มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 217 – นักปฏิวัติตัวจริง (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 217 – นักปฏิวัติตัวจริง (4)
ลูกสูบของกระบอกสูบที่ติดตั้งในโรงงานขยับอย่างรุนแรงใน
ขณะที่เครื่องบดค าราม ชิ้นส่วนเรื่องราวที่ไม่ถูกย่อยสลายโผล่
ออกมาจากพื้นผิวเหมือนกับสกรู มันเป็นหลักฐานว่าโรงงานนี้
ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ดยุคขมวดคิ้วเล็กน้อยในขณะที่เขาเห็นภายนอกที่ไม่มั่นคงของ
โรงงาน ‘มันก็ไม่ได้แย่นัก”
โรงงาน ทุกๆ คนในโลกปีศาจมีเรื่องราวที่คล้ายกัน แม้ว่าพวก
เขาจะเป็นแกรนด์ดยุคก็ตาม แน่นอน พลังของแต่ละโรงงาน
นั้นก็แตกต่างกันออกไป แต่โรงงานของสวิตซ์ก็เป็นเอกลักษณ์
‘มันคุ้มค่าที่จะเข้าไปยังยมโลก’
ความสูงของร่างกาย 40 เมตร โรงงานที่มีรูปร่างคล้ายกับยักษ์
ที่มีพื้นฐานมาจากทหารยักษาของยมโลก มันเป็นอาวุธที่เขา
แทบจะไม่ได้เห็นแม้ว่าจะติดสินบนหนึ่งในตุลาการของยมโลก
ไป แน่นอน โรงงานของดยุคเป็นแค่ร่างโคลนคุณภาพต่ าเมื่อ
เทียบกับทหารยักษา
‘ข้ายังไม่พอใจกับระดับนี้…’
โรงงานเปล่งเสียงรุนแรงออกมาราวกับว่าเป็นการแสดงออกถึง
ความผิดหวังของดยุค ใบมีดของเครื่องบดกระทบกับพื้น ฝุ่น
คละคลุ้งไปทั่วพื้นที่และมีอาคารของชาวเมืองหลายสิบหลังพัง
ลง มันเหมือนกับเด็กที่ท าลายของเล่น ดยุคท าลายพวกมัน
อย่างไม่ลดละ
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มยินดีกับการท าลายล้างอันน่าตื่นเต้น!]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มก าลังชี้ไปยังชาวเมืองที่หนีไป!]
มันเป็นเรื่องยาว ประวัติความเป็นมาของเขตอุตสาหกรรม
สวิตซ์ได้สะสมมามากแล้ว ถึงกระนั้น มันก็ไม่มีความลังเลอยู่
เลยในพฤติกรรมของดยุค
“อ๊ากกก!”
ดยุคเก็บเรื่องราวที่ถูกพ่นออกมาจากเครื่องบดและคิด ‘มันเป็น
กระบวนการเพื่อเรื่องราวที่ใหญ่ยิ่งกว่า’
400 ปี เวลาที่ราชวงศ์ก าเนิดขึ้นและล่มสลาย ในช่วงเวลานั้น
สวิตซ์ก็ได้บงการอยู่ที่นี่
ครั้งหนึ่งเขาเคยรักทุกสิ่งทุกอย่างในเขตอุตสาหกรรมนี้ บางครั้ง
เขาก็เป็นผู้ปกครองที่ชาญฉลาด และบางครั้งก็คือทรราช เขา
พยายามยกระดับความสุขของชาวเมืองผ่านการปกครองที่
อ่อนโยน และเขาก็เข่นฆ่าผู้คนผ่านการกดขี่และเผด็จการ เขา
มีความสุข ความเศร้า และความสนใจในบางครั้ง
อยู่มาวันหนึ่ง ดยุคก็เหลือแค่อารมณ์เดียว ‘ข้าเหนื่อย’
หลังจากไปเยี่ยมเยือนโอลิมปัสและยมโลก ความคิดของเขาก็
ยิ่งรุนแรงขึ้น
‘ท าไมข้าถึงต้องกินเรื่องราวเหล่านี้?’
