มารดาผู้นี้ขอทวงคืน - บทที่ 3 สวรรค์เมตตา (1)
ฉู่จิ้งหยวนหลุบตามองบุตรีที่เขาไม่เคยเห็นอยู่ในสายตาด้วยแววตาเย็นชาและว่างเปล่า ในสายตาของเขา อีกฝ่ายหาได้มีความสำคัญอันใดไม่ ไหนเลยเขาจะต้องยอมฟังคำพูดของตัวไร้ประโยชน์พรรคนี้ ฉู่จิ้งหยวนจึงสะบัดเท้าออกอย่างแรงจนร่างของฉู่หลันกระเด็นไปอีกทาง
“อย่ามายุ่งเรื่องของข้า!”
“ทะ…ท่านพ่อ ฮูหยินเป็นคนดี ท่านปล่อยนางไปเถิดเจ้าค่ะ” ฉู่หลันยังคงร่ำไห้ร้องขอความเมตตาให้หลิวอันเซียง พร้อมทั้งพยายามจะคลานเข้าไปหาบิดาอีกครั้ง
ทว่ายังไม่ทันจะได้ถึงตัว ฉู่ซือเยว่ที่ยืนมองด้วยความรังเกียจมาเนิ่นนานก็ก้าวออกมา เท้าข้างขวาที่สวมรองเท้าปักลายงดงามยกขึ้นเตะเข้าที่ยอดอกของฉู่หลันเต็มแรง จนร่างบางล้มหงายหลังลงไปนอนกับพื้นเย็นเยียบ
“อึก!”
ฉู่ซือเยว่ไม่หยุดเพียงเท่านั้น นางเดินเข้าไปใช้เท้าเหยียบลงบนอกของน้องสาวต่างมารดาพลางกดน้ำหนักลงไปเต็มแรง ดวงหน้างดงามเหยียดยิ้มเย็นออกมาด้วยความสะใจ
“ตัวเองยังจะเอาตัวไม่รอด ยังจะมีหน้ามาห่วงคนอื่นอีก! เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าอีกไม่กี่วันเจ้าก็จะถูกส่งไปแต่งกับอันโหวอยู่แล้ว ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อย!”
หลิวอันเซียงที่กำลังถูกผ้ารัดคอไว้พลันมองภาพตรงหน้าด้วยความปวดใจ น้ำตาของนางรินไหลออกมาอีกครั้งจนดวงตาแดงก่ำ ภายในใจเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นที่อันแน่นจนแทบคุมสติไม่อยู่
ในขณะที่ลูกในไส้ทั้งสองและสามีร่วมมือกันมอบความตายให้นาง ทว่ากลับมีเพียงคนนอกที่นางไม่เคยเหลียวแลอย่างฉู่หลันคนเดียวเท่านั้นที่หลั่งน้ำตาให้นางจากใจจริง
และที่น่าเจ็บแค้นยิ่งกว่า คือเด็กสาวผู้กตัญญูคนนี้กำลังจะถูกคนสกุลฉู่ส่งไปลงนรกด้วยน้ำมือตัวเอง!
อันโหวผู้นั้น หลิวอันเซียงรู้จักดียิ่งกว่าใคร เขาคือตาเฒ่าตัณหากลับวัยหกสิบปีที่มีรสนิยมวิปริตหื่นกาม และพรากชีวิตเด็กสาววัยแรกรุ่นมานับไม่ถ้วน
หากฉู่หลันถูกส่งไปที่นั่น นางย่อมไม่มีทางมีชีวิตอยู่รอดเกินสามวันเป็นแน่
“ปล่อยนางไป…ข้าขอร้อง พวกเจ้าจะฆ่าข้าก็ฆ่าไป แต่อย่าทำร้ายฉู่หลัน นางไม่เกี่ยวอะไรด้วย!” หลิวอันเซียงเค้นเสียงเอ่ยขอร้องออกมาอย่างยากลำบาก เพราะผ้าขาวที่รัดคอแน่นขึ้นจากเดิม
ฉู่ซือเยว่เงยหน้ามองมารดาด้วยสายตาไม่พอใจ “ท่านแม่! นี่ท่านยังจะช่วยพูดแทนนังแพศยาชั้นต่ำนี่อีกหรือ!”
