มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 21 – ผู้พิทักษ์ความมืด (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 21 – ผู้พิทักษ์ความมืด (3)
“พี่! นี่มัน…”
หลังจากที่ลีกิลยังค้นพบกล่องสมบัติ ผมก็ปิดปากเล็กๆ
ของเขา “ชู่ว เดี๋ยวก่อน”
โลกแห่งหนทางเอาชีวิตรอดนั้นไม่ยอมผ่อนปรน กลุ่ม
ดาวทั้งหลายพากันมีความสุขกับความทุกข์ยากของตัว
ละครและเพิ่มอุปสรรคในสถานการณ์เพียงเพื่อเล่นกับ
มนุษย์เท่านั้น พวกค าพูดที่ว่า ‘จับฉันสิ!’ โดยปกติแล้ว
มักจะมีกับดักอยู่ และแม้แต่ข้อความของระบบก็ไม่
สามารถเชื่อถือได้
“ขุมสมบัติต้องไม่ได้มีแค่สมบัติเพียงอย่างเดียวแน่ๆ”
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ผิดหวัง]
มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ… มันต้องการให้ผมตาย
อย่างไรก็ตาม ผมก็เฝ้ารอ ไม่นานหลังจากนั้น เงาหลายๆ
ร่างก็เริ่มปรากฏขึ้นรอบๆ หีบสมบัติ
มันคือหนูดิน พวกมันน าบางสิ่งผ่านอุโมงค์เข้ามา โยนมัน
และแลกเปลี่ยนข้อมูล เมื่อหนูดินจ านวนหนึ่งมารวมตัว
กัน จ านวนของแสงไฟที่ส่องสว่างอยู่รอบๆ บริเวณก็
เพิ่มขึ้น มันเป็นเปลวเพลิงสีด า เปลวเพลิงที่ก่อก าเนิดมา
จากอากาศสีด า ว่ากันว่าสถานที่แห่งนี้คือแกนกลางของ
รากทมิฬ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าท าไมมันถึงมีอากาศสีด าถูกเผา
ไหม้ ในเวลานั้นก็มีเสียงของใครบางคนดังออกมา
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเธอ!”
ไม่จ าเป็นต้องพูดว่าเขาคือใคร มันเป็นเสียงที่ผมรู้ได้
ในทันที่ ผมคว้าไหล่ของลีกิลยังที่ก าลังประหลาดใจไว้
แน่น มันยังไม่ถึงเวลา
“เพราะฉัน นายหมายความว่ายังไง?”
ในแสงสลัวๆ มีคนสองคนถูกหนูดินจับไว้ พวกเขาถูกมัด
ไว้แน่นด้วยกิ่งไม้ที่โผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน
“ถ-ถ้าเธอไม่ขึ้นรถไฟใต้ดิน สถานการณ์ก็คงจะไม่เป็น
แบบนี้?”
“ท าไมต้องเอารถไฟใต้ดินเข้ามาเกี่ยวด้วย?”
เธอจะยอมรับเรื่องไร้สาระทั้งหมดนี้ได้ยังไง? บางทียูซาน
อาอาจจะเป็นคนที่น่าสนใจ หรือบางทีผู้สนับสนุนที่อยู่
เบื้องหลังของเธอก็อาจจะเป็นคนที่น่าสนใจก็ได้
“ร-เรื่องนั้น… เรื่องนั้น ยูซานอา เธอขี่จักรยานมา
ตลอด…” เสียงของฮันมยอนโกสั่นในขณะที่เขาพูด
พล่อยๆ ออกมา
น ้าเสียงของยูซานอาเปลี่ยนเป็นเย็นวาบ “เดี๋ยวนะ นาย
เป็นคนที่ขโมยจักรยานของฉันไปงั้นเหรอ?”
“อ-อะไรนะ? ฉันบอกชัดๆ แล้วว่าฉันจะขับรถไปส่งเธอ!
เธอน่าจะรู้วิธียอมรับน ้าใจกันบ้าง!”
“ตอบมา นายขโมยจักรยานของฉันไปงั้นเหรอ?”
