มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 158 – สุสานแห่งสถานการณ์ (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 158 – สุสานแห่งสถานการณ์ (3)
ไม่จ าเป็นต้องด าเนินการตามสถานการณ์ต่อไป ทุกคนที่มา
รวมตัวกัน ณ ป้อมปราการระมัดระวัง
“หมายความว่ายังไง?”
บางคนฟังค าพูดของเขา แต่ส่วนใหญ่ไม่ฟัง
(เขาจะต้องเป็นนักต้มตุ๋นแน่ๆ)
(…เขาควรท าให้สมเหตุสมผลหน่อย อะไรกัน? ไม่จ าเป็นต้อง
เคลียร์สถานการณ์อีก?)
(นี่เป็นอุบายของเขาในการฮุบรางวัลเพียงคนเดียว)
คนเหล่านี้คืออวตารที่รอดมาได้จนถึงสถานการณ์ที่เก้า
มันมีนักต้มตุ๋นหลายคนในกรุงโซล แม้ว่าสถานีกึมโฮของชอน
อินโฮและชุงมูโรของกงพิลดูจะถูกลบออกไป แต่อวตารที่อยู่ที่นี่
ก็เป็นหนึ่งในนักต้มตุ๋นเหล่านั้นหรือเหล่าคนที่มาที่นี่หลังจาก
จัดการกับคนพวกนั้น
นี่จึงเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครเชื่ออะไรง่ายๆ
ชายบนก าแพงพูดออกมาราวกับว่าเขาอ่านความคิดของคน
พวกนี้ได้
[พวกเจ้าไม่เชื่อเหรอ มันเข้าใจได้ สถานการณ์ที่เก้าไม่นานแต่ก็
ไม่ได้สั้น ข้าสามารถเดาทุกสิ่งที่พวกเจ้าผ่านมาได้และชีวิตที่
พวกเจ้าต้องใช้เพื่อมาที่นี่]
พื้นฐานของนักต้มตุ๋นคือแสร้งท าเป็นเข้าใจคนอื่น มันมีคนที่
เบื่อกับเรื่องพวกนี้แล้ว
“นายคิดว่าฉันจะถูกหลอกด้วยเรื่องแบบนั้นเหรอ?”
“จุดประสงค์ของนายคืออะไร? นายต้องการจะพูดอะไร?”
คนที่ทนไม่ได้เริ่มตะโกนออกมา จากนั้นชายคนนั้นก็หัวเราะ
มันเป็นเสียงหัวเราะที่ไพเราะมากจนยากที่จะคิดว่าเขาเป็นนัก
ต้มตุ๋น
[ข้าพูดเรื่องจริง พวกเจ้าไม่จ าเป็นต้องสู้อีก พวกเจ้าต้องได้ยิน
ค าอธิบายของโดเกบิแล้ว สถานการณ์ปราสาททมิฬไม่มีการ
จ ากัดเวลาและเงื่อนไขความล้มเหลว ถ้าพวกเจ้าฉลาด พวก
เจ้าก็ควรที่จะเข้าใจความหมายของมันได้แล้ว]
ผมมองไปข้างๆ และเห็นว่าดวงตาของคิมยงพัลเปล่งประกาย
อยู่
[พวกเจ้าสามารถมีชีวิตต่อไปในพื้นที่ของสถานการณ์นี้ พวก
เจ้าสามารถกิน นอน และท าตามใจได้ เคารพสิทธิ์ในชีวิตของ
เจ้าและลืมการบีบบังคับของสถานการณ์… พวกเจ้าสามารถใช้
ชีวิตอยู่ที่นี่ได้เหมือนกับก่อนที่ ‘การท าลายล้าง’ จะเริ่มต้นขึ้น]
“สิทธิ์ในชีวิตของเรา? อย่าพูดพล่ามน่า!”
“พวกเราจะใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ปีศาจวนเวียนไปมาอยู่รอบๆ
ได้ยังไง?”
“พวกเรามีที่ต้องกลับไป!”
