มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 129 – เหล่าผู้เผชิญหน้ากับเทพเจ้า (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 129 – เหล่าผู้เผชิญหน้ากับเทพเจ้า (4)
ยูจงฮยอคจ้องมาที่ผมและกล่าวว่า “มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะ
เลยกับสกิลของนาย”
จากนั้นก็มีข้อความดังออกมา
[กลุ่มดาวที่เกลียดชังคาบสมุทรเกาหลีแสดงความเกลียดชัง
ออกมา]
[กลุ่มดาวที่เกลียดความรุนแรงและการเข่นฆ่าก าลังคลั่ง]
[กลุ่มดาวที่เกลียดชังคาบสมุทรเกาหลีปรารถนาให้คุณตาย]
ผมมองไปยังอวตารชาวญี่ปุ่น ผู้สนับสนุนของพวกเขาต่างก็
เป็นคนที่ผมรู้จัก พวกเขาเข้ามาในช่องของบีฮยองและลากคน
ที่ผมรู้จักไปตาย
“ฉันสัญญาไว้ ดังนั้นฉันต้องจัดการกับมัน”
“สัญญา?”
ค าสัญญาแรกคือการฆ่าโดเกบิ และค าสัญญาที่สองคือการชุบ
ชีวิตเธอ สุดท้าย ค าสัญญาที่สาม มันคือสิ่งนี้
“ฉันสัญญาว่าจะแก้แค้นกลุ่มดาวที่ฆ่าเธอ”
ยูจงฮยอคน่าจะเข้าใจค าพูดเหล่านี้ บางทีในโลกใบนี้อาจจะมี
แค่ยูจงฮยอคที่เข้าใจได้ ยูจงฮยอคตอบ “ฉันไม่อาจยอมรับได้
เพราะเรื่องแค่นั้น”
“…ไอ้บ้านี่ไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆ”
พวกเราเริ่มเคลื่อนไหวในทันทีที่พวกเราพูดจบ จุดที่พวกเรายืน
อยู่ถูกท าลาย และหัวของงูยักษ์ก็จ้องมาที่พวกเรา
[กลุ่มดาว ‘ราชาแปดเศียร’ โกรธมาก!]
มันเป็นตัวตนอันน่าหวาดหวั่น มันไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่ยังมี
‘เงา’ ของกลุ่มดาว พลังที่มากมายขนาดนี้ถูกเผยออกมาแม้ว่า
จะมีข้อจ ากัดของความเป็นไปได้
นี่คือความอหังการของ ‘ระดับเรื่องเล่า’ มันเป็นคู่ต่อสู้ที่
ตามปกติแล้วผมคงไม่อาจจัดการได้
「ยามาตะ โนะ โอโรจิ มันถูกตีตราว่าเป็นวิญญาณชั่วร้ายใน
ต านานญี่ปุ่นโบราณ มีเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่จะจัดการกับมันได้
」
ผมสังเกตเห็นดาบของยูจงฮยอคและกล่าวว่า “นายได้ดาบโทสึ
กะมาแล้ว”
เดิมทีในการเสื่อมถอยรอบที่สาม ยูจงฮยอคจะไม่ได้ดาบนี้มา
มันอาจจะเป็นเพราะเขาแข็งแกร่งขึ้นในรอบนี้
ยูจงฮยอคสงสัย “…นายรู้จักดาบเล่มนี้”
“ฉันรู้ มันเป็นดาบที่มีชื่อเสียง”
ดาบโทสึกะ มันเป็นดาบที่ซูซะโนะโอะใช้จัดการกับโอโรจิ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในเรื่องเล่า มันสามารถจัดการกับโอโรจิได้ใน
ดาบเดียว
มันก็เป็นกับคเยแพคและอิโตะ ประวัติ ‘ความพ่ายแพ้’ คือ
จุดอ่อนถึงตายส าหรับสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากเรื่องเล่า หัวทั้งแปด
กรีดร้องออกมาพร้อมกันและหลั่งน้ าตาสีเลือด
[เคี๊ยก… ไอ้พวกสวะ…]
บ้าน่า… มันก าลังใช้เสียงที่แท้จริง?
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ เปิดใช้งานอย่างรุนแรง!]