ความโกรธแค้นของฉู่ซือเยว่พลันเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากเดิม นางหันไปสั่งบ่าวรับใช้ด้วยน้ำเสียงดุดัน
“ลากตัวฉู่หลันออกไป! ยิ่งท่านแม่คิดอยากจะช่วยนาง ข้าก็จะยิ่งส่งนางไปตายให้เร็วขึ้นเท่านั้น! พวกเจ้าพาตัวคุณหนูรองไปแต่งตัวให้เรียบร้อย รุ่งเช้าส่งตัวไปจวนอันโหวทันที!”
“ไม่! อย่าทำนาง!”
หลิวอันเซียงกรีดร้องจนสุดเสียง ความโกรธแค้นพลุ่งพล่านถึงขีดสุด ทำให้เส้นเลือดฝอยในดวงตาของนางแตกซ่านจนนัยน์ตาถูกปกคลุมไปด้วยสีแดงฉานเข้มข้น ดูน่าสยดสยองราวกับปีศาจที่หลุดออกมาจากนรกก็ไม่ปาน
“พวกเจ้าทุกคนต้องไม่ตายดี!”
หลิวอันเซียงเค้นเสียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาแดงฉานที่อาบไปด้วยโลหิตจ้องเขม็งไปยังกลุ่มคนตรงหน้าด้วยความอาฆาตแค้น
ในขณะที่ผ้าขาวเริ่มรัดลำคอจนลมหายใจเริ่มขาดช่วง ร่างกายของนางดิ้นรนทุรนทุรายอย่างเจ็บปวด ทว่าท่ามกลางสติที่เริ่มเลือนราง ประตูกลับถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของสตรีผู้หนึ่ง
หลิวอันเซียงที่เห็นเงาร่างของผู้มาใหม่ ดวงตาของนางพลันเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงอีกครั้ง เมื่อสตรีที่ก้าวเข้ามาในห้องคือ จ้าวซือฉี สตรีสูงศักดิ์ผู้มีชื่อเสียงเกรียงไกรไปทั่วทั้งเมืองหลวง!
นางคือบุตรีเพียงคนเดียวของอัครเสนาบดีจ้าว ผู้กุมบังเหียนอำนาจล้นฟ้าในราชสำนัก แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเกรงใจ
จ้าวซือฉีผู้นี้เคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง ทว่าหลังจากการหย่าร้างที่ลือลั่น นางก็ครองตัวเป็นโสดมานานหลายปี ท่ามกลางคำชื่นชมว่าเป็นสตรีผู้รักนวลสงวนตัวและไม่ใฝ่หาลาภยศทางโลก
ทว่าบัดนี้…สตรีนางนั้นกลับมาปรากฏกายยังที่แห่งนี้เสียได้!
หลิวอันเซียงใจหายวาบทันที ก่อนที่นางจะฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ความสงสัยที่ค้างคาภายในใจของนางราวกับถูกไขจนกระจ่างทั้งหมดในชั่วพริบตา
ที่แท้เบื้องหลังความเนรคุณของฉู่จิ้งหยวนและบุตรทั้งสองกลับซับซ้อนและสกปรกถึงเพียงนี้!
จ้าวซือฉีที่มีเบื้องหลังเป็นถึงจวนอัครเสนาบดี ย่อมเป็นบันไดทองคำที่มั่นคงกว่าบุตรีพ่อค้าสามัญชนเช่นนางเป็นไหน ๆ ไม่แปลกใจเลยสักนิดที่คนสกุลฉู่จะยอมโยนศีลธรรมทิ้ง แล้วหันคมมีดมาสังหารนางอย่างเลือดเย็นเช่นนี้
เพราะอำนาจวาสนาที่จ้าวซือฉีถือครองอยู่นั้น คือสิ่งที่ฉู่จิ้งหยวนกระหายอยากได้มาตลอดชีวิต และเป็นใบเบิกทางชั้นเลิศที่บุตรทั้งสองของนางยอมขายกระทั่งวิญญาณและมารดาแท้ ๆ เพื่อแลกมันมา!