ผู้คนตะโกนออกมาเหมือนพวกเขาก าลังปฏิเสธปีศาจ
จากนั้นชายคนนั้นก็ถาม [กลับไป? เจ้าจะกลับไปไหน?]
“แน่นอนว่าเป็นสถานที่ที่เราอาศัยอยู่…”
[เจ้าหมายถึงดาวเคราะห์ที่ดับสูญไปแล้วงั้นเหรอ?]
“มันไม่ได้ถูกท าลาย! ยัง!”
[ทุกคนรู้อยู่แล้ว ทันทีที่สถานการณ์เริ่มต้นขึ้น ดาวเคราะห์ของ
พวกเจ้าก็ได้เดินอยู่บนเส้นทางสู่การท าลายล้างแล้ว ถ้าเจ้า
กลับไป เจ้าจะเห็นแค่ความพินาศเท่านั้น แม้ว่าเจ้าจะทะลวง
ผ่านสถานการณ์ไป… สิ่งสุดท้ายที่เจ้าจะเห็นก็คือความพินาศ]
“นายเป็นใครถึงได้พูดแบบนั้นออกมา? นายจะไปรู้อะไร―”
[ข้ารู้ ดาวเคราะห์ที่ข้าอาศัยอยู่ได้ถูกท าลายโดยสถานการณ์ไป
นานแล้ว]
ฝูงชนที่ตัวสั่นพากันนั่งเงียบ คนผู้นี้ได้สูญเสียบ้านให้กับ
สถานการณ์ไปนานแล้ว ชายที่อยู่ในปราสาททมิฬมานานกว่า
ใครก าลังพูดกับพวกเขาอยู่ในตอนนี้
[นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าสามารถพูดได้อย่างมั่นใจว่าไม่มีสถานที่
ไหนปลอดภัยในการถ่ายทอดสดดวงดาวเท่ากับที่นี่]
มันเป็นครั้งแรก วิญญาณของผู้คนอ่อนแอลง ดวงตาของพวก
เขายังคงไม่เชื่อ แต่พวกเขาก็ฟังเรื่องราวของเขา
บางคนก็ถามด้วยเสียงอันดัง “นายเป็นใครกัน?”
[ชื่อของข้าคือเรนไฮท์ วอน ดีเจอร์บา ข้าเป็นคนที่มาถึง
ดินแดนแห่งนี้เมื่อ 800 ปีก่อนพวกเจ้า… ข้าคือเจ้าของป้อม
ปราการแห่งนี้ สรวงสวรรค์]
จากนั้นประตูป้อมปราการก็เปิดออก การแสดงออกของผู้คน
เปลี่ยนไปเมื่อพวกเขาเห็นทิวทัศน์ด้านใน เรนไฮท์เห็นสีหน้า
ของพวกเขาและยิ้มออกมา
[ข้ายินดีต้อนรับทุกคนอีกครั้ง ยินดีต้อนรับสู่สรวงสวรรค์]
***
สรวงสวรรค์
มีการกล่าวถึงมันมากมายในหนทางเอาชีวิตรอด
สุสานแห่งสถานการณ์ รังของอวตาร ดอกไม้ที่เบ่งบานอยู่บนที่
ราบแห่งความสิ้นหวัง… พวกนี้คือค าอธิบายบางส่วนของ
สถานที่แห่งนี้
ในความเป็นจริง ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นจริง
“สถานที่นี้คือ…”
สมาชิกปาร์ตี้ทุกคนยกเว้นผมหลงเสน่ห์กับภาพตรงหน้า ลีจีฮ
เย ลีกิลยัง ชินยูซอง และแม้กระทั่งลีฮุนซึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ลีฮุนซึงได้ขยี้ตาหลายครั้งราวกับว่าภาพที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่
อาจเชื่อได้
มันมีที่อยู่อาศัยและตลาดอยู่ทั้งสองฝั่งของถนนสายหลัก เสียง
ที่เต็มไปด้วยพลังงานดังออกมา
“ขายขาของปีศาจแมลง! มาลองชิมดู! มันฟื้นฟูความเหนื่อย
ล้าได้!”
