มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 160 – สุสานแห่งสถานการณ์ (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 160 – สุสานแห่งสถานการณ์ (5)
‘ข้าจะตายและสรวงสวรรค์จะถูกท าลาย?’
หลังจากคิมทกจาจากไปแล้ว เรนไฮท์ก็มองลงไปจากเนินเขา
ด้วยสีหน้าอันว่างเปล่า เขาหัวเราะออกมาเมื่อได้ยินครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม เขาก็ต้องหยุดหัวเราะเมื่อการแสดงออกของคิ
มทกจาไม่เปลี่ยนไป
เรนไฮท์รู้สึกร าคาญ
คิมทกจาอาจจะเป็นกลุ่มดาว แต่นี่ก็ล้ าเส้นเกินไปแล้ว เขาไม่ได้
แข็งแกร่งที่สุดในการถ่ายทอดดวงดาวเพราะว่าเขาเป็นกลุ่ม
ดาว มันไม่ใช่เรื่องแปลกส าหรับราชาปีศาจทั้งเจ็ดสิบสองที่จะ
ท าลายกลุ่มดาวเกิดใหม่ในการถ่ายทอดสดดวงดาว
นอกจากนี้ คิมทกจายังเป็นกลุ่มดาวแค่ครึ่งตัว
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ เตือนให้คุณไม่เพิกเฉย
ต่อค าพูดของ ‘คิมทกจา’]
นี่เป็นสาเหตุที่ท าให้เรนไฮท์ประหลาดใจเมื่อมังกรอเวจีเปลว
เพลิงทมิฬออกมาปกป้องคิมทกจา
มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬเป็นใครกัน? เขาคือคนที่มีชื่อเสียง
ที่สุดในกลุ่มดาวฝ่ายร้ายที่แม้แต่ราชาปีศาจยังไม่ต้องการข้อง
เกี่ยวด้วย
เรนไฮท์มองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องล่างและเริ่มกระวนกระวาย
ขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงท าตัวไม่เหมือนกับปกติ
‘สรวงสวรรค์จะไม่พินาศ’
เรนไฮท์แก่ แต่ก็ยังมีชีวิตอยู่ เขาเฝ้ามองสถานที่แห่งนี้มาเพียง
ล าพังนานกว่า 700 ปี ดังนั้นสถานที่แห่งนี้คงจะไม่เป็นอะไรใน
อนาคต สถานการณ์นี้อาจเต็มไปด้วยคนร้ายๆ แต่เขาก็จะไม่
แพ้ถ้าเขาต่อสู้ในสรวงสวรรค์
‘กลับกัน สิ่งที่อันตราย…’
คิมทกจายังไม่รู้ว่าเรื่องราวที่เข้ามาในปราสาททมิฬนั้นน่า
สะพรึงกลัวแค่ไหน
ผลเน่าของการเคลื่อนไหวนิรันดร์ร่วงลงและเรนไฮท์ก็หายตัว
ไป
***
ผมไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีการต่อสู้เกิดขึ้น แต่โชคดีที่เรนไฮท์
ไม่ได้โจมตี เห็นได้ชัดว่าสรวงสวรรค์จะถูกพลิกคว่ าถ้าพวกเรา
ต่อสู้กันที่นี่
แน่นอนว่าผมไม่ได้คิดที่จะสู้ สิ่งต่างๆ จะราบรื่นขึ้นถ้าผม
เอาชนะเรนไฮท์ได้ที่นี่ แต่ผมก็คงจะได้รับความเสียหายอย่าง
รุนแรง และอวตารแห่งสรวงสวรรค์ก็คงจะไม่พอใจกับผม
ผมไม่อาจปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้ หากสรวงสวรรค์พังทลายลง
มันก็ต้องเกิดจากความโกรธของสรวงสวรรค์เอง ไม่ใช่ศัตรู
ภายนอก อวตารคงจะสิ้นสุดลงในสภาพเดียวกันถ้าผมลงมือ
โดยไม่เปิดเผยสิ่งที่ผิด
“…มันจบแล้วเหรอ?”
