มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 247 – การคัดเลือกราชาปีศาจ (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 247 – การคัดเลือกราชาปีศาจ (2)
มันมี ‘สถานการณ์ภัยพิบัติ’ อยู่สองประเภทในการถ่ายทอดสด
ดวงดาว ประเภทแรกคือสถานการณ์มหาวิบัติที่เกี่ยวข้องและ
ได้กลายเป็นต านานประเภทหนึ่ง อย่างเช่นแร็คนาร็อค หรือกิ
แกนโทมาเคีย
ประเภทที่สองคือสถานการณ์ท าลายล้างที่เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ นี่
คือกรณีของโถงเอกที่อยู่ตรงหน้าของผม
“มันไม่ใช่กลุ่มดาว” เซียนดาบทลายนภาจ้องไปยังท้องฟ้าคลั่ง
ที่เริ่มมืดลง
ถ้ามันไม่มีออร่าของกลุ่มดาว งั้นมันก็มีเพียงค าตอบเดียว
เท่านั้น”เทพเจ้าภายนอก”
ในตอนนี้ผมได้กลายเป็นกลุ่มดาวแล้ว ผมสามารถรู้สึกถึงพลัง
ของเทพเจ้าภายนอกจากโถงได้ มันเป็นสิ่งที่ผมได้พบมาสอง
สามครั้งแล้ว อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกของผมในตอนนี้ก็
แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง คนตาบอดจะไม่ตาบอดมากไปกว่า
นั้นแล้วเมื่อได้มองไปยังพระอาทิตย์ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเกลียด
การที่ผมกลายเป็นกลุ่มดาว
ยูจงฮยอคพึมพ า “…ท าไมสถานการณ์ท าลายล้างถึงเกิดขึ้น
ในตอนนี้?”
ยูจงฮยอคเคยผ่านรอบที่หนึ่งและรอบที่สองมาแล้ว และรู้ถึง
อนาคตของบู๊ลิ้ม
ในนิยายต้นฉบับ บู๊ลิ้มได้ถูกท าลายโดยเทพเจ้าภายนอก
อย่างไรก็ตาม มันก็ยังเร็วเกินไป ในนิยายต้นฉบับ มันเกิดขึ้นใน
อีกหลายปี ในตอนนี้ได้มีบางสิ่งดึงไทม์ไลน์ให้ยุ่งเหยิง เกิดอะไร
ขึ้น? ท าไมมันถึงเป็นแบบนี้…
…เดี๋ยวก่อน หรือว่า? ยูจงฮยอคคิดคล้ายๆ กันและถามผม “…
ฉันคิดถูกไหม?”
“มันน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ” ผมตอบกลับไป
‘สถานการณ์ท าลายล้าง’ เป็นสถานการณ์ที่จะทดสอบความ
เป็นไปได้ของอวตาร หากจ านวนความเป็นไปได้สะสมยังไม่ถึง
ก าหนด ‘ภัยพิบัติ’ ก็จะไม่เริ่มขึ้น ในปราสาทมังกรครามแห่งนี้
มันมีแค่สิ่งเดียวเท่านั้นที่ไปกระตุ้นความเป็นไปได้เมื่อไม่นานมา
นี้
เซียนดาบทลายนภาพูดออกมา “มันคืองานประลองวรยุทธ์”
การประลองวรยุทธ์ ความเป็นไปได้ที่นักล่าแห่งหนองน้ าและ
กลุ่มดาวอื่นใช้ไปได้กระตุ้นให้เกิดภัยพิบัติ
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มไม่ชอบที่คุณก าลังสนุกกับสถานการณ์]
ไอ้ระย าเอ้ย
“คิมทกจา นายไปท าบ้าอะไรที่นั่น?”
ยูจงฮยอคไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่สมาคมนักชิมและโกรธผม ผมไม่
มีข้อแก้ตัว มันไม่มีทางย้อนกลับสถานการณ์ที่เริ่มขึ้นแล้ว
[อีกไม่กี่นาที่ สถานการณ์ท าลายล้างจะเริ่มต้นขึ้น!]
[‘เทพเจ้าภายนอก’ ก าลังเตรียมโจมตี!]
[ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมในสถานการณ์ควรออกจากพื้นที่สถานการณ์
โดยเร็ว!]
