มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 209 – การฟักตัว (1)
มันเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกแบบนี้ในชีวิต ผมรู้สึกเอ่อล้นไปกับ
ความรู้สึกนี้จนลืมบอกไปว่าผมคือยูจงฮยอค มันรู้สึกเหมือนกับ
ว่าห้วงมิติและกาลเวลาก าลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าผม นี่คือสิ่งที่
กลุ่มดาวรู้สึก
[ร่างกายของคุณไม่เหมาะส าหรับการแสดงสถานะของคุณ]
ผมปรับระดับ แต่ก็ยังเป็นภาระใหญ่กับร่างกายของผม
[สถานะของคุณขัดแย้งกับร่างอวตารของคุณและจะถูกปรับ
ชั่วคราว]
[สถานะปัจจุบันของคุณคือ ‘ระดับยิ่งใหญ่’]
สถานะของระดับเรื่องเล่าไม่ใช่สิ่งที่ร่างอวตารของผมจะรับไหว
แม้แต่กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจเปล่งพลังของพวกเขา
ออกมาในรูปแบบร่างสัญลักษณ์ได้ นับประสาอะไรกับร่าง
อวตารกากๆ อย่างไรก็ตาม นี่ก็เพียงพอแล้ว
“อั๊ค อั๊ค อั๊ค…!”
เหล่าอวตารต่างพากันเปล่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมา
ผมเห็นสิ่งนี้และรีบแผ่มันใส่มาร์ควิส มาร์ควิสคุกเข่าลงและ
แสดงสีหน้าเหมือนพวกเขาสูญเสียจิตวิญญาณไป
[มีใครบางคนในโลกปีศาจได้ตรวจพบการคงอยู่ของคุณ]
[มีใครบางคนในโลกปีศาจได้ตรวจพบการคงอยู่ของคุณ]
[มีใครบางคนในโลกปีศาจได้ตรวจพบการคงอยู่ของคุณ]
มันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผมก็ได้รับข้อความมาแล้ว 3
ข้อความ พวกเขาน่าจะเป็นราชาปีศาจของโลกปีศาจ
มันไม่ส าคัญ ผมก าลังจะบอกให้พวกเขารู้อยู่แล้ว นอกจากนี้
ในระดับนี้พวกเขายังไม่สามารถบอกได้ว่าผมเป็นใคร
[ร่างกายของคุณไม่สามารถทนต่อสถานะของคุณได้!]
เรื่องราวที่เติมแต่งอยู่บนแผ่นหลังของผมเริ่มหลุดออกไป โชคดี
ที่มันอยู่ในจุดอับและมาร์ควิสก็ยังไม่สังเกตเห็น
“อ-ออร่านี่…”
“กลุ่มดาว!”
มาร์ควิสออสตรอนเริ่มได้สติกลับคืนมาและกรีดร้องออกมา
เคอร์เตโต้ที่อยู่ข้างๆ เขาแทบจะล่าถอยไปในทันที่ มันเป็นภาพ
ที่น่าดู แต่ผมก็ไม่อาจเสียเวลาได้
[ร่างกายของคุณเริ่มพังทลาย!]
ผมไม่ได้มีพลังต่อสู้มากนักเมื่อเทียบกับสถานะของผม ดังนั้น
ผมจึงต้องรีบปิดฉาก
[สกิลเฉพาะตัว ‘บุ๊คมาร์ค’ ถูกเปิดใช้งาน]
งั้นท าไม? ประกายแสงปรากฏขึ้นในอากาศ และสกิลก็ถูก
บังคับให้ยกเลิก
[ร่างกายของคุณไม่มั่นคงมากจนไม่สามารถใช้สกิลนั้นได้]
…ไอ้บัดซบ ผมใจร้อนเกินไปเหรอ?
[คุณใช้ความแข็งแกร่งที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นไปได้!]
