มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 16 – เส้นทางแห่งการเสแสร้ง (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 16 – เส้นทางแห่งการเสแสร้ง (2)
ผมมักจะคิดถึงมันบ่อยๆ ท าไมถึงมี ‘ตัวร้ายที่คาดเดาได้’
ปรากฏขึ้นอยู่มากมายในเรื่องราวหลังวันสิ้นโลก? มัน
ต้องเป็นความขี้เกียจของผู้เขียนที่คิดว่าอาชญากรรมเฉก
เช่นการข่มขืนหรือการปล้นชิงจะเกิดขึ้นไปทั่วใน
สถานการณ์เช่นนี้ หาก ‘การท าลายล้าง’ ที่แท้จริงมาถึง
มนุษย์จะไม่ท าตามสิ่งที่ตัวเองคิดมากกว่าเหตุผลได้
อย่างไร?
“ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมนะ เห้ย ฆ่ามันซะ!”
ในตอนนี้ค าตอบได้อยู่ตรงหน้าของผมแล้ว ผมสังเกต
กลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก าลังสาวเท้าเข้าหาผม รวมทั้งชายที่
ก าลังเฝ้ามองจากด้านหลัง
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ คาดหวังการ
ตัดสินใจที่ยุติธรรม]
ผมตระหนักมันได้อีกครั้ง จินตนาการของมนุษย์นั้นซ ้าๆ
ซากๆ แต่มนุษย์ที่แท้จริงกลับซ ้าซากยิ่งกว่าจินตนาการ
หวือ!
วิถีของท่อเหล็กเคลื่อนไหวผ่านอากาศอย่างน่าตลก มัน
ไม่ใช่การโจมตีที่มีจิตสังหาร ในความเป็นจริง มันไม่ได้
เจ็บอะไรมากเลย
“ถ-ถ้านายไม่หนีไป นายจะตายจริงๆ นะ ไสหัวไปซะ!”
ชายสี่คนล้อมผมไว้ หนึ่งในนั้นก าลังสั่น แต่คนอื่นๆ ก็ดู
ผ่อนคลายมากขึ้นกว่าเดิม มันอาจจะเป็นเพราะความ
ได้เปรียบด้านจ านวน
“ไอ้พวกบ้านี่ก าลังท าอะไรอยู่?” พร้อมกับเสียงตะโกน
ชายคนหนึ่งได้พุ่งเข้ามา เห็นได้ชัดว่ามันเป็นท่วงท่าที่ไร้
การป้องกัน ผมขยับหนาม
ฉึก!
“อ๊ากกกก! ขาฉัน! ขาฉัน!”
“ไอ้สารเลว!”
“จัดการมันด้วยกัน!”
กลุ่มชายฉกรรจ์กรูกันเข้ามา แต่ผมก็ไม่กลัว ระดับ STR
ของพวกเขาน่าจะราวๆ 5 ผมทนต่อการโจมตีที่ก าลังเข้า
มาและแทงหนามออกไปอย่างเงียบๆ เหล่าชายฉกรรจ์ถูก
แทงที่ต้นขาอย่างต่อเนื่องและทรุดตัวลงไปพร้อมเสียง
กรีดร้อง อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้ฆ่าพวกเขา มันเป็นเพราะ
เงื่อนไขการเคลียร์สถานการณ์คือการ ‘จัดการ’ กับพวก
เขา
[กลุ่มดาวที่วางตัวอยู่ฝ่ายดีได้พยักหน้าให้กับการตัดสินใจ
ของคุณ]
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มหัวเราะให้กับความมีมนุษยธรรมของ
คุณ]
[กลุ่มดาวมอบการสนับสนุนให้คุณ 100 เหรียญ]
ถ้าผมกลายเป็นฆาตกร ผมอาจจะสามารถดึงดูดความ
สนใจของกลุ่มดาวได้ แต่มันก็แค่ชั่วคราว การกระตุ้น
อะไรบางอย่างในทันทีทันใดไม่ได้ดีในระยะยาว
[ระยะเวลาของสถานการณ์เหลือ 3 นาที]
ผ่านไป 2 นาทีแล้ว การค านวณเวลาส าคัญมากต่อ
สถานการณ์ที่มีการโจมตี
“อ-ไอ้บ้านี่มันอะไรกัน? ท าไมแกไม่ตาย?”