พื้นที่ทั้งหมดถูกท าลายด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว คนจิ๋ว
มากกว่าครึ่งที่ได้ยินมันตายจากการที่อวัยวะภายในของพวก
เขาแตกร้าว ลีจีฮเยและลีกิลยังกระอักเลือดออกมาและทรุดตัว
ลง แม้กระทั่งภัยพิบัติก็ยังต้องหลั่งเลือดหลังจากได้ยินค าพูด
นั้น
แน่นอนว่าผมมี ‘ก าแพง’ และบาเรียพลังจิตของยูจงฮยอคก็มี
ระดับสูงพอ ดังนั้นพวกเราจึงทนต่อมันได้
“นายพูดไม่ค่อยเก่งเท่าไรนะ งั้นก็หุบปากไปดีกว่า” ผมสอนมัน
อย่างไรก็ตาม งูก็ไม่ได้ใช้เสียงที่แท้จริงของมันอีก มันไม่มีสิทธิ์
พอที่จะใช้เสียงจริงซึ่งต้องใช้ความเป็นไปได้ที่สูง กลับกัน
ความโกรธของมันน าไปสู่การกระท าแทน
หัวทั้งแปดพ่นไฟออกมาพร้อมกัน และเปลี่ยนพื้นที่ให้
กลายเป็นเตาหลอม พวกเราวิ่งไปด้านหลังก าแพงอย่างรวดเร็ว
มันเป็นยูจงฮยอคที่ลงมือก่อน
[ตัวละคร ‘ยูจงฮยอค’ ใช้ ‘กลายร่างยักษา LV.2!’]
ตามที่คาดไว้ สกิลนี้ก็ส่งผ่านมายังเขาแล้ว ผมคิดว่าผมควรจะ
เรียนรู้สกิลนี้ไว้
ร่างกายของยูจงฮยอคพองตัวขึ้นในขณะที่เขากระโดดขึ้นไปใน
อากาศ กลายร่างยักษาคือเคล็ดวิชาที่จะระเบิดพลังแฝงของ
ร่างกายออกมาชั่วคราวเพื่อเลียนแบบพลังของยักษ์
ในช่วงเวลาสั้นๆ พลังรบของยูจงฮยอคก็แข็งแกร่งยิ่งกว่า
ก่อนที่เขาจะกลายเป็นคนจิ๋ว ปัญหาก็คือเวลาของสกิลมีแค่ 5
นาทีเท่านั้น
พลังแยกนภาไหลเวียนเข้าไปยังดาบโทสึกะ ยูจงฮยอคทะยาน
จากก าแพงและพุ่งไปข้างหน้า พลังแยกนภาพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด
และพุ่งออกมาจากดาบ
ดาบท าลายนภา
ลบเลือน
เวิ้งว้างแยกนภา
ประกายแสงที่พุ่งออกมาจากดาบของยูจงฮยอคแยกออกเป็น
กิ่งก้านนับสิบและกระแทกออกไป
เลือดสีด าอันน่าสยดสยองก่อตัวขึ้นบนบาดแผลที่เกิดจากดาบ
โทสึกะ และหนึ่งในหัวทั้งแปดก็เริ่มเน่า
นี่คือดาบเพียงเล่มเดียวเท่านั้นที่สามารถสังหารโอโรจิได้ ยูจงฮ
ยอคไม่ใช่กลุ่มดาว ดังนั้นการเปลี่ยนเวทีจึงไม่ได้เกิดขึ้น ถึง
กระนั้น มันก็ยังชัดเจนว่าดาบเล่มนี้มีประสิทธิภาพแค่ไหน
[กลุ่มดาว ‘ราชาแปดเศียร’ ก าลังโหยหวน]
หัวข้างหนึ่งถูกตัด แต่โอโรจิก็ยังไม่ตาย เพื่อที่จะฆ่ามัน หัวทั้ง
แปดจะต้องถูกตัด
ยูจงฮยอคไม่ลังเลและกระโดดขึ้นไปยังหัวที่สอง การต่อสู้
งดงามมากจนไม่มีใครสามารถขัดขวางได้ มันน่าทึ่งมากใน
ขณะที่ยูจงฮยอคก้าวซ้ายขวาเพื่อหลบหัวและหาง
ตัวละครหลักเป็นตัวละครหลักได้เพราะเหตุผลนี้ แม้กระนั้น
คนเช่นนี้ก็ยังตายไปกว่าร้อยครั้งในหนทางเอาชีวิตรอด โลกนี้
มันช่างโหดร้ายเหลือเกิน
“คิมทกจา! นายจะดูอยู่เฉยๆ เหรอ? ไม่ใช่นายบอกว่านายจะ
จัดการกับมันงั้นเหรอ?”
