มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 110 – สัญญาสามประการ (3)
ผมเห็นค าตอบของโอลิมปัสจากสีหน้าของยูซานอา
ใบหน้าของเธอกลายเป็นสีแดง และจากนั้นก็ซีด จาก
สายตาของยูซานอา ผมคิดว่าผมคงจะใจร้อนเกินไป
“เรื่องนั้น… ทกจา”
ผมสงสัยในสิ่งที่เธอได้ยินจนท าให้เธอลังเลในขณะที่มอง
มาที่ผม ผมรู้สึกเสียใจด้วยเหตุผลบางประการ
“เธอช่วยบอกฉันได้ไหมว่าผู้สนับสนุนบอกว่ายังไง?”
ประกายแสงพุ่งออกมาจากร่างกายของยูซานอา เอรี
แอดเน่ดูราวกับก าลังคลั่ง ผมรออยู่สักพักจนกระทั่ง
สถานการณ์สงบลง ผมไม่ได้ตระหนักเลยว่าควันหลงของ
สามค าถามค าตอบจะมากมายขนาดนี้ ประกายแสงลด
ระดับลง และยูซานอาก็พูดออกมาด้วยเสียงที่หลากหลาย
“บิดาแห่งรัตติกาลไม่ใช่คนที่จะพบได้ง่ายๆ…”
บิดาแห่งรัตติกาล มันคือค าขยายที่ถูกมอบให้กับราชาฮา
เดส หนึ่งในสามมหาเทพแห่งโอลิมปัส
หนึ่งในสามมหาเทพแห่งโอลิมปัส เขาอยู่อาศัยในสถานที่
อันมีชื่อเสียงที่ ‘สิบสองเทพแห่งโอลิมปัส’ ไม่อาจเข้าไป
ได้ ฮาเดสนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เอรีแอดเน่จะติดต่อเขาได้
ผมรีบขอบคุณเธอ “ขอบคุณนะซานอา”
“ยังไงก็เถอะ ทกจา…”
ยูซานอาผู้ชาญฉลาดน่าจะรู้แล้วว่าบิดาแห่งรัตติกาลคือฮา
เดส เธอมีความคิดคร่าวๆ ว่าท าไมผมถึงก าลังตามหาฮา
เดส
เรื่องราวของออร์ฟิอัสผู้ไปเยี่ยมเยือนยมโลกเพื่อชุบชีวิตยุ
ริดดิซี่ ภรรยาของเขา คือต านานที่โด่งดังในเกาหลีใต้
“…มันเป็นไปได้เหรอ?” ยูซานอาสงสัย
ตามกฎแล้ว การคืนชีพคนตายนั้นเป็นไปไม่ได้
ผมอยู่ภายใต้ความน่าจะเป็นซึ่งเป็นผลมาจากราชาผู้ไม่
สังหาร แต่ในกรณีส่วนใหญ่แล้ว มันก็ไม่มีเรื่องแบบนี้อยู่
มันก็เหมือนกันกับชินยูซอง ถ้าการฟื้นคืนชีพเป็นไปได้
งั้นยูจงฮยอคก็คงจะไม่จ าเป็นต้องเสื่อมถอย
แต่ถ้าผมได้วิญญาณของเธอมา…
“ฉันไม่สามารถบอกรายละเอียดกับเธอได้ในตอนนี้ ขอ
โทษนะ”
ผมไม่ต้องการพูดเกี่ยวกับแผนการในอนาคตของผมใน
สถานการณ์ที่มีกลุ่มดาวก าลังจ้องมองผมอยู่ มันมีกลุ่ม
ดาวจ านวนมากที่ไม่ชอบผมเนื่องจากสถานการณ์ก่อน
หน้านี้
ผมโยนเหยื่อออกไปแล้ว และในตอนนี้ผมต้องรอให้พวก
เขางับมัน สิ่งที่ส าคัญก็คือจะต้องอดทน
ผมมองไปยังผู้คนที่อยู่รอบๆ และพูดออกมา “พวกเราไป
พักกันก่อนไหม?”