เขาไม่เคยลืมอาหารค่ าสุดหรูที่เสิร์ฟบนโต๊ะอาหารของราชินี
แห่งยมโลก
ปรมาจารย์ดาบต่างโลก จอมปราชญ์ มหาจอมเวทย์…
สวิตซ์กินเรื่องราวที่ปรุงมาอย่างดีและรู้สึกทึ่งอย่างแท้จริง โอ้
พระเจ้า รสชาตินี้ เขาท าสีหน้าไร้วิญญาณในขณะที่เขาดื่มด่ า
ไปกับรสชาติที่ระเบิดอยู่ในปากของเขา
– เจ้านี่กินเก่งจริงๆ
สวิตซ์ได้สติกลับมาและสังเกตเห็นว่าเฟอร์เซโฟนีไม่แตะอาหาร
ตรงหน้าของเธอเลย เพอร์เซโฟนีมองดูเรื่องราวที่กระจัด
กระจายอยู่บนจานของเขาราวกับว่าพวกมันคืออาหารขยะ
สวิตซ์ไม่อาจลืมความอับยศที่เขารู้สึกในเวลานั้นได้
‘ข้าจะไปยังสถานการณ์ต่อไป’
ยิ่งเรื่องราวใหญ่ขึ้น ยิ่งมันเร้าใจขึ้น เขาก็จะได้รับพลังที่ยิ่งใหญ่
ขึ้น
‘ข้าจะกลายเป็นราชาปีศาจ ข้าจะใช้ชีวิตอยู่โดยการกิน
เรื่องราวที่สุดยอดยิ่งกว่าเรื่องราวบัดซบพวกนี้’
เพื่อความฝันนั้น มันไม่มีความหมายอะไรเลยที่จะต้องละทิ้ง
เขตอุตสาหกรรมนี้
[..การปฏิวัติอะไร?]
เสียงของเขาสั่นเทา และเขตอุตสาหกรรมทั้งหมดก็สั่นสะเทือน
[ดูซะ มันไม่มีของอย่างการปฏิวัติอยู่! มันก็แค่บทบาทสมมุติ
ของสถานการณ์!]
มันเป็นน้ าเสียงที่ล้อเลียนชาวเมืองทุกคน
[ละครที่เล่นซ้ าไปซ้ ามากว่า 400 ปี พวกเจ้าก าลังต่อสู้เพื่อสิ่งที่
โง่เขลาแบบนี้อยู่!]
สวิตซ์ตะโกนทั้งๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ เขารู้สึก
เหมือนว่าเขาสามารถก้าวไปสู่ขั้นต่อไปได้
‘ข้าท าได้’
มันดูเหมือนว่าจะประสบความส าเร็จในระดับหนึ่ง ดยุคสวิตซ์
รู้สึกถึงการปลดแอกในขณะที่กลุ่มดาวจ านวนมากมองมาที่เขา
ความสุขภายนอกที่ได้รับมาจากการปฏิเสธตนเอง สวิตซ์รู้สึก
เหมือนกับว่าเขาคือศูนย์กลางของโลกทั้งใบเป็นครั้งแรก
อย่างไรก็ตาม…
“นายคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ?” มีคนตะโกนออกมา
***
แน่นอนว่ามันเป็นผม
「เจ้า…」
…บัดซบ ปัญหาก็คือว่าผมได้ยินเสียงความคิดภายในของเขาดี
เกินไป
[ตัวละคร ‘ดยุคปีศาจสวิตซ์’ ถูกครอบง าด้วยอาการหลงผิด
ของเขา]
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ขั้นที่สองถูกเปิดใช้
งาน!]
