มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 19 – ผู้พิทักษ์ความมืด (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 19 – ผู้พิทักษ์ความมืด (1)
[ง-งั้นก็ดูแลตัวเองดีๆ นะ! คิคิคิคิ!] โดเกบิพูดและหายไป
การลงโทษด้านอาหารและการเอาชีวิตรอด ผมรู้เกี่ยวกับ
การลงโทษในอดีต อย่างไรก็ตาม อย่างหลังนั้นไม่ได้อยู่
ในหนทางเอาชีวิตรอดแบบเดิม บางทีสัญญาของผมกับ
บีฮยองอาจจะท าให้เกิดการพัฒนาแบบนี้ จางฮีวอนยืนยัน
ว่าบิสกิตในกระเป๋าของเธอได้หายไปแล้วและถามด้วย
เสียงเบาๆ “ทกจา นายรู้เหรอว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้น…”
“ฉันคาดเอาไว้ ฉันคิดเกี่ยวกับสิ่งที่โดเกบิจะท าก่อนการ
รุกรานมนุษย์”
“…นายจะเดาแม่นไปหน่อยไหม?”
ผมเรียกลีฮุนซึงและคนอื่นๆ เข้ามา สถานการณ์ถูกสร้าง
ขึ้นแล้ว และในตอนนี้มันก็ถึงเวลาที่จะต้องเคลื่อนไหว
“คืนอาหารกลับมาให้พวกเรานะ!”
“มัน มันเป็นแบบนี้ได้ยังไง?”
ผู้คนในกลุ่มชายขอบก าลังร้องไห้ ชอนอินโฮและกลุ่ม
หลักเองก็ระส ่าระสายจากการสูญเสียอาหารไปอย่าง
ฉับพลัน ดวงตาของผมสบเข้ากับชอนอินโฮที่ก าลังเม้ม
ปากอยู่
[บางที… นายรู้อยู่แล้วงั้นเหรอ? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้] ถ้า
ผมสามารถอ่านความคิดของเขาได้ สิ่งที่เขาก าลังคิดอยู่ก็
คงจะเป็นแบบนี้
[คุณอ่านความคิดของตัวละคร ‘ชอนอินโฮ’ ได้อย่าง
แม่นย า]
[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับตัวละคร ‘ชอนอินโฮ’
เพิ่มขึ้น]
…ความเข้าใจของผมเพิ่มขึ้นจากสิ่งนี้ได้งั้นเหรอ? ผมมอง
ไปยังการแสดงออกของคนอื่นและพยายามเดาว่าพวกเขา
ก าลังคิดอะไรอยู่ อย่างไรก็ตาม ข้อความก่อนหน้านี้ก็ไม่
โผล่ขึ้นมาอีก ในขณะเดียวกัน ชอนอินโฮก็รีบรวมผู้คน
เข้าด้วยกันอย่างรวดเร็วเพื่อจัดระเบียบความโกลาหล
“ทุกคนมารวมกัน ฉันจะแจ้งให้พวกนายทราบถึงเรื่อง
ฉุกเฉิน”
เนื้อหาของเรื่องนี้เรียบง่ายมาก: สถานการณ์ได้เลวร้ายลง
มาจนจ าเป็นต้องมี ‘หน่วยลาดตระเวน’ จากกลุ่มหลักมาก
ยิ่งขึ้น พวกเขาต้องรีบ ในตอนนี้ มันไม่มีอาหารอยู่แถวๆ
ใต้ดินอีกแล้ว
“พวกเราจะไม่แจกจ่ายอาหารให้กับคนที่ไม่มีส่วนร่วมใน
การลาดตระเวน”
แม้จะมีการประกาศที่ไม่ผ่อนปรน แต่มันก็ไม่มีการ
ต่อต้านจากฝูงชน ไม่สิ พวกเขาไม่สามารถท าได้ มันเป็น
ผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในสถานการณ์นี้ ผู้คนเข้าใจถึง
มันและอาสาสมัครที่จะสอดแนมก็เพิ่มขึ้นทีละคนๆ
อาหารหายไป แต่ความหวังยังคงอยู่บนใบหน้าของชอน
อินโฮ เมื่อสถานการณ์แย่ลง การควบคุมก็ยิ่งถูกส่งไปยัง
กลุ่มหลักมากยิ่งขึ้น
ลีฮุนซึงเริ่มเป็นกังวลเมื่อเขาเห็นเช่นนี้และเปิดปากของ
เขา “ทกจา เอายังไงดี?”
