มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 164 – ความรักของคิมทกจา (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 164 – ความรักของคิมทกจา (4)
“มาสเตอร์!” ลีจีฮเยตะโกนออกมาเมื่อเธอเห็นยูจงฮยอค
อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคก็ถามอีกครั้งโดยไม่สนใจเธอเลย
“คิมทกจาอยู่ไหน?”
“…ท าไมมาสเตอร์ถึงมองหาลุงทกจาด้วย?”
ยูจงฮยอคก าลังจะตอบ แต่ยูซานอาที่แบกยูมิยะอยู่ก็ปรากฏตัว
ขึ้นก่อน สมาชิกปาร์ตี้ตะโกนชื่อของเธอออกมา แทนที่จะ
ตอบสนองค าทักทายของพวกเขา ยูซานอากลับรีบพูดออกมา
ซะก่อน “ทกจาอยู่ในอันตราย”
“ฮะ?”
“พวกเธอรู้ไหมว่าทกจาอยู่ที่ไหน?”
เช่นเดียวกับยูจงฮยอค ดวงตาของยูซานอาค้นหาคนอย่าง
กระวนกระวาย เธอไม่เห็นคิมทกจาเลย ลีฮุนซึงรีบตอบ “ทกจา
จากไปได้สี่วันแล้ว”
“เธอหมายความว่าไงที่ทกจาอยู่ในอันตราย?” จางฮีวอนถาม
อีกครั้ง น่าเสียดาย มันไม่มีเวลาให้อธิบาย
ลีจีฮเยพูดเสริมด้วยท่าทางหงุดหงิด “ไม่ใช่ว่ามากันเพราะรู้ว่า
มีอะไรผิดปกติเหรอ? พวกเรานี่ไงคนที่ตกอยู่ในอันตราย ไม่ใช่
ตาลุงทกจา”
ยูซานอาไม่ทราบสถานการณ์และตอบ “ออกไปจากที่นี่กันก่อน
ไว้ฉันจะอธิบาย”
เนื่องจากความวุ่นวาย มอนสเตอร์จ านวนมากได้หลั่งไหล
ออกมาจากถ้ า ลีจีฮเยพูดด้วยท่าทางสยองๆ
“บ้าเอ้ย ถ้าลุงกงพิลดูอยู่ที่นี่…”
แน่นอนว่าสถานการณ์คงแตกต่างกันมากถ้ากงพิลดูอยู่ที่นี่
อักขระปราการติดอาวุธของกงพิลดูมีประโยชน์มากกับศัตรู
กลุ่มใหญ่และเหมาะสมกับการเข่นฆ่ามอนสเตอร์จ านวนมาก
อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็แยกจากกงพิลดูที่ชั้นแรกของปราสาท
ทมิฬแล้ว และมันก็ไม่ชัดเจนว่าเขาอยู่ที่ไหน
ยูจงฮยอคคือค าปลอบประโลมเดียวของปาร์ตี้ ในแง่ของความ
แข็งแกร่ง เขาเหนือยิ่งกว่ากงพิลดูหรือคิมทกจา เขาทรงพลัง
มากพอที่จะแยกภูเขาด้วยก าปั้นของเขา
ยูจงฮยอคเป่าเหล่ามอนสเตอร์ที่ก าลังพุ่งเข้ามาด้วยหมัดเทวะ
ร้อยกระบวนและกล่าวออกมา “มันเสียเปรียบที่จะสู้ที่นี่
ออกไปข้างนอกกันเถอะ”
ยูจงฮยอคหาทางหลบหนีที่เร็วที่สุดและเปิดเส้นทางออกไป
ความสามารถของเขาในการเปิดเส้นทางโดยแทบไม่มีการใช้
พลังเวทมนตร์ใกล้เคียงกับรถถังมนุษย์ ไม่สิ รถถังจริงๆ ก็คงไม่
ทรงพลังขนาดนี้ ยูซานอาถาม “พวกเราจะหนีไปยังไง?”
