มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 167 – ความรักของคิมทกจา (7)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 167 – ความรักของคิมทกจา (7)
กลุ่มดาวไร้นาม ชินยูซองรู้ดีว่ามันหมายถึงใคร
‘คุณลุง’
มันเป็นแค่การจ้องมอง แต่ในความเป็นจริง หลายๆ คนก็
อาจจะตายได้เพราะมันไม่มี ‘การจ้องมอง’ ในช่วงเวลาส าคัญ
ในแง่นั้น ชินยูซองถือว่าโชคดี
[กลุ่มดาวไร้นามพยักหน้า]
ชินยูซองได้รับความสนใจจากคนๆ เดียวในโลกใบนี้และก้าว
ออกไปข้างหน้า
เธอสามารถท าได้ ขาของเธอชา และริมฝีปากของเธอก็ไม่ขยับ
แต่เธอก็มั่นใจ
ก้าวแรก ก้าวที่สอง
มือเล็กๆ ของเด็กน้อยมาถึงเปลือกนอกของมอนสเตอร์ในไม่ช้า
มันมีแผลเล็กๆ อยู่มากมายบนเปลือกนอก ดวงตาของมอน
สเตอร์เปล่งประกายขึ้นด้วยความประหลาดใจ ชินยูซองจ้องไป
ตรงหน้ามอนสเตอร์แทนที่จะหลบสายตาของมัน
“มองตรงมาที่ฉัน”
เมื่อมองเข้าไปใกล้ๆ มันก็ไม่ใช่แค่แผลเดียว รอยแผลจ านวน
มากมายปกคลุมอยู่ทั่วเปลือกชั้นนอกของมอนสเตอร์
มอนสเตอร์ส่งเสียงร้องเล็กๆ ออกมา บางทีมันอาจจะไม่มีใคร
เคยได้เห็นบาดแผลนี้มาก่อน บาดแผลเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมา
นานแล้ว บาดแผลเหล่านี้มีอยู่ทั่วร่างของมัน เนื่องจาก
บาดแผลเหล่านี้ มอนสเตอร์ตัวนี้จึงแข็งแกร่งขึ้น แต่มันก็
กลายเป็นความเดียวดายเช่นกัน
ใบหน้าของชินยูซองบิวเบี้ยวราวกับว่าเธอรู้สึกถึงความ
เจ็บปวดอย่างชัดเจน “นายไม่ควรเป็นสัตว์ประหลาดเพราะแค่
นายบาดเจ็บ”
ชินยูซองสัมผัสกับบาดแผลของมอนสเตอร์อย่างช้าๆ อย่างไรก็
ตาม พวกมันก็เป็นบาดแผลที่ไม่อาจรักษาได้ไม่ว่าจะผ่านไป
นานแค่ไหน
นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะยอมแพ้ มันคงจะเป็นปาฏิหาริย์
เหมือนกับที่คิมทกจาช่วยชินยูซองในรอบที่ 41 ไว้ แม้แต่คนที่
ไม่อาจรักษาได้ก็สามารถช่วยไว้ได้
ชินยูซองเห็นรากของการเคลื่อนไหวนิรันดร์ที่กดทับลงบนตัว
มอนสเตอร์ บางทีมอนสเตอร์ตัวนี้อาจจะถูกจองจ าไว้ ณ ที่แห่ง
นี้ตลอดชีวิต
ชินยูซองหยิบผลไม้สีทองออกมา
[ผลไม้อสูรบรรพกาล]
มันเป็นไอเท็มระดับ SSS ที่ได้จากกล่องสุ่มที่คิมทกจามอบ
ให้กับเธอ มันคือไอเท็มใช้งานที่สามารถใช้ฝึกมอนสเตอร์
ระดับสูงที่ไม่อาจฝึกได้
เธอค่อยๆ โค้งตัวให้กับมอนสเตอร์และกล่าวออกมา “ไปกัน
เถอะ”
***
มันรู้สึกราวกับว่าสรวงสวรรค์ประสบกับแผ่นดินไหว และเรน
ไฮท์ก็ตะโกนออกมาด้วยความงุนงง
[หือ หืม อ-อะไรกัน…!]