ยูจงฮยอคท าลายหัวสามหัวไปในพริบตาและตะโกนใส่ผมใน
ขณะที่เขาอ้าปากค้าง ดูเหมือนว่าเขาก าลังเหนื่อยนะ?
ผมยิ้มและตอบ “อ่า ฉันหมายความว่าฉันจะโจมตีปิดฉากเอง”
“ไอ้ระย าเอ้ย!”
ผมออมแรงไว้อย่างสบายๆ และรอ มันยังไม่ถึงเวลา
ในทางตรงกันข้าม ยูจงฮยอคก็ก าลังรีบและรีดเร้นพลังทั้งหมด
ของเขาออกมาในครั้งเดียวเพื่อโจมตีหัวที่เหลือ ในระหว่างการ
ตัดหัวที่สี่ กลายร่างยักษาของยูจงฮยอคก็หมดเวลาลง
เปลวเพลิงและพิษถูกพ่นออกมาจากหัวงูในทันที่ ยูจงฮยอค
หลบด้วยการเคลื่อนไหวที่คล่องตัว แต่ก็ไม่สามารถหลบการ
โจมตีจากหางได้
[ตัวละครยูจงฮยอคใช้ ‘การป้องกันตัวเองอันแข็งแกร่ง LV.9’]
เฉพาะปลายหางเท่านั้นที่สัมผัสเข้ากับเขา แต่ร่างกายของยู
จงฮยอคก็ถูกโยนกลับไปด้านหลังก าแพงปราสาท ยูจงฮยอคที่
ชุ่มไปด้วยเลือดเดินออกมาจากเมฆฝุ่นอันน่าสะพรึงกลัว
“คิมทกจา! การช่วยเหลือของนาย…”
“ฉันก าลังจะลงมือแล้ว”
“ไอ้โง่! นายท ามันคนเดียวไม่ได้! ถอยออกมาก่อนแล้ว
ค่อย―”
“นายมีเวลาที่ต้องล าบาก ในตอนนี้มันถึงตานายที่ต้องดูฉัน
แล้ว”
ในช่วงเวลาที่หัวที่สี่จ้องมาที่ผม ผมก็หยิบดาบโทสึกะขึ้นมา
จากบนพื้นและพุ่งเข้าใส่โอโรจิ
[บุ๊คมาร์คหมายเลขห้าถูกเปิดใช้งาน]
[เวลาเปิดใช้งาน: 3 นาที]
[ความเข้าใจในตัวละครของคุณต่ า ดังนั้นเฉพาะสกิลของตัว
ละครส่วนหนึ่งเท่านั้นที่ถูกเปิดใช้งาน]
มันพอแล้ว แค่นี้ก็เยี่ยมแล้ว
[สกิลนี้สามารถใช้ได้โดย ‘คนจิ๋ว’ เท่านั้น]
[ร่างกายของคุณในปัจจุบันใกล้เคียงกับเงื่อนไขของตัวละคร]
ผมต้องการแค่เพียงสกิลเดียวเท่านั้น
[ระดับของตัวละครสูงเกินไปที่ส่งต่อระดับสกิลได้อย่างเต็มที่]
[ระดับของสกิลที่เปิดใช้งานจะถูกปรับให้เหมาะสม]
[ทักษะเฉพาะ ‘ปล่อยกระแสไฟฟ้า LV.10’ ถูกเปิดใช้งาน]
「ขนาดของสติจะก าหนดระดับของตัวตน ท าให้มันเป็นไปได้
ที่สิ่งที่เล็กที่สุดจะเห็นจักรวาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด」
วลีที่ถูกทิ้งไว้โดยเคียร์อีออสในหนทางเอาชีวิตรอดถูกส่งผ่าน
มายังหัวของผม และการไหลของพลังเวทมนตร์รอบตัวผมก็
เปลี่ยนไป พลังเวทมนตร์กลายเป็นอนุภาคและอิเล็กตรอนที่
สะท้อนกลับซึ่งกันและกันและเริ่มสั่นอย่างรุนแรง
「ทุกๆ อย่างมีการเริ่มต้น ดังนั้นสิ่งที่เล็กที่สุดก็คือสิ่งที่
ยิ่งใหญ่ที่สุด」
มันมีเสียงของบางสิ่งโผล่ขึ้นมาภายในใจของผม บางทีมัน
อาจจะเป็นของที่คล้ายกับความเหน็บหนาวของบิ๊กแบง ผมลืม
ตาขึ้นและเห็นร่างกายผมถูกปกคลุมด้วยสายฟ้าสีฟ้า-ขาว มัน
เหมือนกับว่าผมได้กลายเป็นสายฟ้าไปแล้ว
พลังที่น่ากลัวก าลังโคจรอยู่ภายในตัวผม มันรู้สึกเหมือนกับว่า
