มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 188 – ขอบฟ้าเรื่องราว (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 188 – ขอบฟ้าเรื่องราว (1)
ในวันนี้ ทุกคนในโซลโดมก็อึ้งไปกับแสงสว่างอันพร่างพราว
[มีคนเคลียร์สถานการณ์หลักที่สิบแล้ว]
[ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าผ่านสถานการณ์ที่สิบแล้ว]
ผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมของโซลโดมเพื่อหลีกเลี่ยงปีศาจและคนที่
รอดชีวิตมาได้จากชั้นที่หนึ่งและสองของปราสาททมิฬ
อวตารทุกคนที่รอดชีวิตมาได้จากสถานการณ์ได้รับข้อความ
เดียวกัน
[คุณได้บรรลุความส าเร็จ ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งโซลโดม’]
ผู้กอบกู้อิสรภาพ ผู้คนไม่เข้าใจมันในตอนแรก แต่ร่างกายของ
พวกเขาก็เชื่อมั่นก่อนจิตใจ แขนขาของพวกเขาขยับ ม่านตา
ของพวกเขาเบิกขยาย และริมฝีปากของพวกเขาก็สั่น
[คุณสามารถหนีจากโซลโดมได้]
ในที่สุดความปรารถนาอันยาวนานของพวกเขาก็กลายเป็น
ความจริง ผู้คนบนชั้นที่หนึ่งและชั้นที่สองของปราสาททมิฬถูก
เรียกออกไปยังตัวนคร
จากนั้นทุกคนก็เห็นภาพเดียวกัน
ปราสาททมิฬถล่มลงมาด้วยเสียงอันดัง ฝันร้ายที่น่าสยดสยอง
ที่จับกรุงโซลทั้งหมดไว้ทรุดตัวลงมาราวกับปราสาททราย ใน
ไม่ช้า ชิ้นส่วนที่พังทลายลงก็กลายเป็นผุยผง ผู้คนเต็มไปด้วย
อารมณ์ที่ไม่รู้จักเมื่อพวกเขามองไปยังภาพๆ นี้
“มันจบแล้ว” มีคนพูดออกมา
“ฉันออกไปข้างนอกได้แล้ว… ฉันสามารถใช้ชีวิตได้แล้ว…”
“นรกจบลงแล้ว!”
บางคนก็รู้สึกว่ามันเป็นจุดจบของโศกนาฏกรรม
รางวัลสาดเทลงมาจากอากาศ ผู้คนมีสีหน้าร่าเริง
โศกนาฏกรรมอื่นๆ อาจจะเริ่มต้นขึ้น แต่ตอนนี้พวกเขาก าลัง
เพลิดเพลินกับความรู้สึกอิสระอย่างกะทันหันนี้ อย่างไรก็ตามก็
ไม่ใช่ทุกคนที่แบ่งปันความรู้สึกนั้นไว้
“…เกิดอะไรขึ้นกับลุงทกจา?”
กลุ่มของคิมทกจาหนีออกมาจากปราสาททมิฬ จางฮีวอน ลีฮุ
นซึง ลีจีฮเย กงพิลดู ลีกิลยัง ชินยูซอง ฮันซูยอง… ทุกคนมา
รวมตัวกันอยู่ในที่ๆ เดียว พวกเขาคือคนที่รอดชีวิตมาได้
เพราะคิมทกจา หรือก็คือคนที่ติดหนี้คิมทกจา
“ทุกคน มีใครรู้บ้างไหม? ได้โปรดพูดอะไรออกมาหน่อย!
มาสเตอร์! ลุงคิมทกจาล่ะ?”
อย่างไรก็ตาม คนๆ เดียวที่ตอบได้ก็เงียบไป ยูจงฮยอคจ้องไป
ยังปราสาททมิฬที่พังทลายลงด้วยปากที่ปิดแน่น
ปราสาททมิฬทรุดตัวลงราวกับประวัติศาสตร์ที่ก าลังหายไป คิ
มทกจาอยู่ที่นั่น เขาตายที่นั่น
ยูจงฮยอคจ้องมองออกไปในขณะที่ก าลังยืนยันความจริงซ้ าไป
ซ้ ามา
คิมทกจาตายแล้ว เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไง? ยูจงฮยอคไม่
คุ้นเคยกับความไม่รู้
“ยูจงฮยอค! ได้โปรดพูดอะไรสักอย่างสิ! ได้โปรด!”