ความคิดของดยุคหลั่งไหลเข้ามา มันเหมือนกับการมองดูตัวตน
ที่เปลือยเปล่าของเขา ในระดับนี้ แม้แต่คนที่ไม่ได้ใช้มุมมองนัก
อ่านพระเจ้าก็คงจะรู้สึกได้
[มือและเท้าของกลุ่มดาวหนูกินตะปูขดตัวจากค าพูดและการ
กระท าของดยุค]
[กลุ่มดาว ‘จ้าวอสรพิษล่ าซ า’ บอกว่าเขาโอเคเพราะเขาไม่มี
มือหรือเท้า]
คนพวกนี้กระทั่งหัวเราะออกมา ดยุคไม่ทราบสถานการณ์และ
ยิ้มให้กับผม [นักปฏิวัติตัวปลอม]
“ใครตัวปลอม?”
ผมเปิดใช้งานบุ๊คมาร์คและวิถีแห่งสายลมก่อนที่จะพุ่งไป
ข้างหน้า การโจมตีครั้งใหญ่ผ่านตัวผมไปแบบฉิวเฉียด มันมี
หลุมเกิดขึ้นในที่ๆ เครื่องบดผ่านไปราวกับมีการทิ้งระเบิด
เกิดขึ้น
…ระดับนี้เพียงพอที่จะท าร้ายกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ได้ไหม? มัน
เป็นพลังที่ผมไม่อาจทนรับไหวด้วยร่างอวตารบัดซบนี้ นี่คือ
พลังของอาวุธเรื่องราว มันท าให้คนที่ไม่ใช่กลุ่มดาวเทียบเคียง
กับกลุ่มดาวได้
นอกจากนี้ ดยุคสวิตซ์อาจจะไม่ใช่กลุ่มดาว แต่เขาก็เป็นปีศาจ
ที่มีเรื่องราวระดับประวัติศาสตร์เทียบได้กับกลุ่มดาวระดับ
ยิ่งใหญ่
ระเบิดจากเครื่องบดกวาดไปทั่วเขตอุตสาหกรรม ชาวเมือง
ร้องไห้ออกมาในขณะที่พวกเขาสูญเสียบ้านไป พวกเขาคือคน
ที่สูญเสียบ้านเกิด มายังโลกปีศาจ และดิ้นรนสร้างชีวิตที่นี่
ชาวเมืองที่ได้สูญเสียงานไปจ้องมาที่ผมด้วยดวงตาที่ปกคลุมไป
ด้วยเขม่า
ผมมองไปยังชาวเมืองและคิด ผมเองก็ไม่ชอบสถานการณ์
แต่… บ้าเอ้ย
「คิมทกจาคิด: ฉันเกลียดที่ต้องยอมรับมัน」
ผมดูเหมือนจะเข้าใจว่าท าไมสถานการณ์นี้ถึงมีตัวตนอยู่ ผม
แยกอากาศโดยใช้วิถีแห่งสายลม ผมมาถึงหัวของโรงงานใน
พริบตาและใช้การปล่อยกระแสไฟฟ้าอีกครั้ง
[ความทนทานของร่างอวตารของคุณอยู่ในระดับอันตราย!]
ผมหมดสติไปก่อนหน้านี้ และระยะเวลาของบุ๊คมาร์คก็สูญ
เปล่าไป มันเหลือเวลาอีกแค่ 20 นาที่ วังวลสายฟ้าสีฟ้าปะทุ
ออกมาจากมือขวาของผมและพุ่งเข้าหาโรงงาน ภายนอกของ
โรงงานสั่นเล็กน้อย
[อั๊ค…?]
อย่างที่ผมคิดไว้ ผมขาดพลังโจมตี ร่างอวตารในปัจจุบันของ
ผมสามารถแสดงพลังได้แค่หนึ่งในสี่เท่านั้น
[ดีกว่าที่คาด…]
ยิ่งกว่านั้น มันคงอยู่ได้ไม่นาน อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องสู้ ผมต้อง
จัดการกับชายคนนี้ด้วยมือของผมเอง
[‘สถานะ’ ของกลุ่มดาวถูกปลอดปล่อยออกมา]
[ร่างอวตารของคุณได้รับความเสียหายหลายแห่งและ
ปลดปล่อยพลังงานได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น]
มันเป็นเวลาสั้นๆ แต่ชั่วขณะหนึ่ง โรงงานก็หยุดท างานไป
ชั่วคราว ผมไม่พลาดโอกาสนี้และรวบพลังเวทมนตร์ไปที่หมัด
ทั้งสองข้าง
[ออร่านี้? เจ้า อย่าบอกนะว่า…!]
