มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 161 – ความรักของคิมทกจา (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 161 – ความรักของคิมทกจา (1)
สี่วันผ่านไปนับตั้งแต่คิมทกจาจากไป ป้อมปราการยังคงอยู่และ
ไม่มีร่องรอยของการท าลายล้างปรากฏให้เห็น
ท้องฟ้าแห่งสรวงสวรรค์สงบสุขมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และมันก็มี
กระทั่งบรรยากาศเนือยๆ ลีกิลยังมองไปยังท้องฟ้าและพูดด้วย
น้ าเสียงอันมืดมน “พวกเราถูกทิ้ง”
“เด็กน้อย มาเริ่มกันใหม่อีกครั้ง”
“พี่ทกจาทิ้งพวกเรา” ลีกิลยังอยู่ในสภาวะหดหู่และได้พูดค า
เหล่านี้ซ้ าไปซ้ ามาสองวันแล้ว
ลีจีฮเยขมวดคิ้วจากที่ๆ เธอก าลังลับดาบอยู่ใกล้ๆ “ท าไมนาย
ถึงเอาแต่คิดอะไรแบบนี้?”
ลีกิลยังตอบ “เธอรู้ไหมว่าเมื่อไหร่ที่ตัวเอกจะทิ้งเพื่อนของเขา
ไป?”
“…ตอนไหน?”
“เมื่อเพื่อนจะเข้าไปวุ่นวาย”
“…”
“ตอนนี้พวกเราถูกตัดสินว่าไร้ประโยชน์!”
“…ลุงเขาจะเป็นตัวเอกไปได้ยังไง? พูดตามตรงนะ มาสเตอร์
เหมาะสมกว่าอีก นอกจากนี้ นี่ก็ไม่ใช่นิยาย” ลีจีฮเยไม่พอใจ
แต่การแสดงออกของเธอก็ไม่ได้สดใสเหมือนกัน
เมื่อผ่านไปสี่วัน กลุ่มก็สงบลง สถานที่แห่งนี้เป็นเหมือนยาเสพ
ติด มันสงบมากจนพวกเขารู้สึกใจเย็น ไม่มีใครคุกคามพวกเขา
และไม่มีอะไรในโลกให้ต้องกังวล
พวกเขาฝึกสกิลกันเป็นครั้งคราวและจ าค าแนะน าที่คิมทกจาได้
ทิ้งไว้ให้
「กิลยังขาดสกิลเรื่องความอึดอยู่ ถ้านายมีเหรียญเหลืออยู่
ลองซื้อ ‘ความทรหด’ หรือไม่ก็ ‘ความพยายามไม่ย่อท้อ’ ดู
นายสามารถใช้การแลกเปลี่ยนหรือขอความช่วยเหลือจาก
ผู้สนับสนุนดูได้ 」
「จีฮเย เธอทุ่มไปที่ AGI มากเกินไป ถ้าเธอมีเหรียญพอ ลอง
เพิ่ม STR กับ MP ดู สไตล์การต่อสู้ของเธอจะเปลี่ยนไปตามค่า
สถานะ」
「ยูซอง มุ่งเน้นไปที่การท าให้สกิล ‘ฝึกฝน’ และ ‘การสื่อสาร
อันหลากหลายขั้นสูง’ ให้ไปถึงระดับสูงสุด ถ้าเธอต้องการสกิล
อื่นที่เกี่ยวกับสกิลฝึกฝนก็ให้บอกฉันได้ทุกเมื่อ 」
เป็นเพราะค าพูดของลีกิลยังงั้นเหรอ? ลีจีฮเยที่ก าลังไม่สบายใจ
แหย่ชินยูซองที่อยู่ข้างๆ เธอ “เฮ้ อสูรน้อย”
ชินยูซองที่ก าลังฝึกสกิลเพราะค าแนะน าของทกจาอยู่ตื่นขึ้นมา
ในทันใด
“…หืม?”
