มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 165 – ความรักของคิมทกจา (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 165 – ความรักของคิมทกจา (5)
ฮันซูยองเม้มปากข้างๆ ผม “นายไปสนิทกับเขาขนาดนั้นตั้งแต่
เมื่อไหร่? ไอ้โรคจิตนั่น…”
“พวกเราไม่ได้สนิทกัน”
“นายดูไว้ใจมากเมื่อนายพูดออกมา”
“เธอเข้าใจผิดแล้ว ฉันเชื่อใจโดเกบิมากกว่าเขาอีก”
ถ้าผมเชื่อในยูจงฮยอค มันก็เป็นเพราะประสบการณ์ของเขา
ไม่ใช่นิสัย คนๆ นี้เป็นคนที่มีประสบการณ์มาสามครั้ง และเขา
ก็ได้เรียนรู้ข้อมูลประเภทต่างๆ จากชินยูซองในรอบที่ 41
นอกจากนี้ เดิมทีสรวงสวรรค์ก็เป็นความรับผิดชอบหลักของ
เขา เขาจัดการมันได้เป็นอย่างดีในการเสื่อมถอยรอบที่สอง
ดังนั้นเขาก็ควรจะท าได้ดีขึ้นในคราวนี้ แค่…
“…ฉันกังวลอยู่หน่อยๆ”
ผมไม่สามารถโล่งใจได้อย่างสมบูรณ์เพราะผมไม่เชื่อในนิสัย
ของเขา ผมได้เตรียมการไว้หลายๆ ครั้งเพื่อให้สมาชิกปาร์ตี้
ของผมโจมตีสรวงสรรค์ แต่ผมก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ
ผมเป็นนักอ่าน ไม่ใช่นักเขียน และยูจงฮยอคก็เป็นผู้เสื่อมถอยที่
รอบรู้ ผมหวังว่าเขาจะรู้สึกดีขึ้นนับตั้งแต่การจิตตกครั้งล่าสุด…
ฮันซูยองพูดด้วยสีหน้าเข้าใจ “อืม… ถ้านายกังวล งั้นนายจะ
กลับไปดูก็ได้ นายมีสกิลเฝ้ามองแบบเรียลไทม์หนิ”
“…เธอรู้เหรอ?”
“ฉันก็ไม่รู้จนกระทั่งตอนนี้แหละ”
อืม ฮันซูยองได้ดูผมเข้าควบคุมร่างของยูจงฮยอคเมื่อครั้งล่าสุด
ผมพยายามอยู่สักพัก ก่อนที่จะบอกกับเธอ “งั้นฉันไปล่ะ รอ
แป๊ปนะ”
“นายจะให้ฉันเท่าไร?”
“ท าไมเธอถึงต้องการเหรียญทุกๆ รอบเลย? เธอควรจะ
ให้บริการฟรีสักครั้งบ้าง”
“…งั้นก็เร็วเข้า ฉันคงไม่สามารถจัดการกับศัตรูบางตัวได้เพียง
ล าพัง”
“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ปลุกฉันละกัน”
ผมหลับตาลงและหลับไป
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่สามถูกเปิดใช้
งาน!]
ทันทีหลังจากที่ขั้นที่สามถูกเปิดใช้งาน เสียงของผู้คนที่ก าลัง
คิดถึงผมก็ดังขึ้น
ผมแยกแยะเสียงและเลือกเสียงที่มีทัศนียภาพกว้างที่สุด
***
การสั่นสะเทือนเริ่มต้นจากศูนย์กลางของสรวงสวรรค์ แผงลอย
ริมถนนพลิกคว่ าด้วยคลื่นกระแทกอันรุนแรงที่สั่นสะเทือนไปทั่ว
ผืนดิน
“อ๊ากก นี่มันอะไรกัน?”
“มอนสเตอร์?”
ทุกคนมองไปรอบๆ แต่ก็ไม่อาจเข้าใจสถานการณ์ บางทีมัน
อาจจะเป็นเพราะพวกเขาสงบสุขมานานจนเกินไป พวกเขาที่
เคยสันนิษฐานถึงสิ่งที่เลวร้ายที่สุดอยู่เสมอ ในตอนนี้กลับถูก
ล้างสมองและจินตนาการถึงแค่อนาคตที่ปลอดภัยที่สุด
“พวกยามจะเข้ามาแก้ปัญหาเอง ไม่ต้องห่วง”
“เข้าไปข้างใน!”