“แน่นอน พวกเราจะไปหาอาหาร”
การแสดงออกของสมาชิกกลุ่มเริ่มตึงเครียดกับค าพูด
เหล่านี้ การหาอาหาร สิ่งนี้หมายความได้เพียงอย่างเดียว
“งั้นพวกเราจะไปเป็นหน่วยลาดตระเวนเหรอ? มันยังมี
อาหารเหลืออยู่บนพื้นดิน”
“ไม่ พวกเราจะไม่ขึ้นไปข้างบน ถ้าพวกเราไป พวกเรา
อาจจะตายอย่างไม่มีเงื่อนไข” ผมมองไปยังหน้ากาก
ป้องกันแก๊สพิษบนพื้น หน้ากากที่รุ่งริ่งอันนี้ไม่สามารถ
หยุดหมอกพิษได้
ลีฮุนซึงพึมพ า “พวกเราจ าเป็นต้องไปหาอาหาร
ข้างบน…”
“ลีฮุนซึง โลกเปลี่ยนไปแล้ว งั้นอาหารก็จ าเป็นต้อง
เปลี่ยนไป”
ผมมองไปยังอุโมงค์ที่ทอดยาวไปยังสถานียัคซู
“เดี๋ยวนะ ทกจา… อย่าบอกนะว่า?”
“ใช่แล้ว”
ในโลกนี้ มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้ล่าบนห่วงโซ่อาหารอีกต่อไป
แม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นผู้ล่า แต่พวกเราก็ไม่จ าเป็นต้องเป็น
เหยื่อ
“พวกเราจะล่ามอนสเตอร์”
* * *
หลังจากนั้นสักพัก หลายคนจากกลุ่มหลัก รวมทั้งตัวผม
เองก็ยืนอยู่ตรงหน้าอุโมงค์ไปยังสถานียัคซู
“ฉันเข้าใจ นายก าลังจะเดินไปตามเส้นทางรถไฟใช่
ไหม?” ผมคิดว่าชอนอินโฮคงจะท้าทายพวกเราเมื่อพวก
เราปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกับหน่วยลาดตระเวน แต่เขากลับดู
เหมือนจะโล่งใจที่ผมออกจากกลุ่ม เขาอาจจะคิดว่าผม
เป็นภัยคุกคามต่ออ านาจของเขา “อืม ถ้ามองในระยะยาว
มันต้องมีทีมที่ทุ่มเทให้กับการโจมตีสถานการณ์ตาม
ข้อก าหนด เดินทางปลอดภัยนะ”
เขาเป็นคนตลก เขาพูดเหมือนว่าเขาเป็นหัวหน้า แต่เวลา
ส าหรับเขาก าลังจะหมดลงในไม่ช้าแล้ว
[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับตัวละคร ‘ชอนอินโฮ’
เพิ่มขึ้น]
[ความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับตัวละคร ‘ชอนอินโฮ’
เพิ่มขึ้นถึงระดับที่ก าหนดแล้ว]
ผมเข้าใจ… ผมเข้าใจแล้ว มันมีอยู่สองกรณีหลักของ
‘ความเข้าใจ’ ที่เพิ่มขึ้น หนึ่งคือเมื่อผมได้รับความชื่นชอบ
หรือความไว้ใจจากตัวละคร สองคือเมื่อผมสามารถคาด
เดาได้ถูกต้องว่าตัวละครนั้นก าลังคิดอะไรอยู่ บางที
ในตอนนี้มันคงเป็นอย่างหลัง
[ตัวละคร ‘ชอนอินโฮ’ ก าลังสงสัยคุณ]
ตามค่าความเข้าใจที่สะสมมา ความคิดที่คลุมเครือแห่ง
อารมณ์ของคนผู้นั้นคือสิ่งที่ได้รับมา
“โอ้ ขอให้สมาชิกของกลุ่มฉันสักคนเข้าร่วมด้วยได้ไหม?
