มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 176 – อ่านอีกครั้ง (8)
เรื่องราวของชองจุงยองเต็มไปทั่วร่างกายของผม ในขณะที่
เรื่องราวของชองจุงยองที่กระจัดกระจายไปทั่วการถ่ายทอดสด
ดวงดาวก็เริ่มถูกรวบรวม มันเป็นเรื่องราวที่ดีที่ปรับปรุงสถานะ
ของการด ารงอยู่ขึ้นได้เพียงแค่อ่าน
[เรื่องราว ‘โลหิตมังกร’ กลายเป็นที่รู้จัก]
[เรื่องราว ‘ทลายกองทัพด้วยหนึ่งดาบ’ กลายเป็นที่รู้จัก]
[เรื่องราว ‘ผู้เข่นฆ่าแห่งสมรภูมิ’ กลายเป็นที่รู้จัก]
…
「เขาเป็นคนที่แข็งแกร่งมาตั้งแต่เกิด เขาเกิดมาพร้อม
สายเลือดของมังกร」
「 “ชองจุงยอง! ชองจุงยองปรากฏตัวแล้ว!”」
「”เขาฆ่าศัตรู 36 คนเพียงล าพัง”」
นับตั้งแต่เวลาที่ชองจุงยองถือก าเนิดขึ้นมาจนถึงตอนนี้ เขาไม่รู้
เกี่ยวกับ ‘สถานการณ์’ แต่เขาก็ได้ยินเรื่องราวที่เป็นส่วนหนึ่ง
ของ ‘สถานการณ์’
[เรื่องราว ‘ผู้ถูกเนรเทศจากสถานการณ์’ กลายเป็นที่รู้จัก]
「”เขาแข็งแกร่งเกินไป เนรเทศเขาไปจากสถานการณ์นี้ ใช้
ทุกวิถีทางที่เป็นไปได้เพื่อส่งเขาไปยังต่างโลก”」
ผมเฝ้ามองผ่านประวัติศาสตร์ที่ก าลังผ่านไป และรู้สึกโกรธ
เศร้า มีความสุข และความยุ่งยากเหมือนกับชองจุงยอง
หลังจากความรู้สึกพักหนึ่ง ใบหน้ากับร่างกายแข็งๆ ของชอง
จุงยองก็มองเห็นได้ ผมไม่เคยเห็นชองจุงยองมาก่อน แต่ดู
เหมือนว่าผมจะรู้จักเขาดีกว่าคนอื่น
เรื่องราวนี้คือชองจุงยอง
“ท าไมนายถึงไปช่วยฉัน?”
[ใครจะรู้? ท าไม?]
ห้ากลุ่มดาวบนคันพยอนกุยถูกใช้ไปเพื่อแลกกับการเรียกชอง
จุงยอง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เขาท าเพื่อผมตอนนี้ก็มีมากกว่านั้น ไม่มีกลุ่ม
ดาวใดที่จะเปิดเผยฐานของเรื่องราวของเขาต่ออวตาร
นอกจากนี้ ชองจุงยองไม่ใช่ผู้สนับสนุนของผม
[ข้าเป็นเหมือนเจ้า]
หนึ่งในเรื่องราวของชองจุงยองไหลเข้ามาในหัวของผม
[เรื่องราว ‘ผู้ต่อสู้กับโชคชะตา’ กลายเป็นที่รู้จัก]
「”โชคชะตาก าหนดมาแล้ว บุคคลนี้จะต้องตาย”」
ค าพูดของกลุ่มดาวตอกเข้าใส่ผม ผมรู้ว่าชองจุงยองเคยท าผิด
ผมไม่รู้ว่าเขาก็ได้รับผลกระทบจากโชคชะตาเช่นเดียวกันกับผม
นานมาแล้ว ชองจุงยองได้ประสบกับสิ่งเดียวกันนี้เนื่องจาก
กลุ่มดาว
ผมเห็นหน้าต่างการแจ้งเตือนโผล่ขึ้นมา
[เรื่องราว ‘ผู้ต่อสู้กับโชคชะตา’ เริ่มต้นขึ้น!]