ยูจงฮยอคจ้องไปยังลีฮุนซึงที่ก าลังเขย่าตัวเขาด้วยความว่าง
เปล่า การเสื่อมถอยครั้งแรกและการเสื่อมถอยครั้งที่สอง… เขา
ไม่เคยเห็นลีฮุนซึงท าหน้าแบบนี้มาก่อน
ยูจงฮยอคแทบไม่เคยจดจ าการแสดงออกที่สมาชิกปาร์ตี้ของ
เขาท าเมื่อพวกเขาสูญเสียคนที่มีค่าไปจริงๆ มันเป็นเพราะเขา
มักจะเป็นคนที่แสดงออกเช่นนี้ เขาเป็นเพียงคนเดียวที่รอด
ชีวิตมาได้จนถึงจุดสิ้นสุดของโศกนาฏกรรมและความสิ้นหวัง
ยังไงก็เถอะ ชีวิตนี้ก็ต่างออกไป ยังมีคนอีกมากมายที่อยู่เคียง
ข้างเขา เขาก าลังทุกข์ทรมานจากความตายของใครบางคนไป
พร้อมกับคนพวกนี้
“ยูจงฮยอค!”
“มาสเตอร์!”
ทุกคนจ้องมองเขา พวกเขาต้องการให้เขาบอกว่ามันยังไม่สาย
เกินไป ถึงกระนั้น ยูจงฮยอคก็ไม่อาจตอบค าถามเหล่านั้นได้
“ฉันเองก็ไม่รู้”
เขาได้ท าลายความหวังสุดท้ายที่เหลืออยู่ของทุกคน น่าเศร้า นี่
คือบทบาทที่เหลืออยู่ของยูจงฮยอค
“ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคิมทกจา”
ที่จริงแล้วเขาสามารถบอกทุกคนได้มากกว่านี้ การเนรเทศจาก
สถานการณ์ เขาสามารถแบ่งปันข้อมูลที่เขารู้ได้ หรือบางทีเขา
อาจเป็นพยานต่อความหวังอันอ่อนแอที่เขามีได้
อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคก็ไม่ได้ท าเช่นนี้ เขารู้ว่าการพูดถึงมันก็
คงจะรังแต่เป็นการบอกคนอื่นว่า
‘คิมทกจาตายไปแล้ว พวกนายไม่สามารถท าอะไรเพื่อคิมทกจา
ได้อีก’
บางคนก็พูดอะไรออกมาอีก บางคนก็ยอมรับความเงียบของยูฮ
ยอค ในขณะที่คนอื่นๆ ปฏิเสธ อย่างไรก็ตาม ทุกๆ คนก็เข้า
ใจความเงียบ
“พี่ทกจาพูดไว้แล้ว! เขายังไม่ตาย! เขาจะกลับมาอีก! งั้น
ท าไม…!”
“ยูจงฮยอค! กรุณาช่วยบอกวิธีช่วยคิมทกจาด้วย!”
ยูจงฮยอคส่ายหัวให้กับเสียงตะโกนของลีกิลยังและลีฮุนซึง
หากมีวิธีในการช่วยชีวิตคิมทกจา เขาคงจะท ามันไปแล้ว ไม่มี
อะไรที่เขาสามารถท าได้แล้ว มันไม่ใช่แค่เขา แต่เป็นทุกคน
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ รู้สึกถึงความว่างเปล่าที่
ยอดเยี่ยม]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังนอนลง]
[กลุ่มดาว ‘เทพเจ้าแห่งไวน์และความปิติยินดี’ ก าลังมองไปยัง
ก้นเหว]
.
.