พวกเขาอาจจะอยู่ในปาร์ตี้เดียวกัน แต่ชินยูซองก็ไม่เหมือนกับ
ลีจีฮเยที่มักจะหยาบคายต่อคิมทกจา ลีจีฮเยรู้สึกละอายใจกับ
สายตาของชินยูซองและกล่าวว่า “เฮ้ อย่ามองฉันแบบนี้สิ ฉัน
มีอะไรจะถามเธอหน่อย”
“อะไรเหรอ?”
“เธอรู้ไหมว่าลุงทกจาก าลังท าอะไรอยู่?”
ดวงตาของชินยูซองเบิกกว้างขึ้นด้วยค าถามที่ไม่คาดคิด
ลีจีฮเยพูดต่อ “เธอเป็นอวตารของเขา ดังนั้นฉันเลยสงสัยว่า
เธอจะรู้อะไรไหม เดิมที่ อวตารจะได้รับข้อมูลจากผู้สนับสนุน
และท าให้การสอดประสานระหว่างกันเพิ่มขึ้น”
ในความเป็นจริง ลีจีฮเยก็ได้แบ่งปันความทรงจ ากับยี่ซุนซิน
เมื่อเธอใช้อักขระของดยุคแห่งความภักดีและสงคราม ใน
ท้ายที่สุด แก่นแท้ของเรื่องราวก็คืออักขระ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้
เลยที่จะรู้เรื่องราวของกลุ่มดาวทุกๆ ครั้งที่ใช้พลัง
ชินยูซองพยายามเลือกค าพูดของเธออย่างเต็มที่ก่อนที่จะพูด
ออกมา “คุณลุง… เค้าเป็นคนเดียวดาย”
“เฮ้ ใครก็พูดแบบนั้นได้”
“เขาชอบอ่านหนังสือ…”
“หนังสือ?”
“ใช่ หน้ากระดาษจ านวนนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นทุกครั้งเมื่อฉัน
คิดถึงคุณลุง ฉันไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันคืออะไร… ฉันไม่เห็น
เนื้อหาของมัน” ชินยูซองลังเลและก้มหัวลง “ฉันยังไม่รู้อะไร
เท่าไร ฉันยังไม่ได้รับอักขระ”
“…ฉันไม่ได้ถามเพื่อตัดก าลังใจของเธอ”
ลีจีฮเยตบไหล่ของชินยูซองและตระหนักถึงความเป็นจริงได้อีก
ครั้ง แค่คนๆ เดียวจากไป บรรยากาศของทั้งปาร์ตี้ก็เปลี่ยนไป
ในฐานะสมาชิก พวกเธอต้องอยู่ให้ได้
‘ถ้าไม่ใช่เพราะลุง ทุกๆ อย่างคงจะจบลงแล้ว…’
เธอมองไปรอบๆ และสังเกตเห็นว่าทุกคนไม่สบายใจ เด็กสอง
คนพึ่งพาแต่คิมทกจา นายทหารก็รู้จักแต่คู่มือ นักดาบสาวก็ไม่
สามารถรับมือกับพลังของเธอได้…
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ วิพากษ์วิจารณ์ความชาตินิยม
ของอวตาร ‘ลีจีฮเย’]
ลีจีฮเยพ่นลมหายใจของเธอออกมาและปิดหู
‘ยังไงก็เถอะ นายทหารก าลังจะไปอีก’
ลีฮุนซึงเริ่มจ้องมองบางสิ่งบางอย่างด้วยความว่างเปล่า ลีจีฮเย
รู้ว่าเขามองอะไรอยู่และหัวเราะออกมา มันอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่
อะไรที่จะผ่อนคลายกันชั่วคราว
“เฮ้ เด็กๆ” ลีจีฮเยมองไปยังลีฮุนซึงที่ก าลังเดินเข้ามาและพูด
ออกมาในทันใด “พวกนายอยากให้ฉันโชว์อะไรสนุกๆ ให้ดู
ไหม?”
