มารดาผู้นี้ขอทวงคืน - บทที่ 24 ขุนนางต้องโทษ (2)
บทที่ 24 ขุนนางต้องโทษ (2)
ฉู่จิ้งหยวนถึงกับชะงักงัน คำพูดที่เตรียมจะโต้แย้งติดอยู่ที่ลำคอ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตระหนกขีดสุด เขาคิดไม่ถึงว่าไป๋จิงหงจะสืบสาวราวเรื่องจนล่วงรู้เรื่องการยักยอกงบประมาณบางส่วน ซึ่งเขาได้ลอบกระทำไปก่อนหน้านี้
“ข้า… ข้า…”
เมื่อเห็นฉู่จิ้งหยวนจนมุมด้วยหลักฐานที่แน่นหนา ฮ่องเต้ที่ประทับอยู่บนบัลลังก์ก็ทรงพระสรวลออกมาด้วยความพิโรธจัด ทรงเขวี้ยงีกาฉบับใส่ฉู่จิ้งหยวนเต็มแรง
ตุบ!
“ฉู่จิ้งหยวน! หลักฐานมัดตัวแน่นหนาเช่นนี้ เจ้ายังมีหน้ามาโกหกเจิ้นอีกหรือ!”
ฉู่จิ้งหยวนรีบหมอบราบไปกับพื้นเย็นเฉียบ หัวใจหล่นวูบลงสู่ก้นบึ้งของความสิ้นหวัง ยามนี้ต่อให้นางเซียนลงมาโปรดก็ไม่อาจช่วยเขาให้พ้นจากอาญาแผ่นดินที่เขาก่อขึ้นเองได้อีกต่อไป
“ฝ่าบาทโปรดเมตตาด้วย! กระหม่อม…กระหม่อมถูกกลั่นแกล้ง!” ฉู่จิ้งหยวนยังคงไม่ยอมรับความผิด เขาหมอบกราบจนหน้าผากแนบพื้นเย็นเยียบ เหงื่อกาฬไหลซึมจนชุ่มแผ่นหลังที่สั่นเทา
“ไป๋จิงหง! เจ้าจงร่วมมือกับกรมอาญา ตรวจสอบหลักฐานทุกชิ้นอย่างละเอียด ห้ามให้ตกหล่นแม้แต่เรื่องเดียว หากพบว่ามีความผิดจริง ข้าจะลงทัณฑ์ไม่ละเว้น!”
ฮ่องเต้ทรงชี้พระหัตถ์ไปยังไป๋จิงหง จากนั้นจึงทรงหันไปสั่งการทหารด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ทหาร! นำตัวฉู่จิ้งหยวนไปขังคุกหลวงไว้ก่อน ห้ามใครเข้าเยี่ยมจนกว่าการสืบสวนจะเสร็จสิ้น!”
“ไม่! ฝ่าบาท! ได้โปรดฟังกระหม่อมก่อน!”
ฉู่จิ้งหยวนแผดร้องเสียงหลงเมื่อทหารองครักษ์สองนายก้าวเข้ามาประคองแขนเขาไว้แน่น แรงบีบที่ต้นแขนทำให้เขาไม่อาจต่อต้านได้ หมวกขุนนางถูกถอดออกอย่างไม่ไยดี ร่างของขุนนางใหญ่ที่เคยสง่างามถูกลากตัวผ่านหน้าขุนนางนับร้อยที่ยืนมองด้วยสายตาเวทนาและดูแคลน
ฉู่จิ้งหยวนพยายามดิ้นรนทว่าเรี่ยวแรงกลับหดหายประหนึ่งคนตายไปแล้วครึ่งตัว เขามองเห็นสายตาเย็นชาของไป๋จิงหงที่ยืนมองส่งเขาด้วยความสมเพช และในวินาทีที่เขากำลังจะพ้นประตูท้องพระโรงไปสู่คุกมืด ความเงียบสงัดและความสิ้นหวังก็จู่โจมหัวใจของเขาอย่างรุนแรง
เพียงไม่นาน ข่าวการถูกคุมขังของฉู่จิ้งหยวนก็ถูกส่งมาถึงจวนสกุลฉู่อย่างรวดเร็ว หลี่ชิงเฟิงที่รู้ข่าวถึงกับหน้าถอดสีทันที ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะวิ่งหน้าตั้งมุ่งตรงไปยังเรือนเหมยฮวาเพื่อแจ้งข่าวร้ายกับนายหญิงของจวน
“ฮูหยิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ ฮูหยิน!” เสียงของหลี่ชิงเฟิงดังมาก่อนตัว เขาถลาเข้าไปในโถงเรือนท่าทางลนลาน
“นายท่าน…นายท่านถูกทหารคุมตัวไปขังที่คุกหลวงแล้วขอรับ! ฝ่าบาททรงกริ้วมากที่มีคนทูลรายงานความผิดของนายท่าน ยามนี้ถูกสั่งสืบสวนอย่างหนักขอรับ!”
