มารดาผู้นี้ขอทวงคืน - บทที่ 16 บทเรียนราคาแพง (2)
บทที่ 16 บทเรียนราคาแพง (2)
“ท่านพ่อเจ้าคะ พอเถิดเจ้าค่ะ”
ฉู่ซือเยว่รีบเอื้อมมือไปดึงชายแขนเสื้อของฉู่จิ้งหยวน พลางเอ่ยเสียงสั่นด้วยความกระวนกระวาย
“ลูกไม่อยากเอาความแล้ว ลูกไม่เป็นอะไรจริง ๆ ให้เรื่องจบลงเพียงเท่านี้เถิดนะเจ้าคะ”
ทว่าฉู่จิ้งหยวนกลับเข้าใจไปว่าบุตรสาวคนเก่งกำลังหวาดกลัวจนไม่กล้าสู้คน เขาจึงตบหลังมือนางเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบโยน “ไม่ต้องกังวลไปเยว่เอ๋อร์ พ่ออยู่นี่ทั้งคน ใครก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้ พ่อจะทวงความยุติธรรมให้เจ้าเอง ใครผิดใครถูกวันนี้ต้องเห็นกันให้ชัดเจน!”
ฉู่ซือเยว่แทบจะลมจับอยู่ตรงนั้น ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกังวลที่ควบคุมไม่ได้ ทว่าบิดาอย่างฉู่จิ้งหยวนกลับไม่สังเกตเห็นแม้แต่น้อย
ขณะเดียวกัน หลิวอันเซียงที่ยืนโอบฉู่หลันอยู่กลับทอดมองท่าทีเหล่านั้นด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความพึงพอใจ มุมปากยกโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันเพียงชั่วครู่ก่อนจะเลือนหายไป
ความจริงแล้ว หลิวอันเซียงนั้นล่วงรู้ทุกอย่างมาตั้งแต่ต้น โดยเมื่อสองวันก่อน องครักษ์เงาที่คอยจับตามองความเคลื่อนไหวของฉู่ซือเยว่ได้มารายงานแผนการของฉู่ซือเยว่ให้นางได้ทราบทันท่วงที นางจึงเลือกที่จะซ้อนแผนตลบหลัง เพื่อสั่งสอนบุตรสาวจอมโอหังให้หลาบจำ และใช้โอกาสนี้เป็นบทเรียนสำคัญในการฝึกให้ฉู่หลันรู้จักยืนหยัดสู้เพื่อความถูกต้อง
นับว่างิ้วฉากใหญ่นี้ นางตั้งใจเตรียมไว้ให้บุตรสาวคนดีของนางโดยเฉพาะก็ว่าได้…
ทางด้านฉู่จิ้งหยวนเองก็ไม่รอช้า เขาหันไปเผชิญหน้ากับเหล่าสาวใช้กลุ่มนั้นพลางเค้นถามด้วยน้ำเสียงดุดัน
“พวกเจ้าทุกคนจงบอกความจริงมาเดี๋ยวนี้! เรื่องเป็นมาอย่างไรกันแน่!”
สาวใช้คนแรกก้าวออกมาข้างหน้าด้วยท่าทางหวาดหวั่น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ระ…เรียนนายท่าน พวกบ่าวทั้งสามคนได้รับคำสั่งจากห้องครัวให้ไปรับวัตถุดิบทำอาหารเพิ่ม จึงจำเป็นต้องใช้เส้นทางลัดผ่านสวนหลังสระน้ำแห่งนี้เจ้าค่ะ”
“ใช่เจ้าค่ะ” สาวใช้คนที่สองเอ่ยสมทบทันที
“พวกบ่าวเดินมาถึงพุ่มไม้ใหญ่หลังสระ ก็บังเอิญเห็นคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองกำลังยืนโต้เถียงกันอยู่ ทว่าในจังหวะที่คุณหนูใหญ่กำลังหันหลังให้เพื่อเตรียมจะเดินจากไป มู่เถาที่ยืนอยู่ข้างกายกลับฉวยโอกาสนั้นยื่นมือออกไปผลักคุณหนูใหญ่จนเสียหลักตกสระน้ำไปต่อหน้าต่อตาพวกบ่าวเลยเจ้าค่ะ!”