[หัวใจมังกรทองที่แตกหักถูกเปิดใช้งาน!]
เมื่อใดก็ตามที่พลังเวทมนตร์ของผมลดลงอย่างรวดเร็ว หัวใจ
ของมังกรทองก็จะเติมพลังเวทมนตร์ให้กับผม ในการต่อสู้ที่
ตามมา เปลือกแข็งของโรงงานก็เริ่มถูกลอกออก สกรูโผล่
ออกมา และชิ้นส่วนเรื่องราวก็ไหลออกมาจากช่องว่าง
「คิมทกจาคิด: มันคงเป็นการต่อสู้ที่ดีถ้าร่างกายของฉันปกติ
ดี」
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังเฝ้าดูคุณอย่างกระวน
กระวาย]
ผมยืนหยัดขึ้นและทุบตีส่วนบนของโรงงานด้วยก าปั้นที่บรรจุไว้
ด้วยพลังทั้งหมดของการปล่อยกระแสไฟฟ้า ถ้าผมรู้ว่าผม
จะต้องต่อสู้อย่างหนักเช่นนี้ ผมคงจะตั้งใจเรียนกับเคียร์อีออ
สมากยิ่งขึ้น อืม ผมเดาว่าผมคงไม่มีพรสวรรค์
[ความทนทานของร่างอวตารของคุณถึงขีดจ ากัดแล้ว]
[หากคุณไม่หยุดการต่อสู้ทันที่ การพังทลายของร่างอวตารจะ
กลับมาอีกครั้ง]
การหายใจของผมแย่ลงและหมัดของผมก็ช้าลง โรงงานยังอยู่
ในสภาพดี
ดยุคพูดด้วยความยินดี [ขอบคุณเจ้ามาก สถานการณ์สุดท้าย
ของเขตอุตสาหกรรมช่างสุดยอดจริงๆ]
ผมรู้ว่าผมไม่สามารถเอาชนะได้ แต่ก่อนอื่นเลย ผมไม่ได้ก าลัง
ต่อสู้เพื่อจะเอาชนะ
「คิมทกจามองไปยังชาวเมืองของเขตอุตสาหกรรม」
ผู้คนก าลังเฝ้าดูผม ปากของบางคนเปิดอ้าออกในขณะที่มือทั้ง
สองข้างของคนอื่นๆ ขยับเข้าหากัน ผมยังเห็นไอลีนและมาร์ค
แต่ละคนก็มีความแตกต่างกัน แต่พวกเขาต่างก็มีสีหน้าที่
เหมือนกัน
「นักปฏิวัติและการต่อสู้」
มันเพียงพอแล้วที่จะคิดแบบนี้
「มันมีการปฏิวัติ」
มันไม่ส าคัญว่ามันจะเป็นของจริงหรือของปลอม ครั้งหนึ่งเคยมี
คนเขียนไว้ว่าสิ่งที่ผู้คนเชื่อมั่นจะมีพลัง เหมือนกับที่เรื่องราวได้
กลายเป็นความจริง
[อิทธิพลของคุณต่อเรื่องราวเด่นชัดยิ่งขึ้น]
ในอึดใจต่อมา แขนขนาดยักษ์ของโรงงานก็โจมตีผม ร่างกาย
ของผมถูกกระแทกกลับไปจากแรงปะทะ
[ความสามารถในการต่อสู้ของเจ้านั้นเยี่ยมยอด แต่เจ้าไม่อาจ
ชนะได้ เจ้าคือตัวปลอม]
ผมยกร่างขึ้นจากพื้นแตก “อย่างที่นายพูด ฉันไม่ใช่นักปฏิวัติ
ตัวจริง อย่างไรก็ตาม มันก็มีนักปฏิวัติอยู่”
[ของแบบนั้นไม่มีอยู่จริง]
“ท าไมนายถึงคิดแบบนั้น? มันเป็นเพราะนายเคยเป็น ‘นัก
ปฏิวัติ’ มาก่อนเหรอ?”