“ใช่”
จางฮีวอนรอผมอย่างข้างล่าง เธอยังคงมีการแสดงออกที่ไม่
ชัดเจน บางทีเธออาจจะก าลังดิ้นรนระหว่างความภักดีที่มีต่อ
ผมและความสะดวกสบายของสรวงสวรรค์
ผมตัดสินใจคลายความกังวลของเธอลงไปเล็กน้อย “ฮีวอน
ไปช็อปปิ้งกันหน่อยไหม?”
พวกเราเดินไปตามถนน มันมีเสียงดังมาจากย่านการค้าที่จอแจ
“…สักพักแล้วนะที่ฉันไม่ได้มาเดินอะไรแบบนี้”
“ฉันก็ด้วย”
เมื่อความเงียบอันกระอักกระอ่วนด าเนินต่อไป จางฮีวอนก็
ตัดสินใจพูดออกมาก่อน “นายมีอะไรจะถามฉันไหม?”
“เธออยากให้ฉันถามอะไรเหรอ?”
ผมรู้ว่าเธอต้องการให้ผมถามอะไร อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางสิ่ง
ที่ผมไม่ได้ถามเพราะผมรู้ค าตอบอยู่แล้ว
“อืม… สีโปรดหรืออาหารโปรดของฉัน” จางฮีวอนตอบ
“นั่นคงเป็นค าถามที่ไม่ถูกถามแม้ในวันนัดเดท”
“…ทกจาเคยออกเดทแล้วเหรอ?”
ผมไม่สนใจศักดิ์ศรีที่ถูกกระทบกระเทือนและถาม “เธอก าลังดู
ถูกฉันงั้นเหรอ?”
“ไม่… มันแค่ไม่เหมือนกับสไตล์ของทกจา ฉันรู้สึกเหมือนว่า
นายคงไม่ชอบอะไรแบบนั้น”
ผมรู้สึกเหมือนถูกต่อยโดยไม่คาดคิด อันที่จริงผมก็ไม่เคยนัด
เดท จางฮีวอนพูดต่อ “พวกเราไม่เคยคุยกันถึงอดีตมาก่อนเลย
นายไม่อยากรู้เหรอ?”
“…”
“ก่อนหน้านี้นายใช้ชีวิตมายังไงและเรียนที่ไหน?”
ผมฟังเธออย่างเงียบๆ
“เบอร์โทรนายเบอร์อะไร และนายพักอยู่ที่ไหน? นอกจากนี้…”
ทิวทัศน์ผ่านไปและเสียงของจางฮีวอนก็ค่อยๆ เบาลง ในขณะ
ที่เธอก าลังพูด เธอคงจะได้ค้นพบมัน บางทีมันอาจจะนาน
เกินไปที่จะเล่าเรื่องแบบนี้
พื้นที่ที่เธออยู่อาศัยคงจะถูกท าลายไปแล้ว และคนที่จดจ าเธอ
ได้… อาจจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้ได้เกิดขึ้นกับพวกเราใน
เวลาเพียงไม่กี่เดือน
จางฮีวอนเงียบอยู่นานก่อนที่จะสงสัย “แม้ว่าพวกเราจะ
กลับไป… มันก็คงไม่ใช่กรุงโซลแบบเดิมใช่ไหม?”
