มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 116 – โลกที่ถูกทอดทิ้ง (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 116 – โลกที่ถูกทอดทิ้ง (2)
พร้อมกับข้อความ เนื้อหาของสถานการณ์ได้ปรากฏขึ้น
ในหัวของผม
+
[สถานการณ์หลัก #6 – ????]
ประเภท: หลัก
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: ???
จ ากัดเวลา: ???
สิ่งตอบแทน: ???
ความล้มเหลว: –
+
“เอ่อ? ไม่มีระดับความยากหรือเงื่อนการเคลียร์”
“…พวกมันต้องการให้เราท าบ้าอะไร? ท าไมทุกๆ อย่าง
ถึงเป็นเครื่องหมายค าถาม?”
คนที่สับสนเรียกหน้าต่างออกมาหลายครั้ง แต่เนื้อหาของ
สถานการณ์นั้นก็ยังคงถูกปกคลุมไว้ด้วยเครื่องหมาย
ค าถาม ผมไม่แปลกใจเลยเพราะผมคาดถึงเรื่องนี้ไว้อยู่
แล้ว มันเป็นเพราะสถานการณ์นี้…
“สถานการณ์นี้สามารถท าได้ด้วยคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น”
ชายวัยกลางคนร่างสูงที่ยืนอยู่ใกล้กับผมประกาศออกมา
“นาย…”
“มันเป็นเวลาสักพักแล้วนะ คิมทกจา นี่คือครั้งแรกที่ฉัน
ได้ทักทายนายอย่างเป็นทางการ”
…ลุงคนนี้ก็อยู่ที่นี่ด้วย ผมต้องการจะพูดอะไรออกไป แต่
ชายคนนั้นก็จับมือผมก่อน
“ฉันคือจอนอิลโด และฉันก็มีชื่อว่าราชาผู้เป็นกลาง”
“ฉันคิมทกจา”
ราชาผู้เป็นกลาง จอนอิลโด เขาคือหนึ่งในราชาเพียงไม่กี่
คนที่เหลืออยู่ในกรุงโซลจากการต่อสู้เพื่อบัลลังก์หนึ่ง
เดียว
ผมมีความทรงจ าที่น่าประทับใจกับชอนอิลโด เขาคือ
ราชาเพียงคนเดียวที่สละบัลลังก์ตามความประสงค์ของ
เขา
“ในระหว่างการชิงบัลลังก์ และคราวนี้ก็ด้วย ฉัน
ประทับใจมากกับผลงานของทกจา นายไม่รู้หรอกว่า
ผู้สนับสนุนของฉันพูดถึงทกจามากแค่ไหน เวลาครึ่งหนึ่ง
เขาใช้มันเพื่อพูดถึงทกจา”
เขายิ้มกว้างออกมา สิ่งนั้นท าให้ผมคิดขึ้นมาได้ ใครคือ
ผู้สนับสนุนของเขากัน? ผมใช้สกิลทันที่
[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
มันเป็นรายการสรุปที่มีแค่แอตทริบิวต์และผู้สนับสนุน
[ลิสต์สรุปมีการเปลี่ยนแปลง]
+
[ลิสต์สรุปตัวละคร]
ชื่อ: จอนอิลโด
แอตทริบิวส่วนตัว: ปัญญาชนผู้ซุ่มซ่าม (ทั่วไป), ราชาผู้
เป็นกลาง (วีรบุรุษ)
ผู้สนับสนุน: ผู้เชี่ยวชาญในการนั่งบนรั้ว
+
…เมื่อผมได้เห็นมัน ผมก็เกิดค าถามขึ้นมา แน่นอนว่ามัน
คงจะเป็นกลุ่มดาวนี้ ผู้เชี่ยวชาญในการนั่งบนรั้วดูเหมือน
จะเป็นคนโบราณที่มีความซับซ้อนภายในตัว แต่จริงๆ
แล้วมันคือค าขยายของ ‘ราชา’
[กลุ่มดาวผู้สนับสนุนการทูตที่เป็นกลางได้เผยค าขยาย
ของเขาออกมา]
[กลุ่มดาว ‘ผู้เชี่ยวชาญในการนั่งบนรั้ว’ ได้แสดงเจตนาดี
ต่อคุณ]
มันเป็นค าขยายของเจ้าชายควังแฮ ราชาแห่งโชซอนผู้มี
ชื่อเสียงในด้านการทูตที่เป็นกลาง
จอนอิลโดได้ต าแหน่งราชาผู้เป็นกลางเพราะเหตุผลนี้
นี่เอง
ผมพูดกับเขา “ฉันอยากได้ยินเรื่องราวของนายอีกสัก
หน่อย นายหมายความว่าไงที่ว่ามีเพียงบางคนที่สามารถ
ลุยสถานการณ์นี้ได้?”