ฉันอยากจะได้ข้อมูลบางส่วนของการโจมตี”
อันที่จริง ชอนอินโฮคงจะไม่ปล่อยพวกเราไปง่ายๆ ผม
จ้องมองไปยังชายหนุ่มด้านหลังเขา มันเป็นคนที่จะไปกับ
พวกเราและเป็นสหายผู้โชคร้าย
“ฉ-ฉันต้องไปกับพวกเขาด้วยเหรอ?”
“อืม ท าไมนายต้องอยู่ที่นี่ด้วยล่ะ พี่ฮัน? ไม่ใช่ว่าเมื่อคืนนี้
พี่อยากจะคืนดีกับทกจาเหรอ?”
“ร-เรื่องนั้น…”
สมาชิกของกลุ่มชอนอินโฮที่เข้าร่วมกับพวกเราคือ
หัวหน้าแผนกฮันมยอนโก
“ทกจา ถ้านายไม่ว่าอะไร ฉันขอไปด้วย…”
“ฉันเข้าใจ ไปด้วยกันนี่แหละ”
ฮันมยอนโกประหลาดใจเมื่อผมตอบกลับอย่างง่ายดาย
เขาคิดว่าผมคงจะปฏิเสธ ลีฮุนซึงท าสีหน้าเป็นกังวล แต่
ผมก็มีไอเดีย ไม่ว่ากรณีใดๆ กลุ่มผู้รอดชีวิตห้าคนจาก
ขบวน 3807 ซึ่งประกอบไปด้วยผม ลีฮุนซึง ลีกิลยัง ยูซาน
อา และฮันมยอนโกก็ได้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีก
ครั้ง
“ขอฉันไปด้วยได้ไหม?”
“…ไม่เป็นไรนะถ้าร่างกายของเธอยังไม่หายดี?”
“มันดีขึ้นมากแล้ว”
และยังมีอีกหนึ่ง จางฮีวอน รวมทั้งสิ้นก็มี 6 คนในกลุ่ม
มันมากแล้วส าหรับกลุ่มเล็กๆ แน่นอนว่าจ านวนคนถือว่า
ไม่มากนักต่อหน้าวิกฤติที่ก าลังจะเกิดขึ้น
[สถานการณ์ย่อยใหม่มาถึงแล้ว!]
+
[สถานการณ์ที่สอง – การจัดหาอาหาร]
หมวดหมู่: ย่อย
ความยาก: E
เงื่อนไขการเคลียร์: ล่ามอนสเตอร์ที่สามารถใช้เป็นอาหาร
ได้และปรุงพวกมัน
จ ากัดเวลา: ไม่มี
สิ่งตอบแทน: 500 เหรียญ
ความล้มเหลว: ???
+
ทันทีที่พวกเราก้าวเท้าเข้าไปในอุโมงค์ สถานการณ์ย่อยก็
ปรากฏขึ้นมา การจัดหาอาหาร มันเป็นสถานการณ์ย่อยที่
พวกเราต้องผ่านก่อนที่จะเข้าสู่สถานการณ์หลักที่สอง
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มก าลังคาดหวังถึงผลงานของคุณ]
ความมืดของอุโมงค์เริ่มชัดเจนขึ้นก่อนที่พวกเราจะทันได้
ขยับไปถึง 10 ก้าว ผมฉายไฟขึ้น แต่โครงร่างของบริเวณ
โดยรอบก็ยังไม่สามารถมองเห็นได้เลย มันพิสูจน์ว่ามี
ม่านพลังที่ปิดกั้นแสงสว่างไว้อยู่ ของจริงคงจะเหนือล ้ายิ่ง
ไปกว่าม่านพลังนี้
“ทกจา รอแป๊ป นับจากนี้ไปมันอันตรายจริงๆ นะ” จางฮี
วอนที่เดินเคียงข้างผมหยุดก่อน “พวกเราจะไปทางนี้
จริงๆ เหรอ? ไม่ว่าฉันจะมองยังไง มันก็เหมือนกับการฆ่า
ตัวตาย นอกจากนี้ยังมีกิลยังอีก”
“อันที่จริง ฉันก็กังวลตั้งแต่แรก มันยังไม่สายเกินไป
ดังนั้นพวกเราจะทิ้งกิลยังไว้ข้างหลังเป็นไง? และถ้า
เป็นไปได้ พวกผู้หญิง…”
“ลีฮุนซึง ฉันอาจจะไม่เก่งเท่านาย แต่ฉันก็รู้วิธีการต่อสู้
ฉันเรียนเคนโด้มานิดหน่อย” จางฮีวอนตอบ
“แต่…”
การโต้เถียงที่ไร้สาระก าลังจะท าให้บรรยากาศร้อนขึ้น
ดังนั้นผมจึงขัดจังหวะ “ลีฮุนซึง ฉันบอกนายไว้ก่อนเลย
นะ โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว มันล าเอียงที่ผู้หญิงนั้นมีร่างกาย
อ่อนแอ แต่ในตอนนี้ ทุกคนสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้โดย
การเพิ่มค่าสถานะของพวกเขา แต่จางฮีวอน มันก็ยังมี
ปัญหากับค าพูดของเธออยู่เช่นกัน”
“…อะไร?”
“เช่นเดียวกันกับที่ผู้หญิงไม่อ่อนแอ เด็กก็ไม่อ่อนแอ
เหมือนกัน กิลยัง แสดงให้พวกเขาเห็นหน่อย”
ลีกิลยังเดินออกมาข้างหน้า เขามองไปรอบๆ สักพัก
ก่อนที่จะนั่งลงบนพื้นของอุโมงค์และยื่นมือออกมา
ดวงตาของจางฮีวอนเบิกกว้างขึ้น “พระเจ้า นี่มันอะไร
กัน?”
“ช-เชี่ย! แมลงสาบ!” ฮันมยอนโกอุทานออกมาด้วยความ
หวาดกลัว
แมลงสาบที่ปรากฏขึ้นในระยะไกลได้เชื่อมต่อกับปลาย
นิ้วของลีกิลยังด้วยเส้นแสงจางๆ แมลงสาบฟังค าพูดของ
ลีกิลยังราวกับสุนัขที่ฝึกมาดีและหายตัวไปในความมืด
“แอตทริบิวต์ของผมคือนักสะสมแมลง”
นักสะสมแมลง ลีกิลยังมีความสามารถที่หาได้ยากในการ
สื่อสารกับแมลงผ่านสกิล ‘การสื่อสารอันหลากหลาย’
ของเขา
“ไม่มีอะไรอยู่ข้างหน้าพวกเรา มันปลอดภัยต่อไป 100
ก้าว” ลีกิลยังแสดงพลังในการสอดแนมของเขาและคน
อื่นๆ ก็ท าสีหน้าตื่นตะลึงออกมา ลีกิลยังพูดกับพวกเขา
ด้วยใบหน้าอันห้าวหาญ “ขอบคุณส าหรับความกังวลของ
พวกพี่นะ แต่ผมไม่ได้ตามพวกพี่มาเพราะอยากให้พวกพี่
ดูแลผม”
“อ๊า ใช่แล้ว” จางฮีวอนพยักหน้าด้วยสีหน้าบึ้งตึง ลีกิลยัง
เดินเข้ามาข้างๆ ผม และผมก็ลูบหัวของเขา แอตทริบิวต์
ของลีกิลยังไม่ค่อยปรากฏเท่าไรนักในหนทางเอาชีวิต
รอดแบบดั้งเดิม มันไม่ใช่ทางเลือกที่ผิดที่ช่วยลีกิลยังใน
ตอนแรก พวกเราผ่านสิ่งกีดขวางและเข้าไปยังความมืด
มิดเต็มรูปแบบ
[คุณเข้าสู่พื้นที่อันตราย]
“ย-ยูซานอา มันอันตราย จับมือฉันไว้ตอนเดินสิ”
“…ไม่ใช่ว่านายกลัวมากกว่าฉันอีกเหรอ?”
“ม-ไม่!”
อากาศภายในม่านพลังเหนียวจากความชื้น
“ลดแสงลง” ผมสั่ง
ยูซานอาเอามือปิดไฟฉายของเธอไว้ เนื่องจากรุ่นนี้ไม่มี
ฟังก์ชั่นควบคุมแสง เธอจึงต้องปรับแสงด้วยมือของเธอ
“อี๊ อย่าส่องแสงลงไป” จางฮีวอนรู้สึกคลื่นไส้เมื่อเธอมอง
ไปที่พื้น มันมีซากศพที่ฉีกขาดอยู่ ร่างกายของเหล่าคนที่
พยายามเคลื่อนผ่านที่นี่ไปกระจัดกระจายอยู่ที่พื้น ยูซาน
อาหลับตาแน่น ฮันมยอนโกตัวสั่น และแม้กระทั่งลีฮุนซึง
ผู้ห้าวหาญก็ยังเริ่มหลังเหงื่อออกมา ลีกิลยังใจเย็นอย่างน่า
ประหลาดโดยไม่มีความกลัวอยู่บนใบหน้าของเขาแม้แต่
น้อย ผมรู้สึกกังวลเล็กน้อย เด็กชายคนนี้ เขาคิดว่าทั้งหมด
นี้เป็นเกมหมดเลยเหรอ?
“มีบางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์” ตามที่ลีกิลยังกล่าว มันก็ไม่ได้
มีเพียงแต่ร่างกายของมนุษย์เท่านั้นที่อยู่บนพื้น มันมีบาง
สิ่งที่มีขนาดเท่าหมาป่าตัวเต็มวัย มันมีสิ่งมีชีวิตที่คล้ายกับ
ตุ่นกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
สายพันธุ์ใต้ดินระดับ 9 หนูดิน มันเป็นชื่อที่ชวนให้นึกถึง
แมลงบนโลก แต่ชื่อก็เป็นเพียงแค่ชื่อ พวกมันคือปิรันย่า
แห่งใต้ดิน หนูดินเป็นนักล่าที่มักจะขุดโพรงอยู่ใต้ดินเป็น
กลุ่มและเล็งเป้ามาที่เหยื่อของพวกมัน อย่างไรก็ตาม หนู
ดินก็ถูกจัดการไปเหมือนกับว่าพวกมันถูกทิ้งระเบิดเข้าใส่
จางฮีวอนถอนหายใจ “…ใครที่ท าเรื่องพวกนี้กัน?”
เห็นได้ชัดว่ามีมนุษย์เพียงคนเดียวที่สามารถเปลี่ยนหนูดิน
ให้กลายเป็นแบบนี้ได้ มันคือยูจงฮยอค เขามุ่งหน้าไปยัง
สถานีต่อไปผ่านเส้นทางนี้เพียงล าพัง ผมอดสงสัยไม่ได้
เดิมทีมันควรจะเป็นคืนนี้หรือวันพรุ่งนี้เมื่อยูจงฮยอคใน
รอบที่สามเคลื่อนไหวไปยังสถานีต่อไป
เหตุใดเขาจึงรีบร้อน เขาหมดความอดทนงั้นเหรอ? อะไร
คือเหตุผล?
“ทกจา พวกเราสามารถใช้พวกนี้เป็นอาหารได้ไหม?”
“สถานการณ์บอกว่าพวกเราต้อง ‘ล่า’ มันด้วยตัวเอง
ดังนั้นมันไม่น่าจะเป็นไปได้”
“…อืม ล าบากซะจริง แล้วการท าอาหารล่ะ? นายจะเผา
หรือย่าง?”
มันน่าจะเป็นการย่าง ปัญหาก็คือมันต้องเป็นไฟชนิด
พิเศษ
“ฮีวอน เธอบอกว่าเธอเก่งเคนโด้ใช่ไหม?”
“เอ่อ มันก็เกินไปหน่อยที่จะบอกว่าฉันเก่ง… แต่นาย
ก าลังท าอะไรน่ะ?”
ผมแทงร่างของหนูดินและเริ่มกรีดมันด้วยมีด ผมไม่รู้เมื่อ
ผมอ่านมันในนิยาย แต่มันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคิด
หลังจากจัดการกับผิวหนังที่หนาออกไป ผมก็สามารถ
จัดการกับกระดูกสันหลังของมันได้ นี่เป็นครั้งแรก ดังนั้น
ผมจึงทิ้งรอยขีดข่วนไว้มากมาย แต่มันก็ยังใช้ได้
“นายจะท าอะไรน่ะ?”
“เธอจ าเป็นต้องมีอาวุธส าหรับเคนโด้”
หนามของสุกรศิลาไม่ได้เพียงพอส าหรับทุกๆ คนและ
กระดูกสันหลังของหนูดินก็เป็นกระดูกชิ้นเดียว ท าให้มัน
เป็นอาวุธที่ดีมากในช่วงสถานการณ์เริ่มต้น หลังจากตัด
กระดูกอ่อนที่น าไปสู่ขาออกและขึ้นรูปมัน กระดูกจริงๆ
ก็ถูกเหลาให้กลายเป็นมีด ผมยื่นมันให้กับจางฮีวอน
“ขอบคุณนะ จู่ๆ ฉันก็รู้สึกเหมือนกับว่าฉันย้อนกลับไป
ในยุคหินเลย”
“เธอต้องฝนมันอีกสักหน่อย มันถึงจะมีประโยชน์ มันมี
หินอยู่รอบๆ ลองฝนมันให้คมๆ ดู”
“ค่ะ เข้าใจแล้ว หัวหน้า” จางฮีวอนเริ่มฝนใบมีดด้วย
น ้าเสียงที่ตื่นเต้นเล็กน้อย ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นลีฮุนซึง
ก าลังเฝ้ามองฉากนี้ด้วยความอิจฉาเล็กน้อย
“เอาสักอันไหม?”
“เอ่อ นายจะท าให้ฉันอีกอันเหรอ?”
