มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 17 – เส้นทางแห่งการเสแสร้ง (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 17 – เส้นทางแห่งการเสแสร้ง (3)
แม้จะมีการแทรกแซงของชอนอินโฮ กลุ่มดาวก็ยังไม่ได้
ร้องขอสถานการณ์ล่ารางวัล กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันยังไม่ใช่
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่จะจัดการกับเขา
เป็นเวลาประมาณครึ่งวันที่ผมตั้งสมาธิไปกับการท าความ
เข้าใจสถานการณ์ของสถานีกึมโฮ มันเป็นลีฮุนซึงที่เป็น
คนให้ข้อมูลส่วนใหญ่ “ตอนนี้มันมีคนอยู่ในสถานีกึมโฮ
ราวๆ 86 คน อ่า ฉันคิดว่าตอนนี้มันน่าจะมี 87 กับทกจา”
“มันน้อยกว่าที่ฉันคิดนะ”
“ใช่ เมื่อสถานการณ์ปะทุขึ้น มันก็มีแค่คนแถวๆ สถานี
และคนที่อยู่บนรถไฟเท่านั้นที่รอดมาได้ ทุกๆ คนไม่ได้
พูดอะไร แต่บางทีในสถานการณ์แรก…”
ผมไม่จ าเป็นต้องพูดค าต่อไป ผมสามารถเห็นได้จากการ
แสดงออกของผู้คน เหล่าคนที่รอดชีวิตได้เหยียบย ่าชีวิต
ของคนอื่นมา มนุษย์ทุกคนที่อยู่ที่นี่คือฆาตกร
“ในตอนนี้สถานีกึมโฮถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม แต่พูด
ตรงๆ มันคือหนึ่งกลุ่มและคนที่เหลือ”
ลีฮุนซึงมองไปที่ผู้คนด้วยสีหน้ามืดมน มันมีเหล่าชาย
ฉกรรจ์ที่ถือท่อเหล็กหรืออุปกรณ์อื่นๆ อยู่ เห็นได้ชัดว่า
มันคือฝ่ายที่มีอ านาจ
“เชื่อในตัวฉัน! หัวหน้ากลุ่มก าลังพยายามอย่างหนักและ
ทุกๆ คนจะได้รับการช่วยเหลือในไม่ช้า” ฮันมยอนโก
ตะโกนออกมา
“พี่มยอนพูดถูก ทุกคน อย่าหมดหวัง พวกเราสามารถเป็น
ผู้น าได้” คนที่ถูกฮันมยอนโกกอดไว้และจวนจะได้เป็น
ผู้น ากลุ่มคือชอนอินโฮ พวกเขาคือ ‘กลุ่มหลัก’
“แม่ ผมเบื่อ… ผมเล่นเกมบนโทรศัพท์ได้ไหม?”
“รอสักพักนะ ทีมกู้ภัยก าลังจะมา”
“รัฐบาลจะเคลื่อนไหว มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพังประเทศ”
จากนั้นคนที่ได้รับการคุ้มครองโดยกลุ่มหลักและต้องการ
จะใช้ชีวิตต่อไปก็จะเป็น ‘กลุ่มชายขอบ’ จิตใจของพวก
เขาอ่อนแอเกินกว่าที่จะเป็นฆาตกร แม้ว่าจะมีฆาตกร
รวมตัวกันอยู่ 100 คน พวกเขาก็จะถูกแบ่งออกเป็น
ระหว่างคนที่อ่อนแอและคนที่แข็งแกร่ง บางทีพวกเขา
อาจจะคิดว่าพวกเขาไม่ใช่ฆาตกร พวกเขาต่างเชื่อว่ามัน
เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ลีฮุนซึงดูกลุ่มหลักที่ก าลังยุยงผู้คนและกล่าวว่า “การ
กระจายอาหารถูกก าหนดโดยกลุ่มหลัก ร้านสะดวกซื้อ
และร้านอาหารในบริเวณนี้ถูกปล้นไปหมดแล้ว… อาหาร
ที่สามารถกินได้ในตอนนี้ก็เกือบจะหมดแล้ว”
“ฉันรู้”
“นี่เป็นเหตุผลว่าท าไมบางคนจากกลุ่มหลักถึงถูกส่งไปหา
อาหารข้างบน ฮีวอนที่นายพาเข้ามาก็ออกไปกับพวกเขา
ด้วย”
“ฮีวอน…?”