“อ่า นายไม่รู้”
เหล่าราชาได้รับข้อมูลมาอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าผมรู้ดี
ที่สุด แต่ผมก็ยังจ าเป็นต้องฟังพวกเขา บางสิ่งอาจจะ
แตกต่างไปจากหนทางเอาชีวิตรอดที่ผมรู้จัก
“ตามข้อมูลของโดเกบิระดับเมื่อเช้านี้ ผู้เข้าร่วม
สถานการณ์นี้จะถูกตัดสินจากอาสาสมัคร”
“อาสาสมัคร?”
“ใช่ สถานการณ์นี้ไม่ต้องการให้ทุกคนเข้าร่วม นอกจากนี้
ยังไม่มีบทลงโทษส าหรับการไม่มีส่วนร่วม มันเหลือเชื่อ
มากเมื่อพิจารณาถึงสถานการณ์ที่พวกเราเคยประสบมา”
มันเป็นอย่างที่ผมคาดไว้ ผมชี้ไปที่หน้าจอและถาม
“ผู้เข้าร่วมจะไปที่นั่นงั้นเหรอ?”
“นั่นคือสิ่งที่ฉันได้ยิน”
ผมได้ยินเสียงแห่งความโล่งอกดังออกมาจากทั่วทุกที่
หลังจากค าพูดของจอนอิลโด
“อะไรนะ? ไม่ใช่พวกเราทุกคนที่จะต้องไป?”
“สุดยอด น ้าตาจะไหล ฉันได้เห็นมอนสเตอร์พวกนั้น
แล้ว… ท าไมพวกมันถึงตัวใหญ่นัก?”
เมื่อมาถึงจุดนี้ เหล่าอวตารก็แบ่งออกเป็นสามประเภท
ใหญ่ ประเภทแรกก็คือพวกนี้ลอบเฝ้ามอง ส่วนใหญ่แล้ว
พวกเขาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องและคิดว่าพวกเขาสามารถ
รอดชีวิตไปได้ด้วยการซ่อนตัว
อย่างไรก็ตาม ความคิดนี้ก็ผิด ทุกๆ สถานการณ์ในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาวจะมีความยากเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวีจาก
จุดที่ผ่านมา บางทีอวตารพวกนี้คงจะต้องเผชิญหน้ากับ
อันตรายอันน่าสะพรึงกลัวเพื่อแลกเปลี่ยนกับการไม่เข้า
ร่วมสถานการณ์
“…มันน่าสนใจใช่ไหม?”
จากนั้นก็ประเภทที่สอง คนพวกนี้พอปรับตัวเข้ากับ
สภาพแวดล้อมอันรุนแรงของสถานการณ์ได้อยู่บ้าง พวก
เขามีสีหน้ามั่นใจและมองไปที่หน้าจอพร้อมกับ
ตรวจสอบอุปกรณ์ล่วงหน้า บางทีพวกเขาอาจจะสามารถ
เอาชีวิตรอดไปได้ในระหว่างนี้
และสุดท้าย ประเภทที่สาม…
“จอนอิลโด! นายอยู่ไหน?”
มันมีเสียงตะโกนดังออกมาจากนอกฝูงชน จอนอิลโดมอง
ไปที่นาฬิกาของเขาและครวญครางออกมา “ถึงเวลาแล้ว”
“นายไปได้แล้ว ฉันไม่เป็นไร”
“ไม่ ฉันไปคนเดียวไม่ได้ มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย”
“…นายหมายความว่ายังไง?”
