มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 187 – ราชาปีศาจที่ 73 (7)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 187 – ราชาปีศาจที่ 73 (7)
ผมถูกโจมตีด้วยเพลิง และความเจ็บปวดก็เริ่มแพร่ไปทั่วร่าง
ของผม
…เจ็บ มันเจ็บจริงๆ ผิวของผมแตกออกจากอุณหภูมิที่สูง และ
ดวงตาผมก็รู้สึกสุก
จางฮีวอนกลั้นน้าตาไว้และโจมตีผมต่อ เปลวเพลิงที่ท้าลายล้าง
ความชั่วเผาไหม้บาดแผลของผมและเนื้อหนังของผมทั้งหมด
ผมอาจจะเป็นลมไปจากความเจ็บปวดแล้วถ้าไม่ใช่เพราะ
ก้าแพงที่สี่ แม้กระนั้น ร่างกายของผมก็ไม่ล้มลง
จางฮีวอนที่ก้าลังตกใจถามออกมา “เกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย
ของนาย?”
“…ความเสียหายน่าจะไม่เพียงพอ”
ผมไม่คาดคิดไว้ว่าแม้แต่จางฮีวอนก็ยังไม่เพียงพอ
พูดตามตรง ผมก็พูดไม่ออก บางทีมันอาจเป็นเพราะผมถูก
ตัดสินว่าเป็น ‘ระดับเรื่องเล่า’
[เนบิวลา ‘พระเวท’ ชื่นชมยินดีในความเจ็บปวดของคุณ]
[เวลาที่เหลืออยู่คือ 10 นาที]
[กลุ่มดาวแห่งเนบิวลา ‘พาไพรัส’ ก้าลังท้าขนมปังอยู่]
นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น คลื่นกระแทกขนาดใหญ่แผ่
กระจายไปทั่วห้องโถง และร่างกายของผมเริ่มเติบโตขึ้นอีกครั้ง
[ระยะที่สามของ ‘ราชาปีศาจที่ 73’ ก้าลังเริ่มขึ้น]
[ร่างกายของคุณแข็งแกร่งขึ้น]
ในตอนนี้พวกเรามาถึงระยะที่สามแล้ว ผมตะโกนออกไปโดยไม่
รู้สึกตื่นตระหนก”ทุกๆ คน ตื่นตัวไว้! พวกนายจ้าได้ไหม?”
สมาชิกปาร์ตี้พยักหน้าและเปลี่ยนรูปแบบด้วยความช้านาญ
อย่างไรก็ตาม ผมก็เห็นได้ว่าอาณาเขตประตูกลไกเริ่มทรุดตัวลง
ไปเล็กน้อยเนื่องจากการระเบิดพลังเวทมนตร์ที่เพิ่มขึ้นของผม
ในที่สุดโชยูนกานก็กระอักเลือดออกมาและนั่งลง ช่วงเวลานี้
เร็วกว่าที่คาดไว้ พลังงานปีศาจเริ่มเต็มไปทั่วห้องโถง และ
สมาชิกปาร์ตี้ก็เริ่มอ่อนแอลงเมื่อพวกเขาได้รับดีบัฟ
ในตอนนี้ผมต้องยืมมือที่ผมไม่ต้องการจะยืม
[กลุ่มดาวไร้นามก้าลังมองไปยังอวตารของเขา]
ชินยูซองตัวสั่นหลังจากได้รับข้อความจากผมและส่ายหัว
อวตารของผม ชินยูซอง รับรู้ถึงปณิธานของผมมานานแล้ว
‘คุณลุง หนูท้าไม่ได้ ได้โปรด’
ผมจ้องไปยังชินยูซอง
นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มดาวและอวตาร แทนที่จะพูดกัน
เป็นร้อยค้า ผมสามารถถ่ายทอดอารมณ์ที่อธิบายไม่ได้และลึก
ล้าด้วยการจ้องมองเพียงอย่างเดียว ในที่สุดชินยูซองก็ระเบิด
น้าตาออกมาในขณะที่อารมณ์รุนแรงถ่ายทอดออกมา
‘เข้าใจแล้ว’
ความเจ็บปวดและความขมขื่นในหัวใจของเด็กน้อยก้องกังวาล
และในฐานะกลุ่มดาว ผมก็ได้ยินมันมากกว่าใคร
