มารดาผู้นี้ขอทวงคืน - บทที่ 17 ตัดแขนขา (1)
บทที่ 17 ตัดแขนขา (1)
ฉู่จิ้งหยวนที่เห็นว่าเรื่องราวมีแต่จะแย่ลงมากกว่าเดิม เขาจึงรีบจบเรื่องนี้ลงทันที
“มู่เถา! นังบ่าวทรยศ! เลี้ยงเสียข้าวสุกแท้ ๆ เจ้ากล้าทำร้ายเจ้านายแล้วโยนความผิดให้ผู้อื่นอีก ใครก็ได้ลากตัวนางไปโบยสามสิบไม้ แล้วขับไล่ออกจากจวนสกุลฉู่เดี๋ยวนี้!”
“นายท่าน! ไม่นะเจ้าคะ! คุณหนูใหญ่…ช่วยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ!”
มู่เถาเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกระคนหวาดกลัวจับใจ นางรีบเอ่ยร้องขอความช่วยเหลือจากผู้เป็นนายทันที ทว่าฉู่ซือเยว่กลับไม่แม้แต่จะเหลือบตามองนางแม้แต่น้อย ก่อนที่เสียงกรีดร้องของมู่เถาจะค่อย ๆ ห่างออกไปพร้อมกับร่างที่ถูกลากตัวออกไปอย่างไม่ไยดี
เมื่อเห็นว่าจัดการเรื่องทุกอย่างได้เรียบร้อยแล้ว ฉู่จิ้งหยวนจึงถอนหายใจออกมายาวเหยียด ก่อนจะหันมาประสานมือกล่าวขอโทษเหล่าแขกด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน
“ข้าต้องขออภัยทุกท่านด้วยจริง ๆ ที่ต้องให้มาเห็นเรื่องขบขันและวุ่นวายเช่นนี้ บ่าวในจวนไร้อบรมทำให้ทุกท่านต้องเสียขวัญ เชิญทุกท่านกลับเข้าสู่งานเลี้ยงเถิด ข้าจะจัดเตรียมสุราชั้นเลิศเป็นการไถ่โทษ”
จากนั้นฉู่จิ้งหยวนจึงสั่งการให้สาวใช้กลุ่มหนึ่งเข้ามาประคองฉู่ซือเยว่กลับไปยังเรือนกุ้ยฮวาทันที ท่าทางของเขาแม้จะดูห่วงใยบุตรสาวคนโต ทว่าแววตากลับฉายชัดถึงความอับอายต่อสายตาแขกเหรื่อ ก่อนที่เขาจะพาเหล่าแขกกลับเข้าสู่สถานที่จัดงานเลี้ยงในอย่างรวดเร็ว เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากเรื่องอื้อฉาวเมื่อครู่
เมื่อกลุ่มคนเริ่มทยอยจากไปจนเหลือเพียงความเงียบสงัดริมสระน้ำ หลิวอันเซียงที่ยืนรั้งท้ายกลุ่มก็ก้มลงมองเด็กสาวที่ยังคงสะอื้นไห้ในอ้อมกอดด้วยความสงสาร พลางใช้ปลายนิ้วเช็ดหยาดน้ำตาบนดวงหน้าจิ้มลิ้มอย่างเบามือ
“ไม่ต้องกลัวไปหลันเอ๋อร์ มีแม่อยู่ตรงนี้ ใครก็ทำอะไรเจ้าไม่ได้ทั้งนั้น”
น้ำเสียงที่ราบเรียบทว่าแฝงด้วยความมั่นคงนั้น ทำให้ฉู่หลันที่กำลังสับสนเริ่มประมวลผลเหตุการณ์ทั้งหมด นางเงยหน้าขึ้นมองสบกับสายตาที่นิ่งลึกของหลิวอันเซียง ฉับพลันนั้นความเข้าใจบางอย่างก็วาบขึ้นในใจ
ตั้งแต่สาวใช้ที่มาปรากฏตัวเป็นพยานปากสำคัญได้ถูกที่ถูกเวลา ไปจนถึงการให้ความเท็จจนมู่เถากลายเป็นคนผิดแทนนาง ทั้งหมดนี้หาใช่เรื่องบังเอิญไม่ แต่เป็นฝีมือของหลิวอันเซียงทั้งสิ้น!