จากนั้นสมาชิกปาร์ตี้ของผมก็เดินเข้ามาหาผมทีละคนราว
กับว่าพวกเขาก าลังรออยู่แล้ว ชินยูซองและลีกิลยังอยู่กับ
ลีฮุนซึง ในขณะที่ลีจีฮเยยืนอยู่ไกลๆ พร้อมด้วยสีหน้าบึ้ง
ตึงเล็กน้อย
ผมได้ยินเสียงของโดเกบิระดับต ่าดังออกมา
[ข้าคือโดเกบิ ‘ยังกิ’ ผู้รับผิดชอบชั่วคราวในการแจก
รางวัลเพิ่มเติม]
เขาคือโดเกบิมือใหม่และพูดออกมาด้วยน ้าเสียงที่แข็ง
เล็กน้อย
[ในตอนนี้ข้าจะแจกรางวัลส าหรับสถานการณ์ที่ห้าให้]
บางทีโดเกบิที่ระดับสูงกว่าทั้งหมดอาจจะไม่ว่างอยู่
[คุณได้รับ ‘พลังงานชีวิตแห่งป่าเอลเลี่ยน’]
ผู้คนคว้าผลไม้ลูกเล็กๆ ที่ตกลงมาจากอากาศ
[นี่คือไอเท็มฟื้นฟูที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว แม้ว่าเจ้าจะได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่
เจ้าก็สามารถฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วด้วยการกินมันและ
นอน]
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นโดเกบิที่สุภาพเช่นนี้ และมันก็
ท าให้ผมเกิดความรู้สึกต่อต้านขึ้นมา จากนั้นโดเกบิก็พูด
กับผมและบางคน
[รางวัลเพิ่มเติมส าหรับผู้มีส่วนร่วมหลักจะถูกมอบให้ใน
เย็นวันนี้ ขอบคุณส าหรับความพยายามของพวกเจ้า ข้า
หวังว่าพวกเขาจะมีแรงสู้ในสถานการณ์ต่อไป]
เสียงหายไป และผมก็มองไปยังทุกๆ คนที่ถือผลไม้ไว้ ตัว
ละคนที่ผมไม่รู้จักคงจะตายไปแล้ว และบางคนก็ก าลังจะ
ตาย ถึงกระนั้น พวกเราก็รอดชีวิตมาได้ สมาชิกปาร์ตี้ไม่
แน่ใจว่าควรจะซาบซึ้งหรือเศร้าดี เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น บางคน
ก็มีพันธะที่จะต้องเป็นตัวแทน
ผมมองไปที่พวกเขาและพูดขึ้นมาอย่างช้าๆ “ทุกๆ คน
พวกนายคงล าบาก
ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ยังไม่มีอะไรถูกตัดสิน ความเศร้าก็คือ
ความเศร้า และความสุขก็คือความสุข ถ้าพวกเราตัดสินใจ
งั้นอย่างน้อยในช่วงเวลาเหล่านี้ก็จะยังมีความหมาย”
“นายนี่สู้จริงๆ”
ใบหน้าของสมาชิกปาร์ตี้เต็มไปด้วยความโล่งอกอย่าง
ช้าๆ ในขณะที่ผมไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับรางวัล พวกเขา
สมควรได้รับมัน
ลีจีฮเยเป็นคนที่พูดขึ้นมาก่อน “…ยังไงก็เถอะ ลุงก็น่า
ตกใจจริงๆ คุณดูเท่กว่ามาสเตอร์พักหนึ่งได้เลยมั้ง? ฉัน
ยอมรับคุณนะ”
จากนั้นลีฮุนซึงและจางฮีวอนก็พูดออกมาด้วย
“…มันวิเศษมาก”
“ฉันรู้สึกสดชื่นจริงๆ”
…คนพวกนี้ นี่คือทั้งหมดที่พวกเขาต้องการพูดกับผมงั้น
เหรอ? ใบหน้าของผมเผยรอยยิ้มเบี้ยวๆ ในขณะที่พวกเขา
เริ่มเอะอะ วิกฤตที่ใหญ่ที่สุดของสถานการณ์เริ่มต้นได้
สิ้นสุดลงแล้ว และกรุงโซลก็ได้รับการปกป้อง ในขณะนี้
กรุงโซลจะไม่ถูกคุกคามจนกว่าจะผ่านไปอีกหลาย
สถานการณ์
“ทกจาเองก็ล าบากแย่เลย” ยูซานอามองมาทางผมและยิ้ม
อย่างสดใส
บางทีนี่ก็อาจจะเป็นรางวัลส าหรับผม
มันมีเสียงของอะไรบางอย่างกระแทกกับผม และชินยู
ซองก็แนบหน้าผากของเธอเข้ากับข้างล าตัวของผม ลีกิล
ยังไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ผม
วางมือไว้บนหัวของชินยูซองเบาๆ
…ใช่แล้ว นี่ก็ด้วย
***
ในตอนเย็น รางวัลเพิ่มเติมส าหรับผู้มีส่วนร่วมส าคัญก็
เริ่มต้นขึ้น มันมีอยู่สามคนที่ได้รับรางวัลนี้ไป พวกเขาคือ
ผม จางฮีวอน และยูจงฮยอค
[รางวัลชดเชยเพิ่มเติมส าหรับสถานการณ์ที่ห้าคือสกิลระ
ดับ B]
บางคนอาจจะบอกว่าสกิลระดับ B นั้นคือรางวัลที่ไม่ดี
แต่มันก็สมดุลจริงๆ ตัวอักษะระดับต ่าไม่ได้หมายความ
ว่าสกิลจะไร้ประโยชน์
นอกจากนี้ รางวัลนี้ยังอยู่ในรูปแบบของ ‘การเลือกอิสระ’
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผมสามารถเลือกสกิลระดับ B ที่ผม
ต้องการได้ มันมีสกิลที่ยากจะได้รับมาในหมู่สกิลระดับ B
และผมก็ต้องได้มันมา
[คุณต้องการดูรายการสกิลระดับ B หรือไม่?]