สาวใช้คนที่สามรีบเอ่ยสมทบปิดท้ายด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก “หลังจากที่คุณหนูใหญ่ตกลงไปแล้ว มู่เถาก็เริ่มกรีดร้องเสียงดังทันที แล้วป้ายความผิดว่าคุณหนูรองเป็นคนทำเจ้าค่ะ ทั้งที่ตอนนั้นคุณหนูรองยังยืนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูกอยู่เลยเจ้าค่ะ นายท่านได้โปรดให้ความเป็นธรรมด้วย พวกบ่าวเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบจริง ๆ เจ้าค่ะ!”
สิ้นคำบอกเล่าของสาวใช้ทั้งสามคน บรรยากาศรอบสระน้ำพลันเงียบกริบทันที ก่อนจะตามมาด้วยเสียงสูดลมหายใจด้วยความตกตะลึงของเหล่าแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน ทุกคนต่างหันไปมองหน้ากันด้วยความคาดไม่ถึง สีหน้าที่เคยตำหนิติเตียนฉู่หลันเปลี่ยนเป็นความว่างเปล่าและสับสนทันที
เหตุใดเรื่องราวจึงกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้กัน!
ที่แท้โศกนาฏกรรมครั้งนี้ กลับกลายเป็นฝีมือของสาวใช้คนสนิทของคุณหนูใหญ่ที่จัดฉากสร้างเรื่องใส่ร้ายป้ายสีคุณหนูรองอย่างเลือดเย็น!
บรรดาแขกเหรื่อเริ่มเปลี่ยนทิศทางความคิดไปในชั่วพริบตา บ้างก็ตราหน้ามู่เถาว่าเป็นพวกเลี้ยงเสียข้าวสุก เป็นบ่าวชั่วช้าที่ทรยศหักหลังผู้เป็นนาย เพื่อสร้างความดีความชอบให้ตนเอง หรือไม่ก็เป็นบ่าวใจทรามที่จงใจทำลายชื่อเสียงของคุณหนูรอง
“ไม่จริง! พวกนางโกหก!”
มู่เถาที่ได้ยินเช่นนั้นก็หน้าถอดสีทันที ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด นางรีบก้มลงโขกศีรษะกับพื้นจนเสียงดังต่อเนื่อง
“นายท่านเจ้าคะ บ่าวไม่ได้ผลักจริง ๆ นะเจ้าคะ พวกนางใส่ร้ายบ่าว บ่าวจะกล้าทำร้ายคุณหนูใหญ่ได้อย่างไรกัน!”
“เจ้ายังจะกล้าปฏิเสธอีกหรือ!” สาวใช้กลุ่มนั้นหันไปยืนยันเสียงแข็ง
“พวกข้าทั้งสามคนเห็นกับตาพร้อมกัน จะมองผิดได้อย่างไร หากเจ้าไม่ทำ แล้วพวกข้าจะปรักปรำเจ้าไปเพื่ออะไรกัน!”
ฉู่จิ้งหยวนจ้องมองมู่เถาด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ความมั่นใจที่เคยมีมลายหายไปหมดสิ้น ในขณะที่ฉู่ซือเยว่ซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ ถึงกับเย็นวาบไปทั้งตัว แผนการของนางถูกบิดเบือนไปในทางที่คาดไม่ถึง อีกทั้งยังกลับกลายเป็นการโยนความผิดทั้งหมดไปที่สาวใช้คนสนิทของนางแทนอีกต่างหาก
“ไม่จริง! นายท่าน พวกนางรวมหัวกันโกหก บ่าวไม่ได้ทำนะเจ้าคะ บ่าวไม่กล้าลงมือกับคุณหนูใหญ่จริง ๆ เจ้าค่ะ ให้ตายบ่าวก็ไม่กล้า!”