การเคลื่อนไหวนิรันดร์พังทลายลงในทันใด ทีละนิดๆ กิ่งก้าน
และใบของมันเหี่ยวเฉาลง พลังงานของมันหลุดลอยออกไป
เมื่อถึงเวลาที่เรนไฮท์ตระหนักได้ กิ่งก้านในอากาศก็แตกสลาย
ไปแล้ว
[อ๊ากกกก! ด-ได้ไง? ได้ยังไงกัน…!]
เรนไฮท์เริ่มอาเจียนออกมา เมือกไหลเทออกมาเหมือนกับว่ามัน
คือเลือด
มีบางสิ่งก าลังกินฐานของการเคลื่อนไหวนิรันดร์ เมื่อฟันอันน่า
ขนลุกเจาะลงไปบนราก เรนไฮท์ก็กรีดร้องออกมาราวกับว่า
ร่างกายของเขาถูกฉีกขาด สิ่งที่ถูกผูกมัดไว้กับรากของสรวง
สวรรค์มานานแสนนาน ในตอนนี้ก าลังท าลายราก
การเคลื่อนไหวนิรันดร์สูญเสียพลังของมันไปและเริ่มพังทลาย
ลง
[ม-ไม่ ไม่นะ…!]
มันมีการระเบิดครั้งใหญ่จากใต้ดิน มันไม่มีอันดับเพราะมันไม่
เคยถูกเปิดเผยต่อโลก
มันคือร่างของมังกร ปีกของปีศาจ และดวงตาของแมลงขนาด
ยักษ์ มันคือมอนสเตอร์ขั้นสุดยอดที่วิวัฒนาการจากการผสม
พันธุ์ระหว่างเผ่าพันธุ์ปีศาจ ราชาแมลง และเผ่าพันธุ์อื่นๆ
ทุกๆ สิ่งในสรวงสวรรค์เห็นปาฏิหาริย์นี้ และยูจงฮยอคก็เป็น
หนึ่งในนั้น “…มังกรคิเมร่า”
นี่คือสัตว์ประหลาดที่แท้จริงแห่งสรวงสวรรค์ พลังของมัน
ใกล้เคียงกับระดับสอง แต่ศักยภาพของมันก็เหนือล้ ากว่าระดับ
หนึ่ง แม้จะเริ่มต้นจากด้านล่าง แต่มันก็สามารถคุกคามได้
กระทั่งมังกร เผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่ทว่าชินยูซองและลี
กิลยังที่ก าลังย้อมไปด้วยเลือดก็ก าลังขี่อยู่บนหลังของมัน
จางฮีวอนอุทานออกมาด้วยความดีใจ “ยูซอง! กิลยัง!”
เด็กทั้งสองท าได้
มังกรคิเมร่าค ารามออกมาแและมอนสเตอร์ทั้งหมดในสรวง
สวรรค์ก็ถอนตัวออกไปในทันที่ มันมีทั้งคนที่หลบหนีกลับไปยัง
ใต้ดิน คนที่ตื่นกลัวจนหมดสติคาที่ และคนที่หลบหนีออกมา
นอกก าแพง
ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ เรนไฮท์ก็เดินโซเซออกมาจากการ
เคลื่อนไหวนิรันดร์และวิ่งหนีไป
ยูจงฮยอคไม่พลาดโอกาสนี้ ดาบทลายนภาเคลื่อนไหว และเรน
ไฮท์ก็ไม่สามารถหลบหนีจากดาบนี้ได้
“เอ่อ… เอ่ออ… อั๊ค…”
เลือดสีด าไหลออกมาจากปากของเขา ไม่ว่าเขาจะเป็นปีศาจที่
ทรงพลังแค่ไหน เขาก็ไม่อาจรอดชีวิตไปจากการถูกทะลวง
หัวใจได้ เรนไฮท์ทรุดตัวลงอย่างช้าๆ และยูจงฮยอคกับสมาชิก
ปาร์ตี้ก็เดินเข้ามาหาเขา
จ้าวแห่งสรวงสวรรค์ที่ก าลังจะตายกล่าวออกมา “ฮ่า ฮ่าฮ่า…
ทั้งหมดนี้… ในที่สุด มันก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากการแสดงเล็กๆ
