มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 18 – เส้นทางแห่งการเสแสร้ง (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 18 – เส้นทางแห่งการเสแสร้ง (4)
เช้าวันรุ่งขึ้น เสบียงของผมเกือบหมด จองฮีวอนจ้องไปยัง
ถุงร้านสะดวกซื้อราวกับว่าเธอไม่เชื่อมัน “พระเจ้า มันถูก
ขายไปหมดแล้วเหรอ?”
“ใช่”
“ฮ่าฮ่า ตลกจริงๆ ทุกคนแค่มองดู และในตอนนี้…”
“ไม่ มันไม่ใช่แค่กลุ่มชายขอบ”
แขกที่มาเมื่อกลางดึกไม่ได้มีแค่สมาชิกของกลุ่มชายขอบ
“คิมทกจา นายก าลังเลือกผิดทาง” ในหมู่พวกเขามีชอน
อินโฮอยู่ “นายจะต้องเสียใจ”
มากกว่าครึ่งหนึ่งของอาหารที่ผมมีถูกซื้อไปโดยกลุ่มหลัก
แน่นอน พวกเขาต้องจ่ายเงิน จองฮีวอนเดือดขึ้นมา
หลังจากได้ยินเรื่อง “เดี๋ยวนะ งั้นกลุ่มหลักก็จะผูกขาด
อาหารอีกน่ะสิ?”
“นั่นน่ะสิ”
“ไม่ นี่มันอะไรกัน? ไม่ใช่ว่านายก าลังจะลดทอนอ านาจ
ของกลุ่มหลักโดยการสนับสนุนการแลกเปลี่ยนในหมู่
ผู้คนงั้นเหรอ?”
มันเป็นความเข้าใจที่ไม่คาดคิดเอาซะเลย ผมตอบด้วย
ความชื่นชมเล็กน้อย “ถูกต้อง นั่นคือเจตนา ฉันต้องการ
ให้ผู้คนเคลื่อนไหวโดยสมัครใจ”
“แล้วท าไมนายถึงขายอาหารให้กลุ่มหลัก? สถานการณ์
จะไม่เปลี่ยนแปลงนะ!”
“มันเปลี่ยน ฉันได้เหรียญมาแล้ว”
“ฮะ?” จ านวนของมันคือ 1,450 เหรียญ รายได้ก้อนใหญ่
จากแค่คืนเดียว “ไม่สิ… นายก าลังคิดอะไรอยู่? ซานอา
พวกเราไว้ใจชายคนนี้ได้จริงๆ เหรอ?”
ยูซานอาสะดุ้งเพราะจู่ๆ ความสนใจก็หันเหมาที่เธอ แต่
จากนั้นเธอก็ยิ้มออกมาอย่างสดใส “ฉันเชื่อในตัวเขา”
มันคือภาระ
“ทกจา นายได้เหลืออาหารไว้กับตัวเองพอไหม?”
“ไม่ ฉันขายมัน”
จางฮีวอนอ้าปากค้างราวกับว่าเธอตกตะลึง ในเวลานั้นเอง
ก็มีคนแหย่แก้มของผม ผมหันไปและเจอเข้ากับบิสกิต
“ฮะ? นายต้องการให้ฉันกินมันเหรอ”
ลีกิลยังหยักหน้า ศีรษะของเขาขยับอย่างน่ารักน่าชัง ผม
ยิ้ม รับบิสกิตมา และหยิบมันเข้าไปในปากของลีกิลยัง
“ไม่เป็นไร นายกินมันเลย อ่า ฉันควรจะบอกอะไรสัก
หน่อย… ทุกคน พวกเธอยังมีอาหารที่กินไปเมื่อวานนี้ใช่
ไหม?”
“ใช่ ฉันมี”
“ฉันเหลืออีกนิดหน่อย”
“ท าไมเหรอ? นายอยากจะซื้อกลับคืนไปงั้นเหรอ? ฉันจะ
ขายมัน” จางฮีวอนโบกบิสกิตอย่างร่าเริง
“ไม่ พวกเธอควรกินตอนนี้เลย”
“ฮะ?”
