มารดาผู้นี้ขอทวงคืน - บทที่ 14 ยอดรัก (2)
บทที่ 14 ยอดรัก (2)
ทางด้านหลิวอันเซียงที่กำลังนั่งเอนกายอย่างเกียจคร้านพลันชะงักมือที่กำลังจะหยิบถ้วยชา นางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายชัดถึงความแปลกใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความขบขันที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน
“จ้าวซูฉีอย่างนั้นหรือ?”
นางทวนชื่อนั้นแผ่วเบา มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ชวนให้คนมองรู้สึกหนาวสั่น
“ที่แท้สามีผู้แสนดีของข้ากับบุตรีอัครเสนาบดีผู้สูงศักดิ์ ก็ลักลอบเล่นชู้กันลับหลังข้ามานานถึงเพียงนี้เชียว และดูเหมือนคุณหนูจ้าวนางนั้นจะหลงเสน่ห์ฉู่จิ้งหยวนจนหน้ามืดตามัวเลยทีเดียว ถึงขั้นยอมควักเงินหมื่นตำลึงทองออกมาให้เขาง่าย ๆ โดยไม่ซักไซ้สักคำ”
หลิวอันเซียงแค่นยิ้มเย็นเยียบพลางปรายตามองหีบเงินที่วางตระหง่านอยู่กลางห้อง เงินหนึ่งหมื่นตำลึงนี้ สำหรับนางมันหาได้มีค่าอันใดไม่ แต่สำหรับความสัมพันธ์จอมปลอมของคนทั้งคู่ มันคือเหยื่อล่อชั้นดีที่จะลากพวกเขาทั้งสองลงสู่ขุมนรก
“เป็นเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน…”
หญิงสาวพึมพำกับตนเองเสียงเย็น นัยน์ตาหงส์ทอประกายแวววาวราวกับกำลังรอชมเรื่องน่าสนุกบางอย่างอยู่ก็ไม่ปาน ก่อนที่นางจะเหยียดยิ้มกว้างขึ้นอย่างมีเลศนัย พลางโบกมือกลางอากาศเป็นเชิงสั่งให้องครักษ์เงาลอบเร้นกลับไปในความมืด
นางอยากจะรู้นักว่า หากชายในดวงใจที่นจ้าวซูฉีเทิดทูนนักหนา กลายเป็นเพียงปลิงที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อและนำความอัปยศมาสู่สกุลจ้าวไม่เว้นวัน จ้าวซูฉีผู้นั้นยังจะตาบอดรักเขาต่อไปอยู่หรือไม่…
หลายวันต่อมา บรรยากาศภายในจวนสกุลฉู่กลับมาคึกคักจนผิดหูผิดตา ทว่าความครึกครื้นนั้นกลับกระจุกตัวอยู่ที่เรือนเหมยฮวาและลานพิธีส่วนกลาง โดยมีหลิวอันเซียงคอยสั่งการบ่าวไพร่ให้จัดเตรียมงานวันเกิดของฉู่หลันอย่างยิ่งใหญ่และประณีตที่สุด
ของตกแต่งล้ำค่าถูกซื้อใหม่เพื่อนำมาประดับประดาทั่วทั้งลานพิธีจำนวนมาก โคมไฟสีแดงมงคลนับร้อยถูกแขวนเรียงราย บ่าวไพร่เดินวุ่นกันถ้วนหน้าเพื่อจัดเตรียมงานเลี้ยงที่หรูหราที่สุดเท่าที่สกุลฉู่เคยจัดมา