ในเวลานั้นเอง หัวหน้าของพวกเขาที่ก าลังเฝ้ามอง
สถานการณ์อยู่จากข้างหลังก็ออกหน้า “แกแข็งแกร่งน่าดู
เลยนะ ทุกคนถอยกลับมา ฉันจะจัดการกับมันเอง”
“พี่ซึงซอล! คนๆ นี้ดูเหมือนจะมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่ง
มาก!”
“ดี ดูเหมือนว่ามันจะมีเหรียญเยอะพอตัว”
สนับมือเปล่งประกายด้วยสีด าเงา – พวกมันไม่ใช่สนับ
มือเหล็กธรรมดา เขาได้รับมันมาจากผู้สนับสนุนของเขา
งั้นเหรอ?
แกร๊ก
มีเสียงคลายกระดูกดังออกมาจากสนับมือ
[ตัวละคร ‘ซึงซอล’ ใช้การข่มขู่]
[การข่มขู่ไม่ได้ผลเพราะช่องว่างความสามารถโดยรวม
ต่างกันเกินไป]
“โอ้ว เจ๋งนักเหรอ? แกไม่กลัวเลยหนิ” ก าปั้นของชาย
หนุ่มเคลื่อนไหวก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ การโจมตีนี้เล็ง
เป้ามาที่กรามของผม ผมก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว
หมอนั่นยิ้ม “แกเจ๋งนักเหรอ? แกออกก าลังกายมางั้น
เหรอ?”
แม้ว่าผมจะไม่มีสเต็ปอะไร แต่ใครก็สามารถท าแบบนี้ได้
ถ้ามี AGI เกินกว่า LV.10 เนื่องจากก่อนหน้านี้ผมได้ลง
เหรียญส่วนใหญ่ที่เหลืออยู่หลังจากการซื้อไอเท็มไปกับ
ค่าสถานะ ค่าสถานะรวมของร่างกายของผมจึงมาถึง 33
แล้ว ผมควรจะตรวจสอบชายคนนี้ดีหรือไม่?
[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: บัง ซึงซอล
อายุ: 34 ปี
กลุ่มดาวผู้สนับสนุน: ราชาแมลงวัน
แอตทริบิวต์ส่วนตัว: หัวหน้ากองก าลังจู่โจม (ทั่วไป)
สกิลเฉพาะตัว: ตะลุมบอน LV.2, บลัฟ LV.2
อักขระ: ข่มขู่ LV.1
ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.6, STR LV.7, AGI LV.6,
Magic P0wer LV.2
การประเมินโดยรวม: แมลงธรรมดาทั่วไปที่โชคดีได้รับ
ผู้สนับสนุน เขามีแนวโน้มที่จะคุยโวถึงความสามารถของ
เขาเมื่อเทียบกับความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่แท้จริงของ
เขา
อ่า… ใช่แล้ว ผมจ าได้แล้ว
“บังซึงซอลแห่งกลุ่มซึงดู”
“อะไรกัน แกรู้จักฉันงั้นเหรอ?”
“มาดูกัน?”
ความทรงจ าของผมเลือนรางเพราะเขาหายตัวไปราวกับ
สายลมตั้งแต่ช่วงเริ่มต้น แต่ผมก็จ าได้รางๆ ว่ามีตัวละคร
ที่ชื่อบังซึงซอล เขาคือคนที่โง่ที่สุดในกลุ่ม ณ สถานีกึมโฮ
เท่าที่ผมรู้ คนพวกนี้น่าจะถูกยูจงฮยอคฆ่า ท าไมพวกเขา
ถึงยังมีชีวิตอยู่ได้อีก?
“อู้ว บางทีแกน่าจะอยู่ในหมวดหมู่ ‘นั้น’ ใช่ไหม? แกต้อง
ฆ่าคนไปแล้ว ใช่ไหม? ใช่ ฉันรู้สึกได้ว่าพวกเขามี
บางอย่างที่คล้ายกัน
[ตัวละคร ‘บังซึงซอล’ ใช้บลัฟแล้ว]
บลัฟ มันเป็นสกิลที่อันธพาลทุกคนครอบครอง มันเป็น
ดีบัฟที่ดีที่สามารถท าให้พลังโจมตีของฝ่ายตรงข้าม
อ่อนแอลงได้ แต่กรณีนี้มันต่างออกไป
[ก าแพงที่สี่ปิดกั้นบลัฟของตัวละครบังซึงซอล]
[ความมั่นใจของตัวละครบังซึงซอลลดลงอย่างรวดเร็ว]
“แกไม่สนใจฉันเลยเหรอ? แกอยากตายจริงๆ สินะ” บัง
ซึงซอลออกท่าปล ้าของชาวกรีก-โรมันและพุ่งเข้าใส่ผม
แต่นั่นก็เป็นแค่การบลัฟเท่านั้น มันเป็นเพราะเขาไม่ได้
มีสกิล ‘ปล ้า’
“หยุดลีลาแล้วก็เข้ามาได้แล้ว”
“ไอ้บัดซบ!”