“พวกนายทุกคนเข้ามาใกล้ๆ มันจะดีกว่าถ้าพวกนาย
เรียนรู้วิธีท ามัน มาท าด้วยกันเถอะ”
อันที่จริงนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองท าดู ผมคงไม่
สามารถท าได้ถ้ารายละเอียดไม่ได้รวมอยู่ในหนทางเอา
ชีวิตรอด ท าไมหนทางเอาชีวิตรอดจึงไม่เป็นที่นิยมงั้น
เหรอ? มันง่ายมาก ผู้เขียนได้ใส่รายละเอียดมากเกินไปน่ะ
สิ
“…ทกจา นายเป็นมือใหม่ แต่นายเก่งมาก”
พวกเรานั่งลงและท าอาวุธด้วยกัน คราวนี้มันเป็นหอก
ไม่ใช่ดาบ พวกเขาไม่มีสกิลเคนโด้ ดังนั้นผมจึงตัดสินใจ
ว่ามันคงจะดีกว่าที่จะท าหอกยาว หอกของลีฮุนซึงท าจาก
กระดูกสันหลังของหนูดินตัวที่ใหญ่ที่สุด ในขณะที่อาวุธ
ของยูซานอาและฮันมยอนโกท าขึ้นจากกระดูกสันหลัง
ของหนูที่มีขนาดปกติ สุดท้าย อาวุธของลีกิลยังนั้นท ามา
จากกระดูกสันหลังของหนูดินวัยเยาว์
[คุณสร้างอาวุธด้วยตัวเองได้ส าเร็จ]
[มีกลุ่มดาวหลายกลุ่มสนใจในธรรมชาติดั้งเดิมของ
มนุษยชาติ]
[กลุ่มดาวมอบการสนับสนุนให้คุณ 100 เหรียญ]
ทุกคนได้รับข้อความเหล่านี้
“พวกเราได้รับเหรียญจากเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ”
ผมถาม “ฉันไม่ต้องการให้พวกนายตาย พวกนายมีเหรียญ
พอนะ?”
“อืม พวกเรามี”
“ถ้าเป็นไปได้ให้เหลือเหรียญไว้จ านวนหนึ่งเป็นราคา
ส าหรับการรอดชีวิตและลงทุนส่วนที่เหลือไปกับ STR
STA และ AGI มิฉะนั้นพวกนายจะไม่รอดเอา”
“อ่า ฉันจะจ าไว้นะ”
พวกเราเตรียมตัวเสร็จสิ้นและเริ่มเคลื่อนไหวไปข้างหน้า
อีกครั้ง ร้อยก้าวที่ลีกิลยังพูดถึงจบลงตรงหน้าของพวกเรา
[สถานการณ์ย่อย – การจัดหาอาหารได้เริ่มขึ้นแล้ว!]
หนูดินคลานออกมาจากพื้นดิน ผมนับจ านวนของพวกมัน
อย่างรวดเร็ว 1 2 3… มีทั้งหมด 13 ตัว มันมากกว่าที่ผม
คิด กลุ่มของหนูดินลากเส้นและเริ่มขู่พวกเรา ในทันทีที่
พวกเราข้ามเส้นไป การต่อสู้ก็จะเริ่มต้นขึ้น
ผมพูดออกมา “มันไม่มีแผน พวกเราคือผู้เริ่มต้น มัน
อาจจะฟังดูโหดร้าย แต่พูดตามตรง ฉันก็ไม่คิดว่าพวกเธอ
จะมีชีวิตรอด”
“น-นั่น…”
“แต่ถึงกระนั้น พวกเธอทุกคนก็ต้องรอด ได้โปรด”
ฮันมยอนโกเป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มเท่านั้นที่อารมณ์เสีย
คนอื่นๆ พากันประหม่าแต่ก็ดูเด็ดเดี่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ดวงตาของจางฮีวอนนั้นน่าประทับใจมาก
“โอเค มาลองดูเถอะ ทุกคน รอดไปให้ได้นะ!”
เช่นเดียวกับที่ยูจงฮยอคได้ทดสอบผม ผมเองก็คาดหวัง
กับพวกเขาเช่นกัน ไม่ว่าจะมีพี่เลี้ยงที่ดีแค่ไหน คนที่ไม่มี
ปณิธานก็ย่อมไม่สามารถเอาชีวิตรอดในโลกใบนี้ได้ ใน
ท้ายที่สุด มันก็ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะช่วยตัวเองอย่างไร
ทุกคนควรจะใช้โอกาสนี้เพื่อตระหนักถึงมันให้ชัดเจน
“งั้นไปกันเถอะ”
ผมรู้ว่าผมเองก็ต้องลุยไปพร้อมกับคนพวกนี้ เมื่อพวกเรา
ก้าวเข้าไปหนึ่งก้าว หนูดินก็เคลื่อนไหว และการต่อสู้ก็
เริ่มต้นขึ้น