ทันใดนั้นเอง สถานการณ์ทั้งหมดก็คลี่คลาย เป็นแบบนี้
นี่เอง นี่เป็นเหตุผลว่าท าไมคนขับรถเบนซ์ S คลาสถึงได้
ขึ้นรถไฟใต้ดิน อืม มันไม่แปลกเลย มีผู้ชายหลายคนก าลัง
จับตามองมายังยูซานอา ไม่ใช่แค่ที่บริษัท แต่ที่สถานีกึม
โฮก็ด้วย ในความเป็นจริง ยูซานอาเป็นคนที่โดดเด่น
บรรยากาศของเธออบอุ่นและเธอก็รู้วิธีการประจบคน
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ เกลียดตัวละคร
‘ฮันมยอนโก’]
ใบหน้าของฮันมยอนโกแดงมากจนมันสามารถมองเห็น
ได้อย่างชัดเจนในแสงสลัว มันดูอันตราย “ใช่ บัดซบ! ฉัน
ท ามัน! แล้วไง?”
“ท าไมนายถึงพูดเหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร? นาย
เอาของคนอื่นไป มันเป็นการขโมย”
“ขโมย? เหอะ หยุดพล่ามได้แล้ว! เธอน่าจะขึ้นรถของฉัน
ตั้งแต่แรก!”
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ เกลียดการโต้แย้ง
เล็กน้อยนี้]
ผมไม่ได้ตั้งใจจะท าแบบนี้ แต่มันก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
ผมจับหนามไว้อย่างเงียบๆ
“ฉันไม่ได้ถามเธอแค่ครั้งเดียว ฉันถามเธออยู่เรื่อยๆ แต่
เธอก็ยังปฏิเสธฉัน…”
ผมเหวี่ยงหนามออกไปสุดแรง หนามข่วนมุมปากของ
ฮันมยอนโกและพุ่งเข้าไปในความมืดต่อไป
“อ๊ากกก! อะไรกัน?”
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ พึงพอใจ]
[คุณได้รับการสนับสนุน 100 เหรียญ]
“ทกจา!” ยูซานอาตะโกนเรียกผม อย่างไรก็ตาม ผมก็
ไม่ได้มองไปยังพวกเขา
ผ่านที่อยู่อาศัยของหนูดิน ความมืดได้แยกตัวออกจากกัน
โดยหนาม จากนั้นไอ้บ้านั่นก็ออกมา มันไม่มีทางที่มันจะ
ไม่อยู่ในรากทมิฬ
[‘ผู้พิทักษ์ความมืด’ ปรากฏตัวแล้ว]
[สถานการณ์ย่อยได้รับการอัพเดต!]
[สถานการณ์ย่อย ‘สังหารผู้พิทักษ์’ ได้เริ่มขึ้นแล้ว!]
เช่นเดียวกับทาสที่ยอมจ านนต่อราชา หนูดินที่หวาดกลัว
ได้ล้มลงกับพื้น ร่างอันด ามืดปรากฏขึ้นในแสงสลัว มอน
สเตอร์ที่มีหนวดออกมาราวกับยมทูตอันน่าสะพรึงกลัว
ผิวหนังของลีกิลยังย ่าแย่ลงอย่างรวดเร็ว
“อึก พี่ นั่นมัน…”
“ไม่เป็นไร”
ในที่สุดลีกิลยังก็ล้มลงกับพื้นและเริ่มอาเจียนออกมา มัน
ไม่แปลก ความรู้สึกกดดันอันมหาศาลสามารถสัมผัสได้
เพียงแค่มองจากระยะไกล ท้องของแมลงสาบที่กระจัด
กระจายออกไปทั่วระเบิดออกมา ลีกิลยังที่เชื่อมต่อกับ
พวกมันคงจะได้รับความเสียหายทางจิตใจเป็นอย่างมาก
“กิลยัง นายสามารถใช้การสื่อสารที่หลากหลายได้อีกกี่
ครั้ง?”
“…ผมคิดว่าผมน่าจะท าได้อีก 1-2 ครั้ง”
“โอเค งั้นพักอยู่ที่นี่ก่อน”
ผมผละจากกิลยังและเดินเข้าหายูซานอากับฮันมยอนโก
ฮันมยอนโกที่ก าลังตื่นตระหนกโวยวายออกมา
“อ-อึก! นี่มันอะไรกัน…?”