“ทกจา จริงๆ แล้วฉันมาที่นี่เพื่อตามหานาย”
“หาฉัน?”
จอนอิลโดพยักหน้า “โลกที่ไร้ราชา”
เขามองไปรอบๆ มันเป็นเวลาเพียงชั่วครู่ แต่มันก็รู้สึกราว
กับว่ามีสายตาของหลายๆ คนก าลังจ้องมาทางนี้ จอนอิล
โดจ้องมองรอยยิ้มลึกลับราวกับว่าเขาสังเกตเห็นสายตา
ของผม
“ราชาที่เหลืออยู่ในโลกอัปมงคลนี้ก าลังรอนายมาอยู่”
นี่คือประเภทที่สาม พวกเขาคือคนที่ใช้ประโยชน์จาก
ผู้อื่นเพื่อความอยู่รอด
***
ผมตามจอนอิลโดมายังที่รวมตัวกันของเหล่าราชา
พวกเขามารวมตัวกันที่ชานชาลากลางของสถานียงซาน
และห้องประชุมก็ถูกปกคลุมด้วยเต็นท์ขนาดใหญ่ มันมี
คนอยู่รอบๆ เต็นท์นับสิบ ทุกคนดูน่าเกรงขาม พวกเขา
เป็นกองทหารชั้นยอดของเหล่าราชา พวกเขาน่าจะล่า
มอนสเตอร์ที่อยู่ในพื้นที่อื่นๆ ในขณะที่พวกเราต่อสู้กับ
ชินยูซอง
“ฉันขอโทษนะ แต่มีแค่ราชาเท่านั้นที่สามารถเข้าไปข้าง
ในได้” ทหารยามหยุดพวกเราไว้ และผมก็มองกลับไปยัง
สมาชิกปาร์ตี้ที่อยู่ด้านหลัง
จางฮีวอนและลีฮุนซึงเข้าใจสถานการณ์และพยักหน้า ผม
ทิ้งยูซานอาไว้กับลีฮุนซึง
“ทกจา ตะโกนออกมานะถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เข้าใจไหม?”
จางฮีวอนบอกกับผม
ผมยิ้มให้กับเธอและเปิดประตูเต็นท์
[การปิดกั้นคลื่นเสียงถูกเปิดใช้งานในพื้นที่]
พวกเขามีกระทั่งการปิดกั้นคลื่นเสียงเลยงั้นเหรอ? ดู
เหมือนว่าจะมีคนที่มีฝีมืออยู่สินะ ผมเดินเข้าไปข้างใน
และเห็นโต๊ะกลมในพื้นที่กว้าง มันมีบิสกิตและเนื้อแห้ง
วางอยู่บนโต๊ะ
เก้าอี้ที่ผู้คนก าลังนั่งอยูนั้นแตกต่างกันออกไป บ้างก็เป็น
เก้าอี้พลาสติก บ้างก็เป็นเก้าอี้ไม้ และยังมีกระทั่งโซฟา ถึง
กระนั้น ไม่ว่าพวกเขาจะนั่งอยู่บนอะไร มันก็เป็นบัลลังก์
แน่นอน
ราชาที่รอดชีวิตมาได้อยู่ที่นี่แล้ว
“นายบอกว่ากลุ่มของพวกเราได้เปรียบงั้นเหรอ? เกาหลี
ใต้จะเป็นผู้มาที่หลัง นายคิดว่าพวกเราจะสามารถจัดการ
กับคนที่มาก่อนได้เหรอ? อย่างไรก็ตาม มันจะแตกต่าง
ออกไปถ้ากลุ่มของพวกเราไป ฉันจะไป…!”
เสียงดังอื้ออึงของชายวัยกลางคนเบาลงกับการปรากฏตัว
ของผม ราชาทุกคนจ้องมาที่ผม
“ราชาคนสุดท้ายมาแล้ว” ราชาแห่งความงาม มินจีวอน
พูดขึ้นมา
ผมทักทายเธอเบาๆ และมองไปรอบๆ มันไม่มียูจงฮยอคอ
ยู่ อืม คงปกติแหละ นอกเหนือจากผม มันมีคนอยู่ทั้งหมด
5 คน
ราชาแห่งความงาม มินจีวอน
ราชาเมตไตรย ชาซังคยอง
ราชาผู้เป็นกลาง จอนอิลโด
ราชาพเนจร
นี่คือสี่คนและคนที่เหลืออยู่…
มันแปลก ผมไม่รู้จักเขาเหรอ?