“กินให้หมดในวันนี้ พวกเธอควรท ามันตอนนี้เลย” ผม
ทวนซ ้า “ไม่งั้นพวกเธอจะต้องเสียใจ”
จางฮีวอนอุทานออกมา “ท าไม… ไม่สิ เดี๋ยวก่อน ซานอา
เธอก าลังท าอะไรเนี้ย? ท าไมเธอถึงฟังเขา?”
“มันต้องมีเหตุผลที่ทกจาพูดแบบนี้” ยูซานอายิ้มหวาน
และเปิดถุงบิสกิต ลีฮุนซึงเองก็สับสน แต่ก็กินอาหารเข้า
ไป ในขณะเดียวกัน ลีกิลยังก็กินมันในทันทีที่ผมพูด เขา
เป็นผู้ฟังที่ดี
“อ่า อืม… ฉันจะเหลือไว้สักอันละกัน”
“ฉันจะไม่ห้ามเธอ”
ผมยักไหล่ให้กับค าพูดของจางฮีวอน มันขึ้นอยู่กับเธอที่
จะต้องมาเสียใจ ในเวลาอาหารกลางวัน มันก็มีการ
ประกาศใหญ่จากกลุ่มหลัก ชอนอินโฮยืนอยู่บนเวทีที่ถูก
ล้อมรอบไปด้วยผู้คนและกล่าวออกมา “พวกเราจะจ ากัด
การปันส่วนอาหารนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การจัดสรร
คือบิสกิต 3 ชิ้นต่อคน และ…”
ผู้คนเริ่มฉุนเฉียวก่อนที่ค าพูดจะจบลง
“อะไรนะ? บิสกิต 3 ชิ้น? พวกเราจะอยู่ได้ยังไง?”
“ใช่แล้ว! ไม่ใช่ว่าพวกหน่วยลาดตระเวนได้อาหาร
มากกว่าเหรอ? นายคิดว่าพวกเราไม่รู้เหรอ?”
แม้จะถูกสาปแช่ง ชอนอินโฮก็ยังหัวเราะอย่างใจเย็น
“ค าพูดของนายถูกต้อง ใช่แล้ว หน่วยลาดตระเวนจะได้
การปันส่วนเพิ่มขึ้น ถ้านายต้องการอาหารมากขึ้น งั้นก็มา
สมัครเป็นหน่วยลาดตระเวนสิ”
“มันมีเพียงไม่กี่คนที่กลับมาหลังจากสมัครเป็นหน่วย
ลาดตระเวน! สมาชิกของกลุ่มซึงโดเท่านั้นที่ได้กลับมา
เสมอ!”
“นายต้องการให้พวกเราตายงั้นเหรอ?”
ชอนอินโฮไม่แยแสแม้จะมีปฏิกิริยาที่รุนแรงจากฝูงชน
“คนเหล่านั้นโชคไม่ดี นายรู้ว่าข้างนอกมันอันตรายมาก
งั้นท าไมนายไม่ไปหาอาหารเองล่ะถ้านายไม่พอใจ?”
“น-นั่นมัน…”
ผู้คนหุบปากด้วยความมึนงง ถ้าพวกเขาออกไปตอนนี้
พวกเขาก็คงจะต้องตาย ทุกคนรู้เรื่องนี้ ชอนอินโฮพูดยัง
ไม่จบ “อ่า มันยังมีอีกวิธีในการได้รับอาหารไปโดยไม่
ต้องเป็นหน่วยลาดตระเวน”
“วิธีอะไร?”
“ข้อตกลง พวกเรายินดีที่จะแลกเปลี่ยนอาหารกับทุกๆ สิ่ง
ที่พวกเราพิจารณาว่ามีคุณค่า ทุกๆ คนสามารถมอบสิ่งที่
แตกต่างกันมาได้ โอเคไหม?”