ข้อความดังออกมา และความวุ่นวายก็เริ่มขึ้นในปราสาทมังกร
คราม
“บ้าเอ้ย! นี่มันอะไรกัน?”
“รีบหนีเร็ว!”
ไม่เหมือนกับสถานการณ์อื่น สถานการณ์ ‘มหาภัยพิบัติ’ มี
ตัวเลือกในการเข้าร่วม อวตารเหมือนพวกเขาก าลังรีบออกไป
จากพื้นที่ แม้แต่พ่อค้าที่ก าลังขายไฟล์วรยุทธ์และผู้ฝึกยุทธ์แห่ง
ปราสาทมังกรครามก็ตาม… การแสดงออกของพวกเขา
เปลี่ยนไปในทันทีที่โถงเอกปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า ความคิดเรื่อง
ของความ ‘มีฝีมือ’ และ ‘ไร้ฝีมือ’ ไม่มีความหมายอะไรต่อหน้า
ตัวตนนี้
“เกิดอะไรขึ้น…”
จางฮายังและฮันมยอนโกวิ่งมาที่สนามในไม่ช้า
“พวกเราต้องออกไปจากที่นี่ เตรียมตัวเร็ว”
“อึก…” จางฮายังกลืนน้ าลายในขณะที่เขาชี้ไปยังท้องฟ้า
หนวดจ านวนมากก าลังยื่นออกมาจากโถงเอก ไม่ต้องสงสัยเลย
ว่ามันคือเทพเจ้าภายนอกที่ผมได้พบในดินแดนแห่งสันติและ
ปราสาททมิฬ
[ข้า จะ ก า จัด ทุกสิ่ง]
ผมรู้สึกอึ้งไปกับการปรากฏตัวนี้ ความโลภอันยิ่งใหญ่ได้ท าให้
ผู้คนที่ก าลังหลบนีทรุดตัวลงและฉี่ราดออกมา
“อ-อ๊ากกกก!”
มันคือความโกลาหลครั้งใหญ่ที่รบกวนเข้าไปถึงจิตวิญญาณ
จากแค่เสียงที่แท้จริง แน่นอนว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้อง
เผชิญหน้ากับตัวตนเช่นนี้ ไม่ว่ายูจงฮยอคจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็
ตาม แม้แต่เทพเจ้าภายนอกที่อ่อนแอก็มีพลังพอที่จะเหยียบย่ า
กลุ่มดาว มันยากที่จะคาดหวังถึงโอกาสที่จะใช้ก าแพงที่สี่
เหมือนที่ผมท ากับผู้กลืนกินความฝัน
[เหลือเวลาอีก 30 นาทีจนกว่าจะเริ่มต้นสถานการณ์ท าลาย
ล้าง]
พวกเราต้องหนีไปจากที่นี่ บางทีนั่นอาจจะเป็นทางเลือกที่
ดีกว่า
“เซียนดาบทลายนภา”
ผมจ้องไปยังเซียนดาบทลายนภา และเธอก าลังมองกลับมาที่
ผม มันเป็นการแสดงออกที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้เลย
「ส าหรับเซียนดาบทลายนภา บู๊ลิ้มคือบ้าน」
ทั้งหมดที่ผมรู้คือประโยคที่ถูกเขียนไว้ในหนทางเอาชีวิตรอด
แต่จากประโยคดังกล่าว มันไม่มีเหตุผลที่เซียนดาบทลายนภา
จะต้องปกป้องสถานที่แห่งนี้
「แน่นอน ไม่ใช่ทุกคนที่ชอบ ‘บ้าน’ ของพวกเขา」
ส าหรับเธอ บู๊ลิ้มเป็นแค่แหล่งเพาะพันธุ์ของโลกอันโสมม มัน
เป็นโลกที่สูญเสียความน่าจดจ าและความเห็นอกเห็นใจไปแล้ว
「”บู๊ลิ้มถูกท าลายไปนานแล้วก่อนที่มันจะถูกท าลาย
จริงๆ”」
จนถึงตอนนี้ มันไม่มีเหตุผลอะไรที่เซียนดาบทลายนภาจะอยู่
ที่นี่ บู๊ลิ้มคงจะพินาศ พูดให้ชัดๆ มันต้องพินาศ
“อาจารย์” เสียงของยูจงฮยอคผลักให้พวกเราจากไป
ถึงกระนั้น ท าไมเซียนดาบทลายนภาถึงไม่ขยับ? เธอยืนนิ่ง
เหมือนกับขุนเขาในขณะที่เธอจ้องไปยังถนนที่อยู่ตรงข้ามอย่าง