ชินยูซองจับมือของเด็กอีกคนและลุกขึ้น “กิลยัง ไปกันเถอะ
พวกเราต้องท้ามัน”
ดวงตาของชินยูซองเปล่งประกายสีเหลือง คุณลักษณะของจ้าว
แห่งสัตว์อสูรเริ่มปรากฏออกมา มันมีการสั่นสะเทือนอันรุนแรง
ในห้องโถง และผมก็ได้ยินเสียงฉีกกระชากในไม่ช้า จมูกของ
สัตว์อสูรตัวใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้น ณ ช่องว่าง
มังกรคิเมร่า มอนสเตอร์ขนาดยักษ์ที่ต่อมาจะกลายเป็น
เผ่าพันธุ์แห่งการท้าลายล้างได้กระพือปีกของมันในขณะที่ผม
ถูกอัญเชิญมาที่ห้องโถง อย่างไรก็ตาม มังกรคิเมร่าก็ลังเลที่จะ
โจมตีเมื่อมันเห็นผม
[เผ่าพันธุ์มอนสเตอร์ระดับสอง ‘มังกรคิเมร่า’ ปฏิเสธค้าสั่ง]
[เผ่าพันธุ์มอนสเตอร์ระดับสอง ‘มังกรคิเมร่า’ รู้สึกหวาดกลัว
ต่อราชาปีศาจที่ 73]
เลือดไหลออกมาจากจมูกของชินยูซอง เธอยังไม่สามารถ
ควบคุมมอนสเตอร์ระดับสองได้เพียงล้าพัง ผมมองไปยังลีกิล
ยังและกล่าวว่า “กิลยัง คิดว่านี่เป็นเกม”
ลีกิลยังมองมาที่ผม ผมจ้องไปยังดวงตาของเด็กน้อยและจ้า
ค้าพูดที่ผมเคยพูดเมื่อเราเดินผ่านความมืดมิดได้
มันเป็นการสนทนาที่เกิดขึ้นเมื่อเราเดินไปด้วยกันในความมืด
ของสถานีกึมโฮ ช่วงเวลาที่ผ่านไปเหมือนไม่มีอะไรกลายเป็น
ความทรงจ้าที่มีค่าซึ่งกลับคืนมา
“แม้ว่าฉันจะตายฉันก็จะกลับมา ฉันสัญญา”
เรื่องราวเหล่านี้กลายเป็นพลังที่จะฆ่าผม
“…ย๊ากกกก!” ลีกิลยังค้ารามออกมาและใช้สกิล
[เวลาที่เหลืออยู่คือ 9 นาที]
มังกรคิเมร่าถูกควบคุมโดยเด็กทั้งสองและเริ่มร้องออกมาด้วย
ความเจ็บปวด
มังกรคิเมร่าดูดอากาศรอบๆ ตัวมันเข้าไปหมด มังกรคิเมร่าดูด
ไปกระทั่งพลังเวทมนตร์ของผมและเริ่มอ้าปากอันใหญ่ยักษ์เข้า
ใส่ผม
มันเป็นพลังเวทมนตร์ธาตุมืด แสงทรงกลมขนาดใหญ่ถูกสร้าง
ขึ้นระหว่างเขี้ยวอันดุร้าย มันคืออาวุธที่มีแค่มังกร มอนสเตอร์
ระดับสูงสุด เท่านั้นที่สามารถใช้งานได้
ลมหายใจ ผมถูกโจมตีโดยลมหายใจ และร่างกายของผมก็ถูก
ฉีกออกอีกครั้ง มันเป็นความตกใจที่ท้าให้จิตใจแหลกสลายได้
แม้จะมีอาการตกใจนี้ แต่ร่างกายของผมก็ยังมีชีวิตอยู่ สมาชิก
ปาร์ตี้ตกใจกับสภาพอันน่าสมเพชของผม แต่พวกเขาก็ไม่ควร
หยุด
ผมพยายามพูดออกไป “ต… ต่อ”
ถ้าพวกเขาไม่ท้าตอนนี้ มันก็จะไม่มีโอกาสอีก
[กลุ่มดาวส่วนหนึ่งสังเกตเห็นการเสียสละของคุณ]
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มประหลาดใจกับความต้องการของคุณ]
มังกรคิเมร่าหมดแรงจากการใช้ลมหายใจ และร่างกายใหญ่
ยักษ์ของผมก็นอนลงบนพื้น โชคดีที่มังกรคิเมร่าได้ดูดพลังเวท
มนตร์คลั่งส่วนใหญ่ของผมไป แต่พลังโจมตีของปาร์ตี้ก็ลดลง
“บ้าเอ้ย พลังเวทมนตร์หมด”