สายตาอันเย็นชาของชอนอินโฮท าให้ผู้คนตัวสั่น ส่วน
ใหญ่เป็นคนที่มาหาผมเมื่อวานและซื้ออาหารไป
[ตัวละคร ‘ชอนอินโฮ’ เปิดใช้งานสกิล ‘ปลุกระดม
LV.2’]
“เดิมทีฉันจะไม่ท าแบบนี้ แต่เมื่อวาน คิมทกจาได้บอก
เรื่องดีๆ กับฉัน ใช่แล้ว ทุกคน มันมีอะไรฟรีๆ ในโลกใบ
นี้บ้าง? ถ้านายต้องการอาหาร นายก็ต้องพิสูจน์คุณค่าของ
ตัวเอง เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ ฮ่าฮ่า ขอบคุณนะที่บอก
เรื่องดีๆ แบบนี้ให้กับฉัน ทกจา”
…ดูนี่สิ? ในเวลานี้ ความสนใจของทุกคนได้พุ่งเป้ามาที่
ผม สายตาของพวกเขาส่วนใหญ่เต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
“เพราะไอ้บ้านั่น…”
ผู้คนพากันโง่เขลาและชอนอินโฮก็มีสกิล ‘ปลุกระดม’
มันเป็นสกิลที่ดีที่สุดส าหรับผู้น ากลุ่ม แต่ด้วยวิธีการนี้
ความเกลียดชังจึงได้เบนเป้ามาที่ผมอีกครั้ง…
ผมมองไปยังด้านหลังของชอนอินโฮ มันเป็นระดับที่
น่ารัก อย่างน้อยเมื่อเทียบกับผู้คน ณ สถานีโซลและชุงมู
โร่ ผู้คนที่มารวมตัวกันตรงหน้าโพเดี้ยมพยายามที่จะ
ต่อรอง
“ฉ-ฉันจะซื้อมันด้วยเหรียญ นายต้องการเท่าไร?”
“200 เหรียญ”
“ฮะ? แต่ฉันไม่มีเหรียญมากขนาดนั้น”
“งั้นก็ไปให้พ้น”
200 เหรียญต่ออาหาร 1 ชิ้น แม้แต่โดเกบิก็คงขอผ่าน หนึ่ง
ในสมาชิกกลุ่มซึงโดที่ก าลังขายอาหารมองเห็นหน้าตา
ของผมและตัวสั่น เขามีผ้าพันแผลพันอยู่รอบต้นขาและดู
เหมือนจะเป็นหนึ่งในคนที่ผมกระทืบไปเมื่อวานนี้
“ฉันเคยขอบคุณนายไปเมื่อวานนี้ใช่ไหม?” มีเสียงดัง
ออกมา ผมหันไปในทันใดและเห็นจางฮีวอนยืนอยู่ใกล้ๆ
“ฉันคิดว่างั้นนะ”
“ถึงกระนั้น ฉันก็ยังอยากจะขอบคุณนายอีก” ผมอยากจะ
พูดอะไรบางอย่าง แต่ดวงตาของจางฮีวอนได้จดจ้องไปยัง
สมาชิกกลุ่มซึงโดที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ “คนที่บาดเจ็บที่ขา
เขาคือคนที่พยายามจะข่มขื่นฉันเมื่อวานนี้”
“…ฉันเข้าใจ”
“อย่าแตะต้องมัน เพราะฉันจะฆ่ามันเอง เข้าใจไหม?”
จิตสังหารของเธอนั้นน่าประทับใจ เธอจะถูกเลือกโดย
ผู้สนับสนุนหรือมันเป็นช่วงเวลาที่แอตทริบิวต์ก าลังเบ่ง
บานกัน?
[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
ผมกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับการใช้สกิลนี้ ผู้หญิงคนนี้คงจะ
ตายไปแล้วถ้าผมไม่ได้ช่วยเธอไว้ เธอจะถูกลงทะเบียน
เป็นตัวละครไว้ไหม?
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: จางฮีวอน
อายุ: 27 ปี
กลุ่มดาวสนับสนุน: ไม่มี (กลุ่มดาวสามกลุ่มก าลังแสดง
ความสนใจในบุคคลนี้)
แอตทริบิวต์ส่วนตัว: ตัวตนที่ก าลังหมอบคลาน (ทั่วไป)
ทักษะเฉพาะตัว: สังหารปีศาจ LV.1, เคนโด้ LV.1
อักขระ: ไม่มี
ค่าสถานะโดยรวม: STA LV.4, STR LV.4, AGI LV7,
Magic P0wer LV.4
การประเมินโดยรวม: เธอคือ ‘ตัวตนที่ก าลังหมอบคลาน’
ซึ่งมีศักยภาพมหาศาล ข้อมูลแอตทริบิวต์ยังไม่ได้รับการ
ยืนยันเนื่องจากแอตทริบิวต์ยังไม่เบ่งบาน
โชคดีที่ข้อมูลของเธอปรากฏขึ้น มันแตกต่างจากยูซานอา
ลีกิลยัง และฮันมยอนโก เดิมทีเธอไม่ได้ถูกทิ้งเหรอ?