“คนนี้คือใครกัน?”
“ฉัน คิมทกจา”
“โอ้ นายคือ… อืม อืม ฉันคือประธานาธิบดีแห่งยออิโด
ยูฮุนโฮ”
ประธานาธิบดีแห่งยออิโด? ประธานาธิบดีตายไปแล้ว นี่
มันเรื่องไร้สาระอะไร? มินจีวอนพูดเสริมด้วยเสียง
เปรี้ยวๆ “…ยูฮุนโฮไม่ใช่ราชา แต่เขาเป็นผู้น าของกอง
ก าลังขนาดใหญ่ นั่นเป็นเหตุผลที่เขามาอยู่ที่นี่”
“ราชาอะไร? เธอคิดว่านี่คือราชวงศ์โชซอนงั้นเหรอ?
พวกเราอยู่ในยุคประชาธิปไตย ตื่นได้แล้ว!”
ผมเปิดใช้งานลิสต์ตัวละครอย่างเงียบๆ
+
[ลิสต์สรุปตัวละคร]
ชื่อ: ยูฮุนโฮ
แอตทริบิวต์ส่วนตัว: นักการเมืองทุจริต (หายาก)
ผู้สนับสนุน: จ้าวแห่งการจัดการกิจการของรัฐ
สกิลเฉพาะตัว: ติดสินบน LV.5, บัญชาการกองทัพ LV.4,
อ านาจคอรัปชั่น LV.6, ควบคุมมวลชน LV.7…
+
ผมจ าได้ในทันที่ นักการเมืองที่รอดชีวิตจากสถานการณ์
แรก มันมีคนแบบนี้อยู่ในการเสื่อมถอยหลายๆ รอบ โดย
ปกติแล้วเขาคงจะถูกลบหายไปในช่วงคลื่นมอนสเตอร์
ดังนั้นคราวนี้มันก็ถือว่าเขาโชคดี
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ โมโหกับการคอรัปชั่นของ
เจ้าหน้าที่โชซอน]
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ เกลียดอวตารยูฮุน
โฮ]
ข้อความเหล่านี้น่าจะเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับผู้สนับสนุนของ
ยูฮุนโฮ จ้าวแห่งการจัดการกิจการของรัฐคือผู้ที่มีชีวิตอยู่
ในช่วงยุคโชซอน…
ผมคงจะสามารถถามยูซานอาได้ถ้าเธออยู่ที่นี่
“คนๆ นี้ชื่อว่าลีซูคยอง ซึ่งเธอก็เข้าร่วมด้วยเหตุผล
เดียวกัน ฉันไม่รู้ว่านายเคยได้ยินไหม แต่เธอถูกเรียกว่า
ราชาพเนจร”
ราชาพเนจรมองมาที่ผม เธอยังคงสวมหน้ากากอยู่ ผมจ้อง
ไปที่หน้ากากสักพักก่อนที่จะหันหัวไปทางซ้าย
“หยุดแนะน าตัวกันได้แล้ว ฉันอยากรู้ว่าท าไมนายถึงเรียก
ฉันมา”
จอนอิลโดที่นั่งอยู่ตรงกลางโต๊ะพูดขึ้นมาหลังจากได้ยิน
ค าพูดของผม “พวกเรามาที่นี่เพื่อเลือกตัวแทนที่จะเข้า
ร่วมในสถานการณ์ที่หก”
นี่คือจุดประสงค์ของพวกเขา ยูฮุนโฮพูดหลังจากจอนอิล
โด “คนที่มารวมตัวกันที่นี่คือเหล่าคนที่มีกองก าลังมาก
ที่สุดในโซลโดมในเวลานี้ คิมทกจามีขนาดค่อนข้างเล็ก
แต่นายได้รับเกียรติพิเศษเนื่องจากการมีส่วนร่วมของนาย
ในสถานการณ์”
“อ่า งั้นเหรอ?”