[…!]
“ในท้ายที่สุด แม้ว่าการปฏิวัติจะเกิดขึ้น วงจรการปกครองอัน
ไม่มีที่สุดสิ้นก็จะเกิดขึ้นอีกเหรอ?”
ผมเข้าใจความรู้สึกของดยุคสวิตซ์ ผมตระหนักดีถึง
โศกนาฏกรรมของ ‘สถานการณ์การปฏิวัติ’ อะไรที่ท าให้การ
ปฏิวัติเป็นการปฏิวัติ?
“มันเป็นนายที่ล้มเหลว ไม่ใช่ทุกคน”
มันมีสถานการณ์ที่เลวร้าย มันมีสถานการณ์ที่น่าเศร้า อย่างไร
ก็ตาม…
“มันไม่มีสถานการณ์ที่ไม่มีความหมาย”
ไม่ว่าสถานการณ์จะระย าแค่ไหน ผู้คนก็ต้องจบลงด้วยการใช้
ชีวิตอยู่กับสถานการณ์นั้น พวกเขามีความสุขหรือความเศร้า
พวกเขาต่อสู้กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ มันมีทั้งคนที่ตายและคนที่
ช่วยคนอื่น
นี่คือสถานการณ์ของหนทางเอาชีวิตรอดที่ผมรู้จัก นั่นเป็น
เหตุผลที่ผมสามารถอ่านหนทางเอาชีวิตรอดต่อไปได้
ร่างกายของผมขยับได้ยากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าผมท าตามนิยาย
ต้นฉบับ ผมก็คงจะไม่ต้องล าบากแบบนี้
「ยูจงฮยอคมีความคิด ถ้าเขาไม่รู้ว่าใครคือนักปฏิวัติ เขาก็จะ
ฆ่าคนพวกนี้ทั้งหมดจนกว่านักปฏิวัติจะปรากฏตัวออกมา」
ในท้ายที่สุด ยูจงฮยอคแห่งการเสื่อมถอยรอบที่ 111 ก็ได้
ตัดสินใจอย่างเลวร้าย อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ได้ต้องการท าแบบ
นี้ นั่นเป็นเหตุผลที่ผมยังคงต่อสู้ต่อไป
ดยุคโจมตีอีกครั้ง และในท้ายที่สุด แผ่นหลังของผมก็ล้มครืนลง
ไป ต่อร่างที่ไร้พลังของผม มือยักษ์ของโรงงานได้พุ่งเข้ามาอีก
ครั้ง
[เรื่องราวของเจ้าดึงดูดใจมาก ข้าจะกินเจ้า]
เขาเป็นคนที่เคยไปยมโลกและได้ลิ้มรสเรื่องราวอันยอดเยี่ยม
มันเป็นธรรมดาส าหรับเขาที่จะรู้สึกตื่นเต้นเมื่อมองมาที่ผม
ในทันทีที่มือยักษ์ก าลังจะคว้าตัวผมไว้ มันก็มีบางคนพุ่งเข้ามา
หาผมด้วยพลังทั้งหมดและรวบตัวผมไว้
ผู้หญิงที่คุ้นเคยยืนอยู่ในที่ๆ มีฝุ่นฟุ้งขึ้นมา “เจ้าก าลังจะท า
อะไร?”
ประธานสภาพลเรือน ไอลีน ผมลุกขึ้นพิงก าแพงพร้อมกับ
ขมวดคิ้ว”หลบไปซะ”
“เจ้าท ามาพอแล้ว” ไอลีนไม่ขยับ ผมเห็นสีหน้าอันมุ่งมั่นของ
เธอ และมุมหนึ่งของหัวใจของผมก็แข็งไป รอก่อน นักปฏิวัติ
จะต้อง…
[ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหน? นักปฏิวัติผู้ประกาศตัวเอง!]