“มันคงจะไม่ใช่แบบนั้น”
ในตอนท้ายของสถานการณ์ที่สิบ โซลโดมจะถูกท าลาย และ
อวตารก็จะได้รับการปลดปล่อย
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของนรกอีกแห่ง มันหมายถึงว่า
สถานการณ์ที่ถูกจ ากัดไว้ที่เมืองหลวงจะถูกขยายไปทั่วโลก
“ถ้าอย่างนั้น… ท าไมพวกเราต้องท าตามสถานการณ์ต่อไป
ด้วย? ไม่มีอะไรที่พวกเรารู้จักเหลืออยู่แล้ว ไม่มีที่ให้กลับไป”
นี่คือสาเหตุที่เธอต้องการอยู่ในสรวงสวรรค์ หญิงสาวจาก
สถานีกึมโอ และพิงค์คิดส์คิมยงพัล… สรวงสวรรค์คือสถานที่
ส าหรับคนหลงทาง
หัวของจางฮีวอนก้มลง ผมพูดออกมาในขณะที่ตั้งใจไม่จ้อง
หน้าเธอ”ฮีวอนเป็นดาบที่ดี”
เสียงลมหายใจเล็กๆ ดังออกมา
“เธอใจเย็นยิ่งกว่าใครต่อหน้าเปลวเพลิง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
เธอจะสัมผัสไวต่อทรราชย์ผู้แข็งแกร่ง”
ผมค่อยๆ เริ่ม ‘เรื่องราว’ ที่ผมรู้
เพียงเพราะจางฮีวอนไม่ได้ปรากฏตัวในนิยายต้นฉบับไม่ได้
หมายความว่าผมจะไม่รู้จักเธอ มันท าให้ผมพยายามหนักขึ้น
เพื่ออ่านเธอ
“เธอต่อสู้กับหัวหน้าปาร์ตี้เสมอและไม่เคยบ่นเลยว่ามันยากแค่
ไหน”
จางฮีวอนฟังผมพร้อมกับปิดปาก ผมพูดต่อ “เธอไม่บอกใคร
เมื่อเธอบาดเจ็บ และแม้ว่าจะมีอะไรที่น่าสงสัย แต่เธอก็เลือกที่
จะเชื่อในคนๆ นั้น”
ผมคิดถึงจางฮีวอน จางฮีวอนที่ไว้ใจผมแม้ว่าผมจะท าอะไรที่
น่าสงสัย จางฮีวอนที่ต่อสู้เพื่อผม ณ สถานีกึมโฮ
“เธออาจจะไม่ไว้ใจมนุษย์ยิ่งกว่าใคร แต่เธอก็เต็มไปด้วยความ
รักจริงๆ เธอเป็นคนแรกที่ลงมือเมื่อปาร์ตี้ของพวกเราตกอยู่ใน
อันตราย”
จางฮีวอนเป็นคนหนึ่งที่ค้นหาปาร์ตี้อย่างไม่คิดชีวิตเมื่อโดเกบิ
แยกพวกเราออกจากกัน จางฮีวอนพูดติดตลกอยู่เสมอ แต่เธอ
ก็ระมัดระวังว่าพวกเราจะไม่ถูกกระท าด้วยเรื่องล้อเล่นเล็กๆ
น้อยๆ
“…”
“ถ้าเป็นแบบนี้ ฉันมันไม่รู้อะไรสักนิดเกี่ยวกับจางฮีวอนรึ
เปล่า?”
หัวของจางฮีวอนยังคงก้มลงในขณะที่เธอพูด “ฉันไม่ได้เป็น
แบบนั้นซะหน่อย”
“นี่คือจางฮีวอนที่ฉันเห็น”
จางฮีวอนพยายามหลบสายตาของผม
“ไม่มีใครเคยบอกฉันเลยว่า… ทกจาจะออกเดทเก่งแบบนั้น
ท าไมจู่ๆ นายถึงพูดเรื่องทั้งหมดนี้ออกมา”
จางฮีวอนเงยหน้าขึ้นมองผมและยิ้มเบาๆ ราวกับว่าไม่มีอะไร
เกิดขึ้น มันไม่ใช่เวลาที่เธอควรจะยิ้ม
“นี่คือจางฮีวอนที่ฉันเห็นเพราะเธอจะยังเดินตามสถานการณ์
ต่อไป” ริมฝีปากของจางฮีวอน ซึ่งเปิดมาครึ่งทางหยุดลง “นั่น