***
ในช่วงสี่วันที่ผ่านมา จางฮีวอนฝันร้าย มอนสเตอร์ได้หลั่งไหล
เข้ามา และความฝันของสรวงสวรรค์ก็ถูกท าลาย
เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ดาบของคิมทกจาก็ก าลังร่ าร้อง
หลายต่อหลายครั้ง เรนไฮท์ได้มาหาเธอและขอให้เธอเป็น
หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยของป้อมปราการ
อย่างไรก็ตาม จางฮีวอนก็ปฏิเสธค าขอ เหตุผลก็เพราะดาบแห่ง
การตัดสินจะร่ าร้องก็ต่อเมื่อมี ‘คนชั่ว’ อยู่ใกล้ๆ
จางฮีวอนนั่งอยู่บนหลังคาหินเตี้ยๆ และมองไปยังภาพของ
สรวงสวรรค์ มันไม่มีอะไรที่สามารถมองว่าเป็น ‘ความชั่วร้าย’
ในเมืองนี้ได้
“ฮีวอน เธอกังวลอะไรเหรอ?” เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่? ลีฮุนซึงที่
มีหน้าตาสดใสก าลังยืนอยู่ข้างๆ เธอ
“อ่า ก็แค่… มันสงบสุขมากจนฉันคิดมาก”
“ฉันด้วย”
ทั้งสองคนเงียบไปสักพัก บรรยากาศอันน่าอึดอัดด าเนินต่อไป
ความแปลกประหลาดก าลังไหลผ่านคนทั้งคู่นับตั้งแต่ลีฮุนซึง
ช่วยจางฮีวอนไว้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็ไม่รู้ว่าบรรยากาศนี้
มันคืออะไร
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ไม่ชอบการกระท า
ของอวตาร ‘ลีฮุนซึง’]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เตือน ‘เจ้านายแห่ง
โลหะ’]
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ กล่าวว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าไป
เกี่ยวข้องด้วย]
ทันใดนั้นเอง เธอก็มองลงไปและเห็นลีจีฮเยกับเด็กๆ ก าลังซ่อน
ตัวอยู่
‘…พวกนั้นมาท าอะไรกัน?’
จางฮีวอนก าลังจะเรียกพวกเขาออกมา แต่ลีฮุนซึงก็พูดออกมา
ก่อน “ฉันคิดว่ามันมีเหตุผลส าหรับความสงบสุขของที่นี่”
“นายดูจะเชื่อว่าทกจาไม่ได้ทิ้งพวกเราไว้ที่นี่เฉยๆ”
“ทกจาเป็นคนแบบนั้น มันเป็นหน้าที่ของเราที่จะหาเหตุผล”
เธอคิดถึงการใช้สามัญส านึก แต่ก็คิดอะไรไม่ออก มันเกี่ยวข้อง
กับเหตุผลที่ทกจาทิ้งพวกเธอไว้ที่นี่ แต่เธอก็ไม่รู้ว่ามันเป็น
เพราะอะไร
ในเวลานั้นเอง มันก็มีเสียงดังมาจากคนด้านล่าง
“กลับไปยังสถานการณ์!”
“พวกเราต้องการไปยังชั้นต่อไป!”
จางฮีวอนขมวดคิ้ว พวกเขาเป็นคนที่รู้สึกไม่พอใจต่อสรวง
สวรรค์อันสงบสุข พวกเขาคือผู้ประท้วงแห่งสรวงสวรรค์ พวก
เขาไม่มีตัวแทนบทกลอน แต่พวกเขาก็ปรากฏตัวในสรวง
สวรรค์เป็นระยะ
จางฮีวอนไม่เข้าใจ ท าไมพวกเขาถึงต้องการกลับไปยัง
สถานการณ์? เธอพูดออกมา “ฉันคิดว่าฉันควรลงไปนะ การ
ต่อสู้อาจจะเริ่มต้นขึ้น”
“เข้าใจแล้ว”
ในเวลาที่จางฮีวอนลงไป การนองเลือดก็เริ่มขึ้นแล้ว อย่างไรก็
ตาม มันก็ไม่ได้มาจากการต่อสู้ มันเป็นการโจมตีฝ่ายเดียว ยาม
ก าลังจัดการกับผู้ประท้วง
จางฮีวอนรู้สึกไม่พอใจเพราะการกระท าที่รุนแรงเกินไปและ
หยุดยามไว้ “เดี๋ยวก่อน! ใจเย็นๆ ถอยออกมา! นี่มันมากเกินไป
แล้ว!”
