มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 202 – นักปฏิวัติตัวปลอม (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 202 – นักปฏิวัติตัวปลอม (5)
สายลับ…
ผมเคยอ่านเกี่ยวกับ ‘สายลับ’ ในหนทางเอาชีวิตรอดมา
「ทุกๆ ต าแหน่งในเกมการปฏิวัติจะอยู่ในฝ่าย ‘ปฏิวัติ’
หรือไม่ก็ ‘เผด็จการ’ แต่มีอยู่หนึ่งต าแหน่งที่ไม่ได้ตายตัว และ
นั่นก็คือสายลับ」
ต าแหน่งที่อันตรายที่สุดและขี้ขลาดที่สุดในเกมการปฏิวัตินี้
ดังนั้นหนทางเอาชีวิตรอดจึงอธิบายสายลับไว้ดังนี้
「ทีมที่ได้รับสายลับไปจะเอาชนะในเกมได้」
ในเกมการปฏิวัติที่ข้อมูลมีความส าคัญที่สุด สถานะของสายลับ
ถึงยิ่งใหญ่มาก
มันเป็นเพราะสายลับสามารถตรวจสอบข้อมูลต าแหน่งของ
บุคคลที่ต้องการได้ มันมีจ ากัดอยู่ที่ 10 คนต่อวัน แต่สิ่งนี้เพียง
อย่างเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะท าให้สายลับเขย่าทั้งกระดานได้
ในตอนนี้ คนที่อ้างตัวว่าเป็นสายลับได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าของ
เขาแล้ว”เจ้าคือยูจงฮยอคงั้นเหรอ?”
รูปร่างหน้าตาของชายคนนี้ไม่เข้ากับโลกปีศาจเลย เขาให้
ความรู้สึกที่ไม่ชัดเจน ไม่สิ พูดให้ชัดๆ… นี่มันอะไรกัน? ท าไม
ผมถึงได้รู้สึกเดจาวูจากใบหน้านี้? ผมไม่อาจนึกถึงใบหน้าไหนที่
คล้ายกันนี้ได้ในหนทางเอาชีวิตรอด
ผมตอบเขา “ใช่แล้ว ฉันคือยูจงฮยอค”
ยังไงก็เถอะ การตอบสนองของชายคนนี้ก็แปลกๆ
“…หืม งั้นเหรอ?”
ในเวลานั้นเอง ผมก็ตระหนักได้ถึงอะไรบางอย่าง “นายรู้จักชื่อ
ของฉันได้ยังไง?”
โดยปกติเขาควรจะถามผมว่าผมเป็นนักปฏิวัติจริงๆ ไหม แต่
เขากลับยืนยันชื่อของผมก่อนว่าใช่ยูจงฮยอคไหม
ชายผู้นี้ยักไหล่ “ฮ่าฮ่า มันเป็นชื่อที่มีชื่อเสียงน่ะ”
ไม่เหมือนกับค าพูดของเขา ชายคนนี้เพ่งพิศมาที่รูปร่างหน้าตา
ของผม มันราวกับว่าเขาก าลังเปรียบเทียบกับสิ่งที่เขารู้อยู่ ผม
เริ่มมั่นใจขึ้น
「เขารู้จักยูจงฮยอค」
ผมนึกถึงหนทางเอาชีวิตรอดอย่างรวดเร็ว แต่ผมก็เดาไม่ได้ ใน
ตอนแรก ยูจงฮยอคเป็นผู้เสื่อมถอย และสิ่งนี่ก็เป็นก่อนที่เขาจะ
เข้ามายังโลกปีศาจ
ที่นี่มันไม่ควรจะมีใครที่รู้จักยูจงฮยอคดี ถ้าเขาช่างสังเกต เขา
อาจจะเห็นยูจงฮยอคผ่านการเฝ้ามองสถานการณ์ของโลก
แต่… มันไม่น่าจะเป็นแบบนั้น
เนื่องจากปฏิกิริยาของผม จางฮายัง ไอลีน และมาร์คจึงเหลือบ
มองผมและชายคนนั้นด้วยความกังวล บางทีพวกเขาอาจจะ
รู้สึกอะไรได้โดยสัญชาตญาณ
ผมตัดสินใจที่จะค้นหาตัวตนของฝ่ายตรงข้าม “นายชื่ออะไร?”
