มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 114 – สัญญาสามประการ (7)
ผมขนลุกในขณะที่ผมได้ยินค าพูดที่หลุดออกมาจากกลุ่ม
ดาว พวกบ้าเกี่ยวกับเรื่องราวได้กินเรื่องราว นี่คือ
ธรรมชาติของกลุ่มดาว
[ความตายคือจุดจบของเรื่องราว เช่นเดียวกับวัวที่
กลายเป็นสเต็กซึ่งไม่อาจฟื้นกลับคืนมาได้ ความตายเองก็
ไม่อาจย้อนกลับคืนได้ เรื่องราวของพวกเขาจบลงแล้ว]
“ผมรู้ว่ามีข้อยกเว้น”
[พวกมันคือเรื่องเล่าเพ้อเจ้อ มันไม่มีข้อยกเว้น]
มันเป็นเรื่องโกหก มันมีค ากล่าวส าหรับเรื่องนี้ในต านาน
เทพเจ้ากรีก “ท่านช่วยสาบานต่อแม่น ้าสติกซ์ได้ไหม?”
เธอย่อมไม่อาจสาบานได้ มันเป็นครั้งแรกที่ใบหน้าของ
เพอร์เซโฟนีเต็มไปด้วยความโกรธ
[…ดวงวิญญาณที่เจ้าเชื่อมันเป็นแค่ก้อนของเรื่องราวดิบๆ
เท่านั้น]
“ผมต้องการก้อนของเรื่องราวดิบๆ”
[คนที่มองย้อนกลับมาในยมโลกจะรู้สึกเสียใจ เจ้าต้อง
เข้าใจว่าเวลาได้ผ่านไปแล้ว]
ถ้าเธอดึงดันแบบนี้ งั้นผมคงต้องใช้ไพ่ตายที่ผมซ่อนไว้
“ราชินี เวลาไม่จ าเป็นต้องเกี่ยวกับการก้าวไปข้างหน้า ผม
คิดว่าท่านรู้เรื่องนั้นนะ”
ในเวลานั้นเอง โลกก็เปลี่ยนเป็นสีเทา จิตสังหารอัน
มหาศาลเต็มไปทั่วห้อง ครู่หนึ่ง ผมรู้สึกว่าได้เห็นแก่นแท้
ของเพอร์เซโฟนี ปากของผมไม่เปิดอ้าออก แต่ผมก็
อยากจะกรีดร้องออกมา
วิญญาณไม่มีอยู่จริง? ไม่ใช่ว่าในตอนนี้มันเป็นดวง
วิญญาณของผมที่ก าลังรู้สึกสยองอยู่เหรอ? เหงื่อหลั่ง
ออกมาที่แผ่นหลังของผมในขณะที่จิตสังหารหายไป
เพอร์เซโฟนียิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น [ฮุฮุ… น่าสนใจ
จริงๆ อย่างที่คาดไว้จากเด็กที่โอลิมปัสเรียกว่าภาวะเอก
ฐาน]
อารมณ์ของเธอเปลี่ยนไปจากเดิม ผมสามารถรู้สึกได้โดย
ไม่ต้องพูดอะไร จากนี้ไป ผมสามารถเข้าประเด็นได้แล้ว
“ผมรู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้น ผมได้เห็นทหารยักษาที่อยู่
ระหว่างการพัฒนาในทาร์ทารัส ถ้าท่านท าข้อตกลงกับผม
ท่านก็จะสามารถย่นเวลาในส่วนนั้นลงไปได้…”
[แล้วยังไง กิแกนโทมาเคียคือปัญหาส าคัญ แต่ทหารยักษา
ก็จะเสร็จสมบูรณ์ได้ทันเวลาโดยที่ไม่ต้องมีความ
ช่วยเหลือจากเจ้า]
ผมพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เธอเป็นเทพธิดาที่น่าย าเกรงโดย
แท้ มันคือตาของเพอร์เซโฟนีแล้ว
[อย่างไรก็ตาม ข้าก็อาจจะพิจารณาเกี่ยวกับข้อตกลงนี้ถ้า
เจ้าบอกข้าว่าเจ้ารู้อะไร…]
“มันยาก พูดตามตรงผมก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไง”
ผมรู้สึกผิดต่อชินยูซอง แต่นี่ก็เป็นไปไม่ได้ แผนการของ
ผมส าหรับอนาคตคงจะจบลงถ้าผมเปิดเผยสิ่งเหล่านี้
ออกไป เพอร์เซโฟนีจ้องเข้ามาในดวงตาของผมเพื่อ
ประเมินความจริงแท้ของค าตอบ จากนั้นเธอก็พึมพ าด้วย
เสียงแปลกๆ
[ก็จริง ■■■ ■■■…]
…อะไรนะ? ในวินาทีต่อมา ข้อความของกลุ่มดาวก็
ระเบิดอยู่ในหูของผม
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ สงสัยในหูของเขา]
[ดวงตาของกลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เบิก
กว้างขึ้น]
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ ชี้ให้เห็นถึงความใจร้อนของ
ราชินี]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ อึ้งไป]
เพอร์เซโฟนีขมวดคิ้ว
[แขกที่ไม่ได้รับเชิญก็ควรอยู่เงียบๆ]
ผมถามด้วยความตกใจ
“ท่านว่ายังไงนะ?”