มู่เถาพร่ำเอ่ยปฏิเสธซ้ำ ๆ ไม่หยุด เสียงของนางสั่นเครือด้วยความหวาดกลัว ในขณะที่โขกศีรษะลงกับพื้นดินอย่างแรงไปด้วยไม่หยุด จนหน้าผากเริ่มปรากฏเลือดไหลซึมออกมา
ฉู่จิ้งหยวนยืนอึ้งงันอยู่นาน ความสับสนฉายชัดในแววตา ลำคอหนาขยับขึ้นลงอย่างยากลำบาก เขาไม่คาดคิดว่าผลการตรวจสอบจะออกมาเช่นนี้ ทว่าท่ามกลางสายตาของเหล่าแขกเหรื่อผู้ทรงเกียรติที่จ้องมองมาอย่างอยากรู้อยากเห็น บ้างก็ลอบยิ้มสะใจในความวุ่นวาย ทำให้เขาไม่อาจเพิกเฉยต่อพยานตรงหน้าได้
หากเขาไม่จัดการให้ยุติธรรมในยามนี้ ชื่อเสียงขุนนางตงฉินของเขาคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
ฉู่จิ้งหยวนที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ท้ายที่สุดจึงหันไปหาที่พึ่งสุดท้ายอย่างบุตรสาวคนโปรด
“เยว่เอ๋อร์ เจ้าลองนึกดูให้ดีอีกครั้งเถิด ในตอนที่เจ้าตกลงไปในสระ ใครเป็นคนผลักเจ้ากันแน่ หรือว่าจะเป็น…มู่เถา?”
ฉู่ซือเยว่เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง สมองของนางหมุนวนอย่างหนักจนแทบจะระเบิด นางรู้ดีว่ายามนี้ไม่อาจป้ายความผิดให้ฉู่หลันได้อีกแล้ว เพราะพยานสามคนนั้นยืนยันหนักแน่นเกินไป ทว่าหากนางโต้แย้งเพื่อช่วยมู่เถาว่าสาวใช้ทั้งสามคนโกหก ก็คงยากที่จะกลับดำเป็นขาวได้
และหากจะให้นางยอมรับว่าตนกระโดดลงไปเองนั้น นั่นยิ่งเป็นไปไม่ได้!
เพราะเท่ากับนางกำลังประจานความต่ำช้าของตนเองต่อหน้าแขกทั้งเมืองหลวงนั่นเอง
ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ผลลัพธ์ก็ล้วนแต่ย่อยยับ!
หลังจากนิ่งเงียบไปนานจนบรรยากาศอึดอัดถึงขั้นสุด ฉู่ซือเยว่ก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาราวกับเสียงยุง
“ลูก…ลูกเองก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ ตอนนั้นเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก ลูกรู้สึกเพียงแค่แรงกระแทกจากเบื้องหลังเท่านั้น…”
สิ้นเสียงของนาง ร่างของมู่เถาที่หมอบอยู่กับพื้นพลันแข็งทื่อทันที นางรู้ได้ทันทีว่าอนาคตของตนเองจบสิ้นลงแล้ว เจ้านายที่นางยอมถวายหัวรับใช้กลับเลือกที่จะลอยตัวเหนือปัญหาและปล่อยให้นางรับกรรมเพียงลำพัง
ขณะเดียวกัน เหล่าแขกสตรีสูงศักดิ์ต่างลอบสบสายตากันอย่างมีเลศนัย อุบายตื้นเขินในเรือนหลังเช่นนี้มีหรือที่คนอย่างพวกนางจะมองไม่ออก พวกนางล้วนผ่านสมรภูมิหลังบ้านมานับไม่ถ้วน เพียงแค่เห็นท่าทีอึกอักและความผิดปกติของฉู่ซือเยว่ ก็พอจะคาดเดาได้ทันทีว่าแท้จริงแล้วคงเป็นแผนการใส่ร้ายที่ล้มเหลวและถูกตลบหลังอย่างเจ็บแสบ
ฉับพลันนั้น สายตาที่เคยเวทนาฉู่ซือเยว่ก็เปลี่ยนเป็นความเคลือบแคลงและเย้ยหยัน บางคนลอบยกพัดขึ้นปิดบังรอยยิ้มหยันที่มุมปาก ทำให้ฉู่ซือเยว่อับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี นางได้แต่ก้มหน้าหลบสายตา ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความอัปยศที่มากกว่าน้ำเย็นในสระเสียอีก