[กลุ่มดาวบนคาบสมุทรเกาหลีก าลังคร่ าครวญถึงการเสียชีวิต
ของกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่ง]
[กลุ่มดาวบนคาบสมุทรเกาหลีจดจ าชื่อของใครบางคนได้]
ยูจงฮยอคไม่เคยเห็นกลุ่มดาวจ านวนมากพูดถึงกลุ่มดาวกลุ่ม
เดียว กลุ่มดาวที่หยิ่งยโสก าลังแสดงออกถึงอารมณ์อื่นๆ
พวกเขาเริ่มตระหนักถึงความรู้สึกใหม่ๆ ท้องฟ้ายามค่ าคืนเปล่ง
ประกายด้วยสีสันที่มากกว่าการเสื่อมถอยครั้งก่อนๆ
ความเสียใจ ความสิ้นหวังที่ยิ่งใหญ่ ความเศร้าโศก… ท้องฟ้า
ยามค่ าคืนที่ประกอบไปด้วยกลุ่มดาวจ านวนมากก าลังส่องแสง
อย่างน่าเศร้า
บางทีคิมทกจาคงหวังเช่นนั้น หวังว่าจะแสดงเรื่องราวที่
แตกต่าง บางสิ่งที่จะสามารถสร้างความแตกต่างในการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว
‘มีไม่กี่วิธี’
เมื่อมองไปยังดวงดาวอันพร่างพราวบนท้องฟ้า ผู้เสื่อมถอยยู
จงฮยอคก็เกิดความคิดขึ้นมา
‘ถ้าฉันเสื่อมถอยตอนนี้…’
ความสามารถในการรีสตาร์ทชีวิตของเขาเหมือนกับปุ่มปล่อย
นิวเคลียร์ที่สามารถกดได้ตลอดเวลา ยูจงฮยอคสามารถย้อน
เวลากลับไปได้หลังจากที่ตายไปแล้ว และตัดสินใจได้ดีขึ้นกับ
ข้อมูลของอนาคตที่เขามี
หากเขากลับไปตอนนี้ คิมทกจาอาจกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม…
– ยูจงฮยอค ตื่น อย่าคิดว่าสิ่งต่างๆ จะดีขึ้นถ้านายท าซ้ าอีก
สองสามครั้ง
จะเกิดอะไรขึ้นถ้ายูจงฮยอคกลับไปและไม่มีคิมทกจา? หรือจะ
เกิดอะไรขึ้นถ้าคิมทกจาไม่ท าแบบนี้อีก?
ยูจงฮยอคหวาดกลัวขึ้นมาเป็นครั้งแรก
คิมทกจาในชีวิตนี้อาจจะปรากฏตัวขึ้นแค่ในชีวิตนี้เท่านั้น ชินยู
ซองแห่งการเสื่อมถอยรอบที่ 41 ไม่เคยพูดถึงคิมทกจาเลย
และเขาก็ไม่เคยพบกับคิมทกจาในชีวิตที่ผ่านๆ มา แม้ว่าเขาจะ
กลับไปยังอดีต คิมทกจาในชีวิตนี้ก็อาจจะไม่กลับมาอีก
– ดังนั้นใช้ชีวิตในรอบนี้ให้ดี
ในตอนนี้ทางเลือกที่เป็นไปได้เสมอกลับเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เขา
พบกับคิมทกจาในการเสื่อมถอยรอบที่สาม และพวกเขาก็
กลายเป็นสหายกัน จากนั้นเขาก็เสียคิมทกจาไป
– อย่าจินตนาการว่านายจะดีขึ้นถ้านายทิ้งรอบนี้ไป บางทีนี่
อาจเป็นรอบที่นายจะเห็นจุดจบของโลกนี้ในฐานะ ‘มนุษย์’
ยูจงฮยอคลุกขึ้นและเม้มปาก เหลือเพียงค าเหล่านี้เท่านั้น ทุก
สิ่งทุกอย่างในการถ่ายทอดสดดวงดาวคือเรื่องราว ยูจงฮยอค
ช่วยไม่ได้ที่จะยอมรับว่าค าพูดของคิมทกจาเป็นส่วนหนึ่งของ
เขา
[หืม ท าไมพวกเราไม่เคลื่อนไหว? ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าได้รับ
ข้อความของระบบไปแล้วเหรอ?]