สกิลส าคัญที่บังซึงซอลมีก็คือตะลุมบอน LV.2 พลังการ
ต่อสู้ของเขาไม่ได้สลักส าคัญอะไรเว้นเสียแต่ว่าเขาจะเข้า
ประชิด
“ตาย!”
ความเร็วที่แตกต่างกันนั้นมากซะจนการโจมตีของเขา
แทบจะไม่โดนผม ผมมองไปที่เขาด้วยความเห็นอกเห็น
ใจเล็กน้อย ไม่ใช่ว่ากลุ่มดาวทุกกลุ่มจะปรารถนาที่จะท า
ให้อวตารของตัวเองกลายเป็น ‘ตัวเอก’ ของสถานการณ์
ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มดาวของเขา ‘ราชาแมลงวัน’ ซึ่งมี
ชื่อเสียงในด้านความตระหนี่ต่ออวตารของตัวเอง มา
โซคิสผู้ชื่นชอบการใช้งานไอ้พวกโง่เป็นอวตารของ
ตัวเองและเฝ้ามองดูคนพวกนี้ถูกบดขยี้โดยอวตารคน
อื่นๆ นั่นคือ ‘ราชาแมลงวัน’
[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ มีความสุขมาก]
[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ สนับสนุนคุณ 100 เหรียญ]
แม้ว่าอวตารของมันจะถูกทุบตี มันก็ยังสนับสนุนศัตรู
เดิมที่ ผมคิดที่จะยุติเรื่องด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่
ในตอนนี้เรื่องราวได้ต่างออกไปเล็กน้อย
[ระยะเวลาของสถานการณ์ย่อยเหลือ 2 นาที]
งั้นผมก็ควรใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่ามากที่สุด
“ไอ้หนูบัดซบ!” ทุกๆ รูปแบบของเขาอย่างในสไตล์ของ
ราชาแมลงวัน น่าสงสารซะจริง “ฮ่าฮ่า! ฉันจะต่อยแก!”
การโจมตีของเขาโดนเป้าอย่างโชคดี แต่มันก็มีความ
เสียหายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จุดที่ผมโดนต่อยแค่คันๆ นิด
หน่อย
“ได้ยังไงกัน?”
ได้ยังไงเหรอ? STA ของผมคือ LV.12 STR ของเขาคือ
LV.7 ความต่างชั้นของค่าสถานะโดยรวมท าให้เกิด
ช่องว่างของพลังต่อสู้ช่องใหญ่
“ตาฉันล่ะนะ?”
ผมแตะแก้มของไอ้โง่บังซึงซอลก่อนที่จะต่อยมันสุดแรง
มันมีฟันสองสามซี่กระเด็นออกมาในขณะที่บังซึงซอลก
รีดร้อง ผมไม่ลังเลและแทงแขนของเขาด้วยหนาม
“อ๊ากกกก!”
ผมตรึงแขนข้างหนึ่งของเขาไว้กับก าแพงด้วยหนามและ
เริ่มโจมตีไม่เลือก ผมเลือกบริเวณที่เจ็บปวดที่สุดโดยไม่
ท าให้เขาหมดสติไป อย่างเช่นหลัง ต้นขา และสีข้าง
[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ มีความสุขมาก]
[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ ได้เรียกร้องให้ขยายเวลาของ
สถานการณ์ย่อยออกไป]
[สถานการณ์ย่อยถูกขยายออกไป 1 นาที]
ผมยังได้ให้ความสนใจกับส่วนที่ท าให้ผู้หญิงบาดเจ็บ
“อึก! แค๊ก! แค๊ก!”
เลือดและเนื้อกระจัดกระจาย ฟันที่หักตกลงมาที่พื้นและ
กระดูกที่หักก็บิดงออย่างผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่
หยุดเตะ
“ห-หยุด! ได้โปรด! ปล่อยพี่เขาไปเถอะ!”