“ขายผลซานโช! มันมีประโยชน์ส าหรับฟื้นฟูความอึด!”
พ่อค้าที่ตลาดมีความเป็นมิตร และลูกค้าก็จ่ายเงินด้วยความพึง
พอใจ ผู้คนจากหลายเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์มารวมตัวกันที่นี่ แต่
มันก็ดูเหมือนจะไม่มีการแบ่งแยกหรือการคุกคามเลย
อวตารทั้งหมดที่เข้ามาในป้อมปราการนั้นรู้สึกงุนงงกับ
บรรยากาศที่สดใสขึ้นมาในทันใด
“เกิดอะไรขึ้น…”
จนถึงเมื่อกี้ ค าว่า ‘สรวงสวรรค์’ และ ‘สันติภาพ’ นั้นเป็นแค่
สิ่งไร้สาระส าหรับพวกเขา แต่เรื่องไร้สาระก าลังถูกน าเสนอต่อ
หน้าพวกเขา
“…สรวงสวรรค์?”
บางคนก็ประหลาดใจมากจนพวกเขาล้มพับลงกับพื้น อวตาร
คนหนึ่งรีบส่งเสียงครางออกมาในขณะที่วางอาวุธลงไปบนพื้น
มือที่เป็นมิตรจับเขาไว้
“นายไม่เป็นอะไรนะ? ผู้บาดเจ็บทั้งหมดมาที่นี่! คลินิกแห่ง
สรวงสวรรค์จะให้การรักษากับผู้บาดเจ็บทุกคนฟรี!”
“พวกเราจะสอนเคล็ดวิชาแพทย์ให้เอง! มาเรียนรู้เกี่ยวกับ
ความแตกต่างระหว่างธาตุและพลังเวทมนตร์! ทุกคนที่ต้องการ
ใช้ดาบเวทมนตร์สามารถเรียนรู้มันได้! ยินดีต้อนรับทุกคน!”
คนที่อาศัยอยู่ในสรวงสวรรค์ไม่ได้ตระหนี่กับการแบ่งปัน พวก
เขาแลกเปลี่ยนความรู้และใส่ใจช่วยเหลือผู้อื่น มันมีกระทั่งการ
สื่อสารข้ามเผ่าพันธุ์
ปีศาจสามเขายิ้มและโบกมือให้พวกเรา
“อ่า ปีศาจ!”
อวตารบางคนประหลาดใจและชักอาวุธออกมา จากนั้นก็มียาม
ในป้อมปราการรีบเดินเข้ามา”โปรดเก็บอาวุธเดี๋ยวนี้”
“นายก าลังพูดเรื่องอะไร? มันเป็นปีศาจ…!”
“ความเกลียดชังเช่นนี้คือสิ่งต้องห้ามของที่นี่ เขาเองก็เป็น
ชาวเมืองของสรวงสวรรค์”
“ช-ชาวเมือง?”