เรื่องราวของชองจุงยองเป็นเรื่องราวของผม ชองจุงยอง
หัวเราะ
[มันไม่ได้มีขนาดเดียวกับโชคชะตาของเจ้า มีแค่เนบิวลาเดียว
เท่านั้นที่ท าแบบนี้กับข้า]
ชองจุงยองพูดในขณะที่เขามองโลกผ่านสายตาของผม
[ในเวลานั้น ข้ารอดตายมาได้ด้วยความช่วยเหลือของฮงอิก
อย่างไรก็ตาม ข้าก็ยังคิดถึงมันบ่อยๆ ข้าไม่ควรรับความ
ช่วยเหลือจากเนบิวลาไหนเลย]
จิตวิญญาณของชองจุงยองโผล่ออกมาจากหน้าอกของผม
[นั่นเป็นเหตุผลที่ข้าต้องการช่วยเจ้า]
เขายกดาบในมือของผมขึ้นและออกท่วงท่า เทพเจ้าภายนอกที่
เกือบจะกลืนกินมารดาผู้สร้างไปแล้วค ารามออกมา
ชองจุงยองดึงออร่าทั้งหมดของเขาออกมาด้วย ศรัทธาที่ไม่แตก
สลายในมือของผมก าลังร่ าร้องอย่างรุนแรง
[ดาบที่ดี]
ดาบสั่นสะเทือนราวกับตอบค าพูด พลังเวทมนตร์ของผมลดลง
เหมือนมีหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง ในขณะที่อนุภาคธาตุบริสุทธิ์มา
รวมตัวกันที่ดาบของผม
ดาบธาตุที่ยาวกว่า 10 เมตรก่อตัวขึ้นมา ผมส่ายไปมาจากพลัง
อันน่าสะพรึงกลัวและพยายามไม่เสียสมาธิ
[ข้าจะยืมมันสักพัก]
ร่างกายของผมถูกชองจุงยองครอบครองโดยสมบูรณ์ และผมก็
เริ่มกวัดแกว่งศรัทธาไม่แตกสลายในมือของผม
มันเกินพิกัดที่ผมจะรับมือไหว แม้ว่าค่าสถานะโดยรวมของผม
จะสูงกว่าระดับ 100 กระดูกในร่างกายของผมแตกเป็นเสี่ยงๆ
และมีเสียงระเบิดดังออกมา
ผมมั่นใจว่าผมสามารถตัดทุกๆ สิ่งได้ด้วยพลังนี้
อย่างไรก็ตาม ผมก็ถูกห้อมล้อมด้วยความสิ้นหวังในทันทีที่ผม
ทะยานเข้าหาความว่างเปล่าและยืนยันศัตรู มันเป็นความรู้สึก
ที่ผมมีในขณะที่เป็น ‘มนุษย์’ โลก
ผมจะฆ่าสิ่งที่ยิ่งใหญ่แบบนี้ได้ไหม?
เทพเจ้าภายนอกเหนือโถงเอกอยู่เกินกว่าจินตนาการเพียงแค่
จากขนาดของมัน เส้นผ่าศูนย์กลางของร่างกายเพียงอย่าง
เดียวอย่างน้อยก็หนึ่งกิโลเมตรแล้ว ขาทั้ง 12 ข้างที่แนบติดกับ
ล าตัวก็มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหลายสิบเมตร
ถึงกระนั้น มันก็ยังไม่ถึงหนึ่งในห้าที่ผ่านออกมา หากมันปรากฏ
ตัวออกมาทั้งหมด ใครจะไปฆ่ามันได้
ชองจุงยองอ่านความสิ้นหวังของผมและหัวเราะ
[ข้าคือชองจุงยอง]
มันรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบก าลังฟังเขาอยู่ หรือมันอาจจะเป็น
การประกาศต่อการถ่ายทอดสดดวงดาวทั้งหมด
[แม่ทัพที่แข็งแกร่งที่สุดบนคาบสมุทรเกาหลี]
จากนั้นดาบก็ขยับ ช่วงเวลาที่ผมไม่รู้ว่าผมก าลังท าอะไรอยู่
แม้ว่าจะเป็นคนออกการเคลื่อนไหว มันคือวิถีดาบแห่งชองจุง
ยอง
วิถีสองดาบ สองดาบสับขุนเขา
ดาบของชองจุงยองเคลื่อนไหว มันไม่ใช่ดาบส าหรับตัดมนุษย์
มันไม่ใช่ดาบส าหรับการตัดมอนสเตอร์ มันคือดาบที่จะตัด
ธรรมชาติ
ดาบที่มีความยาวมากกว่า 10 เมตรขยับสองครั้งติดต่อกัน นี่
คือเสียงแตกร้าวขนาดยักษ์