“อ่า มันเป็นชื่อของผู้หญิงที่ทกจาช่วยไว้”
ผมมองไปยังหญิงสาวที่นอนอยู่บนม้านั่งรถไฟใต้ดิน
ภายใต้แสงอันสว่างไสว ความงามของเธอถูกเผยออกมา
แก้มที่ยกขึ้นของเธอและผิวพรรณอันละเอียดอ่อน
หมายความว่าเธอจะต้องมีเสน่ห์แน่ๆ ต้องขอบคุณปอดลิง
ผิวของเธอจึงสดใสขึ้นกว่าเมื่อเช้านี้
“ฮีวอนเป็นคนเดียวที่ไม่ได้กลับมาใช่ไหม?”
“ไม่ มันยังมีอีกหลายคนที่ออกไปเมื่อเช้านี้ แต่มีแค่คน
จากกลุ่มชายขอบเท่านั้นที่ไม่ได้กลับมา”
“พวกเขาไม่ได้กลับมาเลยเหรอ?”
“ใช่” สีหน้าของลีฮุนซึงเริ่มเศร้าลงอีกครั้ง เขาคิดว่าเขา
พอจะรู้คร่าวๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมคว้าไหล่ของลีฮุนซึง
ผมมั่นใจหลังจากที่ได้สัมผัสกับเขาจริงๆ เขาจะต้องเป็น
ดาบเหล็กแน่ๆ STR ของเขาน่าจะเกินกว่า LV.10 ในไม่
ช้า
“ท-ท าไมนายถึง…?”
“ลีฮุนซึงน่าจะได้รับการยอมรับ แต่นายก็เลือกที่จะไม่
ยอมรับ”
“อ่า นั่น…” พูดตามตรง พลังในกันต่อสู้ของลีฮุนซึงนั้น
สูงกว่าบังซึงซอล มันไม่มีทางที่ชอนอินโฮจะไม่สนใจเขา
“ฉันเองก็อธิบายไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าฉันไม่ควรที่จะยอมรับ
ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องศีลธรรมหรือจริยธรรมนัก แต่…” ลีฮุ
นซึงเกาหัวของเขาเหมือนกับว่าเขาเขินๆ “ฉันรู้สึกว่ามี
บางอย่างไม่ถูกต้อง”
ไม่ถูกต้อง…
มันไม่ใช่ค าตอบ แต่ผมรู้สึกว่ามันเป็นความจริง อันที่จริง
แล้ว ลีฮุนซึงก็คือลีฮุนซึง
“อย่าลืมจิตใจแบบนี้”
ด้วยวิธีการนี้ ผมจึงสามารถเชื่อใจเขาต่อไปได้ ผมได้ยิน
เสียงน่ารักๆ ดังออกมาจึงหันกลับไป และเห็นยูซานอากับ
ลีกิลยังที่ก าลังมองมาที่ผม ใบหน้าของพวกเขาราวกับลูก
นกที่ก าลังรอคอยแม่นก ท าให้ผมหัวเราะออกมา
“นั่นสินะ มันเย็นแล้ว พวกนายไม่หิวกันเหรอ? เอาไปที
ละอันละกัน” ผมยื่นอาหารจากร้านสะดวกซื้อให้ทีละคน
“อ่า จริงเหรอ? ให้ฉัน?”
“คราวนี้ฟรี แต่ครั้งหน้า เธอก็ควรที่จะจ่าย”
“ฮะ? ท-เท่าไหร่…?”