มันเป็นรายการที่มีสกิลอยู่นับหมื่น ผมสามารถหลีกเลี่ยง
ขั้นตอนยากๆ นี้ได้เพราะมันมีสกิลที่ผมคิดไว้ตั้งแต่แรก
อยู่แล้ว
[คุณต้องการสกิลระดับ B ‘จับเท็จ’ เป็นรางวัล?]
ผมพยักหน้าและมีแสงสลัวปรากฏขึ้นในขณะที่ข้อความ
เพิ่มเติมปรากฏออกมา
[สกิลเฉพาะตัว ‘จับเท็จ’ ถูกเพิ่มในรายการสกิล]
ในที่สุดผมก็ได้มันมา มันน่าหงุดหงิดจริงๆ ที่ไม่มีจับ
เท็จ…
ผมมองย้อนกลับไปและเห็นว่าจางฮีวอนก าลังเลือกอย่าง
ยากล าบาก
ผมถามลีจีฮเยที่อยู่ข้างๆ ผม “เฮ้ เธอรู้ไหมว่ายูจงฮยอคอยู่
ไหน?”
“อ่า เขาก าลังไปที่ไหนสักแห่งกับพี่ซอลฮวา”
…ลีซอลฮวา? ลีจีฮเยมองมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย
ความสงสาร ราวกับว่าเธอรู้ว่าผมก าลังคิดอะไรอยู่
“…เห้อ มันไม่ใช่อย่างที่ลุงคิด”
“…”
“จริงๆ แล้วฉันก็เฝ้าดูอยู่ตลอดเวลา มันแตกต่างไปอย่าง
สิ้นเชิงกับพวกคุณสองคน ฉันมั่นใจ”
ผมปวดหัว เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ผมก็มั่นใจว่าพวกเขาคือคู่รัก
ในการเสื่อมถอยรอบที่สอง แต่ผมก็จ าในรอบที่สามไม่ได้
ยูจงฮยอคมีเส้นทางอีกยาวไกลให้ต้องเดิน ดังนั้นเขาจะไป
ไหนกัน? มันคือการไปรับน้องสาวของเขางั้นเหรอ?
[สถานการณ์ที่หกจะเริ่มขึ้นในสามวัน]
ข้อความของระบบดังออกมา ผมคิดว่าผมรู้ว่ายูจงฮยอค
ต้องการจะท าอะไร สถานการณ์ที่หกคือสถานการณ์ที่
พวกเราจะได้เจอกับอวตารจากโดมอื่น
เขาคือคนใจร้อน ดังนั้นเขาน่าจะต้องไปหาสกิลลับและ
ไอเท็มที่เขาไม่ได้มาในการเสื่อมถอยครั้งล่าสุดแน่ๆ
มันยังมีสถานการณ์ลับบางส่วนอยู่ในโซลโดม มันน่า
ผิดหวังไปสักหน่อยที่พวกมันจะถูกยูจงฮยอคชิงไป แต่
มันก็ดีกว่าที่เขาจะได้พวกมันไป
ยิ่งไปกว่านั้น เขาจ าเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่เพื่อ
ท าให้สถานการณ์ที่เหลือง่ายขึ้น
“อ่า ใช่แล้ว ฉันมีข้อความจากมาสเตอร์มาให้ลุง”
“ให้ฉัน?”