มันดูเหมือนความมืดที่ก าลังไหลมากกว่าเลือด และเมื่อมอง
ใกล้ๆ ความมืดก็ดูเหมือนตัวอักษรที่ถูกพิมพ์ออกมา
ผมจ าได้ว่ามันเป็นเรื่องราวของเทพเจ้าภายนอก ในทางใดทาง
หนึ่ง เทพเจ้าภายนอกเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทเดียวกับกลุ่มดาว
พร้อมกับเสียงกรีดร้อง หนวดของเทพเจ้าแยกออกจากล าตัว
แล้วตกลงสู่พื้น มันเป็นเหมือนอาคารขนาดใหญ่ที่ตกลงมา
อวตารที่ก าลังประหลาดใจอพยพหนีไปทุกทิศทางในขณะที่ผม
ประหลาดใจในอีกแง่หนึ่ง
มนุษย์สามารถตัดสิ่งนี้ได้ ผมรู้สึกหวาดหวั่นกับผู้ที่ถือก าเนิด
ขึ้นมาเป็นมนุษย์ แต่เหนือล้ ากว่ามนุษย์ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม ความเจ็บปวดสาหัสก็เกิดขึ้นตามมาหลังจาก
ความประหลาดใจ
“อ-อั๊ค… อ๊ากกกก”
ผมเริ่มส่งเสียงครวญครางจากความเจ็บปวดแสนสาหัส พายุ
อันรุนแรงก าลังทุบตีร่างกายของผม ผมตัวสั่นเหมือนคนที่โดน
กระแสไฟฟ้านับแสนโวลต์ช๊อต
กระดูกในมือที่เหวี่ยงดาบออกไปถูกท าลาย และจิตใจของผมก็
แห้งเหี่ยวเหมือนกับแมลงที่ถูกบดขยี้ พลังที่ยิ่งใหญ่มาพร้อม
กับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง และในโลกนี้ นามของความ
รับผิดชอบนี้ก็คือ ‘ความเป็นไปได้’ ถึงกระนั้น ผมก็ยังไม่พร้อม
ที่จะรับผิดชอบ
[กลุ่มดาว ‘ดาบเล่มแรกแห่งโครยอ’ ก าลังมองดูคุณอยู่]
ชองจุงยองก าลังแบ่งปันความเป็นไปได้ แต่ผมก็ยังอ่อนแอเกิน
กว่าที่จะรับพลังของเขา ชองจุงยองถอนหายใจ
[อ่อนแอกว่าที่ข้าคิด! ข้าคิดว่าเจ้าจะสามารถจ่ายได้มากกว่านี้
เพราะเจ้าคือกลุ่มดาว…]
ผมอยากจะบอกว่าเขามีพลังที่รุนแรงเกินไป แต่ค าพูดของผมก็
ไม่เปล่งออกมา
“แค่ก! แฮ่ก! แฮ่ก! แฮ่ก!”
แทนที่จะอ้วกออกมาเป็นอาหาร ผมกลับอ้วกออกมาเป็น
สายฟ้าแทน ผมนั่งลงบนพื้นและหายใจเข้าออกอยู่หลายนาที
ก่อนที่จะรอดพ้นจากพายุความเป็นไปได้มาแบบฉิวเฉียด
ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นภาพที่ถูกสร้างขึ้นโดยชองจุงยอง
ดาบที่ตัดขุนเขา
ชองจุงยองเปลี่ยนหนวดสองในสิบสองเส้นเป็นเศษผ้าจากการ
โจมตีครั้งเดียว กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาตัดขุนเขาไปสองลูก
อย่างไรก็ตาม มันก็มีภูเขา 10 ลูกและล าตัวที่เหลืออยู่ เสียง
ของชองจุงยองมืดลง
[…มันไม่เพียงพอ อาจเป็นไปได้ถ้าข้าสามารถใช้ได้อีกสามดาบ
ล่ะก็]
“มันมีอีกสามดาบเหรอ?”
[ข้ายังไม่ได้ใช้ แต่ในสถานการณ์ของเจ้า ข้าสงสัยว่าข้าจะ
สามารถใช้สามดาบได้ไหมด้วยซ้ า]
ผมกัดฟัน ความเร็วในการอัญเชิญของเทพเจ้าภายนอกก็ก าลัง
เร่งความเร็วขึ้น แม้ว่าระดับความเป็นไปได้จะถูกใช้ไปเยอะ
แล้ว แต่การอัญเชิญก็ยังด าเนินต่อไป และมันก็ดูเหมือนจะ
โกรธจากการโจมตี
“มันมีวิธีเจรจาไหม?”