โดเกบิที่ถูกส่งมาจากส านักงานมองลงมาที่พวกเขาจากอากาศ
[อ่าห้ะ ข้าเข้าใจแล้ว ทุกคนก าลังไว้ทุกข์กับ ‘ความตาย’ ของ
เขา]
สมาชิกปาร์ตี้ไม่ชอบเสียงเยาะเย้ยของมัน แต่ทุกคนก็ไม่
เหมือนเดิม จางฮีวอนรักษาความสงบไว้และถาม
“…ทกจาล่ะ?”
[เขาถูกขับออกจากสถานการณ์]
“แล้วมันหมายความว่าไง? เขาตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่?”
[ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะรอด
ชีวิตมาจากการถูกขับออกไปจากสถานการณ์ ไม่ว่ามันจะเป็น
อวตารหรือกลุ่มดาว นั่นคือทั้งหมดที่ข้ารู้]
แม้แต่กลุ่มดาวก็ไม่สามารถอยู่รอดได้ สมาชิกปาร์ตี้อึ้งไปกับ
ค าพูดนี้ และการแสดงออกของพวกเขาก็แย่ลงกว่าเดิม ลีจีฮเย
ตอบโต้
“ไม่มีทางเหรอ? วิธีการช่วย…!”
[ไม่มีอะไรที่เจ้าสามารถท าได้ อันที่จริง มันก็น่าทึ่งแล้วที่เจ้ายัง
มีความคิดแบบนี้อยู่ ข้าจะมอบค าแนะน าดีๆ ให้นะ อย่าคิดถึง
เรื่องที่ไม่จ าเป็นและให้ความสนใจกับสถานการณ์ตรงหน้าเจ้า
เจ้ายังไม่ได้หลบหนีออกไปจากโซลโดมเลย]
โดเกบิหัวเราะเยาะและสะบัดนิ้วของมัน จากนั้นข้อความก็
ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
[สถานการณ์หลบหนีได้รับมอบหมายแล้ว]
[โซลโดมจะปิดตัวในเร็วๆ นี้! คุณมีเวลาครึ่งวันในการหลบหนี
ออกไปจากโซลโดม]
[เส้นทางการหลบหนีมีให้โดยอัตโนมัติ]
[คุณจะตายหากคุณไม่หนีจากโดมภายในเวลาที่ก าหนด]
“บ้าเอ้ย…”
สมาชิกปาร์ตี้มองหน้ากัน แต่มันก็ไม่มีวิธีการแก้ปัญหาบน
ใบหน้าของพวกเขา ไม่ว่ายังไง มันก็ไม่มีอะไรที่พวกเขา
สามารถเลือกได้
“…ไปกันเถอะ”
พวกเขาเริ่มขยับไปตามเส้นทางที่ระบุ พวกเขาวิ่ง ว่ายน้ า หรือ
ข้ามทางรถไฟในขณะที่พวกเขามุ่งหน้าไปยังเขตชานเมืองของ
กรุงโซลอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเครื่องหมายเส้นทางก็สิ้นสุดลง
และพวกเขาก็เจอกับกลุ่มคน
“คนเหล่านี้…”
อวตารทั้งหมดที่เหลืออยู่ในโซลโดมมารวมตัวกันที่นี่ มันมีอยู่
ราวๆ 1,000 คน
ใบหน้าบางคนคุ้นเคย มินจีวอนโบกมือของเธอมาทางนี้ และยัง
มีฮันดงฮุนที่ยืนสันโดษอยู่ พวกเขาทุกคนได้รับการช่วยเหลือ
จากคิมทกจา
ยูจงฮยอคและสมาชิกปาร์ตี้พยักหน้าเบาๆ ให้กับคนที่พวกเขา