“ไม่ใช่ว่าเธอก็มีเหรียญอยู่เหรอ? ราคาอันละ 10 เหรียญ
ละกัน”
“น-นั่น…”
ความสับสนฉาบทั่วใบหน้าของยูซานอาและลีฮุนซึง พวก
เขามองดูราวกับว่าพวกเขาคาดไม่ถึงกับค าพูดของผม
“แน่นอน ฉันจะจ่ายตอนนี้เลย ฉันไม่ต้องการของฟรี” น่า
แปลกว่าคนที่พูดออกมาคือหญิงสาวที่ก าลังนอนอยู่บนม้า
นั่ง เธอได้สติคืนกลับมา “ฉันจังฮีวอน ขอบคุณส าหรับ
ความช่วยเหลือของนายเมื่อเช้านี้นะ”
“ไม่เป็นไร” ผมคิดว่ามันเป็นเพียงแค่หน้ากากอันน่ารัก
แต่ผมก็สามารถเห็นได้ว่ามันคืออคติ
“ยูซานอา ลีฮุนซึง ทุกๆ คน ตื่นได้แล้ว มันไม่ใช่ว่าเวลาที่
จะมาสร้างภาพ อาหารพวกนี้ เขาได้มาด้วยการเสี่ยงชีวิต
พวกนายคิดจะเอามันไปฟรีๆ เหรอ?” มันแทบจะไม่มีการ
แสดงออกบนใบหน้าที่พูดออกมาโดยไม่ลังเล
“อ่า…” ยูซานอาหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนกับว่าเธอ
เพิ่งตื่นขึ้นมา “ฉันคิดอะไรตื้นๆ เกินไป ขอโทษนะ
แน่นอนว่าพวกเราควรจะจ่าย… จริงไหม ฉันก็ไม่ชอบ
ของฟรีเหมือนกัน ฉันเกลียดการพึ่งพาคนอื่น”
“ฉันก็เห็นด้วยกับยูซานอา ฉันจะจ่ายมันด้วยเหรียญ
นับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”
ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยจากปฏิกิริยาที่ไม่คาดคิด อัน
ที่จริง แค่เพราะมันเป็นวันสิ้นโลกไม่ได้หมายความว่าจะ
มีคนอยู่แค่แบบเดียว ผมตอบ “ถ้าพวกเธอยืนยัน… ฉันก็
เข้าใจ ทุกคนรู้วิธีการแลกเปลี่ยนเหรียญใช่ไหม?”
“รู้ ฉันเรียนรู้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน แตะนิ้วชี้ของกันและกัน
อืม และ…”
“เพียงแค่ระบุจ านวนเหรียญที่นายต้องการแลกเปลี่ยน”
เริ่มจากจังฮีวอน ยูซานอา และลีฮุนซึงได้จ่าย 10 เหรียญ
เพื่อแลกกับอาหาร โชคดีที่ความต้านทานของพวกเขา
ไม่ได้ยิ่งใหญ่ไปกว่าสิ่งที่ผมคิดไว้ ผมไม่ได้ท าแบบนี้
เพื่อให้ได้เหรียญมาไม่กี่เหรียญ ในตอนแรก การตัดสิน
แบบนี้อาจจะดูรุนแรง แต่ในไม่ช้าผู้คนจะตระหนักได้ว่า
ทางเลือกนี้ถูกต้อง
[‘ลีกิลยัง’ จ่ายเงินให้คุณ 20 เหรียญ]
“ฮะ? นายให้ฉันเกินมา 10 เหรียญหนิ?”
“ค่าช็อกโกแลตเมื่อตอนกลางวันครับ”
สีหน้าของลีกิลยังในขณะที่พูดดูดีมาก บางทีคนที่ปรับตัว
ได้เร็วที่สุดในโลกใบใหม่อาจจะไม่ใช่ผู้ใหญ่ แต่เป็นเด็ก
มันง่ายกว่ามากส าหรับเด็กที่จะท าลายสามัญส านึก
“ทกจาจะอยู่กับพวกเราต่อไปไหม?”
“อ่า เรื่องนั้น…”
“ทกจา” มันไม่ใช่ลีฮุนซึงที่เรียกผม ผมมองกลับไปและ
เห็นชอนอินโฮจากกลุ่มหลัก ใช่แล้ว ผมคิดว่าเขาคงจะ
กลับมาในไม่ช้า
“ขอฉันคุยกับนายสักพักได้ไหม?”
บังซึงซอลฟันร่วงไปบางส่วนและจ้องมองผมจากทาง
ด้านหลังชอนอินโฮ เขาจ้องมองผมก่อนที่จะหันหน้าหนี
ไป สหายผู้โง่เขลา
“ได้สิ”
ผมพยักหน้าและชอนอินโฮก็พูดด้วยสีหน้าที่พึงพอใจ
“งั้นให้คนที่เหลือออกไปจากที่นี่สักครู่ได้ไหม? ฉัน
อยากจะคุยกับนายตามล าพัง”
“อ่า เรื่องนั้น…”
“ไม่ นายไม่จ าเป็นต้องไป นายสามารถฟังได้”
ดวงตาของชอนอินโฮกระตุกไปกับค าพูดของผม ลีฮุนซึง
หยุดในขณะที่เขาก าลังจะถอยออกไป
“หืม งั้นเหรอ? อืม… ก็ได้”
เขาท าตัวเหมือนกับว่าพวกเขามีอิสระที่จะฟัง ชอนอินโฮ
เช็ดม้านั่งแล้วนั่งลง เหล่าชายฉกรรจ์จากกลุ่มซึงโด
ปรากฏขึ้นทั้งสองด้านของเขาและยื่นบุหรี่ให้กับเขา
พร้อมทั้งจุดไฟให้ เขาคงจะดูหนังมามากเกินไป “นายดู
เหมือนจะมีนิสัยที่ไม่ชอบเรื่องยุ่งยากนะ ดังนั้นฉันจะเข้า
ประเด็นเลย”
“ใช่”
“เข้าร่วมกลุ่มของเรา” มันเป็นข้อเสนอที่ผมคาดไว้ “ฉัน
สามารถมอบต าแหน่งสูงๆ ในกลุ่มของพวกเราให้กับนาย
ได้ ฉันต้องการเป็นผู้น ากลุ่มร่วมกับนาย”
“ท าไมต้องเป็นฉัน?”