[อ่า มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร]
ผมสับสนจริงๆ
…■■■?
ผมไม่สามารถออกเสียงมันได้ แต่ค าพูดของเธอก็ฟังดู
เหมือนกับข้อมูลที่ถูกกรอง โดยทั่วไปแล้วมันจะเกิด
ขึ้นกับข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะในสถานการณ์
อย่างไรก็ตาม การกรองจะไม่ท างานถ้าคนๆ นั้นรู้ข้อมูล
นั้นอยู่แล้ว
มันไม่สมเหตุสมผลเลย มีข้อมูลที่ผมไม่รู้อยู่แม้จะอ่าน
หนทางเอาชีวิตรอดทั้งหมดไปแล้วเหรอ? ไม่สิ หรือว่า…
[ข้าขอโทษด้วย แต่ข้าคงต้องขอยุติความบันเทิงลงตรงนี้
ข้าไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องตกลงกับเจ้า ข้าสามารถใช้
วิธีการอื่นเพื่อค้นข้อมูลจากเจ้าได้]
มันมีแสงที่น่าขนลุกสะท้อนออกมาจากมีด ผมไม่อยากรู้
เลยว่าท าไม
[ข้าก าลังคิดอยู่เลย… เจ้าดูน่าอร่อยดีนะ]
เพอร์เซโฟนีเดินเข้ามาหาผมในทันใดและคว้าคางของผม
เอาไว้ ผมฝืนตัวไว้และยิ้มออกมา
“ท่านจะสามารถจัดการกับพายุที่จะอุบัติขึ้นถ้าท่านท าร้าย
อวตารในช่วงกลางสถานการณ์ได้เหรอ?”
[หืม เจ้าช่างหยาบคายยิ่งนัก เจ้าคิดว่าข้าจะไม่สามารถ
รับมือกับความเป็นไปได้ได้เหรอ?]
“กลุ่มดาวที่ดูผมอยู่คงจะไม่อยู่เฉยเป็นแน่”
เพอร์เซโฟนีหัวเราะ [เจ้าคิดว่าราชาจะกลัวกลุ่ม
ดาวจิ๊บจ๊อยแบบนั้นเหรอ?]
แน่นอนว่าฮาเดสสมควรที่จะแสดงความจองหองแบบนั้น
ออกมา แต่ถึงกระนั้น ค าว่า ‘จิ๊บจ๊อย’ ก็ไม่ควรถูกน ามาใช้
แบบนี้
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ เหวี่ยงกระบองของเขา
ราวกับว่าเขาถูกยั่วโมโห]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ชักดาบของเธอ
ออกมาด้วยดวงตาเยือกเย็น]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ตื่นเต้นและสนับสนุน
สถานการณ์]
เพอร์เซโฟนีดึงพลังของเธอออกมาเช่นกัน
[ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าต้องการที่จะลองงั้นเหรอ?]
เพดานห้องโถงเริ่มเต็มไปด้วยเมฆด า ประกายแสงสีแดง
และฟ้าบังเกิดขึ้นเหมือนกับพายุสายฟ้า และเปลวเพลิงสี
ขาวก็แพร่กระจายไปทั่วห้อง นี่คือการต่อสู้ระหว่างกลุ่ม
ดาว
ออร่าจ านวนมหาศาลพวยพุ่งขึ้นมาจากร่างตัวแทนของ
เพอร์เซโฟนี ผมคงจะระเบิดออกถ้ามันยังคงเป็นเช่นนี้
ต่อไป
ผมพูดออกไปด้วยความใจเย็น “ท่านบอกว่าท่านชอบ
เรื่องราว”
บรรยากาศของกลุ่มดาวนั้นอ่อนลงไปครู่หนึ่งกับค าพูด
ของผม
“งั้นถ้าเป็นข้อตกลงอื่นล่ะ?”