เงียบๆ เมืองนี้วุ่นวายจากความจราจลและการอพยพ จากนั้น
ผมก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งก าลังเดินเข้ามา
ผมสัมผัสได้ถึงออร่าอันอ่อนเยาว์รอบๆ ร่างกายของพวกเขา
และสังเกตเห็นว่าพวกเขาคือใคร
“เซียนดาบทลายนภา นานแล้วสินะ”
หัวหน้าของตระกูลอันทรงพลังแห่งปราสาทมังกรครามได้มา
เยี่ยมเซียนดาบทลายนภา
***
ไม่ยากเลยที่จะเดาว่าท าไมพวกเขาถึงมาที่นี่ เทพเจ้าภายนอก
ได้มาเยือนบู๊ลิ้ม และการท าลายล้างก็ถูกก าหนดไว้
มันมีปฏิกิริยาอยู่สองอย่างก่อนที่บู๊ลิ้มจะถูกท าลาย วิ่งหนีหรือ
ต่อสู้
คนที่ไม่สูญเสียอะไรมากก็หนีไป แต่อวตารที่เคยอยู่ที่นี่มานาน
นั้นต่างออกไป พวกเขาสร้างกองก าลัง รวบรวมความมั่งคั่ง
และสร้างเรื่องราว พวกเขาคือผู้ที่มาถึงจุดสูงสุดของอ านาจใน
พื้นที่หนึ่ง
“เซียนดาบทลายนภา พวกเราต้องการความช่วยเหลือจาก
ท่าน”
จากซ้ายไปขวา พวกเขาคือตระกูลจูเก้อ ตระกูลมู่หรง ส านัก
เสฉวนถังเหมิน ตระกูลฮวางโบ และตระกูลนัมกุง
หัวหน้ากองก าลังหลักทั้งห้าแห่งบู๊ลิ้มมารวมตัวกัน ซึ่งเป็น
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากมาก เบื้องหลังของพวกเขาคือ
หัวหน้าห้าส านักใหญ่
“ข้าขอร้อง ให้บู๊ลิ้มได้ยืมพลังของเจ้าด้วยเถอะ”
เซียนดาบทลายนภาก าหมัดและตอบ “เจ้าต้องการพลังของ
ข้า…”
หัวหน้าตระกูลที่มีชื่อเสียงบางคนถอยหลังไปด้วยน้ าเสียงอัน
เย็นชา คนที่มีปฏิกิริยาเร็วที่สุดคือหัวหน้าตระกูลจูเก้อ “โปรด
ช่วยพวกเราด้วย ข้าขอร้อง”
ผมเข้าใจว่าท าไมพวกเขาถึงท าแบบนี้ เทพธิดาบุปผาเหมันต์ที่
เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในพื้นที่นี้ยังพ่ายแพ้ต่อลูกศิษย์
ของเซียนดาบทลายนภา มันมีช่องว่างอันยิ่งใหญ่อยู่
บางทีผลกระทบของงานประลองวรยุทธ์อาจจะได้กระตุ้นเตือน
ปรมาจารย์จ านวนนับไม่ถ้วนที่ก าลังวิ่งไปตามเส้นทางที่
ง่ายดาย ยูจงฮยอคได้แสดงพลังที่เอาชนะได้กระทั่งอวตารที่จุติ
ลงมา
ปรมาจารย์เก่าแก่รู้สึกคิดถึงเส้นทางแห่งผู้บรรลุเก่าๆ ในขณะที่
นักผจญภัยที่มาเยือนได้หวนระลึกถึงเหล่าคนที่ไปถึงจุดสูงสุด
“บรรพบุรุษแห่งปรมาจารย์ โปรดช่วยลูกหลานของท่านด้วย”
ในท้ายที่สุด คนที่พูดก็เป็นสมาชิกของตระกูลนัมกุง ซึ่งเป็น
ตระกูลเดียวกันกับเซียนดาบทลายนภา นัมกุง มินยัง
เขาคือชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าดุร้าย บางทีนี่อาจจะเป็นนัม
กุงจินชอน หนึ่งในสิบผู้อาวุโส มันอาจจะมีแค่ครึ่งเดียว แต่
สายเลือดของตระกูลของเขาก็ไหลผ่านร่างกายของเซียนดาบ
ทลายนภาอยู่ ด้วยเหตุนี้เอง ดวงตาของเซียนดาบทลายนภาจึง
สั่น
ผมไม่อาจทนดูได้อีกและก้าวออกมา “ตลกจัง ไม่ใช่ว่าพวก
นายคือคนที่ได้ทอดทิ้งเซียนดาบทลายนภาไปเหรอ?”