ศูนย์กลางของการระเบิด ยูจงฮยอคเห็นอวตารแห่งสรวง
สวรรค์ มันมีทั้งใบหน้าที่เขารู้จักและไม่รู้จัก
ในการเสื่อมถอยรอบแรก ยูจงฮยอคถูกทรยศเพราะพยายามจะ
ช่วยพวกเขา และในการเสื่อมถอยรอบที่สอง ยูจงฮยอคก็ได้
ท าลายสถานที่แห่งนี้ด้วยมือของเขาเอง
สุดท้าย การเสื่อมถอยรอบที่สาม…
บางคนก็จับยูจงฮยอคไว้และถามค าถามในขณะที่เขาเดิน
ออกมาจากการระเบิด
“อะไรกัน? เกิดอะไรขึ้น?”
คนที่เพิ่งก าลังขายผลไม้ที่เก็บเกี่ยวผลผลิตจ้องมาที่เขาด้วยสี
หน้าหวาดกลัว ยูจงฮยอคเองก็จ้องหน้าพวกเขา มันเป็น
เรื่องราวที่แน่นอนแม้ว่ามันจะไม่ใช่สถานการณ์
ยูจงฮยอครู้เหตุผล เมื่อเขาเห็นสรวงสวรรค์เป็นครั้งแรก เขาก็
ยอมรับความตั้งใจของเรนไฮท์และปกป้องสถานที่แห่งนี้
“ช-ช่วยฉันที! ได้โปรด!”
แน่นอน มันไร้ประโยชน์ทั้งหมด สรวงสวรรค์ไม่ต่างจาก
สถานการณ์ เฉกเช่นที่สถานการณ์ต่างๆ ยังคงใช้ประโยชน์จาก
อวตาร สรวงสวรรค์ก็เป็นสถานที่ที่จะท าให้อวตารกลายเป็น
ปุ๋ย
มันมีอยู่สิ่งหนึ่งที่ยูจงฮยอคตระหนักได้หลังจากท าลายสถานที่
แห่งนี้ไป เรื่องราวใหญ่ๆ จะกลืนกินเรื่องราวเล็กๆ อยู่เสมอ กฎ
เพียงข้อเดียวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราว และนี่คือแผนการของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว
ยูจงฮยอคบอกกับผู้คน “สรวงสวรรค์จะอยู่ได้ไม่นาน”
“ฮะ?”
“หาสิ่งที่นายสามารถปกป้องตัวเองได้ จากนั้นก็ปกป้องมัน”
มอนสเตอร์เริ่มวิ่งออกมาจากทางผ่านที่ยูจงฮยอคและสมาชิก
ปาร์ตี้สร้างขึ้น
อวตารต่างพากันส่งเสียงร้องในขณะที่พวกเขาเฝ้ามองกรงเล็บ
ขนาดใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นจากใต้ดิน ยามบางคนวิ่งไปปกป้อง
อวตาร แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะหยุดมอนสเตอร์ทั้งหมด
“ท-ท าไมพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
“ท่านลอร์ด! ท่านอยู่ที่ไหน?”