“ไม่ใช่ว่านายก็รู้เหรอว่าท าไม?” ชอนอินโฮเหลือบไป
มองสมาชิกกลุ่มซึงโดที่ได้รับบาดเจ็บ “นายคือฮีโร่ที่ช่วย
คนจากสัตว์ประหลาด ฮีโร่ต้องการสถานที่เช่นนี้”
มันเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ เขาจะใช้ประโยชน์จากสถานะ
ของผม
“แล้วถ้าฉันปฏิเสธล่ะ?”
“ปฏิเสธ? น่าสนใจมาก ฉันไม่เคยคิดถึงเรื่องนั้นเลย” ชอน
อินโฮพ่นควันบุหรี่ใส่ผม “ทกจา นี่ไม่ใช่ความหวังดี นาย
มีหน้าที่ต้องท าแบบนี้ นายไม่เห็นผู้คนที่ล าบาก ณ ที่แห่ง
นี้เหรอ?”
ผู้คนต่างมองมาทางนี้ด้วยใบหน้ามอมแมม มีเด็กๆ ที่
ก าลังร้องไห้และคนแก่ที่เหนื่อยล้าอยู่
“มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ฉันก าลังขอให้นายร่วมมือกัน
เพื่อความอยู่รอด ทกจา ไม่ใช่ว่านายก็แข็งแกร่งงั้นเหรอ?”
“นายต้องการอะไรกันแน่?”
“ฉันต้องการมือสังหาร” มือสังหาร? “เมื่อไม่กี่วันที่ผ่าน
มา มีใครบางคนก าลังเคลื่อนไหวอยู่ เขาหาอาหารเพียง
ล าพังและล่าในอุโมงค์ พูดให้ถูกก็คือพวกเราจะจัดการ
มันเพียงฝ่ายเดียว”
ผมไม่จ าเป็นต้องถาม นี่คือเรื่องราวของยูจงฮยอค
“จู่ๆ เขาก็จากไปเมื่อคืนนี้”
“ดังนั้นนายเลยต้องการคนมาแทนที่เขา?”
“ฉันคิดว่าความแข็งแกร่งของนายได้รับการพิสูจน์ด้วยซึง
ซอลแล้ว”
ดวงตาของลีฮุนซึงและจังฮีวอนเบิกกว้าง ในตอนนี้พวก
เขาได้สังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
“มันไม่เลวเลยนะทกจา นายคือฮีโร่ส าหรับผู้คนและจะ
เป็นผู้น าของกลุ่มกับพวกเรา ทุกคนจะยกย่องนายและ…”
ผมขัดจังหวะ “ขอโทษนะ แต่ฉันไม่สามารถรับผิดชอบ
แทนใครได้ ฉันไม่ต้องการเข้าร่วมกลุ่มของนาย”
“หืม งั้นเหรอ?”
“เหนือสิ่งอื่นใด วิธีที่นายบริหารกลุ่มไม่เหมาะกับฉัน”
ผมดูสมาชิกที่มีสุขภาพดีของกลุ่มซึงโดและสมาชิกที่ดู
อ่อนแอของกลุ่มชายขอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จังฮีวอนที่
ก าลังจ้องไปยังชอนอินโฮราวกับว่าเขาคือศัตรูคู่อาฆาต
ของเธอ
“งั้นเหรอ? ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ถ้านายเปลี่ยนใจก็กลับมา
ได้ทุกเมื่อ”
“เรื่องนั้นคงจะไม่เกิดขึ้น”
“ฮ่าฮ่า แล้วจะได้เห็นกัน”
ไม่นานนักก็จะได้รู้ว่าค าพูดของชอนอินโฮหมายความว่า
ยังไง เมื่อสมาชิกของกลุ่มซึงโดถอยไป สมาชิกกลุ่มคน
อื่นๆ ก็เดินเข้ามาราวกับว่าพวกเขาก าลังรออยู่ มันเป็นคน
ของกลุ่มชายขอบ พวกเขาจับตัวผมและเปล่งเสียงออกมา
“เฮ้ ข่าวลือเป็นความจริงงั้นเหรอ?”