โดยปกติ ผมคงจะท าอะไรสักอย่างกับความรู้สึกที่พวกเขา
แสดงออกมา ผมอาจจะคิดถึงวิธีการพาพวกเขาไปยังการ
คัดเลือกราชาปีศาจกับผม อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้เรื่องของ
เซียนดาบทลายนภาก็ฉุกเฉินยิ่งกว่า
“น่าเศร้า พวกเจ้าลืมทุกอย่างที่พวกเจ้าท าเมื่อกลุ่มดาวและโด
เกบิมาที่นี่เป็นครั้งแรก”
“อะไรนะ… เจ้าเป็นใครกัน?”
หัวหน้าตระกูลบางคนเปลี่ยนสีหน้าหลังจากตระหนักได้ถึง
ความหมายในค าพูดของผม บางทีพวกเขาเองก็อาจจะจ าได้
เหตุใดที่เซียนดาบทลายนภา ผู้ปกครองสูงสุดแห่งบู๊ลิ้ม ถึงมา
เปิดหอวรยุทธ์ในพื้นที่ที่เสื่อมโทรม?
ยูจงฮยอครู้สถานการณ์และกัดริมฝีปากของเขาให้กับค าพูด
ของผม การแสดงออกของเซียนดาบทลายนภาบิดเบี้ยวไป
และจิตวิญญาณอันห้าวหาญของเธอก็หยุดลง
ผมไม่อาจต าหนิเธอได้ เธอไม่ได้ไล่ตามเกียรติหรือความ
ปรารถนาอันไร้สาระ ดังนั้นเธอจึงถูกใช้โดยชาวบู๊ลิ้มและถูก
ทอดทิ้งไว้ที่นี่ในที่สุด ในฐานะที่เป็นสัญลักษณ์แห่งบู๊ลิ้มที่เสื่อม
ถอย ตระกูลอันมีชื่อเสียงได้ทิ้งเธอไว้ในสถานที่แห่งนี้และสร้าง
ปราสาทของตนขึ้นมา
“หัวหน้าตระกูลนัมกุง มันก็เหมือนกับนาย บรรพบุรุษแห่ง
ปรมาจารย์… นายไม่เคยเรียกเซียนดาบทลายนภาว่าแบบนั้น
มาก่อนเลยใช่ไหม?”
“ร-เรื่องนั้น…”
“ถ้านายมีความคิดอะไรอื่น นายก็คงจะไม่มาที่นี่ ฉันไม่รู้ว่า
นายกล้าหรือโง่กันแน่ นายรู้ไหมว่าท าไมเซียนดาบทลายนภา
จึงแตกต่างไปจากตระกูลนัมกุง?”
เด็กที่เกิดขึ้นมาระหว่างเทพยักษ์และมนุษย์ ผมรู้ดีกว่าใครถึง
การทดสอบที่เซียนดาบทลายนภาต้องประสบในขณะที่เธอ
เติบโตขึ้นมา บางทีอาจจะมากกว่ายูจงฮยอคด้วยซ้ า
「ผู้หญิงคนนี้…!」
「มันคือสายเลือดต้องสาปจากเทพยักษ์」
เซียนดาบทลายนภาท าสีหน้าสงสัย เธอจะต้องสงสัยแน่ๆ ว่า
ท าไมผมถึงรู้เรื่องเหล่านี้ ตามปกติ มันคงจะเป็นค าพูดที่
อันตราย แต่ในตอนนี้ค าถามของเธอกลับเป็นประโยชน์ส าหรับ
ผม เซียนดาบทลายนภาคงจะติดตามผมไปเพื่อไขค าตอบนี้
“เจ้าจะไปรู้อะไร…?!”
