มารดาผู้นี้ขอทวงคืน - บทที่ 1 ฝันร้าย (2)
เพียงไม่กี่วันต่อมา ข่าวฉาวโฉ่ภายในจวนสกุลฉู่ก็แพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยในเมืองหลวงราวกับไฟลามทุ่ง ชื่อเสียงของหลิวอันเซียงที่เคยสั่งสมมานานปีในฐานะฮูหยินเอกจวนรองเสนาบดีกรมยุติธรรม กลับป่นปี้พังทลายลงในชั่วข้ามคืน
ตามหอสุราและโรงน้ำชาที่เคยเงียบสงบ บัดนี้กลับคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้กันอย่างออกรส
“พวกเจ้าได้ยินหรือไม่ ฮูหยินเอกสกุลฉู่ผู้นั้นที่ภายนอกดูเรียบร้อย แท้จริงแล้วนางคือสตรีแพศยาดี ๆ นี่เอง!” ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพลางตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
“ถึงกลับกล้าพาชายชู้เข้ามาเล่นสนุกกันถึงในเรือนตอนสามีเผลอ ช่างไร้ยางอายเกินคนนัก!”
“ไม่ใช่แค่คนเดียวด้วยนะ ข้าได้ยินมาว่าถึงสองคนเชียว!” หญิงวัยกลางคนอีกคนเอ่ยเสริมด้วยสีหน้าเหยียดหยาม
“เล่นสนุกกันท่าไหนไม่รู้ จนใต้เท้าฉู่พร้อมคุณชายใหญ่และคุณหนูใหญ่บุกเข้าไปจับได้คาหนังคาเขาบนเตียง! น่าสงสารก็แต่คุณหนูใหญ่ที่ต้องมาเห็นมารดาแท้ ๆ ของตนเองทำเรื่องบัดสีเช่นนั้นต่อหน้าต่อตา”
“สตรีเช่นนี้ควรถูกจับใส่กรงหมูถ่วงน้ำเสียให้รู้แล้วรู้รอด!”
เสียงก่นด่าและคำสาปแช่งดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ บัดนี้ไม่มีผู้ใดไม่รู้จักสตรีนามหลิวอันเซียงอีกต่อไป เพียงแค่ได้ยินนามของนาง ถ้อยคำด่าทอมากมายก็มักติดตามชื่อเสียงเรียงนามนั้นมาด้วยเสมอ ทำให้ทุกคนต่างรู้จักนางในฐานะหญิงแพศยาน่าชังแห่งยุคสมัยไปโดยปริยาย…
จวนสกุลฉู่
ท่ามกลางบรรยากาศเย็นเยียบภายในเรือนที่ถูกปิดตาย หลิวอันเซียงนั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงด้วยดวงตาเหม่อลอย ดวงหน้าที่เคยงดงามอ่อนหวานพลันสูบตอบและหมองหม่นอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่เกิดเรื่องขึ้น นางก็ถูกขังในเรือนมานานกว่าห้าวันแล้ว โดยไร้เงาของคนในครอบครัวมาเยี่ยมเยียนสักครา
หญิงสาวพยายามข่มความเจ็บปวดในใจลง แล้วใช้ความคิดที่ยังคงสับสนนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า
นางมั่นใจว่าตนเองไม่เคยพบบุรุษปริศนาทั้งสองคนมาก่อน แล้วเหตุใดอีกฝ่ายจึงมาปรากฏตัวบนเตียงข้างกายนางได้กัน?