พวกผู้ชายที่ยืนอยู่ด้านข้างอุทานออกมาด้วยความ
หวาดกลัว ผมมองไปที่พวกเขาเป็นครั้งคราว จากนั้นผมก็
มองไปยังผู้หญิงเปลือยกายครึ่งท่อนที่นอนอยู่บนพื้น
มนุษย์นั้นอ่อนแอ มนุษย์ที่อ่อนแอเช่นนี้จะท าเรื่อง
โหดร้ายแบบนี้ได้ยังไง? พวกเขาใช้ข้ออ้างที่โลกถูก
ท าลาย พวกเขาฆ่า ข่มขืนผู้หญิง และปล้นชิงผู้อื่น
มันเป็นเพราะสัญชาตญาณงั้นเหรอ? ทันใดนั้นเองผมก็
นึกสงสัยขึ้นมาในขณะที่ผมมองไปยังดวงตาของบังซึง
ซอลที่ถูกย้อมไปด้วยความหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าความ
รุนแรงที่หนักหน่วงยิ่งกว่า
“ท าไมนายถึงท ามัน?” มันเป็นค าถามที่โพล่งออกมา ใน
ความเป็นจริง ผมก็ไม่ได้คาดหวังถึงค าตอบของค าถามนี้
แต่ในช่วงที่ผมก าลังจะเตะเขาอีกครั้ง บังซึงซอลก็ลืมตา
ของเขา
“เชี่ย… ฆ่าฉันซะไอ้สารเลว”
เมื่อผมเห็นดวงตาของเขา ผมก็รู้ว่าเขาได้ตอบค าถามของ
ผมในแบบของเขาแล้ว รูปลักษณ์ที่ไม่แสดงความผูกพัน
ใดๆ ต่อชีวิต ใช่แล้ว มันไม่ใช่เป็นเพราะสัญชาตญาณ บัง
ซึงซอลได้พูดด้วยน ้าเสียงที่เบาลงเรื่อยๆ
“สุนัข โลกนี้มันก็เหมือนกับหมา…”
ชายคนนี้คือมนุษย์ที่สิ้นหวังมานานแล้วก่อนที่โลกใบนี้
จะถูกท าลาย เหมือนๆ กันกับผม
[ระยะเวลาของสถานการณ์ย่อยเหลือ 10 วินาที]
ผมไม่รีรออีกและเตะเข้าที่คอของเขาอย่างรุนแรง ลม
หายใจหลุดลอยออกจากร่างของเขาและในที่สุดบังซึง
ซอลก็หมดสติไป
[คุณเคลียร์สถานการณ์ย่อยได้แล้ว]
[คุณได้รับ 300 เหรียญ]
ผมหวังว่าพวกมันจะมีความสุขกัน
[กลุ่มดาว ‘ราชาแมลงวัน’ พึงพอใจและสนับสนุนคุณ
100 เหรียญ]
เหล่าชายฉกรรจ์คลานเข้ามาหาผมทีละคน
“ห-โหดร้าย… ”
พวกเขามองไปยังบังซึงซอลที่กลายเป็นเศษผ้า จากนั้นก็
ยอมแพ้ผมด้วยความหวาดกลัว มันดูเหมือนกับว่าพวกเขา
คือสุนัขที่รอถูกเชือด ณ โรงฆ่าสัตว์ ผมอุ้มผู้หญิงที่ทรุด
ตัวอยู่ขึ้นมาและหยิบถุงร้านสะดวกซื้อ ไม่ว่ายังไง โลกก็
ถูกท าลายไปแล้ว และผมต้องมีชีวิตใหม่
“พาฉันไปที่ๆ กลุ่มอยู่”
* * *
เดิมทีสถานีกึมโฮจะเป็นสถานที่ที่เติบโตขึ้นเป็นฐานหลัก
ของภูมิภาคหลังจากที่มันถูกก่อตั้งขึ้นโดยยูจงฮยอค ใน
การเสื่อมถอยครั้งแรกของเขา ยูจงฮยอคได้ผ่าน
สถานการณ์หลักที่สองไปพร้อมกับกลุ่มสถานีกึมโฮ ท า
ให้คนของกลุ่มได้ครอบครองพื้นที่ในยุคสมัยใหม่ ถึง
กระนั้น นั่นก็คือรอบแรก ในรอบที่สามของการเสื่อมถอย
ยูจงฮยอคต่างออกไป ยูจงฮยอครอบที่สามคือสัตว์
ประหลาดที่ผูกขาดทุกสิ่งอย่าง
“…ถึงกระนั้น เขาก็คือคนที่จะเก็บกวาดอะไรหลายๆ
อย่าง”
“ฮะ?” ชายที่ก าลังน าทางผมประหลาดใจ
“ฉันแค่ก าลังพูดกับตัวเองหน่ะ มันเป็นนิสัย”
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ชอบการพูดคนเดียวของคุณ]
“ใช่… แบบนี้นี่เอง แบบนี้นี่เอง”
ชายฉกรรจ์จากกลุ่มซึงดูซึ่งสนับสนุนกัน หยุดเคลื่อนไหว
พวกเขาเดินลงมายังด้านล่างของลานที่มืดและพบกับที่ที่
ยังมีแสงสว่างอยู่ ผมได้ยินเสียงพึมพ าของผู้คนในขณะที่
พวกเขาเดินลงบันไดมา
“กลุ่มซึงดู! มีคนเจ็บ!”