[บทลงโทษการถูกเนรเทศเร่งความเร็วขึ้น]
ผมคิดไว้แล้วว่าเรื่องนี้ต้องเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม การพังทลาย
ของร่างกายของผมก็เร็วกว่าที่ผมคิดไว้เยอะ ดูเหมือนว่าภาระ
ในการปลดปล่อยสถานะของกลุ่มดาวจะรุนแรงมาก
มาร์ควิสเริ่มปรับตัวและขัดขืนต่อแรงกดดันของผม ดูเหมือนว่า
พวกเขาจะมีเรื่องราวระดับต านานหรือไม่ก็เรื่องราวระดับ
ประวัติศาสตร์มากมายหลายเรื่อง ผมเดาว่าพวกเขาคงอยู่ใน
ระดับเรนไฮท์แห่งสรวงสวรรค์
“แม้ว่าเจ้าจะเป็นกลุ่มดาว แต่เจ้าก็ไม่อาจสังหารข้าใน
สถานการณ์ได้!”
นอกจากนี้ พวกเขายังฉลาด มาร์ควิสออสตรอนเปลี่ยนร่างเป็น
เพชฌฆาตอีกครั้งและเล็งเคียวมาที่ผม ในตอนนี้ผมไม่มีทางฆ่า
มันได้เลย สถานการณ์เริ่มไหลไปในทิศทางที่แย่ลงกว่าเดิม
“ผู้ถูกเนรเทศ?”
“…อย่าบอกนะว่า?”
ชิ้นส่วนเรื่องราวที่ตกลงมาจากร่างกายของผมเพิ่มมากขึ้น และ
ในที่สุดมาร์ควิสก็สังเกตเห็น ผมไม่สามารถใช้มุมมองนักอ่าน
พระเจ้าได้เนื่องจากข้อจ ากัดด้านสกิล แต่ผมก็ดูเหมือนจะรู้ว่า
พวกเขาก าลังคิดอะไรอยู่
「หากข้าได้รับเรื่องราวของมัน…」
ไฮยีน่าที่ตามไล่ล่านักล่าที่ได้รับบาดเจ็บเริ่มล้อมผมอย่าง
ระมัดระวัง
“เรียกก าลังเสริม! พวกเราสามารถท าลายเขาได้ถ้าพวกเราถ่วง
เวลาไว้”
มันมีเสียงผิวปากดังออกมา และเพชฌฆาตก็เริ่มขยับเข้ามา
จากทุกทิศทาง ผมยังรู้ถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากเหล่าขุน
นางทางฝ่ายโรงงาน
「คิมทกจาคิด」
เพื่อฆ่ามาร์ควิส อย่างน้อยผมจะต้องมีการปล่อยกระแสไฟฟ้า
「แต่ฉันใช้สกิลไม่ได้」
ถ้าผมเสียเวลาไปมากกว่านี้ ร่างกายของผมและชาวเมืองก็จะ
ตกอยู่ในความเสี่ยง
「ฉันต้องฆ่าพวกมันโดยใช้วิธีอื่นที่ไม่ใช้สกิล」
วิธีอะไร?
「มันมีแค่วิธีเดียวเท่านั้น」
ในช่วงเวลาที่ผมตัดสินใจ มาร์ควิสออสตรอนที่ก าลังขยับเข้า
มาหาผมก็กรีดร้องออกมา “อ๊ากกก!”
แขนของมาร์ควิสออนตรอนกลิ้งไปตามพื้น ในตอนนี้เขาคือ
เพชฌฆาตและไม่ควรได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีปกติ
หมายความว่า…
“เจ้าไม่ควรประมาทเลย”
จางฮายังยืนอยู่ข้างหลังเขาและหัวเราะออกมาราวกับวายร้าย
มันเป็นการฟื้นตัวอันน่าเหลือเชื่อเมื่อเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อน
หน้านี้
[ตัวละคร ‘จางฮายัง’ ใช้สกิล ‘ร่างอมตะ LV.7’]
…ร่างอมตะ? ไม่ใช่ว่านี่คือสกิลรักษาจากโลกบู๊ลิ้มงั้นเหรอ? จาง
ฮายังเห็นสายตาของผมและพึมพ าเหมือนว่าเขาก าลังแก้ตัว”
หนึ่งในคนที่ฉันคุยด้วยมาจากบู๊ลิ้ม…”
ผมมองไปยังจางฮายังและถอนหายใจออกมา เขาไม่ได้คุยกับ
มังกรด าแค่คนเดียว ยังไงก็ตาม ร่างอมตะก็เป็นส่วนหนึ่งของ
วิถีดาบทลายนภา…
“จัดการมันให้หมด! ฆ่านักสู้ก่อน!”