เป็นเหตุผลว่าท าไมฉันถึงเชื่อว่าเธอควรเดินตามสถานการณ์
ต่อไป”
มันไม่มีที่ให้พวกเรากลับไป มันอาจจะไม่มีที่ให้พวกเราได้พัก
ถึงกระนั้น อย่างน้อยเรื่องราวก็ยังด าเนินต่อไป ตราบใดที่
เรื่องราวด าเนินต่อไป มันก็มีสิ่งอื่นอีกมากมายที่พวกเรา
สามารถมองเห็นได้
จางฮีวอนพูดออกมาอย่างระมัดระวัง “…ฉันไม่เข้าใจเพราะมัน
ยากเกินไป ฉันเคยบอกนายแล้วหนิ ฉันมันเรียนไม่เก่ง…”
“ฉันไม่ได้พูดเพราะหวังว่าฮีวอนจะเคลื่อนไหว ฮีวอนควรใช้
ชีวิตตามวิถีทางของตัวเอง”
ผมเปิดการแลกเปลี่ยนในขณะที่ก าลังพูดอยู่
[ไอเท็มที่คุณว่าจ้างให้สร้างขึ้นมาถึงแล้ว]
เวลาลงล็อคพอดี ไอเท็มที่ผมส่งไปผลิตมาถึงแล้ว มันท ามาจาก
กระดูกของมังกรไฟ หัวใจของปีศาจ และนิวเคลียสของมอน
สเตอร์บางชนิด
มันคือไอเท็มที่มีแค่จางฮีวอนเท่านั้นที่ใช้ได้ ในนิยายต้นฉบับ มี
แค่ ‘สามผู้พิพากษาดั้งเดิม’ เท่านั้นที่สามารถใช้ไอเท็มนี้ได้ ผม
จ่ายไปกว่า 100,000 เหรียญเพื่อผลิตมันและรับไอเท็มมา
[คุณมอบ ‘ดาบแห่งการตัดสิน’ ให้กับจางฮีวอน]
จางฮีวอนที่ก าลังประหลาดใจรับดาบมา
“นี่มัน…?”
“พวกเราไม่ได้ตัดสินใจมาช็อปปิ้งด้วยกันเหรอ? นี่คือของขวัญ
ของฉัน ดาบเล่มเก่าของเธอหักไปแล้วหนิ?”
“ฉันไม่สมควรได้รับสิ่งนี้”
ผมส่ายหัวช้าๆ
“ไม่ มีแค่ฮีวอนเท่านั้นที่มีสิทธิ์จะได้ดาบเล่มนี้”
***
“คิมทกจานี่นิสัยแย่จริงๆ นายจะจากไปทั้งแบบนี้จริงๆ
เหรอ?”
พวกเราออกมาจากสรวงสวรรค์ ฮันซูยองยังคงมองไปข้างหลัง
ในขณะที่เธอพูด
ผมตอบกลับโดยไม่หันกลับไป “เรื่องต่างๆ ของที่นี่เสร็จสิ้น
แล้ว”
“เสร็จแล้วอะไร?”
ถ้าเป็นไปตามนิยายต้นฉบับ สรวงสวรรค์คงจะถูกท าลาย
ความสงบสุขของอวตารจะถูกท าลายอย่างไร้ความปราณี
ผมควรหยุดมันไหม? ผมไม่อาจท าแบบนั้นได้ สถานการณ์นี้จะ
ไม่มีวันสิ้นสุดตราบใดที่สรวงสวรรค์ยังคงอยู่
“สรวงสวรรค์ไม่ใช่เพื่อให้ฉันมีส่วนร่วม”
“อ๊ะ นายจะปล่อยให้มันเป็นไปตามนิยายต้นฉบับ… ท าไมนาย
ไม่ท าเองล่ะ?”
“ตอนนี้เรนไฮท์ตึงมือเกินไป และฉันคงจะได้รับเรื่องราวที่ไม่ดี
นักถ้าฉันจัดการกับเขา เขามีผู้สนับสนุนมากเกินไป”
เรื่องราวไม่เพียงมีแต่ผลดีเท่านั้น บางเรื่องราวก็ท าให้ความ
แข็งแกร่งของเราลดลง
ฮันซูยองรู้เรื่องนี้และเม้มปากของเธอ “อืม แบบนี้นี่เอง ถ้า
อย่างนั้นสภาพจิตใจของสหายที่ถูกทิ้งไว้ล่ะ?”