อย่างไรก็ตาม แอตทริบิวต์ส่วนตัวของเธอก็น่าสนใจ
มากๆ
‘ตัวตนที่ก าลังหมอบคลาน’
ชื่อของมันไม่ได้ดูยิ่งใหญ่อะไร แต่มันเป็นหนึ่งในไม่กี่แอ
ตทริบิวต์ที่มี ‘สุดยอดการวิวัฒนาการ’ ในหนทางเอาชีวิต
รอด ‘ตัวตนที่ก าลังหมอบคลาน’ คือแอตทริบิวต์ที่ถูกจัด
อันดับไว้ว่าทั่วไป แต่มันสามารถไปถึงระดับหายากหรือ
ต านานได้โดยขึ้นอยู่กับโอกาส หนึ่งในร้อยคนที่
แข็งแกร่งที่สุดในหนทางเอาชีวิตรอด นักเชือดคลั่ง ได้
วิวัฒนาการมาจาก ‘ตัวตนที่ก าลังหมอบคลาน’
จางฮีวอน ผมคิดว่าเธอเป็นเพียงแค่คนที่ก าลังจะผ่านไป
แต่ผมอาจจะต้องพิจารณาให้เธอเป็นหนึ่งในเพื่อนร่วมทีม
มันคงต้องใช้เวลาสักพักในการบ่มเพาะสกิล ‘สังหาร
ปีศาจ’ ของเธอ แต่ผู้หญิงคนนี้สามารถกลายเป็นนักฆ่าที่
ทรงพลังได้ถ้าเธอได้รับการบ่มเพาะดีๆ
“ยังไงก็เถอะ ทกจาใจเย็นมากๆ”
ใจเย็น… มันอาจจะดูเป็นแบบนั้น ผมกล่าวว่า “ฉันคุ้นเคย
กับสถานการณ์แบบนี้ในนิยาย”
“ฮะ? มันสมเหตุสมผลไหมเนี่ย… เดี๋ยวก่อน นายก าลังจะ
ไปไหน?”
ผมไม่ได้ตอบและเดินลงมาจากเวที่ จางฮีวอนอยากจะมา
กับผม แต่ผมก็ยื่นมือออกมาหยุดเธอไว้
“ไม่เป็นไร”
จางฮีวอนเดินลงมาจากเวทีเล็กน้อย ผมเดินไปตามราง
รถไฟและมองไปยังอุโมงค์ที่ทอดยาวไปยังสถานียัคซู
มันมืดสนิทและข้างในก็มองไม่เห็น แต่กลิ่นของมันก็แย่
มาก มันเป็นกลิ่นเลือด
“ไม่ใช่ว่านายก าลังจะเข้าไปข้างในนั้นนะ?” จางฮีวอน
ถาม “ทุกคนที่ไปทางนั้นตายกันหมด ไม่ว่าพวกอันธพาล
หรือใคร ทุกคนที่เข้าไปข้างในจะตายอย่างไม่มีเงื่อนไข”
ค าพูดของเธอผิด ไม่ใช่ทุกคนที่ตาย อย่างน้อยก็มีหนึ่งคน
ที่ได้ผ่านอุโมงค์นี้ไปยังสถานีต่อไป พวกเราปีนขึ้นไปบน
เวทีอีกครั้ง พวกเราเดินออกไปสักพักแล้ว แต่แถวของคน
ที่ก าลังจะแลกเปลี่ยนอาหารก็ยังยาวอยู่ บางคนที่ดื้อด้าน
ต่อกลุ่มหลักถูกทุบทีและคนอื่นๆ ก็ต้องจ่ายค่าอาหารใน
ราคาที่ผิดปกติ
หลังจากนั้นไม่นาน จางฮีวอนก็เห็นหญิงสาวสองสามคน
จากกลุ่มชายขอบที่แอบเข้าไปด้านหลังผ้าใบ และเธอก็
เริ่มฉุนขึ้นมา “อ่า น่าร าคาญจริงๆ นายเห็นไหม?”