ผมสามารถท าได้ทุกอย่าง ถ้าผมต้องการเจาะทะลวงท้องฟ้า
ผมก็สามารถท าได้ ถ้าผมต้องการแยกน้ าทะเล ผมก็สามารถท า
ได้ งั้นถ้าผมต้องการตัดหัวงูล่ะ ผมก็คงจะสามารถท ามันได้
มันมีเสียงค ารามออกมาเมื่อผมก้าวเท้า จากนั้นก้าวต่อไป ผมก็
ไปปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าของคองู ก้าวที่สามก่อให้เกิดสายฟ้าสี
ขาวที่สร้างเสียงกรีดร้องออกมา และก้าวที่สี่…
ผมเดินผ่านโอโรจิโดยทิ้งพายุไว้ด้านหลัง เท้าของผมได้รับ
ความเสียหายจากสายฟ้าและมีเลือดไหลออกมาจากจมูกและ
ปากของผม ร่างกายของผมสะดุ้งเหมือนกับผมก าลังเผชิญหน้า
กับไฟฟ้าช๊อต
ผมมองย้อนกลับไปและเห็นงูสามหัวก าลังล้มลงกับพื้น ผมดื่ม
น้ ายาฟื้นพลังเวทมนตร์ และอาการปวดบวมที่หัวของผมก็
ลดลง
[กลุ่มดาว ‘ราชาแปดเศียร’ ตกตะลึงกับดาบของคุณ]
เพียงครู่เดียว โอโรจิก็เหลือเพียงหัวเดียวและก าลังปวดร้าว
จากความเจ็บปวด
[กลุ่มดาวรุ่ง ‘ราชาแปดเศียร’ ก าลังตั้งค าถามถึงความยุติธรรม
ของสถานการณ์!]
ผมหัวเราะออกมาเสียงดัง “…แกก าลังยกประเด็นเรื่องความ
เป็นธรรมงั้นเหรอ?”
ระยะเวลาของปล่อยกระแสไฟฟ้าคือ 3 นาที่ แต่ในตอนนี้
ร่างกายของผมทนได้อีกไม่เกินสามก้าวแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่ง
ผมจะต้องฆ่ามันให้ได้ภายในสามก้าว
ประกายแสงเต็มไปทั่วอากาศ และจากนั้นเสียงบัดซบนั่นก็ดัง
ออกมาอีกครั้ง [โธ่ ผู้สูงส่งเปื้อนเลือดช่างดูน่าเกลียดจริงๆ]
ผมคิดว่าผมคงจะได้ยินเสียงนี้ โดเกบิกานูลก าลังมองลงมายัง
สถานที่แห่งนี้อยู่
[…อ่า จริงๆ ข้าไม่อาจดูอยู่เฉยๆ ได้ นี่คือปัญหาใหญ่]
ไม่เหมือนกับค าพูดของเขา เขาดูไม่อยากจะเข้ามายุ่งเกี่ยว
[กลุ่มดาว ‘ราชาแปดเศียร’ ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ]
[หืม ท่านไม่สามารถท าสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ อย่างที่ท่านเห็น ท่าน
ได้ใช้ความเป็นไปได้ทั้งหมดที่ได้รับอนุญาตให้สถานการณ์นี้
แล้ว ‘พวกเขา’ ไม่สามารถให้อ านาจท่านได้อีกต่อไป]
เสียงค ารามของโอโรจิดังก้องไปทั่วดินแดนแห่งสันติ นี่คือความ
อัปยศครั้งแรกที่โอโรจิระดับเรื่องเล่าเคยประสบมา
คนที่เคยเป็นปรากฏการณ์อยู่เสมอ ในตอนนี้กลับต้องมาเป็น
เหยื่อในเรื่องที่ตัวเองน าพา มันเต็มไปด้วยความโกรธ มัน
อาจจะเหลืออยู่แค่หัวเดียว แต่ความแข็งแกร่งของโอโรจิก็
ก าลังเพิ่มขึ้น
“ปกป้องราชา!” อวตารชาวญี่ปุ่นที่ก าลังสับสนวิ่งออกมา
ข้างหน้า นี่คือพลังของบัลลังก์หนึ่งเดียว
ผมได้ยินข้อความจากโดเกบิยังกิในหัว
– ท-ทกจา ช่องก าลังจะระเบิด ข้าจะบล็อคข้อความไว้สักพัก
นะ!