“หุบปาก! เซียนดาบทลายนภา คนผู้นี้เป็นใครกัน?”
หัวหน้าตระกูลที่ก าลังปั่นป่วนเดินเข้ามาเพื่อจะคุกคามผม และ
ยูจงฮยอคก็ชูดาบปีศาจทมิฬขึ้นมา มันเป็นสิ่งที่ดี ถ้ามีความ
ขัดแย้งเกิดขึ้นที่นี่ พวกเราก็จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้อย่าง
สงบ
ก่อนที่ยูจงฮยอคซึ่งก าลังโมโหอยู่จะระเบิดออกมา หัวหน้า
ตระกูลจูเก้อก็ล้มลงไปบนพื้นในทันใด “เซียนดาบทลายนภา
ข้าขอส านึกต่อความผิดพลาดในสมัยนั้น ข้าเข้าใจว่าพวกเรา
ไม่อาจย้อนคืนการกระท าของพวกเราได้”
…บ้าเอ้ย มันยังมีคนที่ฉลาดอยู่ในโลกนี้ หัวหน้าตระกูลคนอื่นๆ
รู้สึกงุนงงกับการกระท าของเขา หัวหน้าตระกูลจูเก้ออ้อนวอน
เซียนดาบทลายนภาด้วยสีหน้าอันสิ้นหวัง ราวกับว่าเขาก าลัง
สวดภาวนาต่อเทพแห่งบู๊ลิ้ม “ถ้าท่านไม่ช่วย บู๊ลิ้มจะต้องถูก
ท าลายแน่ๆ”
เขาสามารถขอความเมตตาจากพระเจ้าได้ตลอดเวลา แต่เขาก็
เป็นศิษย์ที่พร้อมจะละทิ้งความเชื่อของเขาได้ตลอดเวลา
จากนั้นเทพแห่งบู๊ลิ้มก็ตอบ “ครั้งหนึ่ง ต้นไม้เล็กๆ ได้มา
รวมกันเพื่อสร้างป่า”
หัวหน้าตระกูลจูเก้อเงยหน้ามองเซียนดาบทลายนภาหลังจาก
ได้ยินค าพูดที่ไม่คาดคิด
“ในตอนนี้ต้นไม้เล็กๆ ถูกขุดรากถอนโคนและเหลือเพียงต้นไม้
ใหญ่ไม่กี่ต้นที่ครอบครองผืนดินและปกคลุมผืนฟ้าด้วยกิ่งก้าน
ของพวกมัน”
เซียนดาบทลายนภามองไปยังปราสาทมังกรครามด้วยสีหน้า
ว่างเปล่า ยอดแหลมของบ้านแห่งตระกูลอันโดดเด่นนั้นสูงยิ่ง
กว่าก าแพง ราวกับว่าพวกมันก าลังมองลงมายังชาวเมืองใน
นามของสวรรค์ จากนั้นผมก็เข้าใจค าพูดของเซียนดาบทลาย
นภา
“ใบและกิ่งก้านต่างก็อุดมสมบูรณ์ แต่ในตอนนี้มันกลับเหลือ
เพียงต้นไม้ไม่กี่ต้น พวกเจ้าคิดว่าไง? มันยังเรียกว่าป่าได้อีก
ไหม?”
บู๊ลิ้มได้ตายไปนานแล้ว เซียนดาบทลายนภาประกาศมันออกไป
“ไปกันเถอะ”
เทพแห่งบู๊ลิ้มหันหลังและทรยศต่อโลกใบนี้ ดูเหมือนมันจะ
แก้ไขได้ง่ายดายกว่าที่ผมคิด ผมรู้สึกพึงพอใจและตามหลัง
เซียนดาบทลายนภาไป ยูจงฮยอคก าลังมองมาที่ผมในขณะที่
จางฮายังและฮันมยอนโกรีบเก็บของอย่างรวดเร็วในขณะที่
พวกเขากินเกี๊ยว
ในเวลานั้น ข้อความแปลกๆ ก็ดังออกมา
[การกระท าของคุณมีผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อทิศทางของ■■]
…อะไรนะ?