ฉู่หลันที่ตระหนักได้ถึงความจริงเรื่องนี้ก็พลันซาบซึ้งจนน้ำตาคลอเบ้าอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยความในใจออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ ข้าต้องขออภัยด้วยนะเจ้าคะ…ขออภัยที่ข้าขลาดเขลาและอ่อนแอถึงเพียงนี้”
หลิวอันเซียงทอดมองเด็กสาวด้วยสายตาที่อ่อนลง นางลูบศีรษะฉู่หลันอย่างอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยสอนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ไม่เป็นไร การสลัดความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกมาทั้งชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เจ้าต้องจำไว้ให้ขึ้นใจหลันเอ๋อร์ ยามนี้เจ้าไม่ใช่คนเดิมที่ใครจะมารังแกได้ตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว หากวันหน้าเจอเรื่องเช่นนี้อีก อย่าได้นิ่งเงียบและยอมรับชะตากรรมที่คนอื่นยัดเยียดให้ เจ้าต้องเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นสู้และตอบโต้กลับอย่างมีสติ”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อยพลางเชยคางเด็กสาวขึ้นให้สบตากัน
“จำไว้นะ หากแม้แต่ตัวเจ้าเองยังไม่กล้าพอที่จะปกป้องตนเอง แล้วใครหน้าไหนจะมาปกป้องเจ้าได้ตลอดไป? แม่อาจจะปกป้องเจ้าได้ในวันนี้ แต่ใช่ว่าจะปกป้องเจ้าได้ตลอดไป มีเพียงตัวเจ้าเองต่างหากที่จะปกป้องเจ้าไปได้ชั่วชีวิต”
ฉู่หลันพยักหน้ารับคำสอนนั้นอย่างหนักแน่น นางจดจำทุกถ้อยคำของหลิวอันเซียงไว้ในส่วนลึกของหัวใจ ราวกับเมล็ดพันธุ์แห่งความกล้าที่ถูกรดน้ำจนเริ่มแตกใบอ่อนในจิตใจที่เคยแห้งแล้ง
“ข้าจะจำไว้เจ้าค่ะ ข้าจะไม่ทำให้ท่านแม่ต้องผิดหวังอีก…”
“ดีมาก เช่นนั้นก็หยุดร้องไห้เสียเถิด” หลิวอันเซียงคลี่ยิ้มบางพลางจัดแจงทรงผมและเสื้อผ้าให้อีกฝ่าย
“กลับเข้าไปข้างในกันได้แล้ว วันนี้เป็นวันของเจ้า เจ้าต้องเข้าไปรับของขวัญและคำอวยพรเหล่านั้นอย่างสง่างามที่สุด ให้สมกับที่เป็นบุตรีของข้า”
หลิวอันเซียงจูงมือฉู่หลันเดินกลับเข้าสู่งานเลี้ยงด้วยท่วงท่าที่สง่างามผ่าเผย โดยมีแสงแดดจ้าส่องนำทาง ราวกับจะบอกว่าชีวิตใหม่ของเด็กสาวคนนี้ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงแล้ว ภายใต้การนำทางของผู้เป็นมารดา
ตกเย็นของวันเดียวกัน หลังจากที่งานเลี้ยงอันวุ่นวายสิ้นสุดลงและแขกเหรื่อกลุ่มสุดท้ายแยกย้ายกันกลับจวน ฉู่หยางที่เพิ่งเสร็จสิ้นจากการส่งแขกและได้ยินข่าวคราวความวุ่นวายริมสระน้ำจากบ่าวรับใช้ เขาก็รีบมุ่งหน้าไปยังเรือนกุ้ยฮวาด้วยความเป็นห่วงน้องสาวทันที
ทว่าเพียงแค่ก้าวพ้นประตูห้องนอนของฉู่ซือเยว่ เขาก็มองเห็นแจกันหยกขาวราคาแพงแหลกเป็นเสี่ยง ๆ เกลื่อนพื้นห้อง ม่านผ้าไหมถูกฉีกขาดกระชากลงมากองแทบเท้า และที่น่าเวทนายิ่งกว่าคือร่างของสาวใช้นับสิบคนที่นั่งคุกเข่าเรียงแถวชิดผนังห้อง
ใบหน้าแต่ละคนบอบช้ำจากการถูกตบตีเพื่อระบายอารมณ์ บางคนถึงกับนั่งสั่นสะท้านไม่กล้าแม้แต่จะสะอื้นเสียงดัง
ฉู่หยางทำเป็นมองไม่เห็นหยาดน้ำตาและร่องรอยบาดแผลของสาวใช้เหล่านั้น ก่อนจะเดินข้ามเศษกระเบื้องตรงเข้าไปหาฉู่ซือเยว่ที่นั่งอยู่บนเตียงในชุดใหม่ที่ผลัดเปลี่ยนเรียบร้อยแล้ว ใบหน้าของนางมืดครึ้มแลดูน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างยิ่ง
“เยว่เอ๋อร์เป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?” เขาถามเสียงนุ่มพลางสำรวจร่างกายของน้องสาว
ทันทีที่เห็นหน้าพี่ชาย ฉู่ซือเยว่ก็โผเข้ากอดฉู่หยางทันทีพร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น
“พี่ใหญ่ ฮึก ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แต่มู่เถา…มู่เถาถูกท่านพ่อสั่งโบยแล้วไล่ออกจากจวนไปแล้ว ฮึก นางเป็นคนสนิทของข้าที่รู้ใจที่สุด แล้วข้าจะทำอย่างไรดี ฮึก พี่ใหญ่ช่วยมู่เถาด้วยนะเจ้าคะ….”