[เวลาที่เหลืออยู่คือ 5 นาที]
การเตรียมการของผมส้าหรับรับมือกับราชาปีศาจที่ 73 จบลง
ตรงนี้ ดังนั้นจากนี้ไป… ผมควรจะฝากไม้ให้คนอื่นต่อ
“คิมทกจา” ยูจงฮยอคลุกขึ้นจากผนังหินและมองมาที่ผม
ผมเห็นลีซอลฮวาที่ก้าลังหมดแรงอยู่ข้างๆ เขา เธออาจจะใช้
พลังเวทมนตร์ทั้งหมดของเธอในการรักษาเขา ผมเห็น
ความรู้สึกหลายอย่างอยู่ในดวงตาของเขาในขณะที่เขาระบุได้
ว่าผมคือราชาปีศาจ
“อย่าแสดงออกแบบนี้ นายไม่อาจเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วได้
ไม่ใช่ว่านายก็รู้แล้วเหรอ?”
ยูจงฮยอคเช็ดเลือดที่ริมฝีปากและบ่น “มันควรจะเป็นฉันที่ตาย
อยู่ที่นี่”
โชคดีที่ยูจงฮยอคเป็นยูจงฮยอค เขายอมรับได้แล้วว่าเขาต้อง
ฆ่าผม
ยูจงฮยอคพุ่งเข้ามาหาผมด้วยดาบเขย่าสวรรค์ ทุกๆ การโจมตี
ท้าให้ผมรู้สึกว่าความแข็งแกร่งของผมลดลง เขาไม่ได้พูดอะไร
ออกมา แต่ความสิ้นหวังของเขาก็ถูกฉายออกมาทุกๆ ครั้งที่
ดาบฟันเข้าใส่ผม
[เวลาที่เหลืออยู่คือ 4 นาที]
ส้าหรับพวกเรา พวกเราไม่ยอมปล่อยเวลาให้กับความสิ้นหวัง
เลยแม้แต่น้อย
“จบมันซะ ยูจงฮยอค เอา ‘สิ่งนั้น’ ออกมา”
“ฉันไม่รู้ว่านายหมายถึงอะไร”
“อย่าเล่นน่า ฉันรู้ว่านายจงใจไม่ใช้มัน”
“…ถ้าฉันใช้มัน นายจะไม่สามารถคืนชีพได้”
“นั่นเป็นเหตุผลที่นายจะต้องใช้มัน มันคงเป็นเรื่องยากถ้าฉัน
กลับมาอีกในฐานะราชาปีศาจ”
“…”
“แล้วถ้าสถานการณ์จบลงด้วยการถูกท้าลายล่ะ? นายควรจะ
หยุดคิดถึงมัน”
ยูจงฮยอคจ้องมาที่ผมโดยไม่พูดอะไร
「นายมีไอเดียงั้นเหรอ?」
ผมหัวเราะให้กับค้าถามของเขา ยูจงฮยอคลังเลก่อนที่จะชัก
ดาบเล่มหนึ่งออกมา
ดาบเมฆสวรรค์ชุมนุม มันเป็นดาบที่ได้มาจากโอโรจิในดินแดน
แห่งสันติ
ยูจงฮยอคพูดด้วยน้าเสียงเศร้าๆ “ฉันหวังว่าฉันจะไม่ได้ใช้ดาบ
เล่มนี้อีก”
“ฉันก็ด้วย เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ รู้สึกสิ้นหวัง]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค้า’ ก้าลังถอนหายใจ]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ กลั้นลมหายใจของเธอไว้]
พลังที่ได้มาจากเรื่องราวจะล่มสลายในที่สุดเพราะเรื่องราว แอ
ตทริบิวต์แปดชีวิตมาจากพลังของโอโรจิ พลังนี้จะเสื่อมไปเมื่อ
เจอกับอาวุธที่ใช้สังหารโอโรจิ บางทีผมอาจจะสูญเสียชีวิตที่
เหลืออยู่ทั้งหมดของผมไปถ้าผมถูกดาบเล่มนี้ฟัน
ยูจงฮยอคพูดออกมา “…พูดตามตรง เรื่องนี้มันไม่มีอะไร
แน่นอน ระยะเวลาของการกลายร่างยักษาจบลงแล้ว และฉันก็
ไม่แน่ใจพลังโจมตีของฉันในตอนนี้”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น”
ผมมองไปยังชินยูซองที่ก้าลังส่ายหัวอย่างรุนแรงให้กับผม