มีบางคนวิ่งเข้ามาเพื่อพยุงกลุ่มของบังซึงซอล มันมีระบบ
มากกว่าที่ผมคิดเนื่องจากผู้คนเคลื่อนไหวอย่างเป็น
ระเบียบ ในระหว่างนี้ ผมก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยวิ่งเข้ามา
“โอ้พระเจ้า ทกจา! ทกจา!”
โชคดี ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมทักทายคนผู้นั้น
“ยูซานอา”
“ดีใจจัง ฉัน ฉันดีใจจริงๆ!” ยูซานอายืนอยู่ตรงหน้าผม
ด้วยท่าทางมีความสุข ผมตกใจและจับมือกับเธออย่าง
กระอักกระอ่วน มันมีรอยถลอกอยู่มากมายที่หลังมือของ
ยูซานอา แสดงให้เห็นว่าเธอคงจะมีช่วงเวลาที่ยากล าบาก
ในสี่วันที่ผ่านมา ผมได้ยินเสียงและมีบางสิ่งเข้ามาแปะขา
ของผม
“พี่ยังมีชีวิตอยู่” มันคือลีกิลยัง
ผมลูบหัวของเด็กชายและถาม “นายสบายดีนะ?”
ลีกิลยังพยักหน้า เขาต้องหิวแน่ๆ เพราะแก้มของเขาตอบ
ลงจริงๆ ผมหยิบช็อคโกแล็ตแท่งออกมาจากกระเป๋าและ
วางมันไว้ในมือของลีกิลยัง
“ฉันรู้ว่านายยังไม่ตาย ทกจา ฮ่าฮ่า…” สุดท้ายผมก็มองไป
ยังลีฮุนซึง กล้ามเนื้อครึ่งบนของเขาดูจะแข็งแกร่งขึ้น บาง
ทีลีฮุนซึงคงจะปกป้องทั้งสองคนนี้ “ฉันขอโทษจริงๆ
ตอนนั้นฉันทิ้งนายไป…”
“มันเป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”
“เห้อ ฉันดีใจที่ยูจงฮยอคพูดถูก”
…ยูจงฮยอค? ท าไมชื่อนี้ถึงถูกเอ่ยออกมา? ลีฮุนซึง
สังเกตเห็นมันและกล่าวว่า “ยูจงฮยอคคนนั้นบอกว่าทกจา
คงจะไม่ตาย…”
“…แล้วยูจงฮยอคอยู่ไหน?”
“เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ตอนนี้”
ไม่อยู่ที่นี่?
“ยูจงฮยอคออกจากสถานีนี้ไปเมื่อวาน แล้ว…”
ผมสามารถประเมินได้หลายๆ สิ่งก่อนที่ลีฮุนซึงจะทันได้
พูดจบ ผมเข้าใจแล้ว มันเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาคือคนใจ
ร้อน
“เออนั่นสิ ยังมีอีกคน”
“อ่า หัวหน้าแผนก”
ยูซานอาพูดยังไม่ทันจบก็มีกลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเดิน
เข้ามาในทันใด อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นสิ่งที่ดี
“ทุกคน ถอยไปให้พ้นทาง!”
ผมไม่ต้องฟังค าอธิบายอะไรกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า
ผู้ชาย 3 – 4 คน ก าลังเข้ามาล้อมผมพร้อมด้วยค้อนและท่อ
ในมือ มันมีใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่ในหมู่พวกเขา
“ก-แก…!” ฮันมยอนโกทิ้งผมไว้บนสะพานเลขคู่ และ
ในตอนนี้เขาได้มองมาที่ผมราวกับเขาเห็นผี ฮันมยอนโก
ต้องเข้าร่วมกับกลุ่มนี้แล้วแน่ๆ “จ-จัดการเขา! เขาคือคน
เลวมากๆ! เขาไม่ควรอยู่ที่นี่!”