ฉู่หยางถอนหายใจยาวพลางลูบหลังปลอบโยนน้องสาวให้ใจเย็นลง จากนั้นเขาจึงตวัดสายตาคมปลาบไปยังกลุ่มสาวใช้ที่หมอบอยู่เบื้องล่าง
“พวกเจ้าออกไปให้หมด หากข้าได้ยินใครเอาไปพูดข้างนอกแม้แต่ครึ่งคำ ข้าจะรับรองว่าพวกเจ้าจะไม่มีโอกาสได้เห็นแสงตะวันอีกต่อไป!”
คำขู่กรรโชกนั้นทำเอาสาวใช้นับสิบรีบลนลานพยุงกายที่บอบช้ำออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ราวกับหนีตายก็ไม่ปาน เมื่อประตูห้องปิดสนิทเหลือเพียงสองพี่น้อง ฉู่หยางจึงคลายอ้อมกอดแล้วมองหน้าน้องสาวด้วยสายตาเคร่งเครียด
“เอาละ บอกพี่มาตามตรง แท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่? พี่เตือนเจ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าช่วงนี้ให้เก็บตัวเงียบ ๆ อย่าได้ก่อเรื่องอันใดขึ้นมาอีก”
ฉู่ซือเยว่ก้มหน้าหงอยลงเล็กน้อย พลางเม้มริมฝีปากแน่น “ข้า…ข้าก็ไม่คิดว่าเรื่องราวมันจะเป็นเช่นนี้เหมือนกันเจ้าค่ะ ข้าเพียงแค่อยากสั่งสอนนังคนชั้นต่ำนั่นก็เท่านั้น ตั้งใจจะป้ายความผิดให้มันต้องอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อจนไม่มีที่ยืน แต่ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าสาวใช้พยานกลุ่มนั้นโผล่มาจากที่ใด แล้วพวกนางยังกล้าพูดปดมดเท็จใส่ร้ายมู่เถาต่อหน้าท่านพ่ออีก!”
ยิ่งพูด ฉู่ซือเยว่ก็ยิ่งเจ็บใจจนตัวสั่น มือบางทุบลงบนฟูกนอนด้วยความคับแค้นใจ
“เรื่องนี้นอกจากข้าจะจัดการนังนั่นไม่สำเร็จแล้ว ยังต้องเสียข้ารับใช้มือขวาไปอีกคนอีก! มู่เถาซื่อสัตย์ต่อข้าถึงเพียงนั้น แต่กลับต้องมารับเคราะห์แทนข้าเช่นนี้ เจ็บใจนัก! ข้าเจ็บใจจนแทบจะกระอักเลือดอยู่แล้วเจ้าค่ะพี่ใหญ่!”
ฉู่หยางนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาคมเข้มฉายแววครุ่นคิดอย่างหนัก พลางทอดมองความวุ่นวายภายในห้องที่เกิดจากโทสะของน้องสาว ในหัวของเขาเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวทีละน้อย
เหตุใดเขาจึงรู้สึกเหมือนกับว่าทุกอย่างมันดูประจวบเหมาะเกินไปกัน?
ราวกับว่ามีมือปริศนาที่มองไม่เห็นกำลังจัดวางหมากทุกตัวไว้ล่วงหน้า เพื่อรอเวลาตลบหลังฉู่ซือเยว่โดยเฉพาะ