ผมที่ก าลังใช้พลังของเคียร์อีออสได้ดึงดูดกลุ่มดาวทุกประเภท
ให้เข้ามาชม
“หยุด!”
สมาชิกปาร์ตี้ของผมได้สติกลับมาและวิ่งไปหยุดภัยพิบัติ ลีฮุ
นซึงฝืนยกร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของเขาอย่างเต็มกลืนในขณะที่
กงพิลดูสนับสนุนเขาด้วยปืน
ในขณะเดียวกัน โอโรจิก็ก าลังเตรียมตัวครั้งสุดท้าย
[ไม่สิ เดี๋ยวก่อน! เฮ้ กลุ่มดาว! ท่านก าลังท าอะไรน่ะ…!]
กระแสลางร้ายได้อุบัติขึ้นรอบๆ ร่างกายของอิซูมิ อวตารของ
โอโรจิ มันเป็นสัญญาณของพายุความเป็นไปได้ โดเกบิที่ก าลัง
ตื่นตระหนกตะโกนออกมา
[ด-ดูนี่! กลับมา! ส านักงาน! มันเป็นสถานการณ์ฉุกเฉิน!]
มันเป็นภัยพิบัติที่แท้จริงที่เกิดขึ้นจากความปรารถนาที่จะไม่
ยอมแพ้ต่อผม โดเกบิพยายามจะใช้การควบคุมระบบ แต่มันก็
น่าเสียดายที่สายเกินไปแล้ว
โถงเอกเปิดขึ้นในท้องฟ้ากว้าง
ผมตระหนักได้ว่าโอโรจิล้ าเส้นมาแล้ว เขากระทั่งได้ยืมความ
เป็นไปได้ที่สิ่งมีชีวิตสูงสุดมอบให้กับบัลลังก์หนึ่งเดียว
“อ๊า อ่า!”
ทุกคนกลั้นหายใจในขณะที่พวกเขามองไปที่ท้องฟ้า
[มีคนรบกวนระบบสถานการณ์]
ความรู้สึกกระสับกระส่ายพุ่งพรวดออกมาจากโถงเอก ความ
วุ่นวาย ความสับสน ความว่างเปล่า มันคือจุดก าเนิดของความ
หวาดกลัวทั้งมวล ตัวตนนี้ก าลังให้โอโรจิยืมความเป็นไปได้
เงาของงูที่เหลืออยู่เริ่มขยายใหญ่ขึ้นเนื่องจากความเป็นไปได้
มันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ มันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนมันปกคลุม
ปราสาทและโลกทั้งใบ
[แค่… ดาบ…!]
สิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าพวกมันจะเป็นอวตารหรือคนจิ๋วต่างก็
ทรุดตัวลงกับพื้นและส่งเสียงครวญครางออกมาในขณะที่พวก
เขากระอักเลือดออกมา ความแตกต่างอันน่าสะพรึงกลัวกดทับ
ลงบนร่างกายของผมอย่างหนักหน่วง หัวเข่าของผมถูกบังคับ
ให้กดลงกับพื้น ทุกๆ สิ่งเลวร้ายลงจนถึงขีดสุด
[แค่… ม… นุษย์… กลับ… กล้า… ต่อต้าน… ดวงดาว… ผู้
ยิ่งใหญ่…!]
ผมรู้ได้โดยสัญชาตญาณ ผมไม่สามารถเอาชนะได้แม้ว่าผมจะ
ใช้ปล่อยกระแสไฟฟ้า ในระดับของผม ผมไม่อาจเอาชนะได้
เลย
อย่างไรก็ตาม ผมก็หัวเราะออกมา “แกท าสิ่งที่ผิดพลาด
ร้ายแรงที่สุดไปแล้ว”
การถ่ายทอดสดดวงดาวมีความสมดุล หากใครท าลายความ
เป็นไปได้ มันก็จะมีคนอื่นได้รับมันไป ดังนั้นในตอนนี้ความ
สมดุลจึงก าลังถูกปรับ
ออร่าที่น่าหวาดกลัวก าลังมาจากระยะไกลด้วยความเร็วที่สูง
มันไม่ใช่โอโรจิหรือเทพไร้นามเหนือโถงเอก อย่างไรก็ตาม มันก็
ไม่มีใครที่อยู่ที่นี่ซึ่งสามารถเพิกเฉยต่อตัวตนอหังการผู้นี้ได้
[ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เทพเจ้าจากต่างโลกเข้ามาแทรกแซงใน
สถานการณ์?]