มาร์ควิสออสตรอนเอาสถานะของเพชฌฆาตออกและตะโกนใส่
กองก าลังที่พากันประหลาดใจอยู่ เพชฌฆาตที่เหลืออยู่สี่คน
และขุนนางที่มาถึงแล้วเริ่มล้อมพวกเราไว้ ผมนับดูและพบว่ามี
เอิร์ลอยู่ 3 คนและบารอนอีก 5 คน มันมีบารอนเมเลนที่ผม
เห็นในวันแรกที่ผมมาที่นี่ด้วย
“ตรงนี้! ช่วยนักปฏิวัติเร็ว!”
ชาวเมืองวิ่งเข้ามาช่วยพวกเรา แต่จ านวนก็ยังน้อยอยู่ดี จางฮา
ยังหน้าซีดในขณะที่เขาเห็นพวกขุนนางพร้อมกับอาวุธ
“ข้าควรท ายังไงดี? ข้าฆ่าพวกเขาไม่ได้”
นักสู้จะแข็งแกร่งกับเพชฌฆาต แต่ก็อ่อนแอต่อต าแหน่งอื่น
ทั้งหมด ในท้ายที่สุดผมก็ต้องจัดการกับส่วนที่เหลือ
“จัดการแค่กับเพชฌฆาตเท่านั้น”
ผมขวางเหล่าขุนนางที่ก าลังเล็งมาที่จางฮายัง หอกจ านวนนับ
ไม่ถ้วนพุ่งเข้ามาหาผม แต่ผมก็ไม่หลบ
[คุณอยู่ภายใต้การคุ้มครองของผู้พิทักษ์]
ผมไม่อาจตายได้ภายใต้การปกป้องของผู้พิทักษ์ ผมสามารถ
จัดการกับพวกเขาไปทีละคนได้โดยไม่ต้องหักโหมนัก ราวกับว่า
มันอ่านความคิดของผมได้ ข้อความปรากฏขึ้นในอากาศ
[‘ผู้ปกครอง’ ได้บังคับเรียกคืนรัตติกาล]
ผู้ปกครอง มันคือต าแหน่งที่หมายถึงดยุค เจ้าแห่งเขต
อุตสาหกรรมนี้
[ไม่มีใครตายในรัตติกาลนี้]
รัตติกาลจบลงแล้ว แต่การต่อสู้ก็ยังด าเนินต่อไป ไม่สิ มันก าลัง
เริ่มต้นนับจากนี้ไป
[พลังของสถานการณ์ที่ก าลังปกป้องคุณได้หายไปแล้ว]
“การป้องกันของมันหายไปแล้ว! ฆ่ามันซะ!”
“เขาเป็นคนที่มีเรื่องราวที่น่าทึ่ง!”
พวกขุนนางรีบพุ่งเข้ามาหาผมพร้อมกับความคาดหวัง และผม
ก็ยิ้มอย่างขมขื่น “พวกนายน่าจะใช้หัวกันหน่อยนะ”
รัตติกาลหายไปแล้ว และความแข็งแกร่งของเพชฌฆาตก็ไม่มี
ผล นอกจากนี้ มาร์ควิสที่เป็นแกนหลักของเขตอุตสาหกรรมก็
อยู่ที่นี่ด้วย ผมรอคอยเวลานี้มานานแล้ว
“เปิดเรื่องราว”
ร่างกายของผมไม่เสถียร และผมก็ไม่อาจใช้สกิลได้ นี่ไม่ได้
หมายความว่าผมจะไม่มีทางต่อสู้
[เรื่องราวระดับประวัติศาสตร์ ‘ผู้เข่นฆ่าแมลง’ ถูกเปิดใช้งาน
แล้ว]
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเปิดเรื่องราวเหนือกว่าระดับต านานใน
สภาพปัจจุบันของผม อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่จ าเป็นต้องใช้
เรื่องราวระดับต านานเพื่อจัดการกับคนพวกนี้ นี่คือเรื่องราวที่
ถูกใช้โดย ‘สถานะ’ ระดับสูงสุด มันเป็นเรื่องราวของขุนนาง
ปีศาจที่มีชื่อว่าเท็นทาคอย ซึ่งเคยอยู่ในปราสาททมิฬ
ผมกะพริบตาอย่างช้าๆ และรู้สึกว่าเหล่าขุนนางตรงหน้าของ
ผมตัวเล็กลีบลง เรื่องราวผู้เข่นฆ่าแมลงจะได้รับมาจากการเข่น
ฆ่าแมลงนับแสนตัว มันเป็นเรื่องราวที่ไร้ประโยชน์เมื่อต้อง
เผชิญหน้ากับคนที่แข็งแกร่งกว่า แต่ถ้าใช้กับคนที่อ่อนแอกว่า
นั้น มันก็จะต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
[คุณมีอ านาจเด็ดขาดเหนือสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่มีสถานะต่ ากว่า
คุณ]
บรรยากาศอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกมาจากร่างกายของผม
และเหล่าขุนนางที่ก าลังพุ่งเข้ามาก็พากันหน้าเปลี่ยนสี
“บ-บ้าบอสิ้นดี…!”
