน่อย”
ฉินเฉารับมารยาทนี้ด้วยรอยยิ้ม “ฉันแค่จะช่วยชีวิตผู้อื่น”
“อมิตตาพุทธ…..”
ฝ่าเซียงอดไม่ได้ที่จะท่องบทสวดมนต์ “ฉันหวังว่านี่จะไม่ใช่เหตุผล
ในการฆ่าคนของนาย… และหวังว่าฉันคงไม่ได้กำลังช่วยทรราชผู้ชั่ว
ร้าย”
“ซะที่ไหนกันล่ะ! นายเป็นห่วงเรื่องคุณธรรมอยู่เรื่อย นายคิดว่า
นายกำลังฝึกตนเพื่อผลไม้ที่มีคุณธรรมอยู่หรือไง”
ฉินเฉากลัวว่าฝ่าเซียงจะเปลี่ยนใจ เขาหัวเราะแล้วกลืนกินเพลิง
โพธิสัตว์ด้วยเพลิงหยินเก้าเร้นลับทันที
ทันใดนั้นเปลวเพลิงในร่างกายกลับรวมกันถึงแปดชนิด!
เมื่อเป็นแบบนี้แล้วตัวเขาจะยังต้องกลัวอะไรอีก!
“ฉินเจินเหรินเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่เหรอ?”
คำพูดของเหอเจิ้นหยู่ดึงเขากลับมาในโลกแห่งความเป็นจริง
ที่นี่มีหิมะอยู่ทั่วบริเวณ ฉินเฉายืนอยู่ท่ามกลางหิมะและทุกคนใน
สำนักเซียนทองคำก็กำลังจ้องมองเขา
“ไม่มีอะไร แค่พอได้เห็นศิษย์พี่ของพวกนายก็อดที่จะคิดถึง
ครอบครัวของท่านอาจารย์ไม่ได้…..”
ทักษะการเล่นละครของฉินเฉานั้นยอดเยี่ยม เขายื่นมือออกมาเช็ด
น˺าตา
“ฉินเจินเหรินอย่าได้เศร้าใจไปเลย”
ไป๋เจิ้งกล่าวว่า “ร่างกายของผู้ฝึกตนก็เป็นเหมือนกับถุงหนัง ยิ่งไป
กว่านั้นการฝึกตนที่ประสบผลสำเร็จในโลกนี้ก็จะได้รับพรในโลกหน้า”
“ขอบคุณเจ้าสำนักไป๋ ท่านช่างเป็นคนดีจริง ๆ”
ฉินเฉาแสร้งกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
“ฉินเจินเหรินกล่าวชมเกินไปแล้ว แต่เมื่อพวกเราไปถึงยอดเขา
หมอก พวกเราจะต้องไปร่วมแสดงความยินดีกับพวกเขา อย่าได้เศร้า
เกินไปนักเลย”
ไป๋เจิ้งเอ่ยแนะนำด้วยความหวังดี
“วันที่ผู้อื่นมีความสุขกันก็ร้องไห้อยู่ได้”
ไป๋เย่อดไม่ได้ที่จะพึมพำตำหนิ
“ไป๋เย่!”