จ าได้
“…นี่”
สมาชิกปาร์ตี้หยุดลงในเวลาเดียวกันและจ้องมองที่ก าแพงด้าน
ในของโดม มันเป็นกรงขนาดยักษ์ที่ขังพวกเขาไว้จนถึงตอนนี้
ตอนนี้พวกเขามีโอกาสหนีไปจากคุกนี้ ทุกคนตื่นเต้น แต่ก็ไม่มี
ใครก้าวออกไปข้างนอก
มันเหมือนกับนกแก้วที่ไม่อาจบินออกไปจากกรงที่เปิดกว้างได้
อย่างง่ายดาย
กลับกัน ทุกคนก าลังมองหาบางสิ่ง ทุกคนจ้องไปทีละคนๆ และ
สายตาก็มารวมกัน ณ จุดๆ เดียว ในไม่ช้า ดวงตาทุกคู่ก็หยุด
ลงที่คนๆ เดียว
ฮันซูยองเป็นคนที่พูดออกมาก่อน “ยูจงฮยอค”
ยูจงฮยอคหันหน้าไปหาฮันซูยอง เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ยูจงฮ
ยอคก็อ่านสายตาของเธอได้
‘อย่าท าให้โอกาสที่คิมทกจามอบให้กับนายเสียไป’
ยูจงฮยอคกะพริบตาอย่างช้าๆ และก้าวออกไป ผู้คนมากมาย
ก าลังรอเขาอยู่
มันคือการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่พวกเขาจะเป็นอิสระ ยูจงฮ
ยอคเป็นทุกข์ในขณะที่เขาจ้องไปยังกลุ่มคนที่มองมาที่เขา
ยูจงฮยอคอยู่ในต าแหน่งนี้มาหลายครั้งในชีวิตที่ผ่านมาของเขา
บางครั้งเขาก็มีคารมคมคาย และบางครั้งก็เป็นผู้น าที่มีเสน่ห์
มันไม่ยากเลยที่จะหาค าพูดมามอบให้กับฝูงชน
งั้นท าไม? เขาไม่ต้องการจะพูดอะไรแบบนั้นออกไปในคราวนี้
กลับกัน เขาพูดออกไปว่า”…ฉันจะไม่ยอมแพ้ต่อชีวิตนี้”
อาจจะไม่มีใครที่เข้าใจค าพูดของเขา ท่ามกลางความอ้างว้าง
อันน่าสะพรึงกลัวที่มาจากใบหน้านี้ ยูจงฮยอคประกาศ
“ดังนั้นก็ห้ามยอมแพ้เหมือนกัน”
เขาไม่รู้ว่ามันจะถูกส่งต่อไปไหม ยูจงฮยอคหันจากฝูงชนและ
เดินไปยังก าแพงอย่างช้าๆ จากนั้น…
ปัง!
หนึ่งครั้ง
ปัง!
จากนั้นก็สองครั้ง
หมัดที่อัดแน่นไปด้วยความโกรธของเขากระแทกเข้าใส่ก าแพง
รอยแตกขนาดใหญ่แผ่กระจายไปทั่วผนังด้านในของโดม โดยมี
ศูนย์กลางอยู่ที่จุดที่สัมผัสกับหมัด
มันเป็นก าแพงที่ไม่สามารถเอาชนะได้หลังจากเหตุการณ์เริ่มต้น
ขึ้น ก าแพงพังลงเล็กน้อย และช่องว่างที่มีขนาดเท่ากับมนุษย์ก็
ปรากฏขึ้น มันเป็นภูมิประเทศที่มีอยู่เสมอ แต่ก็ไม่สามารถ
เอาชนะได้
ยูจงฮยอคก้าวออกมาเป็นก้าวแรก
“ไปกันเถอะ”
เขาก้าวเข้าสู่สถานการณ์ที่ไม่มีคิมทกจา
x*
ในความมืดมิด ในที่สุดคิมทกจาผู้เดียวดายก็ตื่นขึ้น_
(จบตอน)