มันสายเกินไปแล้วที่จะรู้สึกเสียใจ มันไม่จ าเป็นต้องใช้ดาบ
กล้ามเนื้อของผมบวมขึ้นทันทีและผมก็เริ่มจัดการกับขุนนาง
ด้วยก าปั้น
“อ๊ากกกก!”
มันเป็นการ ‘เข่นฆ่า’ อย่างแท้จริง
[คุณได้รับเรื่องราวระดับประวัติศาสตร์]
[คุณได้รับเรื่องราวระดับประวัติศาสตร์]
เรื่องราวของขุนนางเข้ามาสู่มือของผมทีละคน
[ร่างกายของคุณก าลังพังทลายอย่างรวดเร็ว!]
ผมรีบจัดการกับพวกขุนนาง สถานการณ์พลิกกลับด้านอย่าง
ฉับพลัน และขุนนางที่เหลือก็เริ่มวิ่งหนีไป
“หนีไป! เขาไม่ใช่คนที่พวกเราจะจัดการได้! เร็วเข้า―!”
ผมพลาดบางคนไป แต่ผมก็ไม่พลาดคนส าคัญ
“อ๊ากกกก!”
เคอร์เตโต้และออสตรอนพยายามดิ้นรนในขณะที่ผมคว้าคอ
ของพวกเขาเอาไว้ ผมไม่ลังเลที่จะจัดการกับพวกเขาด้วยมือ
ของผม
“อ๊ากกกก…”
สถานการณ์คงจะแตกต่างออกไปถ้าเป็นการต่อสู้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม มาร์ควิสก็ถูกสยบไว้ด้วย ‘สถานะ’ ของผมและ
ไม่อาจต้านทานได้
[คุณได้รับเรื่องราวใหม่จ านวนมาก!]
[คุณสังหารมาร์ควิสปีศาจ ‘เคอร์เตโต้’]
[คุณสังหารมาร์ควิสปีศาจ ‘ออสตรอน’]
[ได้รับความส าเร็จใหม่แล้ว!]
[ความอื้อฉาวของคุณก าลังแพร่กระจายในอาณาจักรปีศาจที่
73 เนื่องจากการสังหารมาร์ควิส!]
[ขุนนางระดับสูงของโลกปีศาจจะหวาดกลัวคุณ]
[ได้รับเงิน 50,000 เหรียญเป็นรางวัลของความส าเร็จ]
มันเป็นรางวัลเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย ผมมองไป
รอบๆ และเห็นจางฮายังกับชาวเมืองก าลังจัดการกับ
สถานการณ์ที่เหลือ เพชฌฆาตและเหล่าขุนนางที่รอดชีวิตได้
ล่าถอยออกไปทางโรงงานแล้ว
[ร่างกายของคุณมาถึงขีดจ ากัดแล้ว]
[เรื่องราว ‘ผู้เข่นฆ่า’ ถูกบังคับให้ยุติลง]
สายตาของผมเริ่มสั่นไหว และผมก็รู้สึกวิงเวียนขึ้นมา ผม
ตะโกนไปทางผู้คนที่หลบหนีไปยังโรงงาน “บารอนกิลเล็ต บา
รอนซาราโบส และเอิร์ลม็อคบ้า!”