ยามหลายคนล้มลงจากการโจมตีของมอนสเตอร์เพียงครั้งเดียว
หัวหน้ายามก็ท าได้แค่หลบหนีไปอย่างฉิวเฉียด
ยูจงฮยอคตัดแขนขาของมอนสเตอร์ที่ก าลังพุ่งเข้ามาและมอง
ไปรอบๆ จางฮีวอนและลีฮุนซึงก าลังอพยพผู้คนออกจากที่
ต่างๆ
ยูจงฮยอคพึมพ า “มันน่าทึ่งมากที่พวกนายรอดชีวิตมาได้จนถึง
ตอนนี้”
พวกเขาอาจจะตายเพื่อคนที่พวกเขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ มันเป็น
อิทธิพลของคิมทกจา มันเป็นปาฏิหาริย์ที่พวกเขาสามารถท า
ให้ที่นี่เปี่ยมไปด้วยหัวใจเช่นนี้
“ไม่ ฉันมาถึงตรงนี้ได้ก็เพราะคนพวกนี้”
ยูจงฮยอคขมวดคิ้วหลังจากได้ยินค าพูดของยูซานอา “ฉัน
เสียเวลาเพราะเธอ”
“ฉันได้ยินว่าทกจาอยู่ที่นี่ตอนฉันติดต่อกับโอลิมปัส”
“ข้อมูลไม่ถูกต้องหรือมีคนจัดการข้อมูล”
บางทีคิมทกจาอาจจะเป็นคนที่จัดการกับข้อมูล ไม่ว่าจะด้วย
วิธีการใด มันก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่ดีส าหรับยูจงฮยอค
แต่เดิมกลยุทธ์ในการเคลียร์สรวงสวรรค์ไม่ควรท าในลักษณะนี้
ในความเป็นจริง สรวงสวรรค์ในตอนนี้ไม่เหมาะเลยที่จะโจมตี
กิ่งก้านของการเคลื่อนไหวนิรันดร์พุ่งขึ้นมาจากพื้นและทะยาน
ขึ้นสู่ท้องฟ้า
นี่คือ ‘เรื่องราว’ ของมาร์ควิสปีศาจเรนไฮท์ มันเป็นร่างกาย
ของสรวงสวรรค์ การเคลื่อนไหวนิรันดร์ที่ได้รับการสนับสนุน
จากดวงวิญญาณ
มอนสเตอร์บางตัวปีนขึ้นตามกิ่งก้านและขึ้นมาเหนือพื้น มอน
สเตอร์ที่หิวโหยอยู่นานพบเหยื่อของมันและค ารามออกมาใน
ขณะที่พวกมันกระจายตัวกันออกไป มันมีผู้ติดตามแห่งความ
มืดระดับห้า พยัคฆ์ลูเบลระดับสี่ และแม้กระทั่งมอนสเตอร์
ระดับสามที่ไม่รู้จักชื่อ
“อ๊ากกก!”
ท่ามกลางงานเทศกาลอันน่าพรั่นพรึง เหล่าอวตารก็ได้พบกับ
ลอร์ดของตัวเองพวกเขาเชื่อว่าเขาคือผู้กอบกู้ที่จะสามารถช่วย
พวกเขาให้รอดพ้นจากโศกนาฏกรรมนี้ได้
“ท่านลอร์ด!”
จากนั้นพืชก็เคลื่อนไหว เถาวัลย์ยื่นออกมาราวกับหนวด ปลาย
อันแหลมคมของมันทะลวงเข้าใส่มอนสเตอร์เพื่อปกป้องผู้คน
แห่งสรวงสวรรค์
เหล่าอวตารพากันส่งเสียงโห่ร้อง พวกเขารู้ว่ามีแค่คนเดียว
เท่านั้นที่ทรงพลังมากขนาดนี้ในสรวงสวรรค์
“นี่คือท่านลอร์ด!”
“ท่านลอร์ด!”
[โปรดวางใจเถอะ]
หัวใจของอวตารพากันหวั่นไหวในขณะที่เขาฟังเสียงของเรน
ไฮท์
‘สรวงสวรรค์ของพวกเราจะไม่ล่มสลายลงง่ายๆ แน่’
ทุกคนเชื่อในสิ่งนี้ อย่างน้อยก็จนกว่าหัวหน้ายามจะตรวจพบ
อะไรบางอย่างในฝุ่นควัน
“ท่านลอร์ด…?”
ใบหน้าที่คุ้นเคยงอกออกมาจากตาของต้นไม้ ณ ปลายกิ่ง
“ว๊ากกกก!”
หัวหน้ายามที่ก าลังหวาดกลัวทรุดตัวลงกับพื้น
“ม-มอนสเตอร์! มอนสเตอร์!”
หัวหน้ายามผู้ซื่อสัตย์มานานแสนนานสูญเสียความสงบไปเมื่อ
เขาเห็นว่าเรนไฮท์เป็นหนึ่งเดียวกับต้นไม้ รูปลักษณ์ที่แท้จริง
ของปีศาจนั้นน่าสะพรึงกลัวมาก
[อ่า ไฮเดล?]
หัวหน้ายามยืนยันตัวตนที่แท้จริงของลอร์ดและตกใจกลัว พลัง
ที่เรนไฮท์แผ่ออกมานั้นน่าสะพรึงกลัวมาก มันต้องขอบคุณ
เรื่องราวระดับต านานของเรนไฮท์ สรวงสวรรค์แห่งความสิ้น
หวัง
[เสร็จแล้ว ข้าต้องการอาหารเพื่อฟื้นฟู]
เถาวัลย์ที่ก าลังลอยอยู่เริ่มกลืนกินชาวสรวงสวรรค์ รวมทั้งยาม
เถาวัลย์เจาะทะลวงอวตารและดูดเรื่องราวเล็กๆ ของพวกเขา
ผู้คนกลายเป็นมัมมี่หรือไม่ก็กลายเป็นปีศาจ
“หยุดนะ!”