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ก าลังฟังค าพูดของคุณ]
เพอร์เซโฟนีมองมาที่ผม
“ถ้าท่านช่วยผม ผมจะแสดงให้ท่านได้เห็นถึงเรื่องราวที่
น่าสนใจที่สุดในโลก เรื่องราวที่สเต็กที่ท่านกินไปเมื่อครู่
เทียบไม่ได้เลย”
[เจ้าหมายความว่าข้าสามารถกินมันได้เหรอ?]
“ถ้าท่านชอบมื้ออาหารกูร์เมต์ ผมก็คิดว่าไม่จ าเป็นต้องมี
มื้ออาหารอื่นอีกแล้ว แค่เรื่องราวนี้ก็เพียงพอแล้ว”
เพอร์เซโฟนีสังเกตเห็นสิ่งที่ผมพยายามจะพูดและหัวเราะ
[…เจ้าวางแผนที่จะเอาเงินไปโดยไม่ปล่อยให้ข้าได้กินเลย
เหรอ?]
“ผมจะปล่อยให้ท่านได้ลิ้มรส อย่างไรก็ตาม ถ้าท่านกิน
ผมตอนนี้ ท่านจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต”
[ท าไม?]
“ท่านจะคิดว่ามันคงจะอร่อยกว่าถ้ายังไม่ได้กินผม”
เพอร์เซโฟนีทึ่งไป
[…เจ้ามั่นใจขนาดนั้นได้ยังไง?]
“ผมสามารถยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตที่ท้าทายกาลเวลาได้
โดยไม่มีผู้สนับสนุน”
ดวงตาของเพอร์เซโฟนีสั่นคลอนเบาๆ
“ผมสามารถท าลายผู้หวนคืนและป้องกันภัยพิบัติได้โดย
ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเทพเจ้าของโลกใบนี้ จนถึง
ตอนนี้ มันเพิ่งผ่านไปแค่ห้าสถานการณ์เท่านั้น”
เพอร์เซโฟนีกัดริมฝีปาก
“ในฐานะวิญญาณคนเป็น ผมได้เข้ามายังยมโลกและพบ
กับท่านแบบนี้ ท่านไม่อยากรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ผมจะท าใน
อนาคตงั้นเหรอ?”
[เจ้าพูดได้ดี แต่…]
เพอร์เซโฟนีลดสายตาลงและพูดต่อ
[มันดูไม่เหมือนกับข้อตกลงเลย?]
“ท่านสามารถเรียกมันว่าเป็นการเกี้ยวพาได้”
[…ฮะ?]
ผมยิ้ม
“ผมจริงจังนะ ผมจะแสดงเรื่องราวที่ท่านไม่เคยได้เห็นมา
ก่อนและเรื่องราวที่ท่านจะอดสงสัยไม่ได้”
บางทีมันอาจจะผิดที่คิดจะท าข้อตกลงกับกลุ่มดาว พวก
เขาคือเหล่าผู้ที่ถูกผูกมัดโดยนิรันดร์กาล พวกเขาไม่อาจ
สร้างข้อตกลงที่จริงจังกับอวตารจิ๊บจ๊อยได้ ถ้าเป็นแบบ
นั้น มันคงดีกว่าที่จะพูดเรื่องน่าหัวเราะและสิ่งที่ลึกซึ้ง
ออกไป อย่างน้อยที่สุด มันก็จะสร้างความประทับใจ
ขึ้นมา
เช่นเดียวกับเทพนิยายทั้งหมด เหล่าเทพเจ้าต่างซาบซึ้งกับ
ค าพูดที่จริงใจเพียงน้อยนิดมากกว่าค าลวงนับร้อยพัน อัน