พวกมันคือชื่อของเพชฌฆาตที่รอดชีวิต มันเป็นชื่อของ
เพชฌฆาตที่ผมได้มาจากฮันมยอนโก ในตอนนี้จางฮายังและ
ผมไม่มีพลังงานที่จะไล่ตามพวกเขาไปแล้ว
ดังนั้นผมจึงเรียกชื่อพวกเขาออกมา มันเป็นค าเตือนรูปแบบ
หนึ่ง ผมรู้ตัวตนของพวกเขาทั้งหมดแล้ว ผมรู้ว่าพวกเขาเป็น
ใคร และต าแหน่งของพวกเขาคืออะไร ดังนั้นพวกเขาจะ
สามารถตายได้ทุกเมื่อ
เพชฌฆาตตัวสั่นในขณะที่พวกเขาถูกคุกคามเป็นครั้งแรกใน
ชีวิต ผมตะโกนใส่พวกเขาอีก “ไปบอกดยุคซะ”
แสงแดดยามเช้าเริ่มส่องแสงราวกับเวลาผ่านไปนานมาก ใน
เงาที่สลัวและแผ่กระจายไปทั่ว ผมค่อยๆ สรุปค าพูดของผม
“จงเรียนรู้ที่จะกลัว”
ผมก าลังจะพังทลายลงได้ทุกเมื่อ แต่ผมก็ไม่ได้หมดสติไป
จนกระทั่งขุนนางที่เหลืออยู่หายไปในโรงงาน
มันมีค าพึมพ าออกมา “น-นักปฏิวัติ…”
ผู้คนเริ่มร้องเรียกออกมา ผมฟังเสียงคนเหล่านั้นและนึกถึง
ประโยคที่ผมชอบจากส่วนของ ‘การปฏิวัติ’
「ในแสงแห่งรุ่งอรุณ เวลาที่หยุดเดินของเขตอุตสาหกรรมได้
เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง」
ความโกรธและความหวาดกลัวของคนเหล่านี้ได้หลับใหลมา
นานในยามรัตติกาล พวกเขาหลับใหลไปนาน และในตอนนี้
ความรู้สึกที่พวกเขาไม่เคยรู้สึกก็ได้ตื่นขึ้นมา
“นักปฏิวัติ! นักปฏิวัติ!”
“ยูจงฮยอค! ยูจงฮยอค!”
[อิทธิพลของคุณได้เหนือกว่าอิทธิพลของนักปฏิวัติตัวจริง]
[คุณบรรลุเงื่อนไขและเรื่องราวใหม่ได้ถูกสร้าง]
[เรื่องราวใหม่ ‘นักปฏิวัติจอเงิน’ ได้เริ่มขึ้นแล้ว!]
บีฮยองและกลุ่มดาวควรเห็นภาพนี้ น่าเสียดาย ผมคงจะได้รับ
เหรียญจ านวนมาก จากนั้นก็มีข้อความของระบบดังออกมา
เหมือนกับว่ามันก าลังรออยู่แล้ว
[‘ไข่โดเกบิ’ ตอบสนองต่อเรื่องราวของคุณแล้ว]
[‘ไข่โดเกบิ’ เริ่มจดจ าเรื่องราวของคุณแล้ว]
การสั่นสะเทือนของไข่เริ่มรุนแรงขึ้น และผมก็ได้ยินเสียง
ข้อความอีกอัน
[การฟักตัวก าลังใกล้เข้ามา]
ผมรู้ว่าเวลาก าลังจะมาถึงแล้วเมื่อผมได้ยินเสียงแตก แน่นอน
ว่ามันไม่จ าเป็นต้องมีโดเกบิคนอื่นในขั้นตอนนี้ มันเป็นเพราะมี
โดเกบิอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว
[ช่องชั่วคราวจะถูกสร้างขึ้นในโลกปีศาจ]
สถานการณ์ของโลกปีศาจจะเริ่มต้นนับจากนี้ไป
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ได้เข้าสู่ช่องชั่วคราว]
(จบตอน)