ไป๋เจิ้งหันไปว่ากล่าวไป๋เย่ที่อยู่ข้าง ๆ
“ฉินเจินเหริน น้องสาวของข้าล่วงเกินเจ้าแล้ว ขอเจ้าอย่าได้ตำหนิ
นางเลย”
“ไม่เลย ฉันไม่เป็นไร”
ฉินเฉาเช็ดน˺าตาแล้วกล่าวว่า “เป็นวันแต่งงานจริง ๆ และที่ฉัน
หลั่งน˺าตาออกมาก็เพราะความโชคร้าย แต่ในคราวนี้ฉันต้องการมา
มอบของขวัญชิ้นใหญ่ให้กับจู่หลงซ่างเหรินด้วยความจริงใจ”
“โอ้ หากเขารู้เขาคงจะรู้สึกยินดีมาก ฉินเจินเหรินพวกเรารีบ
เดินทางต่อกันเถอะ”
ไป๋เจิ้งยื่นมือออกมาชวนให้เขาไป
“เชิญเจ้าสำนักไป๋”
ฉินเฉาคิดในใจว่าไป๋เจิ้งผู้นี้เป็นคนดี ส่วนไป๋เย่นั้นเย่อหยิ่ง
ภูเขาหิมะแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก และมันก็เต็มไปด้วยสีขาวไปจน
สุดลูกหูลูกตา
ฉินเฉาไม่รู้สึกหนาวเย็นเลยแม้แต่น้อย ลมปราณในร่างกายของเขา
มีเพียงพอ และยังเพียงพอแผ่ความร้อนออกไปรอบข้างด้วย
หลังจากที่เขากลืนกินเพลิงโพธิสัตว์เข้าไป ขอบเขตในขั้นกาย
ทองคำชั้นแรกก็เริ่มคลายตัวและค่อย ๆ ขยับขึ้นไปยังชั้นที่สองอย่างช้า
ๆ
แน่นอนว่าเมื่อทำลายโซ่ตรวนแห่งวิญญาณแรกก่อตั้งลงไปได้
พื้นฐานการฝึกตนของเขาก็เริ่มก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว
ยิ่งไปกว่านั้นสิ่งที่ทำให้ฉินเฉาประหลาดใจมากที่สุดก็คือพระสูตร
หัวใจเพชรของเขาที่มันค่อย ๆ ขยับไปยังชั้นที่สี่ และถึงแม้ว่ามันจะยัง
ไปไม่ถึงขั้นที่สี่อย่างแท้จริง แต่ความสามารถต่าง ๆ ก็เริ่มปรากฏ
ออกมาอย่างช้า ๆ
“ท่านอาจารย์ ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายใต้หิมะ”
หลี่เหว่ยหลงที่ยังคงแบกศิษย์น้องหญิงอยู่ด้านหลังไม่ลืมที่จะ
ตรวจสอบสถานการณ์รอบด้าน เขาหยุดเดินก่อนจะมองหิมะที่ตกหนัก
รอบ ๆ แล้วพูดออกมาทันที
“โอ้? เหว่ยหลงเองก็สัมผัสมันได้งั้นเหรอ?”
ไป๋เจิ้งลูบเคราของตัวเองด้วยความยินดีเป็นอย่างยิ่ง “ใช่แล้ว ใต้
หิมะก้อนนี้มีบางอย่างแปลก ๆ อาจารย์สัมผัสได้ว่าหิมะก้อนนี้มีพลัง
ของสัตว์ประหลาดอยู่ เฟิงหลาน เจ้าคิดว่ายังไง?”
“ข้าเคารพความคิดเห็นของอาจารย์”
ชิวเฟิงหลานเอ่ยออกมาเบา ๆ
ฉินเฉาที่อยู่ข้าง ๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมา เขาสัมผัสได้นานแล้วว่า
รอบ ๆ นี้จะต้องมีสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ซ่อนอยู่
ไม่แปลกใจเลยที่สถานที่ตั้งของสำนักจะเป็นสถานที่แห่งโชคลาภ
ในเมื่อมันมีพลังวิญญาณที่อุดมสมบูรณ์ถึงเพียงนี้
และการมีอยู่ของวิญญาณรอบ ๆ ก็เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
เช่นกัน
“ทุกคนระวังตัวเอาไว้ เหว่ยหลง เจ้าปกป้องศิษย์น้องห้าให้ดี”
ไป๋เจิ้งโบกมือ จากนั้นทุกคนก็ชักกระบี่ที่เอวออกมา
“ข้าเข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์”
หลี่เหว่ยหลงพยักหน้า สีหน้าของเขาดูมั่นคง
“ไม่ต้องให้ศิษย์พี่ใหญ่มาปกป้องหรอก ข้าเองก็จะสู้!”
เหมยหย่ากระโดดลงจากแผ่นหลังของหลี่เหว่ยหลงและชักกระบี่
ของเธอออกมา บนกระบี่เล่มนั้นเปล่งแสงสีทองออกมาอย่างแผ่วบาง
“ความกล้าหาญของศิษย์น้องหญิงมีมากมายนัก แต่เจ้าคิดถึงพลัง
ของเจ้าเสียก่อนเถอะ อย่ามากลายเป็นภาระของทุกคนเลย”
เหอเจิ้นหยู่กล่าวเสียดสีออกมา
“ไปให้พ้น ถึงข้าจะตีสัตว์ประหลาดไม่ได้แต่ข้าก็ตีเจ้าได้!”