ที่จริง การแสดงออกของเพอร์เซโฟนีก็ไม่ได้แย่เลย
“หืม มันยากนะ นี่คือเหตุผลว่าท าไมพวกผู้ชายถึง…]
“แน่นอน มันไม่ใช่การเกี้ยวพาท่าน แต่เป็นการเกี้ยวพา
บิดาแห่งรัตติกาล”
ดวงตาของเพอร์เซโฟนีเบิกกว้างขึ้นกับค าพูดของผม และ
เธอก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เธอก้าวออกไปจากผม
และค่อยๆ นั่งไขว้ห้างบนโต๊ะ ดวงตาเย้าแหย่ของเธอ
กวาดไปทั่วร่างกายของผม
[น่าสนใจจริงๆ]
มันน่ากลัวที่เธอโพสท่าแบบนี้ด้วยร่างกายของยูซานอา
เพอร์เซโฟนีจ้องมองไปในอากาศมืดและหลับตาลงอย่าง
ช้าๆ มันเป็นเพียงแค่ชั่วครู่ แต่มันก็ราวกับช่วงเวลาอัน
หนักอึ้งเป็นชั่วโมง ผมแทบจะส าลักกับน ้าหนักของความ
เงียบเมื่อเธอพูดออกมา
[ข้าจะมอบภารกิจให้กับเจ้า]
ในที่สุดมันก็มา
[เจ้าต้องการที่จะแสดงให้ข้าเห็นเรื่องราวที่น่าสนใจใช่
ไหม? ถ้าเจ้าท าส าเร็จ ข้าจะให้เจ้าได้ค้นหาดวงวิญญาณที่
เจ้าต้องการ]
จากนั้นก็มีข้อความของระบบโผล่ขึ้นมา
[สถานการณ์ลับใหม่ถูกเปิดใช้งาน]
มันมีหลายต านานที่โผล่ขึ้นมาในหัวของผมเมื่อผมได้ยิน
ค าพูดของเธอ เฮอร์คิวลิสแสดงสิ่งที่เรียกว่า ‘ภารกิจสิบ
สองอย่าง’ ดวงตาของเพอร์เซโฟนีเปล่งประกาย
[ข้าต้องการเห็นมันอีกครั้ง ลูกหลานของโอลิมปัสมักจะ
ท ามันอยู่บ่อยๆ แต่ข้าไม่ได้เห็นมันเลยตั้งแต่ที่ข้าได้พบ
กับราชา]
“ภารกิจอะไร?”
[ภารกิจของเจ้าคือการตัดหัวงู]
“…งู? ท่านหมายถึงงูที่มีหลายหัวใช่ไหม?” ผมถามด้วย
น ้าเสียงที่อึ้งไปเล็กน้อย
มันเป็นเพราะงูนั่นคือมอนสเตอร์ระดับสอง เพอร์เซโฟนี
ส่ายหัว
[ข้าไม่ได้ก าลังพูดถึงไฮดร้า เฮอร์คิวลิสเท่านั้นที่สามารถ
ฆ่ามันได้ งูที่เจ้าต้องสังหารอยู่ที่อื่น]
“ยังไงก็ตาม ผมก็ไปไหนได้ไม่ไกลนักเพราะ
สถานการณ์”
[ไม่ต้องห่วง งูจะอยู่ในที่ๆ เจ้าไป]
เพอร์เซโฟนีสะบัดนิ้วของเธอเบาๆ และหน้าจอก็ปรากฏ
ขึ้นในอากาศที่ว่างเปล่า มันมีข้อความว่าช่องได้ถูก
เชื่อมต่อ และผมก็ตระหนักได้ว่าหน้าจอนี้คืออะไร
…นี่เป็นวิธีการที่กลุ่มดาวใช้ดูพวกเรางั้นเหรอ? ป่าสีเขียว
ขจีที่เต็มไปทั่วทั้งหน้าจอ ไม่นานนักผมก็คิดออกว่ามันคือ
ที่ไหน มันคือเวทีของสถานการณ์ที่หกที่ก าลังจะเริ่มต้น
ขึ้น รอเดี๋ยว อะไรเนี่ย?