หลิวอันเซียงที่กำลังนั่งเดินหมากอยู่เพียงลำพังพลันนิ่งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น แววตาของนางเบิกกว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ มือเรียวพลันสั่นเทาจนหมากในมือร่วงหล่นลงบนพื้น
“จะ…เจ้าว่าอย่างไรนะ? นายท่านถูกจับหรือ?” นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดลงฉับพลัน
“ไม่จริง! เป็นไปไม่ได้ ท่านพี่เป็นขุนนางซื่อสัตย์มาตลอด เหตุใด…”
หลิวอันเซียงทำท่าจะพยุงกายลุกขึ้น แต่แล้วร่างทั้งร่างก็โอนเอนราวกับไร้เรี่ยวแรง นางจึงรีบยกมือขึ้นกุมขมับพลางหลับตาลงแน่น
“โอ๊ย…ข้า…ข้าหายใจไม่ออก…”
“ฮูหยิน! ฮูหยินเจ้าคะ!”
เถียนจื่อรีบถลาเข้าไปประคองร่างของผู้เป็นนายที่ค่อย ๆ ทรุดลงและหมดสติไปในอ้อมแขนได้ทันเวลา ทำให้ร่างของอีกฝ่ายไปล้มไปกระแทกกับพื้น ก่อนที่นางจะหันไปตวาดใส่พ่อบ้านที่ยืนเซ่ออยู่ด้วยสีหน้าดุดัน
“เห็นหรือไม่ว่าฮูหยินรับไม่ไหวแล้ว! เจ้ายังจะมายืนบื้ออยู่อีก ออกไปให้พ้น! ไปจัดการเรื่องบ่าวไพร่อย่าให้โวยวายจนเสียเรื่อง และห้ามใครเข้ามารบกวนฮูหยินจนกว่าจะฟื้นเด็ดขาด!”
พ่อบ้านหลี่ที่กำลังขวัญเสียรีบก้มหัวรับคำแล้ววิ่งออกไปจากเรือนทันที เมื่อเสียงฝีเท้าห่างออกไปจนเงียบสนิท และบานประตูเรือนถูกปิดลงอย่างมิดชิด ร่างที่เคยดูอ่อนแรงของหลิวอันเซียงก็ค่อย ๆ ขยับกาย นัยน์ตาที่ปิดสนิทพลันลืมตาขึ้นมาอย่างแจ่มใส ไร้ซึ่งร่องรอยของความตกใจเมื่อครู่
นางยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างมั่นคง พลางยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นซับมุมปากเบา ๆ ก่อนจะหลุดยิ้มเย้ยออกมาอย่างสะใจ แววตาทอประกายเย็นเยียบอย่างน่าหวาดหวั่น
ฉู่จิ้งหยวนเสวยสุขบนหยาดเหงื่อคนอื่นมานาน ยามนี้ไปนอนในคุกมืด ชิมรสชาติของความสิ้นหวังดูบ้างจะเป็นไรไป อีกทั้งเรื่องอันใดนางต้องไปสนใจเขาด้วยกัน ในเมื่อเขาเป็นคนก่อ เขาก็จงรับมันไปเองเถิด
หลิวอันเซียงเลิกสนใจเรื่องราววุ่นวายภายนอกราวกับเป็นเพียงเสียงนกเสียงกา ก่อนจะหันไปสนใจกระดานหมากรุกที่ยังคงตั้งค้างไว้จากการเดินหมากคนเดียวก่อนหน้านี้ นางหยิบหมากตัวหนึ่งขึ้นมาแล้ววางลงในตำแหน่งใหม่ด้วยนิ้วที่เรียวยาวและมั่นคงพร้อมกับครุ่นคิดแผนการบางอย่างในใจไปด้วย
จวนสกุลจ้าว
ตกเย็นวันเดียวกัน หลังจากที่องครักษ์คนสนิทมารายงานข่าวเรื่องอื้อฉาวกลางท้องพระโรง ทันทีที่จ้าวซือฉีรู้ว่าฉู่จิ้งหยวนถูกลากตัวไปคุมขังในคุกหลวง นางก็ไม่อาจนั่งนิ่งอยู่ได้ ใบหน้าที่เคยงดงามหมดจดบัดนี้เต็มไปด้วยความกังวลและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย
นางรีบมุ่งหน้าไปยังห้องหนังสือของอัครเสนาบดีจ้าวจางหย่งผู้เป็นบิดาด้วยความร้อนใจ ทันทีที่บานประตูเปิดออก จ้าวจางหย่งซึ่งกำลังนั่งอ่านเอกสารราชการอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองบุตรสาวด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรู้เท่าทัน เขาถอนหายใจออกมาแผ่วเบาด้วยรู้ดีว่าบุตรสาวมาด้วยเรื่องอันใด
ความสัมพันธ์ลับระหว่างนางกับฉู่จิ้งหยวนหาใช่ความลับสำหรับเขาไม่ เพียงแต่ที่ผ่านมาเขาเลือกที่จะหลับตาข้างหนึ่งมาโดยตลอด เพราะเห็นแก่ความสุขของบุตรสาวที่เขารักดั่งแก้วตาดวงใจ
“ท่านพ่อ! ท่านพ่อต้องช่วยเขาด้วยนะเจ้าคะ!” จ้าวซือฉีถลาเข้าไปทรุดกายลงแทบเท้าบิดาพลางสะอื้นไห้
“ท่านพี่ฉู่ถูกใส่ร้าย เขาถูกคุมขังอยู่ในคุกมืดปานนั้นย่อมต้องทรมานไม่น้อยแน่ ท่านพ่อได้โปรดออกหน้าช่วยเขาด้วยเถิดเจ้าค่ะ”
จ้าวจางหย่งวางเอกสารในมือลงอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
“ฉีเอ๋อร์ หลักฐานที่ไป๋จิงหงนำมาแฉกลางท้องพระโรงนั้นแน่นหนามาก เขาทำผิดต่อราชสำนักจริง ยักยอกงบประมาณแผ่นดินไปไม่น้อย เจ้าจะให้พ่อเอาหน้าไปไว้ที่ไหนหากต้องออกตัวปกป้องขุนนางโฉดเช่นนั้น”
“แต่นั่นมันเป็นเพียงความผิดเล็กน้อยไม่ใช่หรือเจ้าคะ!” จ้าวซือฉีเงยหน้าขึ้นเถียงอย่างไม่ลดละ
“ขุนนางคนไหนบ้างที่มือไม่สะอาด? ท่านพี่ฉู่เพียงแต่อาจจะพลั้งพลาดไปบ้าง หากเขาต้องโทษประหารหรือถูกเนรเทศ ข้าคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ท่านพ่อช่วยข้าสักครั้งเถิดเจ้าค่ะ ข้าขอร้อง!”
เมื่อเห็นบุตรสาวที่ทะนุถนอมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกร้องไห้แทบขาดใจ หัวใจของผู้เป็นพ่อก็เริ่มสั่นคลอน จ้าวจางหย่งหลับตาลงอย่างใช้ความคิด ก่อนจะถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจนใจ
“ก็ได้…พ่อจะช่วยเท่าที่ช่วยได้” เขาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงด้วยคำเตือน
“แต่เจ้าต้องเข้าใจนะว่าครั้งนี้หลักฐานมันชัดแจ้งเกินไป พ่อคงช่วยได้เพียงบรรเทาโทษไม่ให้ถึงขั้นประหารชีวิตหรือริบทรัพย์ล้างตระกูล แต่อย่างน้อยโทษสถานเบาอย่างการโบยหรือการลดตำแหน่ง คงไม่อาจละเว้นได้เด็ดขาด เจ้าต้องทำใจยอมรับในจุดนี้”
ทันทีที่ได้รับคำรับปาก จ้าวซือฉีก็เปลี่ยนจากความเศร้าโศกเป็นความดีใจ นางรีบเช็ดน้ำตาแล้วโผเข้ากอดบิดาด้วยความซาบซึ้ง
“ขอบคุณท่านพ่อเจ้าค่ะ! เพียงเท่านี้ข้าก็พอใจแล้ว ขอเพียงเขายังมีชีวิตอยู่ ข้าจะหาทางช่วยเขาในภายหลังเองเจ้าค่ะ”
นางกล่าวขอบคุณพ่อยกใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ส่วนจ้าวจางหย่งก็ทำได้เพียงถอนหายใจออกมายาวเหยียดอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่เห็นว่าฉู่จิ้งหยวนคนนี้จะมีดีอะไรสักอย่าง ทว่าเหตุใดบุตรสาวของเขาจึงหลงอีกฝ่ายมากถึงเพียงนี้กันนะ…