[กลุ่มดาวไร้นามมอบ ‘อักขระ’ ให้กับอวตารของเขา]
มันมีแสงเจิดจ้าออกมา และอักขระของผมก็เบ่งบานขึ้นภายใน
ตัวของชินยูซอง
[อักขระ ‘เจตจ้านงแห่งการเสียสละ LV.1’ ถูกเปิดใช้งาน]
อักขระนี้ท้าให้เกิดประกายแสงเจิดจ้าออกมาจากร่างกายของ
ชินยูซอง
[เจ้าของอักขระได้เสี่ยงชีวิตของเขาเพื่อผู้อื่น]
[พลังโจมตีของปาร์ตี้จะเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากตามสัดส่วนของ
ความสิ้นหวังในชีวิตของพวกเขา]
สายตาที่เหนื่อยล้าของสมาชิกปาร์ตี้ของผมเริ่มมีพลังกลับมา
อีกครั้ง
เจตจ้านงแห่งการเสียสละ มันเป็นอักขระที่ไม่เหมาะกับผม
จริงๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน ในตอนนี้ความตายของผมได้รับ
การยืนยันแล้ว
“ขอบคุณส้าหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”
[เวลาที่เหลืออยู่คือ 3 นาที]
สมาชิกปาร์ตี้ลงมือ
ลีฮุนซึง จางฮีวอน ชินยูซอง ลีกิลยัง ยูซานอา กงพิลดู ลีจีฮ
เย…
พวกเราร่้าร้อง กรีดร้อง หรือไม่ก็เต็มไปด้วยความโกรธลึกๆ ทุก
คนก้าลังพุ่งเข้ามาหาผม วิสัยทัศน์ของผมค่อยๆ ลดลง และตัว
ละครทุกคนก็กลายเป็นภาพตรงหน้า ผมมองพวกเขาและ
หัวเราะ
「อวตารคิมทกจาจะถูกสังหารโดยคนที่เขารักมากที่สุด」
ผมลืมไปแล้ว ค้าท้านายทั้งหมดไม่สามารถตีความได้อย่าง
แท้จริง ในการถ่ายทอดสดดวงดาวนี้ ผู้คนก็คือเรื่องราว
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ก้าลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก้าลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค้า’ ก้าลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก้าลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ก้าลังมองมาที่คุณ]
เมื่อสายตาของดวงดาวจ้านวนนับไม่ถ้วนบนท้องฟ้าจ้องลงมา
ที่ผม เรื่องราวก็ไหลเข้ามาหาผม
“อ๊าาาาาา!”
ครอบครัว สหาย และคนรักล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องราว
[เวลาที่เหลืออยู่คือ 2 นาที]
นี่ไม่ใช่หนทางเอาชีวิตรอดที่ผมรู้จัก แต่—มันเป็นเรื่องราวที่
ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าหนทางเอาชีวิตรอด
[กลุ่มของดาวเคราะห์ขนาดเล็กก้าลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาวทั้งหมดในคาบสมุทรเกาหลีก้าลังมองมาที่คุณ]
มันเป็นเรื่องราวของผม ผมหัวเราะเมื่อดาบของยูจงฮยอคแทง
เข้ามาที่หัวใจของผม
[โชคชะตาของคุณประจักษ์ออกมาแล้ว]
ร่างกายของผมทรุดตัวลงอย่างช้าๆ และยูจงฮยอคก็จับผมไว้
“คิมทกจา”
“มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมจริงๆ จริงไหม?”