“ข้าเชื่ออูเรอุส”
“…อูเรอุส?”
ผมลังเลไปครู่หนึ่ง ผมจ าได้ว่าเคยได้ยินชื่อนี้มาจากที่ไหนสัก
แห่ง มันไม่ใช่หนทางเอาชีวิตรอด แต่เป็นที่อื่น
“ชื่อแปลกๆ นะ”
“คนอื่นก็ว่างั้น”
“งั้นนายเป็นสายลับเหรอ?”
“ใช่”
[สกิลเฉพาะตัว ‘จับเท็จ LV.3’ ถูกเปิดใช้งาน]
[ระหว่างสถานการณ์การปฏิวัติ คุณไม่สามารถใช้สกิลจับเท็จ
ได้]
…ตามที่คาดได้ สกิลนี้ใช้ไม่ได้ ผมเดาไว้แล้ว
มันมีฉากหนึ่งที่ยูจงฮยอคแห่งการเสื่อมถอยรอบที่ 111 รู้สึก
หงุดหงิดหลังจากได้เรียนสกิลที่ไม่อาจใช้งานได้นี้มา ผมได้ลอง
ดูเฉยๆ แต่มันก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้
อืม ถ้าการจับเท็จสามารถใช้งานได้อย่างอิสระ งั้นความยาก
ของสถานการณ์นี้ก็จะลดลงมาก โชคดีที่ผมไม่ได้มีแค่จับเท็จ
[สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ ถูกเปิดใช้งาน]
แน่นอน ผมไม่อาจแยกแยะต าแหน่งที่แน่นอนของฝ่ายตรงข้าม
ได้หลังจากใช้ลิสต์ตัวละคร อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยผมก็
สามารถบอกได้ว่าเขามีต าแหน่งพิเศษไหม
[ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของบุคคลนี้ผ่านลิสต์ตัวละครได้]
[บุคคลนี้ไม่ได้ลงทะเบียนในลิสต์ตัวละคร]
…อะไรนะ? ผมสับสนไปครู่หนึ่ง
[ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลนี้ก าลังอัพเดต]
[ข้อมูลของบุคคลนี้จะถูกเพิ่มลงในการอัพเดตครั้งต่อไป]
ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้ยินข้อความนี้ แต่มันก็ไม่น่าเชื่อ ชายคน
นั้นที่ยังไม่รู้สถานการณ์ของผมถามออกมา
“ฮะ? เกิดอะไรขึ้น?”
คนที่ไม่สามารถอ่านได้ด้วยการใช้ลิสต์ตัวละคร มันหมายความ
ว่าชายคนนี้เป็นคนที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับหนทางเอาชีวิตรอด
ฉบับต้นฉบับ กล่าวอีกนัยหนึ่ง ชายคนนี้คือตัวแปรที่ผมสร้าง
ขึ้น
แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง? นี่คือโลกปีศาจ ไม่ใช่โลก…
ผมลังเลเมื่อมาร์คถาม “เจ้ามาที่นี่เพื่อเข้าร่วมกับพวกเรา
เหรอ?”
“อาจจะใช่ หรืออาจจะไม่”
“หมายความว่ายังไง?”
“ข้ามาเพื่อช่วยพวกเจ้า เห็นได้ชัดว่าการปฏิวัติจะถูกท าลายถ้า
เป็นแบบนี้ต่อไป”
“…จะไม่ตีตนไปก่อนไข้ไปหน่อยเหรอ?”
“มันไม่ใช่เรื่องตลก ความเห็นของมหาชนเกี่ยวกับพวกเจ้าไม่
ค่อยดีเท่าไร ข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าได้ออกไปดูข้างนอกแล้วรึยัง”
แน่นอนว่ามันมีเสียงดังมาจากข้างนอกสักพักแล้ว ผมได้ยิน
เสียงเคาะประตูของส านักงานดังออกมา พวกเรามองหน้ากัน
ก่อนที่จะมุ่งหน้าออกไปข้างนอก มันมีเสียงดังออกมาในทันทีที่
ผมออกไปข้างนอก
“นักปฏิวัติ!”
สายตาจ านวนนับไม่ถ้วนจดจ้องมาที่ผมหลังจากมีคนตะโกน
ออกมา มันมีฝูงชนเกือบ 100 คน บางคนก็ก าลังตะโกนใส่ผม
“มันเป็นเพราะเจ้า! ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้า!”