“นายผูกขาดอาหารไว้จริงๆ เหรอ?”
“นายก าลังจะกินมันทั้งหมดทั้งที่นายมีพอที่จะแบ่งกับ
ทุกๆ คนงั้นเหรอ?”
“พวกเราทุกคนต้องอยู่ที่นี่! ท าไมนายเป็นคนเดียวที่มีมัน
ล่ะ?”
“เอาอาหารให้อินโฮนะ! เขาจะแจกจ่ายมันอย่าง
ยุติธรรม!”
ผมรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมสามารถเห็นรอยยิ้มของชอน
อินโฮได้จากข้างหลังฝูงชน ริมฝีปากของเขาก าลัง
เคลื่อนไหว
‘เลือก’
ผมจะมอบอาหารให้และกลายเป็นฮีโร่หรือไม่? หรือผม
จะเป็นคนเลวและผูกขาดมันไว้คนเดียว? ถ้าผมเลือกที่จะ
เป็นฮีโร่ ผมจะตกอยู่ในเกมของชอนอินโฮ หลังจากแจก
อาหารไปแล้ว ผมจะต้องหาอาหารมาให้สมาชิกในกลุ่ม
และสักวันหนึ่งก็จะถูกแทงข้างหลัง ในทางกลับกัน ผม
จะต้องแยกตัวออกมาจากกลุ่มถ้าผมผูกขาดอาหารไว้เพียง
ล าพัง
[ดวงตาของกลุ่มดาวหลายกลุ่มก าลังเปล่งประกาย]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ แค่นเสียง]
เมื่อผู้คนเริ่มโวยวาย ชอนอินโฮก็เดินออกมา
“อ๊า ทุกคน ใจเย็นๆ ดูเหมือนจะมีความเข้าใจผิดกัน คิ
มทกจาไม่ใช่คนแบบนี้” อะไรอีก? นกต่อเหรอ? “คิมทก
จาตัดสินใจที่จะร่วมมือกับพวกเรา อาหารที่เขาน ามาใน
วันนี้จะถูกทิ้งไว้กับกลุ่มหลักและจะถูกแบ่งอย่างเท่าเทียม
กัน เขายังสัญญาอีกว่าจะร่วมมือกับพวกเราต่อไป…”
แน่นอน เขาเชื่อว่าผมจะเลือกเขา มันยากที่จะฟังต่อไปอีก
“หยุด”
ผมกังวลเกี่ยวกับมันอยู่เพียงชั่วขณะ ถ้าเป็นยูจงฮยอคเขา
จะท าแบบไหนนะ? อ่า นั่นสินะ ค าตอบก็คือเขาจะไม่อยู่
ที่นี่ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ใช่ยูจงฮยอค
“แน่นอนว่าฉันจะแจกอาหาร” ผมเห็นริมฝีปากของชอน
อินโฮที่ก าลังโค้งขึ้น แต่ผู้คนก็ควรจะฟังให้จบ “อย่างไรก็
ตาม มันก็ไม่ฟรี”
ไม่เหมือนกับยูจงฮยอค ผมไม่ได้ทิ้งทุกอย่างไปเพื่อ
เดินหน้าต่อ แต่ผมก็จะไม่รับผิดชอบกับทุกๆ คน อาหาร
จะถูกแจกจ่ายแต่ไม่ใช่แบบฟรีๆ ผู้คนงงราวกับว่าพวกเขา
ไม่เข้าใจค าพูดของผม
“ด-เดี๋ยวนะ! ไม่ฟรีเหรอ?”
“ฉันจะบอกให้นะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะผูกขาดอาหาร แต่ฉัน
จะไม่ให้มันกับกลุ่มชอนอินโฮ ฉันไม่ใช่ยูนิเซฟและฉัน
ไม่ไว้ใจพวกเขา” ผมยิ้มให้กับชอนอินโฮ “ฉันจะท า
ข้อตกลงกับพวกนาย ฉันจะขายอาหารให้ในราคาที่
ยุติธรรม”
“ข-ขาย?”