[การอัพเดตของ ‘การแก้ไขครั้งที่สอง’ จะเริ่มขึ้น]
(จบตอน)
อัพเดตการแก้ไขครั้งที่สอง ข้อความปรากฏขึ้นในช่วงเวลาที่ไม่
คาดคิดและท าให้ผมคิดอยู่ครู่หนึ่ง
การแก้ไขอีกครั้งหมายความว่าอนาคตได้เปลี่ยนแปลงไป
เนื่องจากการกระท าของผม กล่าวอีกนัยหนึ่ง หลังจากได้รับ
การแก้ไขครั้งที่หนึ่ง ผมก็มีส่วนร่วมในการสร้างอนาคตใหม่
ขึ้นมาอีก
หัวใจของผมสั่นให้กับความคิด ผมประสบความส าเร็จในรอบที่
สามไหม? มันจะเป็นอีกครั้งที่เริ่มต้นขึ้นจากรอบที่สี่รึเปล่า? ยู
จงฮยอคไปถึงตอนจบของเรื่องราวที่ผมเปลี่ยนไปไหม?
…ผู้เขียน ท าไมเขาถึงส่งของแบบนี้มาให้ผม?
[ก าลังอัพเดต ‘การแก้ไขครั้งที่สอง’]
ผมไม่อาจมั่นใจอะไรได้เนื่องจากไฟล์ยังอัพเดตไม่เสร็จ สิ่ง
ต่างๆ อาจจะดีขึ้นหรือเลวร้ายลงก็ได้ สิ่งที่ผมต้องคิดในตอนนี้
ไม่ใช่ทิศทางของการแก้ไขครั้งนี้ แต่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้
“เซียนดาบทลายนภา! ท่านก าลังจะหนีไปงั้นเหรอ? ท่านก าลัง
จะละทิ้งโลกที่ท่านอาศัยอยู่งั้นเหรอ?”
ในขณะที่ผมถูกเบนความสนใจไปโดยหนทางเอาชีวิตรอด
เหล่าปรมาจารย์ก็ลุกฮือขึ้นมา การเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงที่สุด
เกิดขึ้นกับหัวหน้าตระกูลจูเก้อที่คุกเข่าลงไปเป็นคนแรก”…หนี?
เจ้าก าลังพูดแบบนี้กับข้าเหรอ?”
“แล้วท่านก าลังจะท าอะไรถ้ามันไม่ใช่การหนี?!”
“ตลกจริงๆ เด็กน้อย”
มันมีการเยาะเย้ยอยู่ลึกๆ ชาวบู๊ลิ้มตอบโต้ด้วยเสียงและเพิ่ม
พลังขึ้นมา ทุกๆ คนคือปรมาจารย์ชั้นแนวหน้าในบู๊ลิ้ม พลัง
เวทมนตร์ของผู้น าตระกูลรวมตัวกัน และแรงกดดันที่
สั่นสะเทือนผืนดินก็แผ่ออกมา
เซียนดาบทลายนภาก้าวออกไปหาเหล่าผู้น าตระกูลที่ยกระดับ
แรงกดดันขึ้นมา
“อ๊ากกก!”
มันเป็นภาพที่น่าเหลือเชื่อ คลื่นกระแทกที่แผ่ออกมาจาก
รอบตัวเซียนดาบทลายนภาได้ปะทะเข้ากับแรงกดดันที่แผ่
ออกมาจากฝ่ายตรงข้ามอย่างแม่นย า ท าให้เกิดการบาดเจ็บ
ภายในอย่างรุนแรงแก่ปรมาจารย์ทุกคนด้วยพลังเวทมนตร์ที่
เหนือล้ ากว่าหลายเท่า
ทุกอย่างจบลงด้วยฝีเท้าอันเรียบง่าย นี่คือพลังของเซียนดาบ
ทลายนภาที่ถูกเรียกว่าเป็นภัยพิบัติ ปรมาจารย์ที่ล้มลงไป
กระอักเลือดออกมาและจ้องไปยังเซียนดาบทลายนภาตาขุ่นตา
เขียว
“ซ-เซียนดาบทลายนภา!”