“เมียของข้าได้รับบาดเจ็บ!”
บางคนถึงกับขว้างก้อนหิน พูดตามตรง ผมประหลาดใจนิด
หน่อย มันมีความเสียหายเกิดขึ้นบ้าง แต่มันก็ไม่น่าจะพอให้
พวกเราออกมาแสดงปฏิกิริยารุนแรงแบบนี้
เสียงตะโกนยังคงดังต่อไป “ถ้ารัตติกาลมาทุกๆ สามวัน มันคง
จะดีกว่านี้!”
ก่อนที่จะมีสถานการณ์การปฏิวัติ รัตติกาลจะเกิดขึ้นแค่สามวัน
ครั้ง ในตอนนี้ รัตติกาลกลับเกิดขึ้นสองวันติด มันเป็นเรื่อง
ธรรมดาที่ความหวาดกลัวของผู้คนจะเพิ่มสูงขึ้น
จางฮายังตะโกนใส่ผู้คนเหล่านี้ “เจ้าพวกบ้า… พวกเจ้าก าลัง
พูดบ้าอะไรกัน? พวกเจ้าน่าสมเพชขนาดนี้เลยเหรอ? มันดีแล้ว
เหรอที่จะมีคนตายทุกๆ สามวัน?”
บางคนได้ยินสิ่งนี้และก้าวถอยหลังไป จางฮายังตะโกนต่อ
“ถ้าพวกเจ้าอยากจะใช้ชีวิตแบบนี้ต่อไป งั้นก็ออกไปจากเขต
อุตสาหกรรมซะ!”
“ด-เด็กน้อยอย่างเจ้าจะไปรู้อะไร?”
เสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทุกๆ คนที่อยู่ที่นี่รู้ดี
「ชาวเมืองเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ในเขตอุตสาหกรรม
ถ้าพวกเขาออกไปจากที่นี่ พวกเขาก็จะได้รับบทลงโทษการถูก
เนรเทศจากการออกไปจากพื้นที่สถานการณ์」
โทษจากการถูกเนรเทศ มันไม่มีใครในโลกปีศาจที่ไม่รู้จักสิ่งนี้
ดังนั้นผู้คนจึงเลือกที่จะยอมเสี่ยงในทุกๆ สามวัน ในตอนนี้ที่
การปฏิวัติเกิดขึ้น ความเสี่ยงนี้จึงลดลงจากทุกๆ สามวันเป็น
ทุกวัน
“พ-พวกเราต้องเจอกับรัตติกาลทุกวันนับจากนี้ไปเหรอ?”
“เจ้าจะท ายังไง? เจ้าจะท าอะไรต่อ?”
เสียงเหล่านี้เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
ไอลีนและสมาชิกสภาคนอื่นๆ พยายามที่จะยับยั้งคนพวกนี้ แต่
ปฏิกิริยาของฝูงชนก็รุนแรงมาก ผมหันหน้าไปและเห็นอูเรอุส
ก าลังจ้องมาที่ผมด้วยรอยยิ้มอันน่ารังเกียจ
“ตอนนี้เจ้าเข้าใจรึยัง?”
นักปฏิวัติที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากชาวเมืองจะต้องพ่ายแพ้
ผมยิ้มอย่างขมขื่น “นายอยู่ฝ่ายของดยุค”
“มันไม่ส าคัญ สิ่งส าคัญคือตัวเลือกของเจ้า”
“นายต้องการอะไร”
“ยอมแพ้ซะ ทุกๆ คนจะรอดชีวิตไปได้ยกเว้นเจ้า ไม่ว่ายังไง
การปฏิวัติของเจ้าก็มีอันต้องล้มเหลวอยู่แล้ว”
“ฉันจะต้องเสียสละ?”
“ข้าไม่ได้พูดอย่างนั้น ข้าจะช่วยหาทางรอดให้เจ้าเอง”
“ยังไง?”
“ถ้าเจ้าคือยูจงฮยอคจริงๆ ข้าจะปกป้องเจ้า”
“ไม่ใช่ว่าดยุคอยากจะฆ่าฉันเหรอ?”