“ฉันเห็นมัน”
ชอนอินโฮพูดไว้ว่า ‘ทุกๆ สิ่ง’ สามารถแลกกับอาหารได้
แต่หญิงสาวเหล่านั้นไม่ได้มีอะไรติดมาด้วย จางฮีวอนผุด
ลุกขึ้น “ฉันทนไม่ไหวแล้ว”
“เธอจะท าอะไร?”
“หยุดมัน ฉันจะบอกพวกเธอไม่ให้ท ามัน ไม่ว่าจะอยู่ใน
สถานการณ์ไหนก็ตาม!”
“งั้นผู้หญิงพวกนั้นก็จะอดอาหาร”
“นายจะดูอยู่เฉยๆ แบบนี้เนี่ยนะ?”
“ใช่ ฉันคิดว่าตอนนี้เธอควรดูอยู่เฉยๆ”
“นายหมายความว่ายังไง?”
ผมได้รับสายตาที่ดูถูกเหยียดหยามของจางฮีวอนก่อนที่จะ
กล่าวออกมา “จางฮีวอน การหยุดผู้หญิงพวกนั้นไม่ได้
แก้ปัญหาอะไรในตอนนี้ แม้ว่าตอนนี้เธอจะหยุดคนพวก
นั้นได้ แต่เรื่องที่คล้ายกันนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกตอนกลางคืน”
“…ฉันจะหยุดพวกเธออีกครั้ง ฉันจะหยุดมันเรื่อยๆ”
“แล้วอาหารของพวกเธอล่ะ? ในหมู่คนที่เพิ่งไป มันมีแม่
กับลูกอยู่ด้วย ถ้าเด็กพวกนั้นหิวจนตาย เธอจะรับผิดชอบ
ความตายของพวกเขายังไง?”
ดวงตาของจางฮีวอนสั่น เธอก้มหัวลงราวกับว่าจะซ่อนสี
หน้าของเธอไว้ “งั้นฉันจะท ายังไงดี? ทางเลือก…”
ผมมองไปยังจางฮีวอน ด้วยสิ่งนี้ จางฮีวอนจะไม่ท าอะไร
ที่ไม่คาดคิด เธอเป็น ‘ตัวตนที่ก าลังหมอบคลานอยู่’ และ
ยังมี ‘สังหารปีศาจ’ มันขึ้นอยู่กับการกระท าของเธอ จางฮี
วอนอาจจะพัฒนากลายเป็นฆาตกรที่ฆ่าไม่เลือกได้
“จางฮีวอน กุญแจส าคัญของปัญหานี้คืออาหารใช่ไหม?”
“…ใช่”
“งั้นพวกเราก็ต้องก าจัดต้นตอของปัญหา”
“ฮะ…?”
ผมดูนาฬิกาแทนค าตอบ มันถึงเวลาแล้ว
ครืน!
ใช่แล้ว มันปรากฏตัวออกมาแล้ว อากาศแยกตัวออกจาก
กันและร่างอันคุ้นเคยก็ปรากฏตัวขึ้น เสียงกรีดร้องดัง
ระงมออกมา ฝันร้ายแห่งมนุษยชาติที่เปิดศักราชแห่ง
โศกนาฏกรรมครั้งนี้
[พ-พวกเจ้าทุกคนก าลังท าอะไรอยู่ฮะ? ไม่ใช่ว่าพวกเจ้า
ว่างกันมาสักพักแล้วเหรอ?]
โดเกบิ
“อ-อ๊ากกกก!”