ลีจีฮเยพยักหน้าในขณะที่เธอจับดาบของเธอและพูดด้วย
น ้าเสียงจริงจัง “คิมทกจา ช่วงเวลาของค าสาบานสิ้นสุด
ลงแล้ว”
หัวใจของผมหดเกร็ง ค าสาบานด้วยชีวิต ผมลืมไปแล้ว
– งั้นก็สาบานว่านายจะไม่ท าร้ายฉันจนกว่าจะจบ
สถานการณ์ที่ห้า ถ้านายไม่ท าแบบนี้ ฉันก็จะไม่ช่วยนาย
จริงๆ
– ฉันสาบาน
พวกเราสาบานกันแบบนี้ ชายคนนั้น… เขาคงไม่จากผม
ไปเพราะค าสาบานใช่ไหม? จากนั้นผมก็นึกได้ถึงเรื่อง
แปลกๆ เรื่องหนึ่ง
– ฉันจะไม่ฆ่านาย ฉันจะต่อยนายครั้งนึง
ผมอดกลืนน ้าลายไม่ได้ ไม่ใช่ว่านี่คือแผนการของเขา
หรอกนะ? เขาก าลังจะไปเรียนสกิลเพื่อมาต่อยผม?
“ยังไงก็เถอะ… พวกคุณสองคนสาบานอะไรกัน?”
“เงียบไป”
ใช่ มันคงไม่เป็นอะไร เหนือสิ่งอื่นใด ผมมีเกราะราชา
อสูรที่ถูกใช้โดยภัยพิบัติชินยูซอง นอกจากนี้มันยังเป็น
เลเวลสามแล้วด้วย
…ผมยังมีวิถีแห่งสายลมผ่านบุ๊คมาร์คและยังมีสหายที่
แข็งแกร่ง
ผมสบตากับลีจีฮเยในขณะที่เธอกล่าวว่า “คุณรู้ไหมว่าฉัน
จะไม่ช่วยคุณต่อสู้กับมาสเตอร์?”
“ฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากเธอ”
กลับกัน ผมมองไปยังลีฮุนซึง ผมประทับใจจริงๆ เมื่อเขา
บอกชินยูซองว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของปาร์ตี้ผม ไม่ใช่ของ
ยูจงฮยอค ลีฮุนซึงมองมาทางผมด้วยสายตาที่งุนงงก่อนที่
จะพูดออกมา “ทกจา…”
“ฮะ?”
“พูดตามตรงนะ ฉันก็กลัวๆ ยูจงฮยอคอยู่หน่อยๆ”
“…อ่า ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจ”
เมื่อมาคิดดูแล้ว ลีฮุนซึงแข็งแกร่งขึ้นมาได้ก็เพราะยูจงฮ
ยอค บ้าเอ้ย อย่างไรก็ตาม มันก็ยังเร็วเกินไปที่จะท้อแท้
ผมยังมีจางฮีวอนอยู่ เธอเป็นคนที่ไม่ปรากฏอยู่ในนิยาย
ต้นฉบับ และผมได้ปั้นเธอขึ้นมาด้วยมือของผมเอง
จากนั้นจางฮีวอนก็เกาหัวและกล่าวว่า “ฉันไม่รู้เหมือนกัน
ว่ามันเกี่ยวอะไร แต่ฉันคงไม่เข้าไปยุ่งกับการต่อสู้
ระหว่างพวกนายสองคน”
“…ฮะ?”
“ฉันจะไม่รบกวนพวกนายสองคน… นี่มันบ้าอะไร
กันเนี่ย?”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังยิ้มเอ็นดู]
ทันใดนั้นเองผมก็รู้สึกหนาวสันหลัง ทูตสวรรค์คนนั้น
ก าลังคิดอะไรอยู่?