โจรมักจะเป็นพวกที่รู้สึกเหมือนกับมีอะไรทิ่มแทงอยู่
เสมอ ฮันมยอนโกเริ่มอุทานออกมาอย่างดุเดือด อย่างไรก็
ตาม ผมก็สังเกตเห็นว่าชายคนอื่นๆ มองหน้ากันและ
ไม่ได้เคลื่อนไหว มีบางอย่างแปลกๆ ฮันมยอนโกอยู่ใน
ต าแหน่งตรงกลาง แต่คนพวกนี้ก็ไม่ฟังเขางั้นเหรอ?
“ฮ่าฮ่า พี่ฮัน ทุกๆ คนควรจะไปด้วยกัน แต่ท าไมพี่ถึงหยุด
ล่ะ?”
“อ่า น-นั่น…”
“นายเป็นหน้าใหม่สินะ”
ชายคนนั้นแยกตัวออกมาจากด้านข้างและมีเส้นทางถูก
สร้างขึ้น ชายร่างบางปรากฏขึ้นในหมู่พวกเขา ผม
สามารถบอกได้จากแค่การมองเข้าไปในดวงตาของเขา
ชายคนนี้มีผู้สนับสนุน
“ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันขอถามชื่อของนายได้ไหม?”
“คิมทกจา”
“ทกจา? เข้าใจล่ะ ฉันชอนอินโฮ”
ชอนอินโฮ? เหมือนกับว่าผมจ าชื่อนี้ได้ ผมเพิ่มความ
แข็งแกร่งลงไปในหนามที่ก าลังถืออยู่ ดูเหมือนว่าชายคน
นี้จะเป็นหัวหน้ากลุ่มซึงดู เขาสูญเสียคนของเขาไป
ครึ่งหนึ่งเพราะผม ดังนั้นเขาน่าจะมาที่นี่เพื่อหาเรื่อง
“ฉันได้ยินเรื่องจากคนที่มากับนาย นายต่อสู้กับสัตว์
ประหลาดและช่วยสมาชิกในกลุ่มไว้”
…อะไรกัน?
“ทุกๆ คน โปรดมารวมตัวกัน! พวกเรามีสมาชิกใหม่ที่
กล้าหาญ!”
ตามค าพูดของชอนอินโฮ ผู้คนเริ่มหันมาทางนี้ทีละคนๆ
มันเป็นช่วงเวลาที่ผมได้รู้ มันเป็นไปไม่ได้ที่เสน่ห์ของ
ฮันมยอนโกจะรวบรวมก าลังได้มากขนาดนี้ ชอนอินโฮ
คือผู้น าที่แท้จริงของกลุ่มนี้
“ว้าว! อาหาร!”
ดวงตาที่หิวกระหายจดจ้องมายังถุงร้านสะดวกซื้อ
จากนั้นชอนอินโฮก็พูดราวกับว่าเขาก าลังรออยู่แล้ว “เขา
จะมอบมันให้กับพวกเราแน่ๆ เขาเป็นคนดีที่หาได้ยากยิ่ง”
ค าพูดนี้ท าให้สายตาของทุกคนมองมาที่ผมราวกับว่าผม
คือผู้กอบกู้ แม่ที่ก าลังอุ้มเด็กและชายชราที่เจ็บขามองมาที่
ผมอย่างจริงจัง
ชอนอินโฮ… ดูเหมือนผมจะจ าได้แล้ว ใช่แล้ว ชายคนนี้
อยู่ในกลุ่มสถานีกึมโฮ
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ รู้สึกตื่นเต้น]
ในโลกที่ถูกท าลายใบนี้ อันตรายที่แท้จริงไม่ใช่คนแบบ
บังซึงซอล มนุษย์ที่เคลื่อนไหวในขณะที่รู้สึกสิ้นหวังไม่
อันตรายแม้แต่น้อยส าหรับผม คนที่อันตรายจริงๆ คือคน
ที่ใช้ความสิ้นหวังของผู้อื่นเป็นเครื่องมือ เหมือนกับชาย
คนนี้
“ยินดีต้อนรับสู่สถานีกึมโฮ คิมทกจา”
ชอนอินโฮหัวเราะอยู่ภายในพร้อมกับจ้องมาที่ผม เขา
หัวเราะคิกคักในขณะที่จับมือกับผม ชอนอินโฮคงจะไม่รู้
ว่าในเวลานี้ อนาคตของเขาได้ถูกตัดสินแล้ว