ระเบิดเพลิงอเวจีเผาผลาญกิ่งก้าน อย่างไรก็ตาม พวกมันก็ไม่มี
ที่สิ้นสุด จางฮีวอนตะโกนออกมา “ฉันคิดว่าสถานที่แห่งนี้คือ
ที่ๆ นายต้องปกป้องซะอีก! นายก าลังท าอะไรน่ะ?”
[นั่นก็จนกระทั่งพวกเจ้าปรากฏตัว]
เรนไฮท์หัวเราะ ร่างกายส่วนบนของเขาโผล่ออกมาจากกิ่งไม้ที่
สูงที่สุด และเขาก็มองไปยังภูมิทัศน์ของสรวงสวรรค์
[สรวงสวรรค์จบลงแล้ว]
อวตารต่างพากันตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวต่อหน้าพืชยักษ์
[นี่คือเหตุผลว่าท าไมการปรากฏตัวของเรื่องราวเล็กๆ จึง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเจ้าอาศัยอยู่บนต้นไม้เล็กๆ มาตลอดชีวิต
และไม่รู้ว่าป่าที่แท้จริงมันเป็นยังไง]
อวตารเริ่มตระหนักได้ถึงตัวตนของโลกที่พวกเขาอาศัยอยู่ทีละ
คน ไม่สิ บางทีพวกเขาอาจจะรู้ความจริงอยู่แล้วแต่แสร้งท า
เป็นไม่รู้
[ดังนั้นข้าจะเริ่มต้นใหม่ทุกอย่าง]
ราวกับร่ม กิ่งก้านสาขาพุ่งออกมาและเริ่มปกคลุมสรวงสวรรค์
ทั้งหมด ราวกับว่ามันต้องการจะดูดกลืนสรวงสวรรค์ทั้งมวล
จางฮีวอนจ้องมองออกไปและไม่ได้สติ
พวกเขาจะจัดการกับมันได้ยังไง? มนุษย์จะสามารถเอาชนะสิ่ง
นั้นได้ยังไง?
จากนั้นก็มีการระเบิดครั้งใหญ่จากกิ่งทางหนึ่ง กิ่งก้านที่ปกคลุม
ท้องฟ้าแตกกระจายพร้อมกับเสียงค าราม มันเหมือนกับมีรู
ขนาดใหญ่อยู่บนหลังคาของสรวงสวรรค์
[ยอดเยี่ยมจริงๆ เจ้าคือ…]
มีเสียงชื่นชมจากจริงใจของเรนไฮท์ ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
ใต้หลังคาที่เสียหาย ไม่จ าเป็นต้องพูดอะไร มันคือยูจงฮยอค
[…เจ้าเหนือล้ ากว่ามนุษย์ไปแล้ว]
เหนือกว่ามนุษย์ ค าที่ฟังดูเหมือนกับส านวนมีความหมาย
แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงส าหรับสิ่งมีชีวิตอย่างเรนไฮท์
[เจ้าไปถึงระดับนั้นในสถานการณ์ที่เก้า? คิมทกจานั้นยอดเยี่ยม
แต่เจ้า… เจ้าคือสัตว์ประหลาดตัวจริง]
แรงกดดันอันยิ่งใหญ่เต็มไปทั่วร่างกายของยูจงฮยอค ยูจงฮ
ยอคที่ก าลังหลับตาอยู่ได้รวบรวมพลังทั้งหมดของเขาจนถึงขีด
สุด
‘ถุงมือราชาศิลาช่วยเพิ่ม STR สองเลเวล’
‘หนังของกูครายออนช่วยเพิ่ม STR หนึ่งเลเวล’
‘ดาบเมฆสวรรค์ชุมนุมช่วยเพิ่ม STR สี่เลเวล’
‘สกิลบัฟช่วยเพิ่ม STR สามเลเวล’
เมื่อ STR ทะลุถึงเลเวลหนึ่งร้อย พลังงานอันยิ่งใหญ่ก็ได้เติม
เต็มร่างทั้งร่างของยูจงฮยอค เขาจ าค าพูดของอาจารย์ของเขา
เซียนดาบทลายนภา
– เส้นทางแรกของการบรรลุคือการไปถึงเหนือกว่าขีดจ ากัด