“พวกเราก าลังท าหน้าที่ อย่ามาขัดขวาง”
หัวหน้ายามปัดมือของจางฮีวอนออกไปและรวบรวมผู้ประท้วง
ที่ล้มลง ผู้ประท้วงถูกวางลงไปในเกวียนเล็กๆ และดูเหมือนว่า
จะถูกส่งไปยังที่ไหนสักแห่ง
“จับทุกคนที่หนีไป ฉันจะพาตัวคนพวกนี้ไปเอง”
“แล้วผู้หญิงคนนั้นล่ะ?”
หัวหน้ายามมองมายังจางฮีวอนและส่ายหัว “ทิ้งไว้นั่นแหละ นี่
เป็นค าสั่งจากท่านลอร์ด”
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ประท้วงบางคนที่วิ่งหนีออกไปก็ถูกจับ
มันมีร่างที่ไม่คาดคิดอยู่ในนั้น
“ฉันไม่ใช่ผู้ประท้วง! ฉันแค่ผ่านมาโดยบังเอิญ! ดายัง! ดายัง!”
พวกเธอคือครอบครัวจากสถานีกึมโฮ จางฮีวอนตะโกนออกมา
“เดี๋ยวก่อน! คนๆ นั้นไม่ใช่ผู้ประท้วง!”
จากนั้นยามก็กล่าว “เธอคือผู้ประท้วง เธอตกใจและวิ่งหนีเมื่อ
เราไล่ตามเธอ ถ้าไม่ผิด เธอจะหนีท าไม?”
“ใช่แล้ว”
หัวหน้ายามพยักหน้าและเริ่มให้ค าแนะน าอีก
จางฮีวอนตะโกนออกมา “ไม่ มันเป็นเรื่องปกติที่จะต้องกลัว
และหนีไปเมื่อจู่ๆ นายเปลี่ยนไปแบบนี้!”
“มันจะถูกเปิดเผยในภายหลัง ไม่มีเวลาแล้ว รีบเคลื่อนย้าย
พวกเขาเร็ว!”
“ฉันบอกว่าเดี๋ยว!”
“…แม้จะมีค าสั่งของท่านลอร์ด ฉันก็จะจับกุมเธอถ้าเธอเข้ามา
ยุ่งอีก”
ตลกดี จางฮีวอนหยุดให้กับค าว่า ‘จับกุม’ เธอไม่รู้ว่าท าไม มัน
เป็นเพราะเธอถูกโยนเข้าไปในป่าอยู่นานและจู่ๆ ก็กลับเข้ามาสู่
สังคมอย่างนั้นเหรอ?
ผู้หญิงที่ถูกตัดสินรู้ว่าเธอไม่อาจหยุดสถานการณ์ได้ เธอจึง
ตะโกนออกมา “ด-เด็กคนนั้นไม่ได้ท าอะไรผิด! โปรดปล่อยเด็ก
ไปด้วย!”
หัวหน้ายามหยุดชะงักไปให้กับเสียงกรีดร้องของหญิงสาว เขา
คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะสั่ง “…ปล่อยเด็กไป”
ยามพยักหน้าและเอาผู้หญิงไปคนเดียวเท่านั้น เด็กน้อยมองดู
แม่ของเธอที่ก าลังจากไปและเริ่มห้องไห้ออกมา
“ฮือ แม่…”
“ดายัง ฟังนะ เดี๋ยวแม่กลับมา เข้าใจไหม? รออยู่นี่นะ! แม่
จะ…”
เสียงของแม่ของเธออยู่ไกลออกไป เมื่อจางฮีวอนพยายามจะไล่
ตามพวกเขาไป พ่อค้าบางคนที่ดูอยู่ก็ก้าวออกมา
“สาวน้อย อย่าไปยุ่งเลย มันไร้ประโยชน์ นี่คือกฎแห่งสรวง
สวรรค์”
“พวกเขาจะไปไหน?”
“พวกเขาก าลังไปที่คุกใต้ดินแห่งสรวงสวรรค์”
“คุกใต้ดิน?”