ยูจงฮยอคจ้องลงมาที่ผมอย่างเงียบๆ ผมไม่อาจหาค้าไหนมา
พูดออกไปได้และเฝ้ามองเฉยๆ ราวกับว่าผมตั้งใจจะท้าสิ่งนี้มา
ตลอด
[เอฟเฟกต์ของดาบเมฆสวรรค์ชุมนุมได้ท้าลายชีวิตที่เหลืออยู่
ทั้งหมด]
[คุณไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้อีกต่อไป]
ในที่สุดผมก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า กลุ่มเนบิวลาอยู่ที่ใจกลาง
ของท้องฟ้ายามราตรี พระเวท พาไพรัส โอลิมปัส…
ผมจะไม่มีวันลืมสิ่งที่พวกเขาท้า
จากนั้นท้องฟ้าก็กะพริบ
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค้า’ ไม่ปรารถนาความตายของ
คุณ]
ดวงดาวก้าลังส่องแสงเจิดจ้าราวกับก้าลังตอบสนองต่อความ
ประสงค์ของผม
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ไม่ปรารถนาความตาย
ของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ไม่ปรารถนาความตายของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ไม่ปรารถนาความ
ตายของคุณ]
ผมมองไปยังท้องฟ้าและหัวเราะ เนื่องจากคนพวกนี้ ผมจึง
เกลียดกลุ่มดาว แต่ก็ไม่อาจเกลียดเรื่องราวได้
“ไว้เจอกันใหม่นะ ยูจงฮยอค”
พลังของราชาปีศาจหายไป และในเวลาเดียวกัน พลังก็ถูกสูบ
ออกไปจากตัวผม
[สถานการณ์หลักสิ้นสุดลงแล้ว]
[โซลโดมได้รับการปลดปล่อยแล้ว]
หลุมด้าขนาดเล็กปรากฏขึ้นในอากาศข้างหลังผม ร่างกายของ
ผมค่อยๆ ถูกดูดเข้าไป ขาของผม ล้าตัวของผม แขนของผม…
พวกมันกลายเป็นผงและถูกดูดเข้าไปอย่างช้าๆ
“คิมทกจา! ไม่! คิมทกจา!”
ในช่วงเวลาสุดท้าย เขาก็กอดคอผมไว้แน่น อย่างไรก็ตาม มันก็
สายเกินไปแล้ว
วิสัยทัศน์ของผมเปลี่ยนเป็นสีด้า และผมก็ถูกดูดเข้าไปใน
ช่องว่างที่ว่างเปล่า ดวงตาของกลุ่มดาวที่เฝ้าดูผมอยู่เริ่ม
หายไปทีละคน ผมก้าลังออกจากพื้นที่ของช่อง
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ไม่ปรารถนาความ
ตายของคุณ]
ในท้องฟ้ายามค่้าคืน ณ ที่ห่างไกล ดาวดวงหนึ่งก้าลังเปล่ง
ประกายให้ผมอย่างหมดรูป
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ไม่ปรารถนาความ
ตายของคุณ]
ใช่ เธอสามารถหยุดได้แล้ว อูรีเอล
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ …]
ขอบคุณมาก
ดวงตาในท้องฟ้ายามราตรีหายไปทีละคน และในที่สุดเรื่องราว
ของอวตารคิมทกจาก็จบลง
[กลุ่มดาวฝ่ายดีได้ถอดถอนเครื่องหมายแห่ง ‘ความชั่วร้าย’
ออกไปจากคุณ]
[ร่างกายของคุณถูกท้าลายอย่างสมบูรณ์]
[คุณล้มเหลวในสถานการณ์]
[คุณถูกไล่ออกจากสถานการณ์]
[การถ่ายทอดสดดวงดาวจะประกาศค้าขยายของคุณ]
ในความมืดอันไกลแสนไกล การถ่ายทอดสดดวงดาวได้กระซิบ
กับผมอย่างเงียบๆ
[คำขยายของคุณคือ ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’]
(จบตอน)