บนภาพผืนใหญ่เท่านั้น…”
ยูจงฮยอคจ้องลงไปยังเรนไฮท์
เรนไฮท์จ้องไปยังการเคลื่อนไหวนิรันดร์ที่ก าลังจะหายไปใน
ท้องฟ้า และลมหายใจของเขาก็เริ่มขาดช่วง “เจ้าอาจจะไม่
เชื่อมัน แต่ข้า… ข้าแค่อยากจะสร้างโลกดีๆ ขึ้นมา”
บางคนที่ได้ยินก็ตะโกนใส่เขา พวกเขาคือทุกคนที่ได้รับการ
ปกป้องจากสรวงสวรรค์ บางคนก็เรียกเขาว่าคนหน้าซื่อใจคด
ในขณะที่บางคนก็บอกให้ฆ่าเรนไฮท์เดี๋ยวนี้
ในตอนนี้พวกเขารู้ความลับของสรวงสวรรค์แล้ว พวกเขาไม่ได้
รับการปกป้องจากเรนไฮท์อีก อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีใคร
เคลื่อนไหว มันเป็นเพราะยูจงฮยอคไม่อนุญาต
น้ าตาไหลออกมาจากดวงตาของเรนไฮท์ “ข้า ข้า…”
“ฉันรู้”
เรนไฮท์หลับตาลงอย่างช้าๆ ให้กับค าตอบสั้นๆ
ยูจงฮยอคพูดออกมาอีกครั้ง “ทุกๆ คนรู้”
แน่นอนว่าพวกเรารู้ เรนไฮท์ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเมื่อเขา
เห็นถึงชีวิตที่เขาด าเนินมามันง่ายดายขนาดนี้ “แปลก ท าไม…
ข้าจึงรู้สึกเหมือนกับว่าเจ้าเข้าใจจริงๆ…”
ยูจงฮยอคจ้องลงไปยังเรนไฮท์ มันไม่ใช่ในการเสื่อมถอยรอบนี้
แต่ยูจงฮยอคก็เห็นอกเห็นใจกับความประสงค์ของเรนไฮท์
ความทรงจ าในการปกป้องสรวงสวรรค์ด้วยกัน และจากนั้นก็
ท าลายมันยังคงชัดเจน
ราวกับว่ามันเป็นการตอบสนองต่อความรู้สึก เรนไฮท์พูดด้วย
น้ าเสียงที่เจ็บปวด “เจ้า… เจ้าจะไปยังชั้นต่อไปเหรอ?”
ชั้นต่อไป มันคือต าแหน่งของสถานการณ์สุดท้ายแห่งปราสาท
ทมิฬ
“เจ้า… จะไม่พบกับสิ่งที่เจ้าก าลังตามหา ปราสาทแห่งนี้ มันก็
เป็นแค่สนามเด็กเล่นของกลุ่มดาว จงระวัง ชั้นต่อไป…”
ในเวลานั้นเอง ร่างกายของเรนไฮท์ก็ระเบิดออก ยูจงฮยอคจ้อง
มองไปยังอากาศที่โดเกบิก าลังยิ้มอยู่อย่างเงียบงัน
[อ๊ะ นั่นเป็นข้อห้าม]
[ใช่ ใช่ นี่ไม่สนุกเลย]
จากนั้นข้อความของกลุ่มดาวก็ดังออกมาเหมือนกับว่าพวกเขา
ก าลังรออยู่
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มชื่นชมกับผลงานของอวตาร ‘ยูจงฮยอค’]
[กลุ่มดาวฝ่ายดีเห็นด้วยกับการตัดสินของ ‘ยูจงฮยอค’]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มแสดงความเสียใจต่อการล่มสลายของสรวง
สวรรค์]
…
[กลุ่มดาวจ านวนมากให้การสนับสนุน 150,000 เหรียญ!]
การแสดงออกของยูจงฮยอคไม่เปลี่ยนแปลง ดวงตาแห่ง
ความสุขหรือความเศร้าไม่ปรากฏให้เห็น
[คุณได้เอาชนะมาร์ควิสปีศาจเรนไฮท์!]
[คุณได้รับเงิน 150,000 เหรียญ!]