เหมยหย่าจ้องศิษย์พี่สี่ของเธอเขม็ง
“หยุดส่งเสียงดังกันได้แล้ว สัตว์ประหลาดอยู่ใกล้ ๆ นี้…”
ไป๋เจิ้งกล่าว “ฉินเจินเหริน เจ้าเองก็ระวังตัวเอาไว้ด้วย”
“พื้นฐานการฝึกตนต˹าต้อยแบบนี้ ฉันคงจะช่วยอะไรไม่ได้”
ฉินเฉาที่อยู่ด้านข้างพูดออกมาว่า “ลำบากสหายลัทธิเต๋าแล้ว”
“ไม่เป็นไร แค่ดูพวกเราจัดการมันก็พอ”
หลี่เหว่ยหลงโบกมือของเขา
ไป๋เย่มองฉินเอ้อสือด้วยสายตาดูหมิ่น
สิ่งที่ห้อยอยู่ที่เอวของฉินเฉาไม่ใช่กระบี่แต่เป็นแท่งไฟ
หากเป็นศิษย์พี่เป่ยถังล่ะก็ เขาจะต้องฆ่าสัตว์ประหลาดได้ด้วย
ตัวเอง!
“โฮกกก!”
ในขณะนั้นเองหิมะก็พลันตกหนักขึ้นกว่าเก่า จากนั้นเสียงคำรามที่
ดังกึกก้องก็ดังอยู่ในหิมะ
“มันมาแล้ว ระวังตัวเอาไว้!”
ไป๋เจิ้งเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า พร้อมกับดึงดาบสีทองออกมาจาก
อากาศ
ดาบเล่มนั้นเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นสิงโตสีทองในทันที มันพุ่งขึ้น
ไปบนท้องฟ้าท่ามกลางเกล็ดหิมะ
สิงโตตัวนี้ตัวใหญ่มาก ลำตัวของมันยาวถึงหกเมตรและทรงพลัง
มาก
เมื่อเกล็ดหิมะสัมผัสกับสิงโตทองคำ ก็เกิดเป็นไอน˺าจำนวน
มหาศาล
ร่างสีขาวร่างหนึ่งโผล่ออกมา
ราวกับว่ามันหวาดกลัวสิงโต มันบินเข้าไปยังเกล็ดหิมะอีกด้าน
ทันที
“เฟิงหลาน อย่าปล่อยให้มันหนีไปได้!”
ไป๋เจิ้งตะโกนบอก
“ครับ!”
ชิวเฟิงหลานวาดกระบี่ วิถีกระบี่ของเขานั้นช่างพลิ้วไหว
สิงโตทองคำพุ่งจากพื้นมาขวางทางสัตว์ประหลาดตัวนั้นเอาไว้
สัตว์ประหลาดตัวนั้นสูดหายใจเข้าไปจนหน้าท้องป่องขึ้น
จากนั้นมันก็อ้าปากแล้วปลดปล่อยคริสทัลสีขาวใส่สิงโต
เมื่อคริสทัลที่เปล่งประกายโจมตีโดนร่างกายสิงโต จากสิงโตที่
แปลงกายมาจากดาบก็พลันกลายเป็นรูปสลักน˺าแข็ง
ตูม!
ในเวลานี้ไป๋เย่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ศีรษะของสัตว์ประหลาดตัวนั้น
กระบี่ของเธอแกว่งกวัดให้ดาบสิงโตทองคำพุ่งเข้าไปกระแทกกับ
ร่างของสัตว์ประหลาด ทันใดนั้นร่างของสัตว์ประหลาดก็ร่วงลงมา
กระแทกบนพื้นหิมะทันที
ตูม!
เสียงกระแทกนั้นดังสนั่น เกล็ดหิมะก็พลันกระเด็นออกไป
สัตว์ประหลาดตนนั้นดิ้นอยู่บนพื้น คราวนี้ทุกคนได้เห็นรูปร่าง
หน้าตาของมันชัด ๆ แล้ว
นี่คือลิงหิมะที่สูงมากกว่าหนึ่งเมตร ขนของมันเป็นสีขาวและมี
ใบหน้าสีดำ สหายผู้นี้กำลังทำหน้าตาดุดันใส่ทุกคนอยู่
“ว้าว ลิงน่ารักจังเลย!”