ผมหยิบมีดพับออกมาและตัดกิ่งไม้ที่พันทั้งสองคนไว้
ออกไป ผมขยับมีดเพียงแค่ไม่กี่ครั้ง จากนั้นกิ่งไม้ส่วนที่
มันสัมผัสก็ท าให้ใบมีดหลอมละลายไป ใช่แล้ว นี่คือพลัง
ของเผ่าพันธุ์ปีศาจ
“อยู่ด้านหลังไว้”
ผมพูดในขณะที่ผมชูอาวุธที่ท ามาจากกระดูกสันหลังของ
หนูดินขึ้นมา ปีศาจระดับ 7 ผู้พิทักษ์ความมืด ในบรรดา
มอนสเตอร์หลายๆ ตัวที่ปรากฏขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นแห่ง
การท าลายล้าง ปีศาจถือว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งมาก
อันที่จริงแล้ว สมบัติของหนูดินนั้นน่าจะใกล้เคียงกับค า
ว่า ‘ส่วย’ ของปีศาจมากกว่า แม้ว่ามันจะอยู่ในระดับ
เดียวกัน แต่เผ่าปีศาจก็แตกต่างจากเผ่าพันธุ์อื่นๆ
[‘ผู้พิทักษ์ความมืด’ ได้รับความโปรดปรานจากราชา
ปีศาจที่มันติดตาม]
“Kamyun Der Yitur”
เผ่าพันธุ์ปีศาจมีภาษาเป็นของตัวเอง มีการบูชาราชาปีศาจ
ที่แตกต่างกัน และมีการสืบทอดพลังของราชาปีศาจผ่าน
รากทมิฬ
[‘ผู้พิทักษ์ความมืด’ ปลดปล่อย ‘ความหวาดกลัว’
ออกมา]’
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ ได้ลบล้างผลส่วนใหญ่ของ
‘ความหวาดกลัว’]
ดังนั้นการสังหารปีศาจหนึ่งตนจึงหมายความถึงการ
กลายเป็นฝ่ายตรงข้ามของราชาปีศาจของพวกมัน
“Yitur!”
ผมไม่รู้ว่ามันพูดว่าอะไร แต่สถานการณ์ดูไม่ดีเท่าไร ผม
ไม่ต้องการสู้ถ้าเป็นไปได้
“ม-แม่?” ยูซานอาพูดออกมา เธอยังไม่ไปอีกเหรอ?
“ฉันบอกให้เธอถอยไป”
“มอนสเตอร์ตัวนั้นเพิ่งพูดว่า ‘แม่’…”
ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งเกี่ยวกับความหมายของสิ่งนี้ ไม่สิ เดี๋ยว
ก่อน
“เอ่อ ฉันคิดว่า… K-Karud, yemiren? อ่า ออกเสียงแบบนี้
เหรอ? Aketu?”
สักพักหนึ่ง ผมก็คิดว่าผมเข้าใจผิด แต่ผมได้ยินไม่ผิด
“Kallitu!”
น่าแปลก ผู้พิทักษ์ความมืดพยักหน้าตอบในท้ายที่สุด
[ตัวละคร ‘ยูซานอา’ เปิดใช้งานสกิล ‘ล่าม’ LV3]
…โอ้พระเจ้า เธอไม่ได้เก่งแค่ภาษาสเปนเท่านั้น มาดูกัน
ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมถาม “มันก าลังพูดอะไร?”
“เรื่องนั้น… มันยังคงพูดว่า ‘กลายเป็นแม่’…”
…กลายเป็นแม่? ผู้พิทักษ์ความมืดตะโกนออกมาอีกครั้ง
และชี้มาที่ยูซานอา
“Kallitu!”
ยูซานอาหลั่งน ้าตา “อืม แม่เหรอ? ฉันยังไม่แต่งงานนะ!”
คราวนี้ผู้พิทักษ์ความมืดชี้ไปยังฮันมยอนโก “Kallitu!”
ฮันมยอนโกหน้าซีดในขณะที่เขาเช็ดปาก “ท าไมฉันถึง
เป็นแม่? พ่อสิ!”
หนวดของผู้พิทักษ์ความมืดชูขึ้น
“อึก!”
หนวดเส้นหนึ่งเข้าไปในปากของเขาและฮันมยอนโกก็
เปลี่ยนเป็นสีด า มันมีเสียงของอะไรบางอย่างก าลัง
เคลื่อนไหวลงไปในล าคอของฮันมยอนโก ใช่แล้ว นี่คือ
ความหมายของค าว่ากลายเป็นแม่ ผมจ าได้ว่าเผ่าปีศาจนั้น
จะตั้งท้องลูกของมันในร่างกายของเผ่าพันธุ์อื่น
“ยูซานอา เธอไม่มีแผนที่จะมีลูกใช่ไหม?”
“แน่นอน!”
ยูซานอาเข้าใจความหมายในทันทีและก้าวถอยไปอย่าง
รวดเร็ว ผมเหวี่ยงหอกหนูดินและฉีกผ่านหนวดที่ติดอยู่
กับฮันมยอนโก
ผู้พิทักษ์ความมืดค ารามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
“Kallitu0!”