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ ก าลังเฝ้าดู ‘ผู้พิพากษาเปลว
เพลิงปีศาจ’ ด้วยสายตาที่เคร่งขรึม]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ สะดุ้งและเปลี่ยน
การแสดงออกของเธอ]
“ทกจา” ผมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความประหลาดใจและ
เห็นยูซานอาก าลังยิ้มให้ผมอย่างใจเย็น “ไม่ต้องห่วง จงฮ
ยอคไม่ใช่คนไม่ดี”
“…ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ”
“ฉันมั่นใจว่าเขาคือสหายที่ดี”
ผมฟังค าพูดของยูซานอาและลอบถอนหายใจออกมา ผม
ไม่รู้ว่าท าไม แต่ผมคิดถึงฮันซูยองในเวลานี้
นอกเหนือจากผม เธอเป็นคนเดียวที่รู้ว่ายูจงฮยอคเป็นคน
แบบไหน อืม เธอก็คงจะไม่ปกป้องผมแม้ว่าเธอจะอยู่
ที่นี่…
สถานการณ์สิ้นสุดลงแล้ว แต่ผมก็ไม่รู้ว่าเธอก าลังท า
อะไรอยู่ตอนนี้ พวกเราจัดการสิ่งต่างๆ รอบตัวเสร็จ
เรียบร้อยและเก็บไอเท็ม
ในช่วงดึก ยูจงฮยอคก็ยังไม่กลับมา กลับกัน จางฮีวอนได้
ออกไปสอดแนมและกลับมาพร้อมกับของติดไม้ติดมือ
ผมแปลกใจ “มันยังเหลืออยู่อีกเหรอ?”
จางฮีวอนถือโซจูและเบียร์ 6 ขวดมาพร้อมกับเธอ เธอพูด
ด้วยรอยยิ้ม “มาดื่มเบียร์เป็นที่ระลึกกัน”
พวกเราก่อกองไฟและนั่งลง ผมรีบตีมือของลีจีฮเยใน
ขณะที่เธอคว้าเบียร์
“เธอยังเด็กอยู่”
“…ตอนนี้ไม่มีกฎหมายแล้ว ฉันเป็นเด็กแล้วมันจะส าคัญ
อะไร?”
“ดื่มไซเดอร์แทนไปก่อน”
ในขณะเดียวกัน ผมก็ดื่มแอลกอฮอล์ลงไปอย่างรวดเร็ว
จางฮีวอนมีแก้มสีแดงในขณะที่เธอดื่ม ในขณะที่ลีฮุนซึง
กรนเหมือนหมีหลังจากดื่มไปได้ไม่กี่ค า เขาคออ่อน
มากกว่าที่ผมคิด
“ได้อารมณ์…”
ลีจีฮเยแอบดื่มไปหลายแก้วและทรุดตัวลงพร้อมกับ
ใบหน้าขึ้นสี น่าประหลาด ยูซานอาดื่มโซจูไป 4 ขวดแล้ว
ผมไม่เห็นสัญญาณว่าเธอจะเมาเลย
“ฉันคอแข็ง”
เมื่อมาคิดดูแล้ว ผมไม่เคยเห็นยูซานอาดื่มในงานปาร์ตี้
ของที่ท างานเลย
“…มันยากที่จะเมา”
ค าพูดของเธอฟังดูเศร้าๆ ในบริษัทมีผู้ชายอยู่หลายคนที่
ต้องการจะท ามิดีมิร้ายกับยูซานอาในขณะที่เธอเมา บางที
นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เธอดื่มได้อย่างสบายใจ
“วันนี้มันโอเคใช่ไหม?”
บางทีมันอาจเป็นเพราะเธอมีเสน่ห์มากกว่าปกติ มันจึงท า
ให้ผมเบือนหน้าหนีไปด้วยความเขิน
มันมีดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า และไม่มีเสียงร้อง
ของมอนสเตอร์ดังขึ้นในวันนี้ กลุ่มอื่นๆ ที่ก าลังดื่มอยู่
รอบๆ พวกเราส่งเสียงดังออกมา
ผมอยากจะดื่มในสถานการณ์นี้ แต่ผมเองก็คิดว่ามันคง
เป็นเพราะสถานการณ์นี้ที่ท าให้ผมได้ดื่ม
มันเป็นโลกที่ทุกอย่างเกินจะต้านทานถ้าไม่ได้ดื่ม จากนั้น
ประกายแสงขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นรอบๆ แก้วของผม ยู
ซานอามองมาที่ผมด้วยความประหลาดใจ
ผมพยักหน้า มันเป็นเรื่องดีที่ผมไม่ได้ดื่มมากเกินไป
แอลกอฮอล์ถูกเทลงบนพื้น
[กลุ่มดาว ‘เทพเจ้าแห่งไวน์และความปีติยินดี’ ต้องการคุย
กับคุณ]
ในที่สุดโอลิมปัสก็งับเหยื่อแล้ว
(จบตอน)