ผู้คนตื่นตระหนกกับการปรากฏตัวของโดเกบิ มันไม่เคย
มีเรื่องดีเมื่อมันปรากฏตัวขึ้น แม้แต่จางฮีวอนที่เต็มไปด้วย
พลังงานก็ยังสั่นไหวไปสักพัก อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่
บีฮยอง เดิมที่ บีฮยองคือโดเกบิที่รับผิดชอบในช่อง
ใกล้เคียงทั้งหมด แต่คราวนี้มันแตกต่างออกไป ไม่
เหมือนกับขนสีขาวบริสุทธิ์ของบีฮยอง โดเกบิตัวนี้มีขนสี
ด า
[ส-สหายของข้าที่แต่เดิมรับผิดชอบในช่องนี้ก าลังอยู่ใน
ระหว่างการด าเนินการทางวินัย… ด-ดังนั้น ข้าจึงมา
รับผิดชอบในสถานการณ์นี้]
น ้าเสียงเชื่องๆ ของโดเกบิฟังดูน่าจดจ ามาก
[ง-งั้นทุกคน ม-ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าดูสงบไปหน่อยเหรอ? บ-
บีฮยองคนนั้น เขาแสร้งท าเป็นอวดดีเพื่อที่จะก าหนด
ระดับความยากของสถานการณ์นี้…]
“ก-แกก าลังพูดอะไรฮะ? บอกสิ่งที่แกต้องการมา!”
[ฮิฮิ อย่าโมโหไป ทุกคน อ-เอาล่ะ ข้ามาเพื่อพวกเจ้าทุก
คน…]
“เพื่อพวกเรา?”
“ง-งั้นเอาอาหารมาให้พวกเรา!”
[อ-อาหาร? อะฮ้า… ถ้าเจ้าต้องการอาหาร…]
หลังจากค าพูดของมันจบลง โดเกบิก็ขยับมือ
[เพิ่มบทลงโทษแล้ว]
[จากนี้เป็นต้นไป การสะสมอาหารจะถูกจ ากัด]
[อาหารที่เก็บไว้ทั้งหมดที่มีอยู่ได้หายไป]
“อ-เอ่อ! อะไรกัน?”
คนที่มีอาหารส ารองกรีดร้องออกมา ไม่ว่ามันจะมาจาก
กลุ่มหลักหรือกลุ่มชายขอบ ทุกสิ่งที่เรียกว่า ‘อาหาร’ ได้
ลอยขึ้นไปในอากาศ
[ฮีฮีฮี ทุกคน พวกเจ้าไม่สามารถเก็บมันไว้ได้ พ-พวกเจ้า
จะต้องคิดถึงวิธีการผ่านสถานการณ์]
แกร๊ก
อาหารกระป๋อง บิสกิต แท่งพลังงาน ฯลฯ อาหารส ารองที่
ถูกรวบรวมไว้โดยผู้คนได้ถูกท าลายไปในคราวเดียวจาก
โดเกบิ สีหน้าของผู้คนเริ่มน่ากลัวขึ้นเมื่อพวกเขาเห็น
อาหารหายไป
[พ-พวกเจ้าอยากกินงั้นเหรอ? ไม่ว่ากรณีไหน โลกมันก็
คือขยะ…]
น ้าเสียงของมันเปลี่ยนไปในทันใด ผมดูเหมือนจะจ าชื่อ
ของมันได้ ตามเนื้อเรื่องเดิม มันมีโดเกบิตัวหนึ่งที่เป็น
แบบนี้ น ้าเสียงของมันเชื่องๆ แต่มันกลับโหดร้ายยิ่งกว่า
โดเกบิตัวไหนๆ ในระยะไกล ชอนอินโฮก าลังมองมาที่
ผมด้วยดวงตาอันสับสน
[ทุกคน มาสนุกกันต่อเถอะ ฮีฮี…]
ตามมาด้วยข้อความของระบบ
[เพิ่มบทลงโทษแล้ว]
[มาตรการ ‘ราคาแห่งการอยู่รอด’ ถูกเพิ่มเข้ามา]
[จากนี้เป็นต้นไป เหรียญ 100 เหรียญจะถูกหักออกทุกๆ
คืนเป็น ‘ราคาแห่งการอยู่รอด’ ถ้าคุณไม่สามารถจ่าย
‘ราคาแห่งการอยู่รอดได้’ คุณจะตาย]
[มาตรการ ‘ราคาแห่งการอยู่รอด’ จะถูกคงไว้จนกว่า
สถานการณ์ที่สองจะถูกเคลียร์]
ผมหัวเราะเมื่อผมอ่านข้อความที่โผล่ขึ้นมา ใช่แล้ว ในตอนนี้มันค่อยเหมือนกับหนทางเอาชีวิตรอดหน่อย