เขาคือคนที่ถือก าเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้
[อย่าเข้ามายุ่งกับโลกของข้า ถ้าเจ้าไม่อยากเผชิญหน้ากับข้าใน
ตอนที่เรื่องราวของข้าเริ่มขึ้น]
เศวตพิศุทธิ์ เคียร์อีออส โร้ดเกียม [TLN: เศวต แปลว่า สีขาว
// พิศุทธิ์ แปลว่า บริสุทธิ์]
[ไสหัวไปซะ! ไอ้สัตว์ประหลาด!]
สายฟ้ายืดตัวออกมาในขณะที่เคียร์อีออสพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า มัน
เป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจถูกผลักกลับไปได้โดยกลุ่มดาว
ระดับเรื่องเล่า
เคียร์อีออสเปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาและตีฝ่า
หนวด และฝืนปิดทางเข้าของโถงเอง จากนั้นพลังของโอโรจิก็
เริ่มดิ่งลง
[นี่… อ่า… อ่า…! เจ้า…!]
ผมไม่พลาดโอกาสนี้และใช้สามก้าวที่เหลืออยู่ พลังเวทมนตร์
ทั้งหมดในร่างกายของผมไหลเข้าไปยังดาบโทสึกะ
จากนั้นผมก็เห็นอวตารของโอโรจิก าลังยิ้มให้กับผม มันเป็นการ
แสดงออกที่ต้อนรับการปลดปล่อยที่รอคอยมาเนิ่นนาน
ฆ่าคนๆ หนึ่งเพื่อช่วยชีวิตคนอื่น ดาบที่เห็นแก่ตัวขยับและบาง
สิ่งก็กลิ้งไปตามพื้นดิน
[คุณฆ่าคน]
[คุณถูกตัดสิทธิ์จากต าแหน่ง ‘ราชาผู้ไม่สังหาร’]
กลุ่มดาวยามาตะ โนะ โอโรจิกะพริบจากการระเบิดอย่าง
รุนแรง มันมีเสียงกรีดร้องที่น่าสะพรึงกลัวดังออกมา และเงา
ของกลุ่มดาวก็เริ่มแตกกระจายกลายเป็นเถ้าถ่าน
[คุณประสบความส าเร็จอันไม่น่าเชื่อ]
[คุณได้ล่า ‘ราชาแห่งภัยพิบัติ’ เป็นครั้งแรก!]
[สคริปต์ของ ‘ราชาแห่งภัยพิบัติ’ ได้ตกลงไปในสถานการณ์
อย่างไม่คาดคิด!]
[คุณประสบความส าเร็จในเรื่องราวที่ไม่มีอยู่จริง]
[เนื่องจากการสร้างเรื่องราวที่เป็นไปไม่ได้ โดเกบิทุกคนแห่ง
โซลโดมและโตเกียวโดมจะเข้าร่วมการประชุมฉุกเฉิน]
ผมเงยหน้าขึ้นมองกลุ่มดาวที่ก าลังเปล่งแสงอยู่บนท้องฟ้า
พวกเขาก็คงจะไม่รู้ มันคือความรู้สึกของคนที่ก าลังวิ่งอย่าง
หนักหน่วงเพื่อไปให้ถึงจุดเริ่มต้น
[ขอแสดงความยินดีด้วย! การถ่ายทอดสดดวงดาวยอมรับ
ระดับของคุณแล้ว]
[คุณได้สร้างเรื่องเล่าทั้งหมดสี่เรื่อง]
จุดจบของสถานการณ์ที่หก ในที่สุดผมก็มาถึงจุดเริ่มต้นของจุด
จบที่ผมต้องการ
[ในตอนนี้คุณต้องสร้างเรื่องราวสุดท้ายของคุณเพื่อกลายเป็น
กลุ่มดาว]
(จบตอน)