เหมยหย่าดวงตาเป็นประกาย
“ระวัง!”
ไป๋เจิ้งขมวดคิ้ว ลิงหิมะตัวนี้กระโดดขึ้นไปและกระโจนใส่เหมย
หย่าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
“ศิษย์น้องหญิง!”
หลี่เหว่ยหลงมักจะอยู่ข้าง ๆ เหมยหย่าเสมอ เขาพุ่งเข้าไปเอาตัว
ขวางหน้าเหมยหย่าอย่างไม่ลังเล
“ดาบราชสีห์ทองคำ!”
แต่เหอเจิ้นหยู่ก็เรียกดาบออกมาได้ทันเวลา สิงโตตัวหนึ่งที่ยาวสอง
เมตรพุ่งเข้าไปยังร่างกายของลิงหิมะอย่างแม่นยำทันที
ตูม!
ร่างกายของลิงหิมะกลายเป็นรูปสลักน˺าแข็งทันที โดยมีสิงโตสีทอง
ขย˺าจนแหลก
ทุกคนถอนหายใจออกมายาว ๆ
“ข้าบอกแล้วไงว่าเจ้าจะกลายเป็นภาระ”
เหอเจิ้นหยู่สลายดาบของเขาอย่างอ่อนเพลีย
ไป๋เจิ้งแอบพยักหน้า แม้ว่าศิษย์คนที่สี่จะเพิ่งผ่านเกณฑ์มาได้ไม่
นาน แต่พรสวรรค์ของเหอเจิ้นหยู่ก็นับว่าหาได้ยาก หากให้เวลาอีกสัก
หน่อย เมื่อเหอเจิ้นหยู่มีอายุเท่า ๆ กับเขา พื้นฐานการฝึกตนจนต้องล˺า
หน้าไปมากกว่าเขาอย่างแน่นอน
“ผู้ ผู้อื่นไม่รู้ว่ามันจะโหดร้ายขนาดนี้…..”
เหมยหย่าหลบอยู่ด้านหลังของศิษย์พี่ใหญ่ เธอพูดไปพลางตัวสั่น
ไปพลาง
ฉินเฉาที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้ว ร่างกายของลิงหิมะตัวนี้มีกลิ่นอาย
แปลก ๆ อยู่นิดหน่อย สัตว์ประหลาดตัวนี้จะไม่โจมตีมนุษย์อย่างไม่มี
เหตุผลแน่นอน
โดยเฉพาะเมื่อพวกเขาเหล่านี้คือผู้ฝึกตน มันจะเสียสติและวิ่ง
ออกมาหาที่ตายงั้นเหรอ
“ศิษย์น้องสี่ พื้นฐานการฝึกตนของเจ้าก้าวหน้าขึ้นแล้ว”
หลี่เหว่ยหลงอดที่จะกล่าวชื่นชมออกมาไม่ได้
“เฮ้ นี่เป็นเพราะศิษย์พี่ใหญ่ใส่ใจสั่งสอนข้า”
เหอเจิ้นหยู่เพิ่งจะผ่านเกณฑ์ความสามารถมาได้ไม่นานนัก การ
ฝึกฝนของเขาได้รับการสั่งสอนมาจากหลี่เหว่ยหลงแทนที่จะเป็นท่าน
อาจารย์
“มัน มันตายหรือยัง…..”
เหมยหย่าที่ยังคงกังวลอดเอ่ยถามออกมาไม่ได้
“ยัง มันหนีไปกับหิมะแล้ว”
ไป๋เย่บอกศิษย์น้องหญิงของเธอ “ทุกคนต้องระวังตัวให้มากขึ้น ไม่
รู้ว่าลิงหิมะตัวนี้บ้าไปแล้วหรือยังไง ถึงวิ่งเข้ามาฆ่าตัวตาย”
ทุกคนหยุดพักกันก่อนที่จะเริ่มออกเดินทางอีกครั้ง ทันใดนั้นกลุ่ม
คนกลุ่มหนึ่งก็เข้ามาจากระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก