มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 169 – อ่านอีกครั้ง (1)
ผมจ าช่วงเวลาที่ผมอ่านนิยายเป็นครั้งแรกได้
พื้นผิวของกระดาษนุ่มๆ แตะที่ปลายนิ้วของผม ตัวอักษรสีด า
เบ่งบานอยู่บนทุ่งสีขาว ผิวสัมผัสของหน้ากระดาษถูกพับอยู่ใน
มือของผม
「มันไม่ใช่สิ่งส าคัญที่จะอ่านตัวหนังสือ สิ่งส าคัญคือ
ตัวหนังสือจะน าพาลูกไปที่ไหน」
แม่ผู้รักหนังสือของผมเคยพูดสิ่งนี้ออกมา อย่างน้อยก็ส าหรับ
ผม มันไม่ใช่แค่การพูด
ช่องว่างระหว่างหมึกสีด า สวนหิมะสีขาวเล็กๆ ของผมวางอยู่
ระหว่างตัวอักษร พื้นที่นี้ ซึ่งเล็กเกินกว่าที่ใครจะเข้าไปคือพื้นที่
อันสมบูรณ์แบบส าหรับเด็กที่ชอบซ่อนตัวอย่างผม ทุกๆ ครั้งที่
ผมได้ยินเสียงอันไพเราะ ตัวอักษรก็จะเรียงตัวกันเหมือนกับ
หิมะ
ในนั้น ผมคือวีรบุรุษ ผมมีการผจญภัย มีความรัก และมีความ
ฝัน ดังนั้นผมจึงอ่าน อ่าน และอ่านอีกครั้ง
ผมจ าครั้งแรกที่ผมอ่านหนังสือได้ มันเหมือนกับการถูกกีดกัน
จากโลก
ตัวเอกและตัวประกอบเดินไปพร้อมกับประโยค ‘พวกเขาใช้
ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป’ และผมก็ถูกทิ้งไว้เพียงล าพัง ณ
ตอนจบของเรื่องราว ในความโอหังและความรู้สึกของการถูก
ทรยศของผม วัยเด็กของผมนั้นต้องดิ้นรนเพราะผมไม่อาจทน
ต่อความเดียวดายได้
「นี่… นี่คือตอนจบเหรอ?」
บางครั้งมันก็คล้ายกับการเรียนรู้เกี่ยวกับความตาย ยกตัวอย่าง
เช่นครั้งแรก ผมตระหนักได้ว่าบางสิ่งมีข้อจ ากัด
แม่ของผมพูด 「นี่คือตอนจบ」
「ไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อไปแล้วเหรอ?」
「ไม่มี」
แม่ของผมเย็นชาเมื่อเธอบอกความจริงอันโหดร้าย
「อย่างไรก็ตาม เพียงเพราะมันเป็นตอนจบก็ไม่ได้
หมายความว่าลูกจะได้เห็นเรื่องราวทั้งหมด」
จากนั้นเธอก็ให้ค าแนะน าที่ฉลาดกับผม
「ฮะ?」
「อ่านมันอีก」
อ่านเรื่องราวที่อ่านจบไปแล้ว ในฐานะเด็ก ผมไม่รู้ว่ามัน
หมายความว่ายังไง
「ท าไมต้องอ่านเรื่องราวที่ผมรู้แล้ว?」
「ถ้าลูกอ่านมันอีกครั้ง มันจะเป็นเรื่องราวที่แตกต่างไปอย่าง
แน่นอน」
「…ผมไม่ต้องการ」
ผมดื้อเพราะผมกลัวว่าจะรู้สึกถูกกีดกันอีกครั้ง จากนั้นแม่ของ
ผมก็พูดออกมา 「ลูกอยากอ่านมันด้วยกันไหม?」
ดังนั้นผมจึงเรียนรู้ที่จะอ่านอีกครั้ง
ในครั้งแรก ผมเห็นแค่ต าแหน่งของตัวเอกเท่านั้น ในการอ่าน
ครั้งที่สองได้แสดงให้เห็นถึงต าแหน่งของตัวประกอบ และใน
การอ่านครั้งที่สามก็แสดงให้เห็นถึงต าแหน่งของศัตรู
เรื่องราวเปลี่ยนไปทุกครั้งที่ผมอ่าน เรื่องราวจบลงแล้ว แต่มันก็
ยังไม่จบ เรื่องราวจะไม่จบลง เว้นเสียแต่ว่าผู้อ่านจะยอมแพ้ต่อ
เรื่องราว
ผมยังคิดถึงมันอยู่บ่อยๆ มันจะเป็นยังไงกันถ้าแม่ของผมพูดสิ่ง
อื่นในเวลานั้น?
นิยายทุกเรื่องเป็นของปลอม และมันก็คงจะเป็นแค่การ
เสียเวลาชีวิตเท่านั้นถ้าผมอ่านมัน
งั้นผมคงจะมีเพื่อนเยอะใช่ไหม? ถ้าผมไม่เรียนหนัก ไม่ถูกรังแก
และไม่หนีจากความเป็นจริง?
ประกายแสงปรากฏขึ้นในอากาศ และความทรงจ าก็แตกออก
「คิมทกจา เจ้าดูผ่อนคลายนะ」
ผมหันไปและเห็นคนๆ หนึ่งก าลังยืนอยู่ในความมืด มันเป็น
ตัวตนที่สามารถเจาะเข้ามาในความฝันของคนอื่นได้อย่าง
ง่ายดาย นอกจากเทพผู้ยิ่งใหญ่แล้ว คนๆ เดียวที่ท าแบบนี้ได้ก็
คือผู้เผยพระวจนะ อย่างไรก็ตาม คนๆ นี้ก็ไม่ใช่แอนนา
คลอฟฟ์
「’โชคชะตา’ พอทนได้ใช่ไหม?」
ผมรู้จักใบหน้านี้ มันเป็นคนพเนจรที่สวมชุดเก่าๆ และมงกุฎ
มันท าให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่ามีผู้เผยพระวจนะอยู่ในหมู่กลุ่มดาว
‘ผู้ควักลูกตาตัวเอง’ ‘
มันคือราชาอีดิปัสแห่งโอลิมปัสที่ผมพบที่งานเลี้ยง ราชาอีดิปัส
พูดกับผม
「โชคชะตาของเจ้าก าลังย่างกรายเข้ามา」
‘โชคชะตา มันไม่ได้เกิดขึ้นแล้วเหรอ? ฉันไม่ได้ตายตามที่นาย
วางแผนไว้แล้วเหรอ?’
「นี่ไม่ใช่โชคชะตาที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยเรื่องราวอันไร้
ยางอาย เจ้าต้องตัดสินใจว่าจะยืนอยู่ฝ่ายไหนในไม่ช้า ข้าเชื่อ
ว่าเจ้าจะเลือกได้ถูก」
‘ฉันไม่ได้อยู่ฝ่ายเดียวกับทุกคนเหรอ’
ราชาอีดิปัสหัวเราะ
「เจ้าจะต้องมาที่โอลิมปัสแน่ๆ มันเป็นเพราะไม่มีอวตารคน
ไหนเหมาะกับเรื่องราวของโอลิมปัสไปมากกว่าเจ้า」
‘นายก าลังพูดอะไรน่ะ…’
ก่อนที่ผมจะทันได้พูดจบ ความทรงจ าของผมก็กลับมา
「ทกจา」
บัดซบ ผมจ าสิ่งนี้ได้ มันเป็นห้องนั่งเล่นนองเลือด แม่ของผม
ถือมีดอยู่และยืนอยู่ตรงหน้าชายที่ตายไปแล้ว
「จากนี้ไป แม่จะอ่านเรื่องราวนี้ทั้งหมดอีกครั้ง」
แม่ของผมยิ้มให้ผมและกล่าวว่า
「ดังนั้น ลูกต้องจ าให้ดี เข้าใจไหม?」
ฝันร้ายก าลังคืบคลานเข้ามาหาผม ผมได้ยินเสียงกรีดร้อง เสียง
ของราชาอีดิปัส ราวกับว่าเขาก าลังหัวเราะให้กับความทรงจ า
ทั้งหมด
「สืบทอดงานฉลองอสนีบาต มิฉะนั้นเจ้าจะตาย ‘ตลอดไป’
ในสถานการณ์ต่อไป」
***
[แอตทริบิวต์ ‘แปดชีวิต’ ถูกเปิดใช้งาน]
[ร่างกายของคุณจะถูกฟื้นคืนชีพ]
ลมหายใจของผมพุ่งออกมาจากร่างเหมือนกับน้ าคร่ า
[หัวงูหัวสองถูกสังเวย]
[พลังของหัวนี้คือ ‘ปัญญา’]
ผิวหนังเย็นของผมกลับมาอุ่นอีกครั้ง และมัดกล้ามเนื้อของผม
ก็กลับมามีพลังอีกครั้ง นี่คือความตายครั้งที่สี่ที่ผมประสบมา
ครั้งแรกเป็นตอนมังกรไฟ ครั้งที่สองคือตอนภัยพิบัติแห่ง
อุทกภัย และครั้งที่สามคือเมื่อตอนจัดการกับเนอร์วาน่า
“…เอ่อ นี่มันที่ไหนกัน?”
ผมมองไปรอบๆ แต่ผมก็ไม่อาจบอกได้ว่าผมอยู่ที่ไหน ผมเห็น
พื้นสีขาวราวกับเมฆและท้องฟ้าเปิด
…นี่คือปราสาททมิฬงั้นเหรอ?
[เอฟเฟกต์โบนัสช่วยเพิ่มการท างานของสมองของคุณ]
เนื่องจากโบนัสการคืนชีพ การตัดสินใจของผมที่มีต่อ
สถานการณ์จึงชัดเจนขึ้นและเร็วยิ่งขึ้น ผมตัดสินใจที่จะมองมัน
อีกครั้งตั้งแต่ต้น
ประการแรก มันมีค าถามที่ใหญ่ที่สุด
‘ท าไมผมถึงตาย?’
ผมก าลังใช้มุมมองบุคคลที่สามเพื่อมองสรวงสวรรค์และฝาก
ร่างไว้กับฮันซูยอง ทันใดนั้นนั้นเอง สติของผมก็เบลอ และ
ข้อความของความตายก็ปรากฏขึ้น
มันมีข้อสรุปเดียวเท่านั้น มีคนฆ่าผมในขณะที่ผมหลับอยู่ ใคร
กัน? ฮันซูยองเหรอ?
[ความส าเร็จใหม่ถูกเพิ่มในเรื่องราวที่ห้าของคุณ]
[ผู้คนจะรู้จักคุณในฐานะ ‘พระเมสสิยาห์ผู้แบกรับความอับ
อาย’]
ผมตายในเวลาแปลกๆ ดังนั้นความส าเร็จแปลกๆ จึงถูกเพิ่ม
ขึ้นมาในเรื่องราวของผม
…ผมไม่คิดว่ามันจะน่าอายจริงๆ
ค าท านายที่ว่า ‘อวตารคิมทกจาจะถูกสังหารโดยคนที่เขารัก
มากที่สุด’ จากนั้นเพื่อฆ่าผม พวกเขาจะต้องเป็นคนที่ผมรัก
“เฮ้ คิมทกจา! นายรอดมาได้เหรอ?” ในระยะไกล ฮันซูยอง
ก าลังเดินมาทางนี้
“เกิดอะไรขึ้น?”
“การซุ่มโจมตี” ฮันซูยองบ่นเมื่อเธอมองไปยังทุ่งเมฆ มันเป็น
สถานที่ที่ไม่มีอะไรสามารถมองเห็นได้นอกจากเมฆที่ก าลังลอย
อยู่ มันเป็นฉากที่สงบมากเกินกว่าที่จะถูกซุ่มโจมตี
“ในทันทีที่นายหลับไป มันก็มีคนปรากฏตัวขึ้นหลังจากนั้น ฉัน
พยายามจะหยุดคนพวกนั้น แต่มันก็ไม่ได้ผล ลงเอยด้วยนาย
บาดเจ็บหนัก และฉันก็แบกนายออกมาพร้อมกับร้องไห้ ทันใด
นั้น ฉันก็มาปรากฏตัวที่นี่”
เรื่องราวไหลลื่นเหมือนเมฆ แต่มันก็ไม่น่าเชื่อ
[สกิลเฉพาะตัว ‘จับเท็จ LV.2’ ถูกเปิดใช้งาน]
[คุณยืนยันว่าข้อความดังกล่าวเป็นจริง]
“…เธอเห็นหน้าคนที่ซุ่มโจมตีไหม?”
“ทุกคนสวมหน้ากาก และฉันก็เห็นไม่ชัด ฉันเห็นแค่ไม่กี่คนที่
ใช้สกิลตรวจสอบแอตทริบิวต์ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าใคร”
การเดินทางสามวันท าให้ฮันซูยองแข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมาก
ในตอนนี้ฮันซูยองอยู่ในอันดับที่ 20 ของปราสาททมิฬ แต่ก็มี
คนบุกเข้ามาฆ่าผม จากนั้นก็พาพวกเรามาที่นี่ ผมไม่อาจคิดถึง
กลุ่มไหนได้เลยไม่ว่าผมจะคิดหนักแค่ไหน
“เธอไม่เจออะไรเลยเหรอ?”
“ยังไงก็เถอะ นายนี่ผ่อนคลายจริงๆ นะ? ใครคือคนที่ต้องทน
ทุกข์มาถึงสามวัน…”
“สามวัน?”
“นายตายไปแล้วสามวัน นายไม่รู้เหรอ?”
สิ่งนี้ช่วยเตือนผม แปดชีวิตมีเวลารอสักพัก สามวัน… บ้าเอ้ย
เกิดอะไรขึ้นกับสมาชิกปาร์ตี้คนอื่นๆ? แน่นอนว่าพวกเขาคง
ไม่ได้ผ่านไปยังสถานการณ์ต่อไปแล้วนะ? ถ้าเป็นเช่นนั้น
แผนการทั้งหมดของผมก็จะพังลง
ฮันซูยองถอนหายใจ “ไม่ว่าฉันจะไปไกลแค่ไหน มันก็มีแค่เมฆ
เท่านั้น ฉันยอมแพ้แล้ว”
“…นั่นเป็นเหตุผลว่าท าไมเธอถึงปลดปล่อยร่างแยกของเธองั้น
เหรอ?”
ร่างแยกของฮันซูยองก าลังฝึกอยู่ในส่วนต่างๆ ของทุ่งเมฆ
ฮันซูยองก าลังฝึกฝนเคล็ดวิชาอาวุธลับ ฮันซูยองก าลังฝึกท่า
เท้า… ฮันซูยองแต่ละคนก าลังทุ่มเทให้แต่ละสกิล
“มันคือการฝึกฝนของฉัน ฉันไม่อยากจะเสียเวลารอนายไป
เฉยๆ และเมื่อฉันเอาร่างแยกกลับมา สกิลของฉันก็จะเพิ่ม
ระดับขึ้นอย่างรวดเร็ว”
โอ้ ผมพบความลับที่ท าให้ฮันซูยองแข็งแกร่งขึ้นได้ขนาดนี้ใน
ช่วงเวลาอันสั้น
“อะไรนะ? เธอ■?”
“ฉันเป็น■? บ้าเอ้ย… มันถูกกรองไปแบบนี้ อืม ฉันพอจะรู้ว่า
นายอยากจะพูดอะไร”
ไม่ว่ายังไง เธอก็ไม่ได้ดูเหมือนกับแค่นักเขียนผู้ขโมยผลงานอีก
ต่อไป ทันใดนั้นเอง ผมก็เกิดความสงสัยขึ้นมา ค าอธิบายเดิม
ในหนทางเอาชีวิตรอดไม่ได้อธิบายรายละเอียดของสกิลอวตาร
ไว้ การเรียนรู้สกิลนี้คงจะไม่เลวร้ายนัก
“มันไม่มีข้อจ ากัดในสกิลเลยเหรอ? เธอสามารถสร้างร่างแยก
ได้ไม่จ ากัดตราบใดที่เธอยังมีพลังเวทมนตร์ใช่ไหม?”
“มันคงจะโกงเกินไปแล้ว แน่นอนว่ามันมีข้อจ ากัด ทุกๆ ครั้งที่
ฉันใช้สกิล ฉันจะต้องแบ่งปันความทรงจ าบางส่วนกับร่างแยก”
“…ความทรงจ าบางส่วนของเธอ? งั้นถ้าร่างแยกตายล่ะ?”
“ฉันก็จะเสียความทรงจ านั้นไป”
ผมรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเมื่อฮันซูยองตอบออกมาอย่าง
สบายๆ ไม่ใช่ว่ามันเป็นสกิลที่จะท าให้เธอเป็นอัลไซเมอร์ได้ถ้า
เธอท าผิดพลาดไปเหรอ?
ฮันซูยองอ่านความคิดของผมได้และยิ้มออกมา “ไม่ต้องห่วง
ฉันมักจะใช้ความทรงจ าที่ไม่จ าเป็น นอกจากนี้ ความทรงจ าก็
จะกลับมาอีกครั้งถ้าฉันเรียกร่างแยกกลับมา บางครั้ง… มันก็มี
ปัญหาเพราะบางส่วนก็อยู่นอกเหนือจากการควบคุม”
“นอกเหนือจากการควบคุม?”
“ครั้งแรกฉันพยายามที่จะสร้างร่างแยกโดยใช้อวตาร… ฉันใส่
ความทรงจ ามากเกินไป และมันก็หลุดจากการควบคุม”
“…เป็นไปได้เหรอ? งั้นเธอก็สูญเสียความทรงจ าพวกนั้นไปสิ?”
ฮันซูยองยักไหล่ “ฉันก็ไม่รู้ แต่ในตอนนี้ฉันก็ใช้ความทรงจ า
เล็กๆ ซึ่งมันก็โอเคแล้ว”
“เธอแค่คิดว่าเธอโอเค”
“หุบปาก”
ร่างแยกร่างหนึ่งหลุดจากการควบคุมพร้อมกับความทรงจ าที่
ส าคัญเนื่องจากความผิดพลาด ผมตัวสั่นเมื่อผมคิดถึงฮันซูยอง
ที่อาจจะยังเคลื่อนไหวอยู่ที่ไหนสักแห่งในกรุงโซล
ในวันหนึ่ง ร่างแยกนั้นอาจจะกลายเป็นหมอกควันและกลับมา
หาฮันซูยอง มันอาจจะฟื้นฟูสกิลที่สะสมมาก็ได้
ทันใดนั้นเอง ฮันซูยองก็อุทานออกมา “อ๊า! มันมีบางอย่างที่ฉัน
ไม่ได้บอก ฉันจ าได้ว่ามีกลุ่มดาวมาหาฉันเมื่อนายตาย”
ท าไมต้องมอบความทรงจ าที่ส าคัญเช่นนั้นให้กับร่างแยกของ
เธอด้วย?
“ฉันลืมชื่อไปแล้ว แต่มันเป็นกลุ่มดาวของเนบิวลา พระหรือ
หรืออะไรนี่แหละ… แทมนา?”
ชื่อเหล่านี้เป็นอันตราย ไม่ว่าผมจะรู้สึกยังไง แต่ฮันซูยองก็
พึมพ าอย่างผ่อนคลาย
“ฉันได้ยินค าพูดที่คลุมเครือ เลือกให้ถูก…”
“เธอจ าไม่ได้เหรอ?”
“ฉันขอโทษ ถ้าฉันเรียกอวตารทั้งหมดกลับมา ฉันก็คงจะจ า
ได้… โอ้ มันคือนักรบโครยอที่แข็งแกร่ง”
“นักรบโครยอ?”
“เขาจากไปโดยไม่พูดอะไรเลย เขาจ้องมายังร่างที่ตายแล้วของ
นายสักพักและจากไปทันที”
เนบิวลาใหญ่ๆ ก าลังเคลื่อนไหว ดังนั้นมันจึงดูเหมือนว่าก าลัง
จะมีอะไรเกิดขึ้น
ในเวลานั้นเอง มันก็มีบางสิ่งโผล่ขึ้นมาในใจของผม “เดี๋ยว
กลุ่มดาวปรากฏตัวออกมาตรงๆ เลยเหรอ? มันไม่ใช่อวตาร
เหรอ?”
“ใช่ มันคือสัญลักษณ์ ท าไม?”
“…เธอไม่รู้ปัญหาของมันเหรอ?”
“ห้ะ?”
“ไม่ว่าจะเป็นสัญลักษณ์อย่างไร กลุ่มดาวก็ไม่สามารถปรากฏ
ตัวในพื้นที่สถานการณ์ได้โดยไม่ต้องใช้ความเป็นไปได้จ านวน
มาก”
กลุ่มดาวหวาดกลัวความเป็นไปได้มากที่สุดและคงจะไม่จุติลง
มาเป็นสัญลักษณ์
ผมมองไปรอบๆ อย่างช้าๆ “…ฉันคิดว่าฉันรู้แล้วนะว่าที่นี่ที่
ไหน”
สถานที่แห่งนี้คืออาณาเขต แต่มันไม่ใช่อาณาเขตธรรมดา มัน
เป็นอาณาเขตที่กลุ่มดาวสามารถปรากฏตัวในรูปแบบ
สัญลักษณ์ได้
ฮันซูยองสังเกตเห็นบางสิ่งได้ในไม่ช้า “…อาณาเขตประตู
กลไก”
อาณาเขตประตูกลไกเป็นเคล็ดวิชาที่ถูกใช้โดยกลุ่มดาวที่
เชี่ยวชาญในหลักการของห้าธาตุ สี่สวรรค์ และสามภัยพิบัติ
ยังไงก็เถอะ มันก็ยากที่จะได้เห็นคนใช้เคล็ดวิชานี้ จูกัดเหลียง
แห่งจีนสามารถใช้มันได้อย่างอิสระ แต่นี่คือคาบสมุทรเกาหลี
ถ้างั้น…
“นายจะไม่ออกมาเหรอ?” ผมพูดกับอากาศ
ยกเว้นจูกัดเหลียงแล้ว มันมีอีกกลุ่มดาวที่สามารถใช้มันได้
อย่างอิสระ มันเป็นกลุ่มดาวที่ผมเคยเจอมาแล้ว
“…ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะหลอกลวงนายด้วยรูปร่าง
ของกลุ่มดาว”
เสียงๆ หนึ่งดังออกมาในขณะที่เมฆรวมตัวกันในอากาศและก่อ
ตัวขึ้นเป็นภาพของคนๆ หนึ่ง มันเป็นหญิงสาววัยสามสิบที่
ก าลังสวมชุดคนคุก
“ไม่ใช่ว่าพวกเราเคยเจอกันมาก่อนเหรอ?”
“มันไม่ใช่การเจอกันใหม่ที่ดีเท่าไร”
[กลุ่มดาว ‘พ่อมดคนแรกแห่งโชซอน’ หัวเราะคิกคักใส่คุณ]
พ่อมดคนแรกแห่งโชซอน อวตารแห่งจอนวูชิ
เธอคือ ‘แขนขา’ แรกของราชาพเนจร
“ราชาก าลังรอนายอยู่”
ยังไงก็เถอะ มันก็รู้แล้วว่าใครฆ่าผม สถานการณ์นี้กลายเป็นว่า
มันเลวร้ายที่สุด ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่มีทางเลือกอื่น
ผมพยักหน้าและพูดออกมา “น าทางฉันไป”
(จบตอน)