[ได้รับเรื่องราวระดับต านาน ‘สรวงสวรรค์แห่งความสิ้นหวัง’]
[การจัดอันดับปราสาททมิฬของคุณได้รับการอัพเดต!]
[สถานการณ์หลักใหม่ปรากฏขึ้น]
[สถานการณ์หลัก #10 – ‘ราชาปีศาจที่ 73’ เปิดขึ้นชั่วคราว]
ทุกอย่างได้รับการแก้ไขอย่างสมบูรณ์แบบจนเขาไม่อาจท าได้
ดีกว่านี้ มันไม่ได้เป็นไปตามแผนของเขา แต่เขาก็ยกระดับ
อันดับปราสาททมิฬของเขา รวบรวมเหรียญ และได้เบาะแส
เกี่ยวกับสถานการณ์ต่อไป
อย่างไรก็ตาม… ยูจงฮยอคก็ไม่รู้ว่าอารมณ์ที่ซับซ้อนนี้มันอะไร
กัน เขามองลงไปยังมือของเขาและเริ่มครุ่นคิด
“ผู้กอบกู้ของพวกเรา!”
“นายคือผู้กอบกู้ของพวกเรา!”
เขามองย้อนกลับไปตามเสียงตะโกนและเห็นผู้คนก าลังวิ่งมา
ทางเขา พวกเขาปฏิบัติต่อเขาอย่างพระผู้มาโปรด ในขณะที่
ผู้คนคุกเข่าลงตรงหน้าของเขาและร้องไห้ออกมา พวกเขารู้สึก
ขอบคุณเขาที่ท าลายสรวงสวรรค์
“ขอบคุณนะ! ขอบคุณมากๆ เลย!”
“ถ้ามันไม่ใช่เพราะนาย พวกเรา…”
ยูจงฮยอคได้ยินค าพูดเหล่านี้และมองกลับไปยังมือชุ่มเลือดของ
เขา จากนั้นเขาก็ตระหนักถึงตัวตนของอารมณ์เหล่านี้
แต่เดิมเขาไม่มีเจตนาที่จะช่วยคนพวกนี้ ผู้คนในสรวงสวรรค์
ไม่ได้ส าคัญกับเขาเลย ถ้าเรนไฮท์เห็นพวกเขาเป็นเครื่องสังเวย
ส าหรับสรวงสวรรค์ ยูจงฮยอคก็คงจะถือว่าพวกเขาเป็นเครื่อง
สังเวยส าหรับการเคลียร์สถานการณ์
“ขอบคุณนะ”
ยูจงฮยอคฟังเสียงพวกนี้และคิดเกี่ยวกับมัน ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จากการเสื่อมถอยครั้งที่สอง? ไม่สิ บางทีมัน
อาจจะก่อนหน้านั้นแล้ว
เป้าหมายของเขาคือการเคลียร์ทุกสถานการณ์และช่วยโลก
ภายใต้ความเชื่อมั่นอันยิ่งใหญ่นี้ เขาก็มุ่งหน้าไปเสมอ ในการ
วิ่งอันเชื่องช้าและเดียวดาย เขาก็ได้เสื่อมสภาพลงไปทีละนิด
มันไม่มีความหมายอะไรในการช่วยโลกถ้าทุกๆ คนตายหมด
แต่เขากลับยืนเฉยและมองดูผู้คนตาย มันราวกับว่าเขาเอา
ความเสียสละมาเป็นแพะรับบาป
หลังจากเห็นความตายของเรนไฮท์ ยูจงฮยอคก็เริ่มคิดถึง
เป้าหมายของเขาใหม่เป็นครั้งแรก
“ขอทราบชื่อของนายได้ไหม?” มันมีคนถามชื่อของเขาออกมา
การมีชื่อเสียงในการถ่ายทอดสดดวงดาวเกี่ยวพันโดยตรงกับ
ความแข็งแกร่งของเรื่องราว ด้วยการตอบชื่อของเขา เขาก็จะ
ได้รับความส าเร็จใหม่ ยูจงฮยอครู้เรื่องนี้ดี
ยูจงฮยอคครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดออกไปอย่างช้าๆ “ชื่อ
ของฉันคือคิมทกจา”
***
“ฉันชื่อคิมทกจา”
ในขณะที่ผมเฝ้ามองโดยใช้ ‘มุมมองบุคคลที่สาม’ ผมก็ได้ยิน
ค าพูดของยูจงฮยอคและรู้สึกหนาวเหน็บ
[ความส าเร็จใหม่ถูกเพิ่มลงไปยังเรื่องราวที่ห้าของคุณ]
[ชาวสรวงสวรรค์จะจดจ าถึง ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งสรวง
สวรรค์ คิมทกจา’]
[เรื่องราว ‘พระเมสสิยาห์เดียวดาย’ มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น]
สถานการณ์นี้ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย ผมตื่นตระหนกเมื่อผม
เห็นว่าผู้คนแห่งสรวงสวรรค์คงจะจดจ าชื่อของ ‘คิมทกจา’ ได้
ไม่สิ ท าไมชื่อของผมถึงโผล่ขึ้นมาได้?