หนวดของปีศาจเผ่าปีศาจค่อยๆ ท าลายหอกหนูดิน แม้แต่
หนามที่สามารถทะลวงผ่านกระเพาะอาหารของอิกทิโอ
ซอรัสก็คงจะถูกท าลายในทันทีที่มันติดอยู่ในร่างกายของ
ปีศาจ ก่อนที่ผมจะรู้ตัว ฮันมยอนโกก็วิ่งไปไกลแล้วใน
ขณะที่ยูซานอายังมองมาที่ผมอยู่
「ยังมีโอกาสอยู่ไหม?」
ดวงตาของเธอดูเหมือนก าลังจะถามผม บอกตามตรง ผม
ไม่มีโอกาส
ปัง! ปัง! ปัง!
หลังจากการโจมตีไม่กี่ครั้ง หอกหนูดินก็แทบจะถูก
ท าลาย มือที่ถือหอกไว้เจ็บมาก มอนสเตอร์ที่ปกป้องหีบ
สมบัติไม่สามารถทนต่อไปได้ เหมือนกับอิกทิโอซอรัส
แห่งสะพานดงโฮ นั่นเป็นสาเหตุว่าท าไมแผนการเดิมจึง
ไม่ใช่การจัดการกับมอนสเตอร์ตัวนี้ แต่เป็นการเก็บหีบ
สมบัติไปหลังจากมันหายไป ถึงกระนั้น มันก็ยังมี
แผนการส ารองอยู่
“โดเกบิ แกก าลังดูอยู่ใช่ไหม?
[อ-อืม เจ้ารู้?]
โดเกบิปรากฏตัวขึ้นในความมืด ผมไม่รู้ชื่อของมัน แต่มัน
ดูเหมือนจะเป็นลูกพี่ลูกน้องของบีฮยอง
“มันน่าจะมีเมลถึงฉันอยู่ใช่ไหม ฉันต้องการให้แกส่งมัน
มาเร็วๆ”
[ฮิฮิ มันไม่ใช่ความรับผิดชอบของข้า ม-มันเป็นเรื่องของ
บีฮยอง]
“ตอนนี้แกมาแทนที่บีฮยอง แกไม่เห็นการร้องเรียนของ
กลุ่มดาวอย่างนั้นเหรอ?”
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ต้องการต าหนิโดเกบิ
‘บีรยู’]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงทมิฬ’ ข่มขู่โดเกบิ ‘บีรยู’]
โดเกบิบีรยูกลืนน ้าลาย […ด-ได้ แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว ข้า
คิดว่ามันคงน่าสนใจนะ!]
โดเกบิพึมพ าอะไรบางอย่างและเริ่มเรียก
[ไอเท็มจากการแลกเปลี่ยนมาถึงแล้ว]
[ได้รับไอเท็ม ‘ศรัทธาแตกสลาย’]
[ค่าธรรมเนียมนายหน้าได้รับการยกเว้นเนื่องจากผลของ
สัญญา]
ศรัทธาแตกสลาย? ไอเท็มที่แลกเปลี่ยนกับ ‘แกนกลาง
ของอิกทิโอซอรัส’
“คิก”
ผู้พิทักษ์ความมืดเห็นไอเท็มชิ้นนี้ก าลังออกมาจากอากาศ
บางๆ และหัวเราะออกมา ไม่แปลกใจเลยที่มันหัวเราะ
ทั้งหมดที่ผมได้มาคือไอเท็มระดับ D มันเป็นมีดที่หักไป
ครึ่งหนึ่ง
[ไอเท็มนี้เก่าเกินไปที่จะใช้ ความทนทานต ่า และมันยาก
ที่จะใช้งาน]
แม้แต่โดเกบิที่ส่งไอเท็มชิ้นนี้ให้ก็ยังหัวเราะคิกคักออกมา
[จ-เจ้าจะสู้กับมันด้วยของเก่าๆ แบบนั้นยังไง? และมันก็
ไม่สามารถใช้งานได้หากเจ้าไม่มีสกิลพิเศษ…]
ผมรู้มันดี ผมคงจะไม่ซื้อมันถ้าผมไม่รู้
“เห้อ…” ผมสูดหายใจเข้าและตั้งสมาธิ
ชิ้ง!
ด้ามจับเริ่มสั่นอย่างรุนแรง บีรยูตะโกนออกมาด้วยความ
ตกใจ
[เอ่อ? ได้ยังไง?]
มันเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องแปลกใจ มันเป็นเพราะนี่เป็นส
กิลที่ผมซื้อมาจากเพื่อนของเขาในราคาสูงถึง 10,000
เหรียญ อากาศธาตุสีน ้าเงินเริ่มเกาะตัวลงบนพื้นผิวของ
ใบมีดที่แตกหักอย่างช้าๆ
[พลังงานดาราบริสุทธิ์]
หลังจากสังหารอิกทิโอซอรัส ผมได้ซื้อสกิลนี้มาจากบีฮ
ยอง มันมีข้อบกพร่องเล็กน้อยเมื่อเทียบกับเทคนิค
พลังงานที่เหนือกว่า แต่พวกมันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะได้รับมาใน
ขณะนั้น
[ศรัทธาแตกสลายตอบสนองต่อพลังงานดาราของคุณ]
[คมมีดแห่งศรัทธาถูกเปิดใช้งาน!]
หลังจากนั้นไม่นาน ใบมีดสีขาวเจิดจ้าก็งอกออกมาจาก
ขอบของใบมีดที่แตกหัก ศรัทธาแตกสลาย ประสิทธิภาพ
ที่แท้จริงของมันจะถูกเปิดเผยเมื่อพลังงานดาราถูกรีดเร้น
เข้าไป
จ านวนของหนวดเพิ่มขึ้นเป็นหลายสิบอันและครอบคลุม
วิสัยทัศน์ของผมไว้ ผมคงจะไม่ปลอดภัยจากการโจมตี
เหล่านี้ด้วยระดับ STA ในปัจจุบัน มันน่ากลัว แต่ตอนนี้
มันมีโอกาสอยู่ มันเป็นเพราะคมมีดแห่งศรัทธาคืออาวุธที่
มีคุณภาพดีที่สุดในการต่อกรกับเผ่าพันธุ์ปีศาจ
หนวดที่สัมผัสคมมีดถูกตัดออกไป ผู้พิทักษ์ความมืดกรีด
ร้องอย่างน่าหวาดกลัวในขณะที่หนวดของมันถูกท าลาย
ผมรู้สึกว่าพลังเวทมนตร์ก าลังจะหมดแต่ผมก็ไม่รีบ ผม
ขยับคมมีดอย่างใจเย็น ผมพลาดเป้าไปหลายครั้งเพราะผม
ไม่มีสกิล ‘เซ้นส์การต่อสู้’ หรือ ‘การฝึกฝนดาบ’ ดังนั้น
วิธีการในการกวัดแกว่งดาบของผมจึงแย่มาก มันเป็น
ธรรมดา ผมเป็นนักอ่านไม่ใช่นักดาบ และนักอ่านก็ต้องสู้
ในแบบนักอ่าน
[ผลของแอตทริบิวต์ได้ปรับปรุงความทรงจ าของคุณใน
หน้าที่คุณได้อ่านแล้ว]
หน้าหนังสือของหนทางเอาชีวิตรอดเปล่งประกายขึ้นมา
ในหัวของผม
「…รูปแบบการโจมตีของผู้พิทักษ์ความมืดนั้นง่ายมาก
ถ้าไม่มีเงื่อนไขใดๆ หนวดจะโจมตีที่มุมบนขวาเป็น
อันดับแรก…」
「…หลังจากโจมตีจะเป็นหนวดหนึ่งเส้นจากทาง
ด้านล่าง…」
「…หนวดของมันสามารถงอกออกมาใหม่ได้แต่ต้องใช้
เวลาหลายนาที…」
ผมอ่านมันอย่างขะมักเขม้นและใช้สิ่งที่ผมอ่านมา
“โฮกกกก!” ผู้พิทักษ์ความมืดกรีดร้องออกมาในขณะที่
หนวดของมันถูกตัด
อีกมุมหนึ่งของสายตาของผมคือลีกิลยัง เด็กหนุ่มมองมา
ที่ผมด้วยดวงตาที่หวั่นเกรง น่าเสียดาย มันไม่เหมือนกับ
ความปรารถนาของเขา ผมไม่ใช่ตัวละครหลักในโลกใบ
นี้ แต่ถึงกระนั้น ผมก็มั่นใจอย่างน้อยหนึ่งอย่าง
“Kar Mien Der” ผู้พิทักษ์ความมืดพึมพ าในขณะที่มัน
คลุ้มคลั่งจากความตกใจของมัน มันไม่ได้ถาม แต่ยูซาน
อาก็พึมพ าอยู่ข้างหลังผมด้วยน ้าเสียงสั่นๆ “เจ้ารู้จุดอ่อน
ทั้งหมดของข้าได้ยังไง…?”
นี่คือสิ่งที่มันหมายถึง ผมตอบเบาๆ
“ผมอ่านหนังสือมาเยอะหน่ะ”
ฉันรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้มากกว่าใคร