พิเศษ? เกียรติ? ช่างเป็นอะไรที่ไร้สาระ เขาซ่อนตัวอยู่ที่
ไหนสักแห่งในขณะที่ผมเคลียร์สถานการณ์… ในตอนนี้
เขากลับต้องการพูดค าเหล่านี้ออกมางั้นเหรอ?
ยูฮุนโฮมองไปรอบๆ และพูดต่อ “อีกครั้ง มันเป็นเวลาที่
พวกเราต้องหลบหนีไปจากความป่าเถื่อนพวกนี้ เป็นเวลา
พักหนึ่งแล้ว พวกเราได้ย้อนกลับไปยังยุคโบราณและต้อง
ต่อสู้ดิ้นรน อย่างไรก็ตาม สาระส าคัญของพวกเราก็คือ
ประชาชนที่ท าตามสัญญาอันเข้มงวดของสังคม! ถ้าอย่าง
นั้น มันจะไม่ดีกว่าเหรอที่จะเลือกผู้เข้าร่วมสถานการณ์
ต่อไปโดยใช้กระบวนการประชาธิปไตย?”
มันเป็นสุนัขที่ก าลังเห่า แต่มันก็ฟังดูน่าเชื่อถือเพราะเขา
ได้ผสมค าพูดที่น่าเชื่อถือลงไปหลายค า มินจีวอนตอบ
“นายก าลังพูดถึงประชาธิปไตยบ้าอะไร?”
“เหมือนกับที่ฉันได้พูดไป ฉันคิดว่ามันถูกต้องที่จะ
จัดสรรผู้เข้าร่วมตามขนาดของกองก าลัง”
จอนอิลโดโต้กลับในทันที่ “ฉันรู้ว่ากลุ่มของยออิโดเป็น
กลุ่มที่ใหญ่ที่สุดเมื่อดูจากจ านวน ข้อเสนอนั้นไม่ยุติธรรม
เลย”
“จอนอิลโด ฉันเสียใจกับค าพูดของนายจริงๆ ไม่ใช่ว่า
พวกเราต่างก็เป็นคนเกาหลีกันเหรอ? มันไม่ส าคัญว่าจะมี
คนจากกลุ่มถูกเลือกไปเท่าไร เมื่อพวกเราเข้าสู่
สถานการณ์ พวกเราจะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ต่างชาติ
จากนั้นกลุ่มที่พวกเราเป็นสมาชิกก็จะไม่ส าคัญอีกต่อไป
พวกเราจะต่อสู้กันท าไมเมื่อศัตรูอยู่ตรงหน้าของพวก
เรา?”
เขาเป็นนักการเมืองอย่างแท้จริง แต่จอนอิลโดก็ไม่ใช่
ง่ายๆ “ถ้าไม่ส าคัญว่าใครจะถูกเลือกก็ไม่มีเหตุผลที่จะ
เลือกจากกลุ่มของนาย”
“อืม ตามกระบวนการประชาธิปไตย พวกเรามีคนที่มี
อ านาจมากมาย…”
ผมรู้สึกร าคาญเมื่อได้ยิน “พวกเรามาที่นี่เพื่อพูดคุย
เกี่ยวกับเรื่องนี้กันเหรอ? ฉันไม่รู้หรอกนะว่าท าไมพวกเรา
ต้องเลือกคนก่อน ก็แค่ส่งทุกคนที่ต้องการจะไปก็พอหนิ”
“เดิมทีพวกเราก็คิดแบบนี้ แต่มันเปลี่ยนไปแล้ว”
“เปลี่ยนไป?”
มินจีวอนพยักหน้า “สถานการณ์มีโควต้าที่จ ากัด”
จ ากัด?