[เจรจา? เจ้าจะเจรจากับมันยังไง?]
“มันเองก็เป็นเทพเจ้า…”
ชองจุงยองสังเกตเห็นความตั้งใจของผมและขัดจังหวะผม
[ถ้าเจ้าจะพยายามช่วยแม่ของเจ้า ยอมแพ้ซะเถอะ มันเป็น
สถานการณ์ที่เงาของมารดาผู้สร้างก าลังถูกกิน วิญญาณของ
แม่เจ้าคงจะกระจัดกระจายไปแล้ว]
“มันยังไม่เกิดขึ้น เทพเจ้าภายนอกจะไม่กินเหยื่อของมันแบบ
นั้น”
[ดูเหมือนเจ้าจะรู้ถึงตัวตนของเทพเจ้าภายนอก]
ชองจุงยองไม่รู้ จริงๆ แล้วผมรู้จักเทพเจ้าภายนอก ผมมองไป
ยังลักษณะของมันอีกครั้ง
ร่างยักษ์และหนวดทั้งสองนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา ท า
ให้มันมองไม่เห็น
ร่างกายที่ถูกเตือนให้ร าลึกถึงล าคลองยักษ์ท าให้เกิดความกลัว
เกี่ยวกับจักรวาลเมื่อได้เห็นมัน ไม่ต้องสงสัยเลย ยูจงฮยอคใน
การเสื่อมถอยรอบที่ 136 ได้ต่อสู้กับมัน
ในความเป็นจริง ในขณะที่ผมก าลังนั่งลงและพยายามสูดลม
หายใจ ยูจงฮยอคก็ก าลังต่อสู้กับหนวดอีกเส้นหนึ่ง
ด้วยการใช้พลังของผู้บรรลุไปพร้อมกับการกลายร่างยักษา ยู
จงฮยอคดูราวกับครึ่งเทพที่จุติลงมา พลังแห่งดาบทลายนภา
พุ่งเข้าใส่หนวด และมันก็สั่นด้วยความเจ็บปวด
ยูจงฮยอคใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองสร้างความเสียหาย
ให้กับเทพเจ้าภายนอก
ระดับนี้ยังไม่อาจเทียบเคียงได้กับชองจุงยอง แต่ชองจุงยองก็
พูดด้วยน้ าเสียงชื่นชม
[สิ่งนี้ท าให้ข้านึกถึงตัวเองในช่วงเวลาที่ดีที่สุด ด้วย
ความสามารถแบบนี้ เขาอาจจะตามข้าทันได้ในเวลาไม่นาน…]
ยูจงฮยอคหลบหลีกหนวดที่ก าลังเคลื่อนไหวและตัดหนวด
ออกไปหนึ่งในสาม อย่างไรก็ตาม มันก็มีข้อจ ากัดในการโจมตีที่
เขาสามารถท าได้ ยูจงฮยอคก้าวถอยหลังและอ้าปากหายใจ
“คิมทกจา มันคือ ‘ผู้กลืนกินความฝัน’ ฉันเจอมันในการเสื่อม
ถอยรอบที่สอง เมื่อถูกมันกลืนกิน นายจะต้องใช้ชีวิตอยู่ในมิติ
ของมันไปตลอดชีวิตและถูกสกัดเรื่องราวของนาย นายห้ามเข้า
ไปในปากของมันเด็ดขาด”
มันเป็นข้อมูลที่ผมรู้อยู่แล้ว แต่ผมก็พยักหน้า ในขณะที่ยูจงฮ
ยอคและผมก าลังฟักฟื้น การอัญเชิญของเทพเจ้าต่างโลกก็เร็ว
ขึ้น
ในตอนนี้ร่างกายแทบจะหนึ่งในสามของมันได้ถูกอัญเชิญออก
มาแล้ว
หนวดที่ถูกอัญเชิญออกมาเริ่มก่อความวุ่นวาย และทิวทัศน์
หลายร้อยเมตรรอบตัวพวกมันก็พังทลายลงโดยสมบูรณ์
อวตารบางคนก็กรีดร้องออกมาในขณะที่พวกเขาโดนหนวด
โจมตี
ผู้กลืนกินความฝันไม่ใช่ ‘มหาผู้ยิ่งใหญ่’ แต่มันก็ยังเป็นเทพเจ้า
ระดับจักรวาล เรื่องราวจากโลกไม่อาจจัดการกับมันได้เลยเว้ย
เสียแต่ว่าพวกเขาจะร่วมมือกัน ชองจุงยองพูดด้วยเสียงอัน
มืดมน
[…ถ้ามันจุติออกมาเต็มตัว มันก็คงจะเป็นไปไม่ได้แม้จะใช้พลัง