“เดี๋ยวฉันเปิดทางให้เอง”
เมื่อพูดจบ ยูจงฮยอคก็ทะยานขึ้นไปในอากาศ
มันเป็นการเหยียบอากาศที่มีแต่ผู้หวนคืนที่แข็งแกร่งในโลกผู้
ฝึกยุทธ์เท่านั้นที่สามารถใช้งานได้ เขาสร้างหอคอยด้วยซากศพ
ของเหล่ามอนสเตอร์ให้สมาชิกปาร์ตี้เหยียบขึ้นไป จากนั้นเขาก็
พุ่งผ่านเพดานและต่อยบางสิ่งเพื่อสร้างที่เหยียบ
โดยปกติแล้ว เขาคงจะไม่ท าแบบนี้เพื่อปาร์ตี้ อย่างไรก็ตาม ยู
จงฮยอคในการเสื่อมถอยรอบนี้ก็ต่างออกไป ยูจงฮยอคเองก็ไม่
รู้ว่าอะไรที่ท าให้เขาเปลี่ยนไป จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงดังขึ้นใน
หูของเขา
[มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันมาก เจ้าคืออวตาร ‘ยูจงฮ
ยอค’ งั้นเหรอ?]
มันเป็นเสียงของเรนไฮท์ ลีจีฮเยประหลาดใจในขณะที่เธอพุ่งไป
ยังเพดาน “อะไรกัน เขายังไม่ตายอีกเหรอ?”
มันเป็นธรรมดา
อันดับสองแห่งปราสาททมิฬคงไม่ตายจากก้อนหินเพียงไม่กี่
ก้อน ยูจงฮยอคไม่ตอบเรนไฮท์ และเลือกที่จะรอคนที่เหลืออยู่ที่
ด้านบนของขั้นบันไดที่เขาสร้างขึ้น ลีจีฮเย ลีฮุนซึง และยูซาน
อาปีนขึ้นมาก่อน จากนั้นก็ตามด้วยลีกิลยังและชินยูซอง
ในช่วงเวลาที่ชินยูซองก าลังจะผ่านไป ยูซานอาก็คว้าไหล่ของ
เธอ “เธอไม่ควรมากับพวกเรา”
“ฮะ?”
ก่อนที่ชินยูซองจะทันได้ตอบ ยูจงฮยอคก็ผลักเธอลงไปจาก
เพดาน เหล่ามอนสเตอร์พากันอ้าปากในขณะที่พวกมันรอชินยู
ซอง ลีกิลยังตะโกนออกมา “ยูซอง! อะไร…? แกท าอะไร?”
ลีกิลยังที่ก าลังโกรธเหวี่ยงก าปั้นเข้าใส่ยูจงฮยอค ยูจงฮยอคจับ
ก าปั้นของลีกิลยังไว้เบาๆ และพูดออกมา “นายก็ควรไปด้วย”
หลังจากนั้นลีกิลยังก็กรีดร้องออกมาและตกลงไปพร้อมกับชินยู
ซอง
***
หลังจากอวตารของไดโอไนซัสจากไป ฮันซูยองก็ถามผมด้วยสี
หน้าจริงจัง “…สิ่งสุดท้ายที่เขาพูดคืออะไร?”
“ฉันไม่รู้”
“นายไม่รู้เหรอ? มันก็ถูกกรองส าหรับนายด้วยเหรอ?”
ผมไม่ได้ยินมัน อย่างไรก็ตาม ผมก็เดาได้คร่าวๆ มันอาจจะ
เกี่ยวกับ ‘จุดจบ’ ของสถานการณ์ทั้งหมด งั้นมันก็เป็นธรรมดา
ที่จะถูกกรอง
ผมก าลังท้าทายสถานที่สิบและเพิ่งเริ่มต้นสถานการณ์ขึ้น ผม
ไม่อาจรับข้อมูลทั้งหมดได้ตามต้องการ
ฮันซูยองจ้องมาที่ผมด้วยสีหน้าไม่พอใจและถอนหายใจออกมา
เล็กน้อย “…ยังไงก็เถอะ นายจะท าอะไรกับโชคชะตาของนาย
ต่อ? มันต้องอันตรายแน่ๆ ถึงท าให้กลุ่มดาวแห่งโอลิมปัสมา
เตือนนายตรงๆ”
“ดูเหมือนจะเป็นงั้นนะ”
“มันไม่มีทางหยุดโชคชะตาเลยเหรอ?”
“มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้อย่างสมบูรณ์ หากการด าเนินการ
ของโชคชะตาเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน โชคชะตาก็จะถูกถอด
ถอนไป โชคชะตาจะตามมาด้วย ‘ความเป็นไปได้’ เสมอ”
ในทางตรงกันข้าม โชคชะตาก็ไม่อาจหลบรอดไปได้ถ้ามันมี
โอกาสที่จะเกิดขึ้นแม้เพียงน้อยนิด ฮันซูยองคิดเกี่ยวกับบางสิ่ง
และสงสัย
“ไม่มีข้อมูลอะไรที่ส าคัญอีกเหรอ? มันพูดถึงความตายของนาย
แค่นั้นเหรอ?”
“เรื่องนั้น…”
ในความเป็นจริง ไดโอไนซัสได้สูญเสียความเป็นไปได้จ านวน
มากเพื่อบอกค าท านายแก่ผม
「อวตารคิมทกจาจะถูกฆ่าโดยคนที่นายรักมากที่สุด」
พูดตามตรง มันเป็นเรื่องที่สับสนส าหรับผม
คนที่ผมรักมากที่สุด… คนๆ นั้นก าลังจะฆ่าผม?
ผมลังเลก่อนที่จะเล่าเนื้อหาค าท านาย จากนั้นฮันซูยองก็อ้า
ปากออกมา ราวกับว่าเธอไม่รู้จะพูดอะไร ใบหน้าของเธอซีด
และจากนั้นก็แดง
“คนที่นายรักที่สุด?”
“ใช่”
“…นายมีคนแบบนั้นด้วยเหรอ?”
ผมรู้สึกไม่ดี แต่ผมก็ยังอยากถามเหมือนกัน ผมพยายามจะนึก
ถึงใบหน้าของทุกคน มันมีความเสน่หาอยู่บ้าง แต่ก็ไม่มีใครที่
ผม ‘รัก’ เลย อันที่จริง ‘ความรัก’ คือค าที่ไกลตัวจากผมมาก
ที่สุดในชีวิต
“พูดตามตรงนะ ฉันว่าไม่มีเลย”
ใบหน้าของฮันซูยองแดงขึ้นตามค าพูดของผม “งั้นโชคชะตาก็
จะถูกเพิกถอนไปน่ะสิ?”
“เธออาจจะคิดแบบนั้นก็ได้…”
“หรือนายจะตกหลุมรักใครสักคนในตอนนี้? นายเป็นคน
ประเภทที่ตกหลุมรักใครตั้งแต่แรกเห็นไหม?”
“เรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น และมันก็ไม่น่าเป็นไปได้”
ข้อความแห่งโชคชะตารุนแรงพอที่จะทวนซ้ าถึงสามรอบ ผม
สับสน ผมจะตกหลุมรักใครสักคนอย่างนั้นเหรอ?
ฮันซูยองมองมาที่สีหน้าอันซับซ้อนของผมและพูดออกมา
“หรือจะเป็นอีกหนึ่งความเป็นไปได้?”
“อะไร?”
“เดิมทีโชคชะตาก็ไม่ใช่สิ่งที่ควรจะตีความตรงๆ นายไม่รู้จัก
ต านานกรีกเหรอ? แต่เดิมค าท านายก็ไม่ได้ปรากฏออกมาตรงๆ
มันเต็มไปด้วยค าอุปมาอุปมัยและสัญลักษณ์”
ฮันซูยองเงยหน้าขึ้น
“อวตารคิมทกจาจะถูกสังหารโดยคนที่เขารักมากที่สุด… มันมี
สัญลักษณ์หรือค าอุปมาอุปมัยอะไรบ้างในประโยคนี้?”