“อะไร…?”
“เอ่อ เท่า… ไหร่?”
ในระยะไกล ผมเห็นใบหน้าของชอนอินโฮแข็งที่อ ผม
หัวเราะในขณะที่ผมเผชิญหน้ากับเขา
“ไม่ ฉันยอมรับแค่เหรียญเท่านั้น”
* * *
หลังจากนั้นไม่นานก็มีเพียงแค่กลุ่มชายขอบเท่านั้นที่สาน
สัมพันธ์กับผมกลับมา
“นั่นมัน… ทกจา ไม่ใช่ว่านี่เป็นตัวเลือกที่ดีเลยเหรอ?”
“หึ มันมีอะไรในโลกนี้ที่ได้มาฟรีๆ? ทกจา นายพูดได้ดี
ฉันรู้สึกดีมากเลย” จังฮีวอนขับไล่ความกังวลของลีฮุนซึง
ออกไป หลังจากที่ผมประกาศ ‘การแลกเปลี่ยน’ ออกไป
หลายๆ คนก็หันหลังให้กับผม บางทีพวกเขาอาจจะ
ผิดหวัง
“ฉันเห็นด้วยกับฮีวอน คนที่นี่เชื่องเกินไปส าหรับกลุ่ม
หลัก”
“ใช่แล้ว ไอ้พวกบัดซบ… สถานีกึมโฮในตอนนี้อยู่ในฝ่า
มือของพวกเขาแล้ว ผู้คนได้รับการปฏิบัติเหมือนกับเป็น
ปศุสัตว์ และบางครั้งก็ถูกน าไปยังโรงฆ่าสัตว์ เหมือนกับ
ตัวฉันเมื่อเช้า”
ร่างกายของจังฮีวอนสั่น ในความเป็นจริง มันไม่ใช่ผมแต่
เป็นกลุ่มหลักที่ผูกขาดอาหาร พวกเขาผูกขาดอาหารด้วย
ข้ออ้างว่า ‘การแจกจ่ายที่เป็นธรรม’ และเลี้ยงดูคนที่เชื่อง
มนุษย์จะอ่อนแอที่สุดเมื่อพวกเขาเชื่อว่ามีคนคอยปกป้อง
อยู่ เมื่ออ านาจถูกก่อตั้งขึ้นในความสัมพันธ์เพียงด้านเดียว
ผู้คนก็จะเริ่มพึ่งพาพวกเขา
“ฉันเห็นด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันเชื่อว่าการประกาศของ
ทกจาในวันนี้มีความหมายมาก ผู้คนจ าเป็นต้องมีความ
ตั้งใจที่จะท าบางสิ่งด้วยตัวเอง อย่างไรก็ตาม…” ลีฮุนซึง
มองไปทางอาหาร “มันก็ขายไม่ออกสักอัน อันละ 50
เหรียญ มันไม่แพงไปหน่อยเหรอ? ท าไมนายไม่ขาย 10
เหรียญเหมือนกับที่ท ากับพวกเรา…?”
มันไม่สมเหตุสมผลที่จะคิดอย่างนั้น ผู้คนให้ความสนใจ
กับกลุ่มหลักเท่านั้นและไม่ส่งสัญญาณที่จะมองมายังทาง
นี้ ผู้คนยังต้องการเวลา ผมตอบอย่างใจเย็น “รออีกสัก
หน่อย”
เมื่อค ่าคืนมาถึง เสียงของสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยักษ์ก็ดัง
ออกมาเป็นระยะๆ จากพื้นดินและผู้คนก็ฝันร้ายกัน
บ่อยครั้ง ลีกิลยังและยูซานอาหลับไปก่อน ในขณะที่จังฮี
วอนก าลังจะนอน
ลีฮุนซึงพูดออกมา “ทกจา นายควรจะนอนได้แล้วนะ ฉัน
จะเฝ้ายามให้เอง”
“ไม่เป็นไร นายนอนก่อนเลย”
“แต่นายจะเหนื่อยนะ”
“ฉันมีงานต้องท า”
“ท าอะไร?”
ผมชี้ไปทางด้านหลังของลีฮุนซึง น่าแปลก มันมีเงาของ
คนอยู่ มันไม่ใช่แค่หนึ่ง
“นาย… นายยังขายอาหารอยู่ไหม?”
ในที่สุดผู้คนก็เริ่มเคลื่อนไหวกันแล้ว