ของข้า พวกเราต้องโจมตีเดี๋ยวนี้]
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ก็ไม่ได้เข้าข้างพวกเขาเลย ประกาย
แสงพุ่งออกมาในทันทีที่ชองจุงยองดึงเรื่องราวของเขาออกมา
อีกครั้ง และบดขยี้หัวใจของผม
[ความเป็นไปได้บัดซบนี่ไม่ช่วยอะไรเลย]
นี่เป็นความเป็นไปได้ทั้งหมดที่ผมสามารถใช้ได้ แม้ว่าเทพเจ้า
ภายนอกจะถูกอัญเชิญออกมา
ความหมายของสิ่งนี้ง่ายมาก มันมีคนก าหนดความเป็นไปได้ที่
พวกเขาสามารถใช้ได้ มันคงโง่ที่จะถามว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่อง
นี้
ผมกัดริมฝีปากและมีเลือดไหลออกมา “พวกเรายังคงต้องท า
มัน ใช้วิถีสามดาบเถอะ!”
[ตัวตนของเจ้าอาจหายไปถ้าข้าใช้มัน]
“นี่เป็นโอกาสเดียวเท่านั้น ยูจงฮยอค ร่วมมือกับฉัน”
ยูจงฮยอคพยักหน้า
ผมเริ่มวิ่งออกไปอีกครั้งพร้อมกับศรัทธาไม่แตกสลายในมือ
ประกายแสงแห่งความเป็นไปได้สาดกระเซ็นออกมาจากทุกๆ
ก้าวที่ผมเหยียบย่าง
มันจะเป็นไปได้ไหม? ผมไม่รู้ คราวนี้ผมอาจจะถูกท าลายโดย
พายุความเป็นไปได้จริงๆ ถึงกระนั้น ผมก็ยังต้องท ามัน ผมท า
แบบนี้มาตลอด และมันก็จะเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง
“อ๊ากกก…”
ก่อนที่ผมจะทันวิ่งได้ถึง 10 ก้าว ความเป็นไปได้ก็คว้าข้อเท้า
ของผมไว้อีกครั้ง คราวนี้ แรงจับมันแน่นยิ่งขึ้น
อย่างที่คาดไว้ มันเป็นไปไม่ได้ส าหรับผมคนเดียว ผมต้องได้รับ
ความช่วยเหลือจากคนอื่น แต่ใครล่ะที่จะช่วยผม?
มันแตกต่างจากเวลาที่มีบัลลังก์หนึ่งเดียว กลุ่มดาวที่พยายาม
จะช่วยผมในตอนนี้จะกลายเป็นศัตรูของเนบิวลาขนาดใหญ่
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ก าลังมองดูคุณอยู่]
ปริมาณประกายแสงรอบตัวผมลดลงเรื่อยๆ
ดยุคแห่งความภักดีและสงคราม ยี่ซุนชิน
เขาเป็นผู้น ากลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่แห่งคาบสมุทรเกาหลี และ
สนับสนุนความเป็นไปได้ให้กับผม
ชองจุงยองรู้สึกประทับใจเล็กน้อย
[ดยุคแห่งความภักดีและสงคราม มันมีเรื่องราวที่เจ้ามีแนวโน้ม
ที่จะกลายเป็นระดับเรื่องเล่ามากกว่าข้า]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ พยักหน้าเบาๆ]
[อืม ได้ เรื่องราวถูกเพิ่มเข้ามา… มีอีกไหม? ไม่มีกลุ่มดาวไหน
กล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับเทพเจ้าตนนี้อีกแล้วเหรอ?]
ท้องฟ้าเงียบงัน
นอกเหนือจากดยุคแห่งความภักดีและสงคราม มันก็ไม่มีใคร
มอบความเป็นไปได้ให้ผมอีก จากนั้นก็มีเสียงค ารามของความ
โกรธจากชองจุงยองดังออกมา
[ไอ้หัวล้าน! มาช่วยเร็ว! ไม่ใช่ว่าเจ้าคือคนที่ต่อสู้เพื่อความ
ยุติธรรมงั้นเหรอ?]