ขณะเดียวกัน ทางด้านจ้าวซือฉีก็ได้ก้าวเท้าเข้ามาในห้องด้วยท่วงท่าสง่างามและเยือกเย็น นางปรายตามองร่างของหลิวอันเซียงที่กำลังชักกระตุกอยู่กลางอากาศด้วยสายตาเรียบเฉย ราวกับมองมดปลวกที่กำลังจะสิ้นใจก็ไม่ปาน
“ข้าแวะมาดูเสียหน่อย เผื่อว่าพวกท่านจะมีปัญหาติดขัดตรงไหน” น้ำเสียงของนางราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความถือดี
“ไม่มีปัญหาใดหรอกซือฉี ทุกอย่างเป็นไปตามแผนการที่วางไว้” ฉู่จิ้งหยวนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่หลิวอันเซียงไม่เคยได้รับมานานปี เขาเดินเข้าไปกุมมือสตรีมาใหม่ไว้แน่น
“จดหมายสารภาพผิดก็อยู่ในมือข้าแล้ว พรุ่งนี้เช้าทุกคนจะรู้เพียงว่าหลิวอันเซียงละอายใจจนปลิดชีพตนเอง”
“ดีแล้วเจ้าค่ะ จัดการเรื่องนี้เสร็จสิ้นเมื่อใด พวกเราจะได้จัดงานแต่งงานกันเสียที ข้าไม่อยากรอในฐานะคนนอกอีกต่อไปแล้ว” จ้าวซือฉีเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบาง ก่อนจะหันไปทางฉู่หยางที่ยืนอยู่อีกด้าน
“หยางเอ๋อร์ หลังจากข้าแต่งเข้ามาแล้ว ข้าจะช่วยพูดกับท่านพ่อเรื่องความดีความชอบของเจ้า รับรองว่าตำแหน่งราชบุตรเขยของฝ่าบาทย่อมไม่หลุดลอยไปไหนแน่นอน”
ฉู่หยางที่เคยมีสีหน้าเย็นชาพลันเผยรอยยิ้มกว้างออกมาด้วยความยินดีทันที เขาประสานมือคารวะนางอย่างนอบน้อม
“ขอบคุณท่านแม่ขอรับ ต่อไปข้าคงต้องฝากฝังอนาคตไว้ในมือท่านแล้ว”
“ข้าด้วยนะเจ้าคะท่านแม่ ข้าเองก็อยากให้ท่านช่วยเรื่องซื่อจื่อจวนกั๋วกงด้วย” ฉู่ซือเยว่รีบเข้ามาประจบประแจงด้วยสีหน้าท่าทางออดอ้อน
หลิวอันเซียงมองดูภาพครอบครัวสุขสันต์ที่สร้างขึ้นบนกองเลือดและน้ำตาของนางด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มไปด้วยเพลิงแค้น นางพยายามจะกรีดร้องต่อความอยุติธรรมนี้ แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากแม้แต่ครึ่งคำ มีเพียงนัยน์ตาอาบเลือดที่เบิกกว้างด้วยความเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด
ในขณะที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหลุดลอยไป ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มพร่ามัว หลิวอันเซียงได้แต่สาปแช่งกลุ่มคนเบื้องหน้าอยู่ภายในใจอย่างเจ็บแค้น
หากฟ้ามีตา…
หากชาติหน้ามีจริง…
นางจะไม่ยอมเป็นคนที่โง่งมอีกต่อไป!
ทุกสิ่งที่นางเคยทุ่มเทให้ ทุกตำแหน่งที่พวกมันอยากได้ นางจะกระชากมันคืนมาให้หมด!
นางจะทำให้พวกมันทุกคนต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็น และต้องตายอย่างอนาถยิ่งกว่าที่นางในวันนี้เป็นร้อยเท่าพันทวี!
เพียงไม่นาน ร่างของหลิวอันเซียงก็กระตุกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไป ดวงตาแดงฉานนั้นยังคงเบิกกว้างจ้องมองคนทั้งสี่ไม่กะพริบ ราวกับจะจดจำใบหน้าของคนชั่วเหล่านี้ไปจนถึงขุมนรก…