ทันใดนั้นเอง ภาพเหตุการณ์ก่อนที่สติของหลิวอันเซียงจะดับวูบในคืนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัว
ในคืนนั้นก่อนจะเกิดเรื่องขึ้น ฉู่จิ้งหยวน สามีที่นางรักและภักดีมาตลอดเกือบยี่สิบปี เขาเป็นคนถือไหสุราเข้ามาหานางด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน พร้อมทั้งรินสุราให้นางดื่มจอกแล้วจอกเล่า
โดยเขาได้บอกว่าอีกไม่นานตนเองกำลังจะได้เลื่อนขั้นเป็นเสนาบดีกรมยุติธรรมแล้ว จึงตั้งใจมาดื่มกับนางเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จนี้
หลิวอันเซียงจำได้ว่าตนเองอยู่ดื่มกับฉู่จิ้งหยวนทั้งคืน จนกระทั่งกลางดึกนางก็เริ่มไม่ไหวแล้ว จึงบอกกับเขาไปตามตรงและตั้งใจจะกลับไปนอนพักผ่อน ทว่าฉู่จิ้งหยวนกลับพยายามเกลี้ยกล่อมให้นางอยู่ดื่มกับเขาต่ออีกหน่อย ท้ายที่สุดนางก็ดื่มจนหลับไปโดยไม่รู้ตัว
และเมื่อนางตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เรื่องเลวร้ายทุกอย่างก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
หลิวอันเซียงที่จดจำเรื่องราวในคืนนั้นได้ทั้งหมดแล้ว นางก็ถึงกับนิ่งงันอยู่นาน ดวงตาทอดมองไปยังความมืดมิดเบื้องหน้าอย่างเหม่อลอย ในดวงตาฉายแววสับสนและตกใจสลับไปมา
เป็นเขาอย่างนั้นหรือ?
เป็นฝีมือของสามีนางเองจริง ๆ หรือ?
เมื่อตระหนักได้ถึงความจริงเรื่องนี้ ดวงหน้างามพลันซีดเผือดลงทันที หัวใจของหลิวอันเซียงราวกับถูกมือปริศนาบีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก นางส่ายหน้าอย่างถี่รัวด้วยไม่อยากจะยอมรับความจริง
ไม่!
นางกับเขาอยู่กินกันมาเกือบยี่สิบปี มีบุตรด้วยกันถึงสองคน เขาจะทำกับนางเช่นนี้ด้วยเหตุใดกัน?
เขาจะทำร้ายแม่ของลูกตัวเองไปเพื่ออะไรกัน?
หลิวอันเซียงพยายามหลอกตัวเองอยู่นาน ทว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยกลับได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้หัวใจของนางพลันเย็นเยียบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้าปกคลุมจิตใจของนางอีกครั้ง
แกรก…
ชั่วขณะนั้นเอง เสียงไม้ขัดประตูถูกเลื่อนออกเบา ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของเงาร่างเล็กสายหนึ่งที่แฝงกายเข้ามาในความมืด
ฉู่หลัน บุตรีอนุวัยสิบหกปีผู้ถูกทอดทิ้งภายในจวนสกุลฉู่ตั้งแต่เด็ก นางเดินเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารและน้ำดื่มในมือ ก่อนจะวางมันลงตรงหน้าหลิวอันเซียงด้วยท่าทีนอบน้อมและระมัดระวัง
ตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทุกคนในจวนต่างพากันรังเกียจและทอดทิ้งหลิวอันเซียงกันจนหมดสิ้น มีเพียงฉู่หลันคนนี้เท่านั้นที่คอยแอบเอาข้าวเอาน้ำมาส่งให้ และคอยดูแลความเรียบร้อยภายในเรือนไม่ห่างหาย
“เหตุใดเจ้าจึงต้องทำเช่นนี้ ฉู่หลัน…”
หลิวอันเซียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า นัยน์ตาที่บวมช้ำจากการร้องไห้มาตลอดหลายวันได้จ้องมองบุตรีอนุที่นางเคยปั้นปึ่งใส่เสมอมาด้วยความไม่เข้าใจ