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ค้อมหัวของเขา]
[ไอ้ระย าตาเดียว เจ้าก าลังท าอะไรอยู่?]
[กลุ่มดาว ‘เมตไตรยตาเดียว’ จับผ้าปิดตาของเขาไว้แน่น]
ชองจุงยองตะโกนใส่โลกโดยไม่ต้องห่วงความเป็นไปได้ของเขา
ว่าจะเสียเปล่าและสถานะของเขาจะได้รับความเสียหาย
[พวกเจ้าทุกคนก าลังซ่อนตัวอยู่แม้ในสถานการณ์เช่นนี้เหรอ?
ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าคือกลุ่มดาวงั้นเหรอ? แม่ทัพ? เมตไตรย?
ราชา? พวกเจ้าไม่สมควรถูกเรียกด้วยสิ่งนั้นเลย!]
[กลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลีเงียบกับค าพูดของดาบเล่มแรก
แห่งโครยอ]
แต่ก็ยังไม่มีกลุ่มดาวใดที่เคลื่อนไหว ในเวลานี้ มันมีร่างๆ หนึ่ง
ก าลังส่ายไปมาอยู่ไกลๆ
ผู้หญิงคนนี้หายใจขาดช่วงในขณะที่เธอเอื้อมมือออกมาทางนี้
มันคือมินจีวอน โชคดีที่เธอยังมีชีวิตอยู่
[กลุ่มดาว ‘นายหญิงนิทรา’ ก าลังมองดูคุณอยู่]
จากนั้นข้อความก็ดังออกมา
[กลุ่มดาวแห่งซิลลาก าลังแบกรับความน่าจะเป็นของคุณไว้
ด้วยกัน]
กลุ่มดาวแห่งซิลลาก าลังช่วยผมอยู่ มันเป็นระดับความ
ช่วยเหลือที่พอประมาณแต่พวกเขาก็ยังเป็นกลุ่มดาว
[เนบิวลา ‘พระเวท’ รู้สึกไม่พอใจต่อนายหญิงแห่งไหมนิทรา]
[กลุ่มดาว ‘นายหญิงแห่งไหมนิทรา’ เหนื่อยล้าจากการใช้
ความเป็นไปได้เกินขีดจ ากัดและตกลงสู่การหลับลึก]
กลุ่มดาวที่ก าลังหลับตาหมายความว่าพวกเขาได้รับความ
เสียหายที่ส่งผลต่อการด ารงอยู่ของพวกเขา
ถึงกระนั้น เจตจ านงของนายหญิงแห่งไหมนิทราก็ดูเหมือนจะ
ส่งผลกระทบต่อกลุ่มดาวอื่นๆ ในคาบสมุทรเกาหลี
สายตาคู่ต่างๆ เริ่มมองมาที่ผม
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ บอกว่าเขาไม่แคร์และ
มองมาที่คุณ]
มันเริ่มต้นด้วยแซมยองดัง
[กลุ่มดาว ‘เมตไตรยตาเดียว’ มองดูคุณด้วยดวงตาครึ่งหนึ่ง]
[กลุ่มดาว ‘ฮึงมิวมหาราช’ ก าลังสบถเมื่อเขามองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘พ่อมดคนแรกแห่งโชซอน’ ถอนหายใจและมองมา
ที่คุณ]
ประกายแสงที่ปกคลุมตัวผมลดน้อยลงในทันที่ ในที่สุดมันก็
กลายเป็นความเป็นไปได้
[เนบิวลา ‘โอลิมปัส’ ประกาศว่าเทพสงครามทะเลเป็นศัตรู]
[เนบิวลา ‘พาไพรัส’ โกรธกลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลี]
…
ขอบคุณนะ คาบสมุทรเกาหลีทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยเมฆ
สงคราม
ชองจุงยองหัวเราะ [นี่คือเหตุผลที่ข้าก่นด่าดินแดนนี้ แต่ข้าก็ไม่
สามารถจากไปได้ การต่อสู้เพื่อความตายกับคนไม่กี่คน…]
[เข้าสู่ขั้นต่ าของการเตรียมพร้อม]
ในที่สุด ชองจุงยองก็ได้เตรียมวิถีสามดาบของเขา
(จบตอน)