“เธอหมายความว่าประโยคนี้อาจจะมีความหมายอื่นอยู่ใช่
ไหม?”
“หืมม…”
ฮันซูยองเป็นนักเขียน ดังนั้นเธอจึงมีประโยชน์ในการตีความ
แง่มุมนี้อย่างน่าประหลาดใจ ฮันซูยองเริ่มตั้งสมมติฐานที่
เป็นไปได้
“ฉันคิดว่ามีสามสิ่งที่เป็นไปได้”
“อะไรบ้าง? บอกฉันมา”
“ประการแรก มันอาจจะมีเหตุผลว่าท าไม ‘อวตาร’ ถึงถูก
กล่าวถึงก่อน”
“…อวตาร?”
มันเป็นจุดที่ผมมองข้ามไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
“ตอนนี้นายไม่ใช่กลุ่มดาวเหรอ? งั้นถ้าเป็นอวตาร นายก็ตาย
ไปแล้ว ใช่ไหม?”
มันเป็นสมมติฐานที่เป็นไปได้ อย่างไรก็ตาม หากสมมติฐานนี้
ถูกต้อง ผมก็คงจะเห็นข้อความเกี่ยวกับการที่โชคชะตา
ตระหนักได้ว่าผมกลายเป็นกลุ่มดาวแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่ง มัน
ไม่มีเหตุผลใดที่ข้อความแห่งโชคชะตาจะทวนซ้ า
ฮันซูยองดูเหมือนจะคิดว่ามีบางอย่างขาดหายไปและเกิด
สมมติฐานที่สองขึ้นมา “ประการที่สอง มันอาจเป็นไปได้ว่าค า
ที่ว่า ‘คนที่เขารักมากที่สุด’ นั้นเป็นค าอุปมา”
“มันมีอะไรอีกที่ถือว่าเป็น ‘บุคคล’ ในการถ่ายทอดสด
ดวงดาว?”
“อืม… มันอาจจะเป็นตัวตนของบางสิ่งบางอย่าง”
ผมพยายามที่จะคิดเกี่ยวกับมัน แต่ก็ไม่อาจตีความของส่วนนี้
ได้
ถึงยังไงก็เถอะ ผมก็มองไปยังฮันซูยองและสงสัยว่าเธอเป็นคนดี
ขนาดนั้นเลยเหรอ ผมรู้สึกซาบซึ้งมากที่เธอคิดถึงความเป็นไป
ได้ทั้งหมดให้กับผม
ผมมองไปยังฮันซูยอง ขนตาของเธอดูยาวผิดปกติเนื่องจาก
แสงยามเย็น มันกลายเป็นว่าคนๆ นี้น่ารักมากเลย อันที่จริง
ฮันซูยองยังเด็กอยู่หน่อย แต่เธอก็ดูไม่เลวเลย
…เดี๋ยว ฉันก าลังคิดอะไรอยู่เนี่ย? ผมต้องระวัง บางทีผมอาจจะ
โดนฮันซูยองต่อยได้ถ้าผมท าอะไรผิดไป พูดตามตรง คนๆ นี้คง
จะแทงผมโดยไม่ลังเลเลย ในความเป็นจริง เธอได้แทงผมไป
หนึ่งครั้งแล้ว
ฮันซูยองพูดอีกครั้ง “ประการสุดท้าย พวกเราจ าเป็นต้องคิดถึง
‘ความตาย’ บางทีนี่อาจจะไม่ใช่ความตายจริงๆ”
“แล้ว?”
“เมื่อไหร่ที่นายคิดว่าคนจะตาย?”
“เรื่องนั้น… ฉันคิดว่าคงเมื่อชีวิตของพวกเขาสิ้นสุดลง หัวใจ
ของพวกเขาหยุดเต้นและพวกเขาก็ไม่หายใจอีก”
ฮันซูยองเดาะลิ้นเหมือนเธอผิดหวังในค าตอบของผม “อืม มัน
ก็มีเหตุผลว่าท าไมนายถึงอ่านนิยายอย่างหนทางเอาชีวิตรอด
มาได้ขนาดนั้น…”
“…อย่าเพิ่งหาเรื่องน่า เธอหมายความว่าไง?”
“นายไม่ได้อ่านการ์ตูนเกาหลีเหรอ? ตามปกตินายควรจะพูด
อะไรแบบนี้เหรอ? เมื่อไหร่กันที่คนจะตาย? มันก็เมื่อพวกเขาถูก
ผู้คนหลงลืมต่างหาก!”
“นั่นมันการ์ตูน เธอก าลังจะบอกว่าฉันจะถูกลืมงั้นเหรอ?”
“มันแค่ยกตัวอย่าง ไอ้บ้า ในการถ่ายทอดสดดวงดาว กลุ่มดาว
จะตายเมื่อพวกเขาถูกลืม นายสามารถคิดถึงความเป็นไปได้ที่
คล้ายกันได้”
ในความเป็นจริง มันก็ฟังดูเป็นไปได้ การถ่ายทอดสดดวงดาว
คือเรื่องราวอันยิ่งใหญ่ และสิ่งที่ไม่มีความสัมพันธ์กับเรื่องราวก็
จะถูกก าจัดออกไป
ผมสงสัย “แล้วท าไมผู้คนถึงจะพากันลืมฉัน? ความจ าเสื่อม
เหรอ?”
“พวกเขาอาจจะไม่ได้ตั้งใจลืม” ใบหน้าของฮันซูยองดู
เดียวดายขึ้นมาในทันใด
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ผมก็ไม่รู้จักชีวิตของฮันซูยองเลย
นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่าเธอเขียนนิยายที่ก็อปหนทางเอา
ชีวิตรอดมา ผมก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอเลย
…แม้จนถึงตอนนี้ ส่วนที่เป็นการขโมยความคิดก็ยังไม่ชัดเจน
ในอดีต ฮันซูยองกล่าวว่าเธอไม่ได้ก็อป และการจับเท็จก็บอก
ว่าเธอพูดความจริง
ผมถามหลังจากนั้นสักพัก “งั้นเธอหมายความว่ายังไง?”
ฮันซูยองดูเหมือนจะก าลังเลือกค าพูดของเธอในขณะที่เธอพูด
ออกมาด้วยสีหน้ามืดมน “คิมทกจา คนตายจะไม่สามารถจ า
อะไรได้เลย”
ผมตระหนักได้ว่าฮันซูยองก าลังพูดถึงอะไร พวกเรามองไปยัง
สรวงสวรรค์โดยอัตโนมัติ
…หรือว่า?
ฮันซูยองพูดออกมาก่อน “พวกเราควรกลับไปไหม?”
“…มันสายเกินไปแล้วถ้าพวกเราจะกลับไปตอนนี้ มันสี่วันแล้ว
มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไปทันเวลา”
“งั้น?”
“ไม่เป็นไร ในตอนนี้ ก าลังเสริมที่แข็งแกร่งที่สุดก็ควรจะไปถึง
แล้ว”
“ก าลังเสริมที่แข็งแกร่งที่สุด?”
“ชายคนนั้น…”
ในเวลานั้นเอง ข้อความก็ปรากฏขึ้นในอากาศ
[ใครบางคนในปราสาททมิฬได้ประสบความส าเร็จเหนือกว่า
ใครในสถานการณ์!]
มันเป็นอย่างที่ผมคาดไว้ ผมคิดว่าเขาคงจะไปถึงจุดนั้นแล้ว
ผมคิดถึงยูจงฮยอคที่น่าจะก่อให้เกิดภัยพิบัติอยู่ในระยะไกล
“ในตอนนี้ตัวละครหลักก็ควรจะออกโรงบ้างแล้ว”
(จบตอน)