“ทางเข้าถูกห้ามส าหรับทุกคน ยกเว้นยาม ไม่มีใครเคยกลับมา
จากที่นั่นเลย คิก คิก… เธอช่างน่าสงสาร แต่เธอควรจะใช้ชีวิต
ให้ดี”
พ่อค้าแสดงปฏิกิริยาเมินเฉยและพากันจากไป
จางฮีวอนยืนนิ่งอยู่สักพัก ก่อนที่จะเดินไปหาเด็กน้อยที่ก าลัง
ร้องไห้อยู่ เธอสงสัยว่าจะท ายังไงดีและจับมือของเด็กน้อยด้วย
ความลังเล มันมีบางสิ่งโผล่ขึ้นมาในหัวของเธอในช่วงเวลาที่
เธอรู้สึกถึงสัมผัสอันอบอุ่น
…นี่คือสรวงสวรรค์เหรอ?
“ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วว่าต้องท าอะไร”
เธอมองกลับไปและเห็นลีจีฮเยกับคนอื่นๆ ทุกคนมีสีหน้าที่
เหมือนกับว่าพวกเขาพบ ‘สถานการณ์’ ของตัวเองแล้ว
ลีฮุนซึงกล่าว “ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่า
พวกเราจะโอเคไหม”
“ทกจาเชื่อในตัวพวกเรา บางทีสิ่งที่เขาก าลังท าอยู่อาจจะใหญ่
ยิ่งกว่า เขาก็เป็นแบบนี้มาตลอด
“ถูกต้อง ผมมั่นใจว่าพี่ก าลังต่อสู้อยู่กับมอนสเตอร์เพียงล าพัง
ด้วยสีหน้าจริงจัง”
คิมทกจาคงจะไม่จากไปโดยไม่มีสาเหตุ
มันอาจจะเป็นการปกป้องผู้คนจากภัยคุกคามหรือการท าลาย
สถานการณ์… ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด คิมทกจาก็คงจะต้องเสี่ยง
ชีวิตอย่างสิ้นหวังอยู่ในตอนนี้
ในที่สุด จางฮีวอนก็พูดออกมา “คราวนี้มาลองดูกันเถอะ”
พวกเขาไม่อาจพึ่งพาคิมทกจาไปได้ตลอด
คิมทกจาคงจะก าลังพยายามอย่างสุดชีวิตอยู่ในสถานการณ์อัน
เลวร้ายที่ไม่มีใครมองเห็นได้
***
“เฮ้! คิมทกจา สุดยอดไปเลย นายไม่เคยใช้ชีวิตแบบนี้มาก่อน
จริงๆ เหรอ?”
บนที่ราบกว้างใหญ่ รถสปอร์ตเครื่องยนต์ดังกระหึ่มคันหนึ่ง
ก าลังเคลื่อนไหวอยู่
“…ใช่”
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พวกเราได้เคลียร์สถานการณ์ลับบนที่
ราบแห่งนี้ไปถึง 3 สถานการณ์ กลยุทธ์นั้นก็ไม่ยาก มันเป็น
เพราะไม่เหมือนกับสิ่งที่ผมได้ท ามาจนถึงตอนนี้ ข้อมูลที่ผมรู้
เกี่ยวกับอนาคตทั้งหมดถูกต้องสมบูรณ์
“จุดอ่อนของมันมาจากการเสื่อมถอยรอบที่ 34 ถ้าพวกเรากด
จุดเล็กๆ 3 จุดบนหลังของมัน…”
“การโจมตีระยะไกลของมันอันตราย แต่มันจะเผยช่องว่าง
หลังจากใช้การโจมตีระยะไกล…”
“จุดอ่อนของบอสคือทวารหนัก…”
มันสะดวกมากยิ่งขึ้นเพราะผมอยู่กับฮันซูยอง
“โอเค ทวารหนัก”
ผมไม่ต้องอธิบายว่าท าไมผมถึงรู้ข้อมูล และฮันซูยองก็ไม่สงสัย
ในสิ่งที่ผมบอกกับเธอเลย
มันเป็นผลท าให้พวกเราได้สตาร์รีลิคมาสองอัน อันหนึ่งคือ
สตาร์รีลิคระดับ SSS ที่มีประโยชน์เฉพาะส าหรับที่แห่งนี้
[เฟอร์รารีกินี่ ระดับ SSS]
รถคันนี้คือไอเท็มระดับ SSS ที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ผลิตสินค้า
จ านวนมาก
ป้อมเวทมนตร์ระดับ SSS ได้ถูกติดตั้งไว้ด้านหน้า และด้านหลัง
มีประโยชน์ในการท าลายศัตรูจ านวนมาก รวมทั้งการ
เคลื่อนไหวที่รวดเร็วพอๆ กับวิถีแห่งสายลมโดยไม่ต้องใช้พลัง
เวทมนตร์
ต้องขอบคุณมัน พวกเราสามารถเพลิดเพลินไปกับความรู้สึก
ของการขับรถผ่านที่ราบได้ ผมควรพูดยังไงดี? มันเป็นหลักสูตร
ของผู้เสื่อมถอยระดับสูงใช่ไหม?
ผมรู้สึกไม่พอใจกับยูจงฮยอคอีกครั้ง เขาสนุกไปกับของพวกนี้
ในขณะที่ผมท าลายสถานการณ์
ฮันซูยองยิ่งตื่นเต้นมากกว่าผม เธอยืนขึ้นบนที่นั่งผู้โดยสารและ
ยกแขนขึ้นพร้อมกับตะโกนออกมา “ฉันจะไม่ฝืนอีกแล้ว! ฉันจะ
ใช้ชีวิตอย่างเห็นแก่ตัวเพื่อตัวเองเท่านั้น!”
[กลุ่มดาวจ านวนมากพอใจกับค ากล่าวอันน่าตื่นเต้นของ
อวตาร ‘ฮันซูยอง’]
[กลุ่มดาวจ านวนมากเห็นด้วยกับพฤติกรรมของเธอ]
[คุณได้รับเงิน 20,000 เหรียญ!]
มอนสเตอร์ที่ก าลังวิ่งเข้ามาระเบิดออกด้วยกระสุนเวทมนตร์
ของเฟอร์รารีกินี่ ฮันซูยองพอใจกับการเก็บเหรียญและตะโกน
ขึ้นฟ้า “คิมทกจา! พูดอะไรออกมาด้วยสิ! เมื่อไหร่กันที่นายจะ
รู้สึกเช่นนี้อีก?”
ผมลังเลไปครู่หนึ่ง ผมค่อนข้างเขิน แต่ก็เห็นด้วยกับค าพูดของ
ฮันซูยอง
ถ้าผมคิดเกี่ยวกับมัน ชีวิตของผมก็ไม่เคยสงบเลย ผมได้รับ
ความเดือนร้อนจากการพยายามอย่างหนักเสมอ ลืมเฟอร์รารี่
ไปได้เลย ผมใช้การขนส่งสาธารณะเพราะผมไม่มีเงินซื้อรถมือ
สอง
ดังนั้น… ผมเองก็รู้สึก ผมลังเลก่อนที่จะตะโกนออกมาด้วยเสียง
อายๆ “ฉ-ฉันคือพระเอก!”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ปิดตาของเธอด้วย
ความอับอาย]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ พิจารณาทิศทางของช่อง]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ บอกว่ามันไร้สาระ]
เชี่ย… ท าไมผมจะรู้สึกแบบนี้บ้างไม่ได้?
ยังไงก็เถอะ… มันคงมีเรื่องเกิดขึ้นในสรวงสวรรค์แล้ว นี่คือ
วิถีทางในนิยายต้นฉบับ และสมาชิกปาร์ตี้ของผมก็น่าจะท าได้
ดี สิ่งต่างๆ คงจะรู้ผลในเวลาไม่นาน ถ้าสิ่งเหล่านี้ยังคงด าเนิน
ต่อไป สถานการณ์ก็จะถูกเคลียร์ในไม่ช้า…
[โชคชะตาอันยิ่งใหญ่ก าลังรอความตายของคุณอยู่]
…อะไรนะ?
(จบตอน)