ไอลีนหันหลังไปเมื่อได้ยินเสียงของดยุค ผมรู้ว่าเธอก าลังจะท า
อะไรและรีบไล่ตามเธอไป ในขณะที่เธอยืนอยู่ตรงหน้าของดยุค
มันก็มีคนตะโกนออกมา “นักปฏิวัติอยู่ตรงนี้!”
นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นคนๆ นี้ เขาตะโกนในขณะที่ชี้ไปที่
ตัวเอง
[มีคน ‘ประกาศการปฏิวัติ’]
เขาอาจเป็นสมาชิกของสภาหรือชาวเมืองที่ซ่อนตัวอยู่ ผมไม่
รู้จักชื่อหรือใบหน้าของนักปฏิวัติ พวกเขาถูกกล่าวถึงแบบ
ผ่านๆ ไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรในหนทางเอาชีวิตรอด
[อะไร…?]
“ไม่ ข้านี่แหละคือนักปฏิวัติ!” คราวนี้มันเป็นเสียงของผู้หญิง
ผมไม่รู้จักใบหน้าเหล่านี้ หญิงสาวคนหนึ่งสั่นในขณะที่เธอ
ตะโกนออกมา แต่ถึงกระนั้น เธอก็ยืนตัวตรง นี่คือจุดเริ่มต้น
ของเสียงที่ดังออกมาจากทั่วทุกทิศทาง
[มีคน ‘ประกาศการปฏิวัติ’!]
[มีคน ‘ประกาศการปฏิวัติ’!]
ไอลีนและมาร์คก็เหมือนกัน มันไม่ใช่แค่ชาวเมือง อวตาร
หลายๆ คนที่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านก็ตะโกนออกมา พวกเขาถือ
อาวุธในขณะที่ตะโกนออกมา
“ข้าคือนักปฏิวัติ! มาฆ่าข้าสิ!”
ชาวเมืองกุมอาวุธไว้แน่น ชาวเมืองจ านวนนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าหา
โรงงานราวกับคลื่นถาโถม ผมทึ่งมากจนผมสะดุดไป
「มันเป็นภาพที่ไม่ปรากฏขึ้นในหนทางเอาชีวิตรอดที่ยูจงฮ
ยอคใช้ชีวิตอยู่」
มันน่าเสียดาย ผมต้องการที่จะแสดงให้ยูจงฮยอคในรอบที่ 111
ได้เห็นภาพนี้ ถ้าเขาเห็นสิ่งนี้ เขาจะต้องเลือกทางอื่นอย่าง
แน่นอน
และในเวลานั้นเอง
“ข้าคือนักปฏิวัติยูจงฮยอค!” มีคนตะโกนออกมา
“ข้าคือยูจงฮยอค!”
“ไม่ ข้าต่างหาก!”
…อะไรนะ? ไม่สิ เดี๋ยวก่อน
“ข้าคือยูจงฮยอค!”
พวกเขาก าลังคิดบ้าอะไรอยู่? ในตอนนี้ผู้คนก าลังตะโกนออกมา
ว่าตัวเองคือ ‘นักปฏิวัติ’ ทั้งยังมียูจงฮยอคอยู่นับไม่ถ้วนในเขต
อุตสาหกรรม
[มีคนประกาศว่าเขาคือ ‘ยูจงฮยอค’!]
ไม่… เดี๋ยวก่อน
[ระบบความส าเร็จของการถ่ายทอดสดดวงดาวสับสน]
***
ในเวลาเดียวกัน
ชายคนหนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีด าพร้อมกับตุ๊กตาเล็กๆ บนไหล่
มาถึงเขตอุตสาหกรรม ชายคนนั้นมองไปยังเขตอุตสาหกรรม
และพึมพ า”…นี่คือต าแหน่งของคิมทกจาใช่ไหม?”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ พยักหน้าด้วยหน้าขึ้น
สีบางๆ]
(จบตอน)