อวตารที่ก าลังงุนงงลังเล และปีศาจก็โบกมือให้กับคนที่เดินเข้า
มา
“ข้าคือปีศาจ แต่ข้าไม่ท าร้ายเจ้าหรอก อคติที่ว่าปีศาจทุกตัว
จะกินมนุษย์ท าให้ข้าเศร้าใจ”
อวตารท าสีหน้าสับสนกับค าพูดนั้น ดวงตาของพวกเขาแสดง
ให้เห็นว่าพวกเขาไม่อาจเข้าใจได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ฉากที่คล้ายกันเกิดขึ้นเรื่อยๆ ปีศาจ มนุษย์ และต่างเผ่าได้เข้า
ร่วมกองก าลังเพื่อสร้างบ้าน ไปที่ผับด้วยกัน หรือไม่ก็นั่งอยู่
ข้างๆ กัน… พวกเขามักจะท าท่าทางต้อนรับมาทางนี้
สมาชิกปาร์ตี้ถูกเบี่ยงเบนด้วยภาพที่เหมือนกับโฆษณาชวน
เที่ยว
[ตัวละคร ‘ลีฮุนซึง’ สั่นไหวท่ามกลางทิวทัศน์โดยรอบ]
[ตัวละคร ‘ลีจีฮเย’ ตื่นเต้นไปกับบรรยากาศโดยรอบ]
หัวใจของสหายของผมสั่นไหวแบบเรียลไทม์ นี่เป็นความสงบ
สุขครั้งแรกที่พวกเขาพบหลังจากสถานการณ์เริ่มขึ้น ไม่แปลก
เลยที่จิตใจของพวกเขาจะสั่นคลอน
คนที่ใช้ชีวิตธรรมดาไม่ได้เปลี่ยนแก่นสารเพียงเพราะถือมีด
ทุกๆ สิ่งเป็นผลมาจากแรงกระท าภายนอก ในตอนนี้มันเป็น
ครั้งแรกที่พวกเขาสามารถหลบหนีมาจากแรงเหล่านั้นได้ มัน
เป็นธรรมดาที่จะถูกล่อลวง
พวกเราเห็นร่างของจางฮีวอนจากระยะไกล จางฮีวอนก าลังพูด
กับใครบางคนอยู่ มันเป็นผู้หญิงที่ผมเคยเห็นมาก่อน
“ขอบคุณมากส าหรับเวลานั้น ฉันขอบคุณคงไม่พอ…”
“ไม่เป็นไร! ฉันดีใจนะที่เธอท าได้ดี”
สาวน้อยที่ก าลังคุยกับจางฮีวอนเหลือบมองผม และดวงตาของ
เธอก็เบิกกว้าง สภาพอารมณ์ของเธอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
แปลกใจ หวาดกลัว และ… ซาบซึ้ง
“หรือว่าคนๆ นี้จะเป็น…”
“อ๊า ทกจา…”
หญิงสาวคนนั้นอุทานออกมา “นายคือคนเมื่อตอนนั้น! ฉันไม่
ลืมพระคุณของนายที่ได้ช่วยชีวิตฉันไว้เลย”
ตอนแรกผมสับสนเล็กน้อย แต่ผมจ าได้เมื่อผมเห็นเด็กที่ก าลัง
จับมือเธอไว้
“เธอมาจากสถานีกึมโฮ…?”
“นายจ าได้? ดายอง พูดสวัสดีสิ”
“สวัสดีค่ะ…”
พวกเขาเป็นคู่แม่ลูกที่ต่อสู้กับกลุ่มชอนโด ณ สถานีกึมโฮ
พวกเธอไม่ได้เข้าร่วมปาร์ตี้ของพวกเรา แต่ก็สามารถอยู่รอดมา
ได้จนถึงตอนนี้ แม่และลูกสาวท างานอยู่ในฟาร์มที่นี่และมอบ
ตะกร้าอันสวยงามให้กับพวกเรา ผมพยายามที่จะปฏิเสธแต่มัน
ก็ไม่มีประโยชน์
“พวกเราคงไม่สามารถท าแบบนี้ได้ถ้ามันไม่ใช่เพราะความ
ช่วยเหลือของนาย ขอบคุณนะ นายสามารถเริ่มต้นใหม่ได้อีก
ครั้ง ฉันซาบซึ้งจริงๆ”
แม่ลูกมีบ้านหลังใหม่และดูเหมือนจะได้รับชีวิตใหม่
ผมมองไปยังคนทั้งคู่ที่ก าลังเดินออกไป และความทรงจ าของ
สถานีกึมโฮก็ฉายผ่านความคิดของผม ความเสียใจที่ผมไม่ได้
ช่วยคนไว้มากกว่านี้และวิธีที่ผมใช้ปลอบตัวเองก็คือการบอก
ว่ามันเป็นการท าดีที่สุดแล้ว
เด็กน้อยที่อยู่ไกลออกไปมองมาที่ผมในทันใด ใบหน้าของเธอ
ฉาบไปด้วยรอยยิ้ม
ความรู้สึกผิดเบาๆ สาดซัดเข้ามา ความหน้าซื่อใจคดของผมได้
มอบรางวัลที่ไม่สมควรให้ บางทีจางฮีวอนก็อาจจะรู้สึกเช่นนี้
เหมือนกัน
จางฮีวอนมองไปยังแม่ลูกก่อนที่จะพูดกับผม “ยินดีด้วยนะกับ
การคืนชีพ คราวนี้มันใช้เวลานานหน่อยนะ”
“การตอบสนองของเธอไม่ธรรมดาไปหน่อยเหรอ? จีฮเยและกิล
ยังร้องไห้ออกมาเลยนะ”
“ฉันควรท าอย่างนั้นเหรอ?”