ทว่าในขณะที่ฝั่งนี้กำลังครึกครื้นไปด้วยผู้คนนั้น ทางด้านเรือนกุ้ยฮวากลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง บรรยากาศทั่วทั้งเรือนดูเงียบเหงาและเย็นเยียบราวกับคนละโลก
ภายในห้องนอนด้านใน ฉู่ซือเยว่กำลังนั่งกำหมัดแน่นอยู่หน้าคันฉ่อง ใบหน้างามบิดเบี้ยวด้วยความริษยาที่สุมอยู่ในอก หลายวันมานี้ชีวิตของนางพลิกผันราวกับตกจากสวรรค์ลงสู่ขุมนรก ค่าใช้จ่ายส่วนตัวถูกตัดทอนจนเหลือน้อยนิด เบี้ยหวัดรายเดือนก็ถูกระงับ ทำให้นางต้องควักเงินเก็บส่วนตัวที่เหลือเพียงก้นถุงออกมาใช้จ่ายจนใกล้จะหมดสิ้น
“นังชั้นต่ำนั่น มันมีสิทธิ์อันใดถึงได้จัดงานใหญ่โตเพียงนี้กัน!” ฉู่ซือเยว่พึมพำเสียงลอดไรฟันอย่างเคียดแค้น
ยิ่งได้ยินข่าวคราวจากบ่าวไพร่เกี่ยวกับอาภรณ์ชุดใหม่และเครื่องประดับล้ำค่าที่ถูกสั่งทำเป็นพิเศษเพื่อฉู่หลันโดยเฉพาะ ฉู่ซือเยว่ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำเอาความริษยาในใจยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นกว่าเดิม
แม้ว่าฉู่ซือเยว่จะรับปากผู้เป็นพี่ชายอย่างฉู่หยางเอาไว้แล้วว่าจะไม่ก่อเรื่อง ทว่าไฟแค้นและความไม่ยินยอมในใจกลับทวีความรุนแรงจนเกินจะเยียวยา นางไม่อาจทนเห็นฉู่หลันเสวยสุขท่ามกลางเกียรติยศที่ควรจะเป็นของนางเพียงผู้เดียวได้อีกต่อไป
ฉู่ซือเยว่นั่งนิ่งอยู่นาน นัยน์ตาหงส์จ้องมองเงาตัวเองในคันฉ่องด้วยสายตาที่ดำมืดลงเรื่อย ๆ พร้อมกับใช้ความคิดอย่างหนักเพื่อหาทางทำลายอีกฝ่าย
เรื่องอันใดนางต้องยอมให้นังลูกอนุน่าชังนั่นขึ้นมาเหยียบหัวนางด้วยกัน?
ลูกอนุ อย่างไรก็ยังเป็นลูกอนุอยู่วันยังค่ำ ต่อให้วันหน้าท่านแม่จะยกฉู่หลันขึ้นเป็นบุตรในนาม แต่สายเลือดชั้นต่ำที่ไหลเวียนอยู่ในกายย่อมไม่มีวันเปลี่ยนแปลง และนางจะสั่งสอนให้อีกฝ่ายได้รู้สำนึกไปจนวันตาย!
ทันใดนั้นเอง ดวงหน้างดงามพลันฉายแววเหี้ยมเกรียมออกมาทันที พร้อมกับรอยยิ้มมาดร้ายอันน่าสยดสยอง ดวงตาคู่นั้นทอประกายอำมหิตอย่างน่าหวาดหวั่น
นางจะทำให้วันเกิดปีนี้ของฉู่หลัน กลายเป็นวันที่อีกฝ่ายไม่อาจลืมไปได้ชั่วชีวิตให้ดู!
วันเวลาหมุนผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับชั่วพริบตา เพียงไม่นานก็มาถึงวันที่ทุกคนต่างเฝ้ารอคอยในที่สุด บรรยากาศภายในจวนสกุลฉู่วันนี้ได้กลายเป็นภาพที่งดงามราวกับความฝัน โคมไฟสีแดงมงคลนับร้อยดวงถูกแขวนเรียงรายส่องแสงนวลตา ตัดกับสีทองของผ้าแพรพรรณที่ใช้ประดับตกแต่งตามซุ้มประตู
กลิ่นหอมของอาหารเลิศรสและเสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมดังแว่วไปถึงหน้าจวน แขกเหรื่อผู้มีชื่อเสียงและขุนนางน้อยใหญ่ต่างทยอยเดินทางมาร่วมงานกันอย่างไม่ขาดสาย
แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวลือเสียหายหนาหูเพียงใด ทว่าเมื่อเห็นความยิ่งใหญ่อลังการของงานและใบหน้าที่ประดับด้วยรอยยิ้มอย่างภาคภูมิใจของใต้เท้าฉู่จิ้งหยวน หลายคนก็จำต้องเก็บความแคลงใจไว้และแสดงความยินดีตามมารยาท เพื่อรักษาหน้าตาทางสังคมของตนและฝ่ายเจ้าภาพ
ขณะเดียวกัน ภายในห้องส่วนตัวข้างเรือนเหมยฮวา ปรากฏเงาร่างของฉู่หลันกำลังยืนนิ่งงันอยู่หน้าคันฉ่องทองเหลืองบานใหญ่ นางจ้องมองภาพสะท้อนเบื้องหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงอยู่นาน
สตรีในคันฉ่องผู้นี้ คือนางจริง ๆ หรือ…
เด็กสาวพึมพำกับตนเองในใจอย่างไม่เชื่อสายตา เนื่องจากตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมาภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของหลิวอันเซียง นางได้รับทั้งอาหารรสเลิศและโอสถบำรุงชั้นดีไม่เคยขาด ร่างกายที่เคยผอมซูบจนเห็นกระดูกพลันกลับมีน้ำมีนวลขึ้นมา ใบหน้าที่เคยซูบตอบบัดนี้อวบอิ่มนวลเนียน ผิวพรรณผุดผ่องเรียบเนียนดั่งหยก ฉายแววความงามของเด็กสาวแรกแย้มอย่างชัดเจน
ฉู่หลันในเวลานี้ได้สวมใส่อาภรณ์ไหมเมฆาที่สั่งตัดเป็นพิเศษ ปักลวดลายบุปผาแย้มกลีบด้วยดิ้นเงินและไข่มุกเม็ดเล็ก ทุกย่างก้าวที่ขยับกายส่งผลให้ชายกระโปรงพลิ้วไหวราวกับเกลียวคลื่น ประดับด้วยปิ่นระย้าหยกขาวบนมวยผมที่ขับเน้นให้ดวงหน้างามดูสูงศักดิ์จนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้
“หลันเอ๋อร์…”
เสียงหวานไพเราะที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นพลันดังขึ้นจากหน้าประตู พร้อมกับหลิวอันเซียงที่ก้าวเข้ามาในห้อง
ทันทีที่นางได้เห็นเด็กสาวในสภาพนี้ รอยยิ้มกว้างที่ออกมาจากใจจริงก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่อาจห้ามได้ นางเดินเข้าไปใกล้พลางทอดมองบุตรสาวในนามด้วยแววตาแห่งความภาคภูมิใจและชื่นชม
“งดงามมาก…หลันเอ๋อร์ของแม่ช่างงดงามจนแม่แทบจำไม่ได้เสียแล้ว” หลิวอันเซียงเอ่ยพลางยื่นมือไปลูบแก้มนวลของเด็กสาวอย่างเบามือ
“วันนี้เจ้าคือคนสำคัญของงาน อย่าได้ประหม่าไปเลย จงยืนหยัดอย่างสง่างาม ให้ทุกคนได้เห็นว่าไม่มีใครสามารถกดขี่เจ้าได้อีกต่อไป”
ฉู่หลันน้ำตาคลอเบ้าด้วยความซาบซึ้ง นางทรุดกายลงคุกเข่าแล้วกุมมือของหลิวอันเซียงไว้แน่น
“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ หลันเอ๋อร์มีวันนี้ได้ก็เพราะท่านแม่เมตตาทั้งนั้น บุญคุณนี้…หลันเอ๋อร์จะไม่มีวันลืมเลยชั่วชีวิตเจ้าค่ะ”
หลิวอันเซียงประคองเด็กสาวให้ลุกขึ้นพลางเช็ดน้ำตาที่คลออยู่ออกให้อย่างเบามือ นัยน์ตาหงส์ทอประกายอบอุ่นอ่อนโยนเปี่ยมไปด้วยความเมตตา
“ไปเถิด ไปแสดงให้พวกเขาเห็นว่าบุตรีของข้าผู้นี้งดงามเพียงใด…”