“พวกเขาควรได้พักผ่อนบ้าง”
“อะไรนะ? พัก? บอกฉันมาตามตรง นายไม่โกรธจริงๆ เหรอ?
นายท าตัวดีมาตลอด แต่พวกเขากลับตกหลุมพรางของปีศาจที่
พวกเขาพบเป็นครั้งแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จางฮีวอน…”
“…จางฮีวอนสมควรได้รับมัน มันเป็นเรื่องยากล าบากส าหรับ
เธอมาจนถึงตอนนี้”
ฮันซูยองพ่นลมหายใจออกมา “อย่าท าให้ฉันหัวเราะน่า นาย
ไม่รู้เหรอว่านายท าอะไรลงไป? สรวงสวรรค์จะพินาศในไม่ช้า
เธอได้รับดาบไปและชอบนายโดยไม่รู้ตัว”
“เธอเลือกเอง ดังนั้นเธอควรจะรับผิดชอบด้วยตัวเอง”
“นายมันปีศาจ…”
บาดแผลบางอย่างจะท าลายพวกเรา แต่บางอย่างก็จะท าให้
พวกเราแข็งแกร่งขึ้น มันช่วยไม่ได้ แม้ว่าผมจะถูกเรียกว่า
ปีศาจ นี่คือเส้นทางของผม ฮันซูยองบ่นอยู่นานก่อนที่จะพูด
ออกมา”หืม… ยังไงก็เถอะ คิมทกจา”
“อะไร?”
“ท าไมถึงพาฉันมา?”
“เธอจะช่วยฉัน”
ฮันซูยองเม้มริมฝีปากของเธอและเรียกร่างแยกของเธอออกมา
ในทันใด
…ใบหน้าของพวกมันดูเหมือนกับผม สิ่งนี้ท าให้ผมนึกขึ้นมาได้
ว่าเธอสามารถเปลี่ยนใบหน้าของร่างแยกได้
“เธอก าลังท าอะไร?”
“ฝึกซ้อม”
มันเหมือนกับการโจมตีทางฝ่ายเดียวมากกว่าการฝึก
นอกจากนี้ เธอยังเน้นไปที่การโจมตีในจุดที่เจ็บปวดมาก ฮันซู
ยองทุบตีผมอยู่นานก่อนที่จะถาม”นายก าลังจะท าอะไร?”
“ฉันจะพักสถานการณ์ไว้สัก 3-4 วัน และรวบรวมเรื่องราวใน
ขณะที่ค้นหาชิ้นส่วนลับ”
ฮันซูยองยิ้มให้กับค าว่า ‘ชิ้นส่วนลับ’
“ท าไม? ไม่ใช่ว่านายคือคนที่สนใจกับสถานการณ์หลักเหรอ?”
“คราวนี้ฉันจะปล่อยให้คนอื่นจัดการบ้าง มันยากส าหรับฉันที่
จะท ามันเพียงล าพังมาจนถึงตอนนี้”
เมื่อผมคิดเกี่ยวกับมัน ผมได้พยายามอย่างหนักเกินไปที่จะท า
มันคนเดียว ไอ้บ้ายูจงฮยอคนั่นดูเหมือนจะพยายามคนเดียว
แต่เขาก็ไม่ได้ช่วยอะไรในช่วงเวลาที่ส าคัญ มันคงจะจบลงตอน
ภัยพิบัติแห่งอุทกภัยหรือไม่ก็ดินแดนแห่งสันติ ถ้าผมไม่เข้าไป
ช่วย ในขณะที่ผมพยายามอย่างหนักกับสถานการณ์ เขาก็
ค้นหาชิ้นส่วนลับที่อยู่รอบๆ
ดังนั้นมันถึงเวลาที่เขาจะต้องลงมือบ้างแล้ว ผมยิ้มและกล่าว
ว่า”พวกเรามาท าตัวเป็นผู้เสื่อมถอยกันบ้างเถอะ”
(จบตอน)