“ฉันก็ไม่ต้องการ”
ผมมองไปรอบๆ ด้วยรอยยิ้มในขณะที่สีหน้าอันยากล าบาก
ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจางฮีวอน
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะพูดออกมา “…ทกจา ขอคุยด้วย
หน่อยได้ไหม?”
***
จางฮีวอนมาที่นี่เมื่อสี่วันก่อน เธอใช้พลังของระเบิดพลังอเวจี
เพื่อเคลียร์ชั้นแรกในช่วงเวลาที่สั้นที่สุด และขึ้นมายังชั้นที่สอง
อย่างรวดเร็ว
จากนั้นเธอก็มาถึงสรวงสวรรค์ มันเป็นสถานที่ที่โซ่ตรวนของ
จักรวาลถูกลบล้างออกไป
แน่นอนว่าจางฮีวอนไม่เชื่อค าพูดของชายคนนั้น ในวันแรก
เธอรู้สึกไม่เชื่อ และในวันที่สอง เธอก็สงสัยทุกอย่าง
เธอถูกเขย่าในวันที่สาม และจากนั้นผมก็มาในวันที่สี่ จางฮี
วอนกล่าว”จู่ๆ ฉันก็คิดถึงความหมายของการด าเนินตาม
สถานการณ์ต่อไป”
จางฮีวอนไม่ได้ถูกล้างสมอง ในตอนแรก สรวงสวรรค์คือยา
หวาน
ผมยิ้มอย่างขมขื่นและถามเธอ “เธอไม่หวั่นไหวเร็วไปเหรอ?”
“…บางทีมันอาจจะเป็นแบบนี้มาตลอด”
จางฮีวอนยิ้มอย่างขมขื่น
“ปล่อยฉันนะ! ฉันจะจ่ายเหรียญให้! ฉันจะจ่ายให้เท่ากับที่ฉัน
ขโมยมา! ปล่อยฉันไป!”
ในขณะที่พวกเราเดินไปตามถนน ภาพของนักโทษที่ถูกลาก
ออกไปโดยยามก็ปรากฏให้เห็น บางคนก็เป็นคนที่เข้ามายัง
ป้อมปราการกับผม
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สามารถละทิ้งนิสัยเก่าได้ จางฮีวอน
มองไปยังชายที่ถูกลากออกไปและกล่าวว่า “สถานที่แห่งนี้
ดีกว่ากรุงโซล”
“ใช่”
“เผ่าพันธุ์ไม่เลือกปฏิบัติต่อกันและร่วมมือกัน มันมีบ้านให้ทุก
คนได้ใช้ชีวิตและมีที่ท างาน”
เธอพูดเหมือนว่าเธอก าลังแก้ตัว
“พวกเราไม่ต้องถูกเพื่อนทรยศหรือกังวลเกี่ยวกับมอนสเตอร์ที่
จะปรากฏตัวขึ้นในเวลากลางคืน”
ผมมองจางฮีวอนที่ก าลังพูดสิ่งเหล่านั้น ผู้พิพากษาแห่งการ
ท าลายล้าง จางฮีวอน
เธอคือดาบที่ผมสร้างขึ้นด้วยตัวเองในโลกใบนี้ บางทีจางฮีวอน
อาจจะเป็นผู้หญิงที่ฆ่าคนมากกว่าใครในกลุ่มของผม คนที่ต้อง
ฆ่าทุกๆ คนเพื่อปกป้องหลักการ ‘ไม่สังหาร’ ของผม
“พวกเราไม่จ าเป็นต้องใช้ชีวิตไล่ตามสถานการณ์ พวกเราไม่
จ าเป็นต้องฝันร้ายเพราะฆ่าใครสักคน นอกจากนี้ยังไม่ต้อง
สูญเสียใครไปอีก”
ดาบที่แข็งที่สุดนั้นหักได้ง่ายที่สุด มันแข็งที่สุดดังนั้นมันจึงถูกใช้
งานมากที่สุด ดังนั้นมันจึงได้รับความเสียหายไปมากที่สุดและ
สูญเสียความคมของมันไปมากที่สุด นั่นคือเหตุผลว่าท าไมมัน
ถึงหักได้เร็วกว่าดาบเล่มอื่น
“นี่เป็นสถานที่ที่ดี” ค าพูดของผมท าให้ดวงตาของจางฮีวอน
สั่น ผมจ้องมองดวงตาคู่นั้นในขณะที่ผมพูดต่อ “ฉันคิดว่านี่เป็น
สถานที่ที่ปลอดภัย”
มันไม่ใช่เรื่องโกหก
“ไม่มีที่ไหนปลอดภัยในปราสาททมิฬมากไปกว่าที่นี่ ไม่สิ บาง
ที… มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหาสถานที่ปลอดภัยกว่านี้ใน
สถานการณ์ทั้งหมด”
ผมไม่อยากจะยอมรับ แต่มันเป็นความจริง สรวงสวรรค์คือ
สถานที่แบบนั้นจริงๆ
“ทกจา บางที…”
ผมรีบราวกับว่าผมรู้ว่าเธอจะพูดอะไร “ใช่ ฉันจะไม่อยู่ที่นี่”
“ท าไม?”
“สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ ‘จุดสิ้นสุด’”
“…ทกจารู้อนาคต”
ในอดีต ผมได้คุยกับจางฮีวอนในดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์ จางฮี
วอนถามผมเกี่ยวกับอนาคต และผมก็บอกว่าเธอไม่ได้มีอยู่จริง
มันเป็นเพราะเธอไม่อยู่ในนิยายต้นฉบับ ตัวละครที่ผมไม่รู้
อนาคต…
ผมบอกกับเธอ “ฉันจ าเป็นต้องเดินไปตามสถานการณ์ต่อ”
จางฮีวอนคิดเกี่ยวกับค าพูดของผม เธอมองไปยังผู้คนในสรวง
สวรรค์ มันมีคนที่ก าลังยิ้ม พูดคุย และยินดีกับชีวิตใหม่ “ทกจา
อะไรคือ ‘จุดจบ’ ที่นายก าลังคิดถึงอยู่?”
“ฉันบอกเธอไม่ได้”
“จากตอนจบนั้น… มันจะดีกว่าที่นี่ไหม?”
ผมไม่อาจตอบได้ง่ายๆ เพราะมันเป็นค าถามจากจางฮีวอน
ไม่ใช่คนอื่น
“ถ้านายไม่ท าตามสถานการณ์ต่อไป ทุกๆ คนจะไม่มีความสุข
เหรอ?”
ผมสงสัยว่าตอนจบที่ผมต้องการนั้นเป็นสถานที่ที่สวยงามกว่า
สรวงสวรรค์แห่งนี้หรือไม่? ทุกคนจะมีความสุขไหมเมื่อตอนจบ
มาถึง?
พวกเราจ้องมองท้องฟ้าโดยไม่พูดอะไร มันรู้สึกเหมือนมีสิ่งที่มี
ค่าอยู่ที่นั่น แต่ผมก็ลืมไปแล้วว่ามันคืออะไร ราวกับว่าเธอได้ตื่น
จากฝันชั่วขณะ จางฮีวอนพูดออกมา “เจ้าของสถานที่แห่งนี้
ก าลังตามหานายอยู่”
ผมพยักหน้า
(จบตอน)