“เหล่าราชาได้รับข้อความจากโดเกบิ แต่นายยังไม่ได้รับ”
ในเวลานั้นเอง ข้อความของระบบก็โผล่ขึ้นมาในหัวของ
ผม
[การจัดสรรแรกเริ่มของโซลโดมคือ 10 คน]
[จ านวนเพิ่มเติมจะถูกตัดสินขึ้นอยู่กับอวตารใน
สถานการณ์]
โอ้ นี่คือเหตุผลที่พวกเขาเถียงกัน ไม่เหมือนกับอวตารคน
อื่น เหล่าราชารู้ว่าการจองที่ล่วงหน้าในสถานการณ์มี
ความส าคัญมาก ถ้าพวกเขาสามารถส่งกองก าลังของ
ตัวเองเข้าไปในโควต้าเริ่มแรกได้ พวกเขาก็จะมีการ
เริ่มต้นที่ดีกว่ากลุ่มอื่นๆ ในสถานการณ์ สุดท้ายสถานที่
แห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นเพื่อการต่อสู้แย่งชิงที่นั่งของราชา
“กลุ่มของฉันจะไป ฉันได้ยินมาว่ามีคนญี่ปุ่นจ านวนมาก
ในพื้นที่สถานการณ์ ฉันคิดว่ามันถูกต้องส าหรับฉันที่จะ
เป็นผู้น าในฐานะผู้สืบทอดแห่งซิลลา”
“ไม่ ฉันจะไป แพ็กเจมีการปะทะกับญี่ปุ่นมามากมาย
ตั้งแต่สมัยโบราณ”
“นั่นมันแพ็กเจ ผู้สนับสนุนของนายมาจากแพ็กเจยุคหลัง”
“นายหมายความว่ายังไง? แน่นอนว่าฉันต้องไป ฉันจะ
เชื่อในผู้สนับสนุนปร าปราของนายได้ยังไง…”
“ทุกคน รอเดี๋ยวก่อน ใจเย็นลงก่อน…”
จอนอิลโดก้าวมาข้างหน้า แต่ก็ไม่สามารถท าให้ความ
สับสนสงบลงได้ ผมมองไปรอบๆ พร้อมกับถอนหายใจ
และเห็นราชาพเนจร เธอก าลังมองมาที่ผมโดยไม่พูด
อะไร ผมสามารถเห็นรอยยิ้มเล็กน้อยภายใต้หน้ากากครึ่ง
ซีกของเธอได้
ผมต้องจัดการกับเรื่องนี้ เหล่าราชาก าลังโต้เถียงกันอย่าง
ดุเดือดจนเหมือนกับจะมีการนองเลือดเกิดขึ้น
“มันไม่มีประโยชน์อะไรที่พวกเราจะเถียงกันอยู่ที่นี่”
เหล่าราชามองมาที่ผมในเวลาที่ผมพูดค าเหล่านี้ออกมา
ดวงตาของยูฮุนโฮก าลังพูดว่า ‘นายหมายความว่ายังไง
กัน?’
ผมรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ของพื้นดินและหยิบ
บิสกิตบนโต๊ะขึ้นมา เอาล่ะ เขามาแล้ว ท าไมเขาถึงมาสาย
ได้ตลอดนะ?
“ราชาคนสุดท้ายยังไม่มา”
ในเวลาที่ผมหักบิสกิต เต็นท์ด้านหนึ่งก็ระเบิดออก และ
ยูฮุนโฮก็ล้มลงพร้อมกับเสียงกรีดร้อง
“อ๊ากกก!”
คนๆ หนึ่งปรากฏตัวขึ้นด้านหลังยูฮุนโฮ ผมขยับตัวผ่านรู
บนเต็นท์และเห็นคนคุ้มกันหลายสิบคนก าลังทรุดตัวลง
อยู่ด้านหลังของเขา
นี่คือผู้เสื่อมถอยของพวกเรา อารมณ์ของเขาเหมือนเดิม
ไม่ว่าจะเป็นการเสื่อมถอยหรือไม่ ดวงตาอันดุร้ายของเขา
กวาดผ่านกลุ่มคนและโฟกัสมาที่ผมในไม่ช้า
“ร-ราชา!” ราชาบางคนครางออกมา
จากนั้นยูจงฮยอคก็พูดออกมา “ฉันจะประกาศคนที่เข้า
ร่วมในสถานการณ์ต่อไปเอง”
(จบตอน)