「ลุง ลากไม้ออกไปจากตรงนั้นและท าที่พักกันก่อน ลุง
เก่งเรื่องพวกนี้ไม่ใช่เหรอ?」
「ฉันไม่ได้เก่งเรื่องการถางที่ ยัยทึ่ม 」
ผมจ้องไปที่หน้าจอ คนทั้งสองคือกงพิลดูที่หายตัวไป
และฮันซูยอง เป็นไปได้ยังไง? สถานการณ์ที่หกยังไม่เริ่ม
ขึ้น? ผมรู้สึกได้ว่าเพอร์เซโฟนีก าลังจ้องมาที่ผม
[เอาอย่างงี้เป็นไง? เจ้าต้องการลองไหม? มันอาจเป็นเรื่อง
ยาก แต่ก็เป็นภารกิจที่คู่ควร]
ผมได้สติกลับมา ผมสามารถสัมผัสได้ว่า ‘งู’ ที่เพอร์
เซโฟนีต้องการให้ผมฆ่าคืออะไร ผมค่อยๆ พยักหน้า
***
อวตารจากไปและความมืดมืดก็กลับคืนมาสู่ห้องโถง
เพอร์เซโฟนีที่อยู่เพียงล าพังจ้องมองไปยังห้องอันว่าง
เปล่าก่อนที่จะพูดออกมา
[เอาไปทิ้งซะ รสชาติไม่ได้เรื่องเลย]
มันมีมือปรากฏขึ้นในความมืดและเก็บจานออกไปอย่าง
รวดเร็ว เพอร์เซโฟนีเฝ้ามองในขณะที่อาหารตรงไปยังถัง
ขยะ ปรมจารย์ดาบ, นักล่าระดับ SSS, มหาจอมเวทย์…
เธอเบื่อรสชาติอร่อยเหล่านี้ไปแล้ว จากนั้นก็มีเสียงหนึ่ง
ดังออกมาจากความมืด
– เพอร์เซโฟนี ท าไมเจ้าถึงท าแบบนั้น?
มันดูเหมือนกับว่าตัวมิติก าลังพูดออกมา
[โอ้ ในที่สุดสามีแสนขี้อายของข้าก็พูดออกมาได้แล้ว]
– ข้าถามว่าท าไม
[ฮาเดส ท่านต้องการสิ่งนี้]
– ข้าไม่เคยพูดอะไรแบบนั้น
เพอร์เซโฟนีจ้องมองเข้าไปในความมืด
[หาได้ยากที่ท่านจะชอบอวตาร ข้าคิดว่าท่านคงจะต้อง
ชอบเด็กคนนี้เป็นพิเศษ ข้าคิดถูกไหม?]
– ท าไมเจ้าถึงคิดแบบนั้น?
[เป็นเพราะท่านไม่ได้สังหารเขาเมื่อเขาเข้ามายังยมโลก]
ความมืดมิดเงียบไปสักพัก
[ท่านรู้สึกอิจฉาอยู่เสมอที่ซุสมีเฮอร์คิวลิส คราวนี้ ข้าอ่าน
ใจท่านได้นิดหน่อย]
เพอร์เซโฟนีมองลงไปที่มือของเธอสักครู่ก่อนที่จะก ามือ
[พูดตามตรง มันน่าทึ่งมาก มันมีกลุ่มดาวบางกลุ่มที่ข้าไม่
อาจต่อกรได้ พวกเขาต่างก าลังไล่ตามอวตารคนหนึ่ง…]
หน้าจอปรากฏขึ้นในความมืด อย่างไรก็ตาม สัญญาณของ
ช่องก็ไม่เสถียร และวิดีโอก็ไม่ปรากฏขึ้นในทันที่ ความ
มืดมองที่หน้าจอและพูดออกมา
– อีกไม่นานจะมีสัญญาณของวันต่อมา
วันต่อมา เพอร์เซโฟนีฟังค าเหล่านี้และอ้าปากด้วย
ส่วนผสมของความไม่ไว้วางใจ ความสงสัย และความ
กังวล
[…วันต่อมาจะมาจริงเหรอ?]
– บางทีนะ
[ท่านจะยังอยู่กับข้าในเวลานั้นใช่ไหม?]
ฮาเดสไม่ตอบ ความมืดอันอบอุ่นห่อหุ้มรอบๆ ร่าง
ตัวแทนของเธออย่างระมัดระวัง เพอร์เซโฟนีรู้สึกถึง
ความมืดมิดและกล่าวว่า
[ข้าตื่นเต้นมากที่จะได้เห็นเรื่องราวที่เด็กคนนั้นจะแสดง
ให้ข้าเห็น]
ดวงตาของเธอเฝ้ามองในขณะที่คิมทกจาเคลื่อนผ่านความ
มืดเพื่อออกไปจากยมโลก คิมทกจาก้าวไปข้างหน้าโดย
ไม่มองย้อนกลับมา
เพอร์เซโฟนีหัวเราะเบาๆ ราวกับว่าเขาน่ารัก
(จบตอน)