ของร่างกาย
อวตารส่วนใหญ่คิดว่ามันมีขีดจ ากัดในการแข็งแกร่งขึ้นผ่าน
ความพยายามเพียงอย่างเดียว นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเขา
พยายามหาผู้สนับสนุนดีๆ และแสดงความแข็งแกร่งต่อกลุ่ม
ดาว
อย่างไรก็ตาม จักรวาลก็กว้างใหญ่ และบางคนก็ไม่เห็นด้วยกับ
ความขี้ขลาดนั้น
มันมีคนที่ไม่ได้มีผู้สนับสนุนดีๆ หรือไม่มีเลย มันมีคนที่ฝันว่าจะ
กลายเป็น ‘ที่หนึ่ง’ ด้วยความพยายามของตัวเอง ไม่มีความ
ช่วยเหลือจากใคร
– เส้นทางที่สองคือการฝึกฝนทุกสกิลให้ถึงขีดจ ากัด สกิลที่มีอยู่
ในโลกคือ ‘อักขระ’ ที่ถูกทิ้งไว้โดยใครบางคน ฝึกฝนสกิลพวก
นั้นให้ถึงขีดจ ากัด ราวกับการปีนบันได ลองและส ารวจ
ขอบเขตของระบบ
กลุ่มดาวได้กลืนกินเรื่องราว เสริมอิทธิพลให้กับตัวเอง และ
แบ่งปันตัวตนของตัวเองลงไปยัง ‘เรื่องราว’ อยู่เสมอ
– เส้นทางสุดท้ายคือการเตะบันไดออกไป ลืมทุกสิ่งที่เจ้าสะสม
มา ลืมเลเวล ลืมสกิล และลืมเรื่องราว ท้ายที่สุดแล้ว ระบบที่
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเลือกก็คือ ‘จักรวาล’ สิ่งส าคัญที่สุดก็คือเจ้า
ต้องหา ‘เรื่องราว’ ของตัวเอง
ฝึก ฝึก และก็ฝึก ก้าวข้ามขีดจ ากัดของสกิลไปพร้อมกับ
เรื่องราวที่สุดขั้วและกลายเป็นเรื่องราว นี่คือจุดสูงสุดของ
ความตายที่สามารถเทียบเคียงได้กับกลุ่มดาว
เหล่าผู้มีพรสวรรค์และพยายามอย่างหนักจะสามารถบรรลุ
ขีดจ ากัดของเผ่าพันธุ์ตัวเองได้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ความ
พยายามอันสูงส่งของพวกเขา การถ่ายทอดสดดวงดาวได้เรียก
พวกเขาว่าผู้บรรลุ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่กลุ่มดาวก็ตาม
– สิ่งเหล่านี้เป็นเงื่อนไขขั้นต่ าในการเข้าสู่ที่นั่งของผู้บรรลุ
ยูจงฮยอคได้ประสบความส าเร็จในการเป็นผู้บรรลุเมื่อการ
เสื่อมถอยครั้งล่าสุด เขาไปถึงมันมาแล้วครั้งหนึ่ง ดังนั้นมันจึง
ไม่ยากที่จะปีนขึ้นไปอีกครั้ง มันแค่ต้องใช้เงื่อนไขทางร่างกาย
และเวลาเท่านั้น
ออร่าสีทองของยูจงฮยอคก่อตัวขึ้นรอบๆ ดาบเมฆสวรรค์
ชุมนุม แม้ว่ามันจะชัดเจนว่าก าลังใช้สกิล แต่ข้อความ
เกี่ยวกับสกิลกลับไม่ปรากฏขึ้นมา
มันเป็นเพราะพลังนี้ไม่ได้ก าลังใช้ ‘ระบบ’ มันเป็นพลังที่สร้าง
ขึ้นจากยูจงฮยอคเพียงล าพัง
“เรนไฮท์ เมื่อรอบล่าสุดฉันเพิ่งจัดการนายมา”
ยูจงฮยอคเล็งดาบทั้งสองเล่มไปยังต้นการเคลื่อนไหวนิรันดร์ที่
เริ่มกลายเป็นป่าใหญ่
“ส่วนรอบนี้ ฉันจะฆ่านายซะ”
(จบตอน)