คนทั้งจวน แม้แต่ลูกแท้ ๆ ในไส้ยังรังเกียจนาง ทว่าเด็กสาวคนนี้ที่นางไม่เคยไยดี เหตุใดจึงต้องเสี่ยงอันตรายเข้ามาหานางเช่นนี้ด้วยกัน
ฉู่หลันช้อนสายตาขึ้นมองฮูหยินของจวนอย่างไม่รีบร้อน แม้สีหน้าของนางจะยังคงฉายชัดถึงความขลาดกลัว ทว่าดวงตากลับใสกระจ่าง ไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยมใด ๆ แอบแฝง เผยให้เห็นถึงความจริงใจและความกตัญญูอย่างล้นเปี่ยม
“ฮูหยินอาจจะลืมไปแล้ว แต่สำหรับหลันเอ๋อร์ ข้าจำได้ไม่มีวันลืมเจ้าค่ะ” นางกล่าวพลางรินน้ำส่งให้
“ในอดีตตอนที่ท่านแม่ของข้าเสียชีวิตใหม่ ๆ ข้าที่เป็นเพียงบุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้งภายในจวนได้ถูกบ่าวรับใช้ลักพาตัวไปขายให้พวกค้ามนุษย์ แต่กลับเป็นฮูหยินที่เอ่ยปากส่งคนออกไปตามหาข้าทั่วเมืองหลวง จนสามารถช่วยเหลือข้าได้ทันการณ์ก่อนจะถูกขายต่อไปยังซ่องนางโลม และท่านยังเป็นคนพาข้ากลับมาเลี้ยงดูในจวนด้วยตนเองอีก แม้ท่านจะบอกว่าเป็นเพียงเศษเมตตาที่เหลือทิ้ง แต่นั่นคือสิ่งที่ทำให้ข้ามีชีวิตรอดมาได้จนถึงตอนนี้”
คำพูดของหญิงสาวทำให้หลิวอันเซียงถึงกับชะงักค้างไป ก่อนที่ภาพในอดีตที่นางเคยช่วยเหลือฉู่หลันเมื่อหลายปีก่อนจะผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
แท้จริงแล้ว เบื้องหลังความช่วยเหลือในครั้งนั้นเป็นเพราะนางไม่อยากให้คนภายนอกดูแคลนตนเอาได้ ว่านางที่เป็นฮูหยินจัดการเรื่องภายในบ้านได้ไม่ดีพอก็เท่านั้น
ทว่านางกลับไม่เคยรู้เลย ว่าเรื่องนี้เองจะกลายเป็นบุญคุณใหญ่สำหรับเด็กน้อยที่ถูกทอดทิ้งคนหนึ่งมาตลอดหลายปีเสียได้
ทั้ง ๆ ที่ภายหลังจากความช่วยเหลือในครั้งนั้น หลิวอันเซียงจะไม่เคยเหลียวแลฉู่หลันอีกเลยก็ตาม เพราะลึก ๆ ในใจของนางก็ไม่ได้รู้สึกชอบพอบุตรีอนุผู้นี้อยู่แล้วนั่นเอง จึงทำให้นางเลือกที่จะเมินเฉยต่อตัวตนอีกฝ่าย เพียงแค่รับรู้ไว้ว่ายังมีอีกหนึ่งชีวิตอาศัยอยู่ภายในจวนสกุลฉู่ที่นางต้องรับผิดชอบเท่านั้น
“ข้าเพียงอยากตอบแทนบุญคุณฮูหยินก็เท่านั้นเจ้าค่ะ ในยามที่ทุกคนหันหลังให้ท่าน หลันเอ๋อร์จะไม่มีวันทำเช่นนั้นเด็ดขาดเจ้าค่ะ”
สิ้นเสียงของฉู่หลัน หยาดน้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วของหลิวอันเซียงพลันไหลรินออกมาอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย นางมองเด็กสาวตรงหน้าด้วยความละอายใจและความรู้สึกผิดที่ท่วมท้นออกมา
ตลอดเวลาที่ผ่านมา นางกลับรังเกียจและตั้งแง่กับบุตรีอนุผู้นี้เพียงเพราะชาติกำเนิดของอีกฝ่าย อคติคิดไปว่าฉู่หลันคืออสรพิษเลี้ยงไม่เชื่องดั่งบุตรีอนุบ้านอื่น
ทว่าวันนี้กลับเป็นอสรพิษในสายตานางคนนี้เอง ที่เป็นเพียงคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาหานางไว้ในวันที่โลกทั้งใบพังทลาย
ฉู่หลันที่เห็นฮูหยินก้มหน้าร้องไห้อีกครั้ง นางก็ไม่รู้จะกล่าวปลอบอย่างไรดี เพราะเดิมทีนางเองก็ไม่ใช่คนพูดเก่งอะไรอยู่แล้ว ท้ายที่สุดนางจึงเลือกที่จะถอยกลับออกไปอย่างเงียบงัน เพื่อรอเวลากลับเข้ามาจัดเก็บถาดอาหารเหล่านี้ในภายหลังตามปกติ