“ผู้สนับสนุนของฉันยิ่งใหญ่กว่าดยุคสวิตซ์เยอะ”
การด ารงอยู่ที่ดยุคสวิตซ์ไม่อาจเทียบเคียงได้ ผมค่อนข้างทึ่งกับ
ค าแนะน า ถ้าผมไม่ใช่ยูจงฮยอค ผมอาจจะคิดเกี่ยวกับมันไป
สักพักแล้ว
“แน่นอน ฉันปฏิเสธ”
“ข้าเข้าใจ เจ้าจะต้องเสียใจ”
ในวินาทีต่อมา อูเรอุสก็หายตัวไป ท่ามกลางฝูงชน มีคนตะโกน
ออกมา”ส่งตัวเขาให้ดยุค”
“ดยุคบอกว่าจะจบสถานการณ์ถ้าพวกเราส่งตัวเขาไป”
“จากนั้นรัตติกาลก็จะไม่เกิดขึ้น!”
เสียงลามออกมาเหมือนกับไฟป่า มันน่าสนใจจริงๆ อันที่จริง
ผมก็เคยเห็นภาพที่คล้ายกันนี้มาก่อน บางทีมันอาจจะเป็นการ
เจรจากับแรงงานของมิโนซอฟต์
“ทุกๆ อย่างจะจบลงเมื่อรัตติกาลต่อไปมาถึง! พวกเราต้องจับ
นักปฏิวัติให้ได้ก่อนหน้านั้น!”
ฝูงชนเริ่มเคลื่อนไหว ผู้คนหวาดกลัวมากจนน าไปสู่การต่อต้าน
ผม
“จ-จับเขา…!”
ผมจ้องไปที่พวกเขาสักครู่ก่อนที่จะก้าวเข้าหาฝูงชน ฝูงชนพา
กันสับสนในขณะที่ผมเดินเข้าหาพวกเขาโดยไร้ซึ่งความ
หวาดกลัว บริเวณรอบๆ แยกตัวออกจากกันเพราะผู้คน
พยายามจะหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผม
“พวกนายกลัวเพชฌฆาตงั้นเหรอ?”
ผมพูดในขณะที่ผมชักศรัทธาไม่แตกสลายออกมา จากนั้นดาบ
แห่งศรัทธาก็สั่นสะเทือน และแสงสีขาวก็พุ่งออกมาจากมัน
เสียงของผมเต็มไปด้วยพลังเวทมนตร์ที่หลั่งรดลงบนฝูงชน
เหมือนกับน้ าเย็น มันมีคนเพียงไม่กี่คนที่ประหลาดใจกับคลื่น
ของพลังเวทมนตร์และตกตะลึงไป ในขณะที่คนอื่นๆ ถอยไป
ผมพูดพับพวกเขาด้วยเสียงอันเงียบสงบ
“ทุกคนลืมไปแล้วเหรอว่านี่ไม่ใช่รัตติกาล”
ผมยกดาบขึ้น คลื่นพลังเวทมนตร์ของพลังงานดาราบริสุทธิ์
หลั่งไหลออกมาจากหัวใจของมังกรทองและเติมเต็มท้องฟ้าสี
ด าด้วยแสงสีขาว การกระท าของผมท าให้ผู้คนตื่นตระหนก
และพวกเขาก็ตะโกนออกมา “อ-อะไรกัน…!”
“เขาต้องการฆ่าคน!”
“ว๊ากกก! นักปฏิวัติก าลังจะฆ่าชาวเมือง!”
ผู้คนที่ก าลังประหลาดใจกรีดร้องออกมาและเสียงตะโกนของไอ
ลีนก็ดังออกมา อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่สนใจเสียงทั้งหมดนั้นและ
วิ่งเข้าไปกลางดงของฝูงชน จากนั้นผมก็เหวี่ยงตัวเองเข้าหา
คนๆ หนึ่งท่ามกลางฝูงชนโดยไม่ลังเล
“คนแรก”
เขาคือหนึ่งในคนที่ก าลังปลุกระดมฝูงชน ชายคนนี้ถูกแทงหัวใจ
และไม่ทันได้กรีดร้องออกมาด้วยซ้ า เขามองผมด้วยสายตาที่
เบิกกว้างในขณะที่ตายตกไป
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ ถูกเปิดใช้งาน]
ความรู้สึกของการเป็นฆาตกรก าลังกัดแทะมือของผม เห็นได้
ชัดว่าผมได้รับผลจากการฆ่าคน มันเป็นเพราะนิสัยที่เกิดจาก
ความพยายามในการรักษาแอตทริบิวต์ราชาผู้ไม่สังหารไว้
อย่างไรก็ตาม วันนี้ผมก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย มันราวกับว่าผมเป็น
ยูจงฮยอคจริงๆ
“คนที่สอง”
ดาบเคลื่อนผ่านอากาศและเลือดก็สาดกระเซ็นออกมา หัวของ
ชายคนที่สองกระเด็น เลือดสาดออกมาย้อมชุดสีขาวของผมใน
ขณะที่ผู้คนรอบตัวท าสีหน้าตื่นกลัว
ผมขยับดาบและแทงชายคนสุดท้ายเข้าที่แผ่นหลัง
“คนสุดท้าย”
ผมฆ่าคนสามคนในพริบตาและมองไปรอบๆ มันมีเสียงกรีดร้อง
ดังออกมาอย่างต่อเนื่องในขณะที่ชาวเมืองมองมาที่ผม มัน
ไม่ใช่แค่ชาวเมือง
ไอลีน จางฮายัง และมาร์คเองก็เหมือนกัน พวกเขาไม่เข้าใจว่า
เกิดอะไรขึ้นและตื่นตระหนก
นักปฏิวัติสังหารชาวเมืองธรรมดา มันไม่มีอะไรที่ผมจะอธิบาย
ได้ อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องอธิบาย
[การเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์การปฏิวัติเกิดขึ้น!]
ทุกคนเงยหน้าขึ้นในขณะที่ข้อความดังออกมาอย่างฉับพลัน
ต่อจากนั้นก็มีข้อความตามมาอีก
[เพชฌฆาตถูกสังหาร]
[เพชฌฆาตถูกสังหาร]
[เพชฌฆาตถูกสังหาร]
.
.
.
[จ านวนเพชฌฆาตที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน: 7]
การแสดงออกของผู้คนเปลี่ยนไปกับข้อความ
มีคนตายทั้งหมดสามคน จ านวนของเพชฌฆาตที่ตายไปก็คือ
สามคน
ในตอนนี้ผู้คนได้มองมาที่ผมด้วยดวงตาที่สั่นสะท้าน กรีดร้อง
ออกมา และถอยไปจากศพ ราวกับว่าพวกเขาก าลังมองดูสิ่งที่
แย่มาก
“ว-ว๊ากกกก!”
“พ-เพชฌฆาต? พวกมันซ่อนตัวอยู่ที่นี่?”
“อารอนคือเพชฌฆาต! โอ้พระเจ้า!”
เพชฌฆาตซ่อนตัวอยู่ในหมู่ชาวเมือง ท่ามกลางการทรยศครั้ง
ใหญ่นี้ ฝูงชนก็ค่อยๆ ตระหนักได้
เพชฌฆาตตายไปแล้ว เพชฌฆาตที่พวกเขาคิดว่าจะไร้เทียม
ทานตายไปเหมือนกับคนทั่วไป
มันเป็นเรื่องราวที่พวกเขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน ต่อหน้าเรื่องราว
นี้ ผู้คนก็เกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาแบบไม่คาดคิด
ชายคนหนึ่งลุกขึ้นและชักดาบออกมา ดวงตาของเขาเปล่ง
ประกายไปด้วยความโกรธ”อ-ไอ้ระย าเอ้ย! ฆ่าพวกไอ้ระย านี่
ซะ!”
เหล่าคนที่เพิ่งข่มขู่ผมไปเริ่มเหยียบย่ าศพ ความร้อนแรงของฝูง
ชนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า พวกเขาสูญเสียบางสิ่งให้กับ
เพชฌฆาตไป นี่คือการกระท าที่เป็นการแก้แค้นอันน่าสมเพช
แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พวกเขาสามารถท าได้
ผมเดินแหวกฝูงชนไปอย่างสบายๆ จากนั้นผมก็คว้าคอของ
ชายคนหนึ่ง
“อ๊ากกก!”
“นายยังมีสกิลปลุกปั่นคนอื่นที่ยอดเยี่ยมเหมือนเดิมนะ” ชาย
คนนั้นพยายามดิ้นรนอยู่ในมือของผม”นายไม่เป็นอะไรเลยหนิ
หัวหน้าแผนกฮันมยอนโก?”
(จบตอน)