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังหลั่งน้ าตาให้กับ
มิตรภาพที่แท้จริง]
อูรีเอลที่เงียบอยู่นานเริ่มกระโดดด้วยความตื่นเต้น ผมคงจะ
ต าหนิเธอถ้าเป็นก่อนหน้านี้ แต่หลังจากงานเลี้ยง ค าพูดอัน
รุนแรงพวกนั้นก็ไม่อาจเปล่งออกมาได้
อย่างไรก็ตาม ไอ้ยูจงฮยอคบ้านั่น… เขาเป็นคนลึกลับจริงๆ คน
ที่เห็นแก่ตัวที่สุดได้มอบความส าเร็จของตัวเองให้กับคนอื่น จู่ๆ
เขาอยากเป็นเพื่อนกับผมเหรอ?
มันเป็นไปไม่ได้
นั่นท าให้ผมนึกขึ้นมาได้ สมาชิกปาร์ตี้ทั้งหมดของผมยกเว้นตัว
ผมและฮันซูยองได้รวมตัวอยู่ในที่เดียวกัน ไม่สิ กงพิลดูไม่อยู่…
บ้าเอ้ย เขาไปอยู่ที่ไหนกัน?
“ยังไงก็เถอะ เธอตามหาตาลุงทกจาไปท าไม?”
ผู้คนที่ก าลังตื่นเต้นกับมังกรคิเมร่าที่ถูกฝึกโดยชินยูซองและลี
กิลยังได้เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับผม
“เรื่องนั้น…”
ใบหน้าของสมาชิกปาร์ตี้เปลี่ยนไปหลังจากได้ยินค าอธิบายของ
ยูซานอา
ผมไม่แปลกใจเท่าไร ยูซานอาคงจะขโมยค าท านายจากมอยเร
มา บางทีมันอาจจะเหมือนกับไดโอไนซัส เธอพยายามดิ้นรน
ช่วยผม
“ลุงจะตายเหรอ?”
“โดยคนที่เขารักมากที่สุด?”
「อวตารคิมทกจาจะถูกสังหารโดยคนที่เขารักมากที่สุด」
สมาชิกปาร์ตี้มีการแสดงออกที่สับสนอย่างมาก จางฮีวอนดู
งุนงง ชินยูซองเป็นกังวล และลีฮุนซึงก าลังดิ้นรนกับอะไร
บางอย่าง ลีจีฮเยเป็นคนแรกที่พูดออกมา “ลุงคงจะฟื้นขึ้นมา
อีกหลังจากตาย มันจะเป็นแบบนั้นไม่ใช่เหรอ?”
ยูซานอาตอบค าถามของลีจีฮเย “มันคงจะดี แต่ฉันไม่รู้ว่าเขา
จะฟื้นคืนชีพได้อีกกี่ครั้ง…”
“มันเป็นค าท านายของโอลิมปัส และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะ
หลีกเลี่ยง”
ค าพูดของจางฮีวอนส่งผลให้สมาชิกปาร์ตี้ดูจริงจังขึ้นมาอีกครั้ง
พวกเขาเป็นห่วงผม
จางฮีวอนถาม “งั้นใครคือคนที่ทกจารักที่สุด? ไม่ใช่ว่าพวกเรา
จ าเป็นต้องรู้เรื่องนี้ก่อนเหรอ?”
(จบตอน)