“อย่าทิ้งพวกเราไป! ได้โปรด!”
พวกเขาเชื่อว่าพลังแบบนี้จะสามารถป้องกัน ‘การท าลายล้าง’
ได้อย่างแน่นอน ในสีหน้าที่ซีดเผือด มันก็มีเงาแห่งความหวัง
มากกว่าความสิ้นหวังอยู่ เซียนดาบทลายนภาจ้องมองพวกเขา
อย่างว่างเปล่าในขณะที่โถงเอกบนท้องฟ้าเริ่มขยายใหญ่ขึ้น
ในตอนนี้ผมไม่อาจล่าช้าได้อีกแล้ว
“บียู”
บียูปรากฏตัวออกมาจากอากาศและเริ่มเปิดประตูมิติ ปัญหาก็
คือต าแหน่งของประตูมิติ ไม่ว่าผมจะมองยังไง มันก็ไม่มีประตู
มิติอยู่รอบๆ ตัวพวกเรา คนแรกที่พูดออกมาคือจางฮายังที่ได้
ยืนยันต าแหน่งของประตูมิติโดยใช้ ‘ร้อยช่องทาง’ ซึ่งเขาได้
เรียนรู้มาจากก าแพงไร้นาม
“…ข้าคิดว่าประตูมิติเปิดอยู่ทางนั้นนะ พวกเราต้องวิ่งไปยัง
จัตุรัส?”
จางฮายังก าลังชี้ไปยังจัตุรัสที่พวกเรามาถึงเป็นครั้งแรก ผม
กระตุ้นบียู
“บียู ขยับประตูมิติมาทางนี้ได้ไหม?”
[ป๊าา]
บียูส่ายหัวของเธอด้วยสีหน้าน่ากลัว โดเกบิอิสระอาจจะถูก
จ ากัดด้วยความแข็งแกร่ง หรือบางทีมันอาจจะเป็นเพราะบียู
ยังเป็นโดเกบิวัยเยาว์อยู่ ในท้ายที่สุด พวกเราก็ต้องเดินทาง
กลับไปยังที่ๆ พวกเราผ่านเข้ามาครั้งแรก
ปรมาจารย์ทลายนภาเห่า ผมหันหลังและเห็นปรมาจารย์ทลาย
นภาก าลังโผล่หัวออกมาจากที่นั่งผู้โดยสารของเฟอร์รารีกินี่
ระดับ X
“ขี้นมา เร็ว!”
ฮันมยอนโกตะโกนเรียกพวกเราจากที่นั่งคนขับ พวกเราขึ้นรถ
ไปอย่างรวดเร็ว
“ออกเดินทาง”
เครื่องยนต์พลังเวทมนตร์ส่งเสียงค ารามออกมา เหล่า
ปรมาจารย์ไล่ตามพวกเราโดยใช้เคล็ดวิชาของพวกเขา แต่ไม่
ว่าระดับของพวกเขาจะสูงเพียงใด พวกเขาก็ไม่อาจติดตาม
ผลงานที่สร้างขึ้นโดยผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากได้
[เหลือเวลาอีก 10 นาทีจนกว่าจะเริ่มต้นสถานการณ์ท าลาย
ล้าง]
ผมสามารถเห็นภูมิทัศน์ของบู๊ลิ้มภายนอกหน้าต่างได้ ท้องฟ้า
เป็นสีแดง สิ่งของต่างๆ อย่างเช่นเศษอุกกาบาตตกลงมาจาก
โถงเอก ตลาดระเบิดจากคลื่นกระแทก และเปลวเพลิงก็
กระจายออกไป ยอดแหลมยักษ์ที่สร้างขึ้นโดยตระกูลที่มี
ชื่อเสียงต่างต้องชดใช้ที่ท้าทายท้องฟ้า
“อ๊ากกก!”
อาคารทรุดตัวลง และพื้นดินก็สั่นสะเทือน บางคนก็ติดอยู่ใน
อาคารที่ถล่มลงมา มีคนก าลังร้องไห้ให้กับคนที่ก าลังจะตาย
และอีกฝ่ายก็ตะโกนออกมาว่าพวกเขาควรจะหนีไป ผมเห็นเด็ก
เล็กๆ ที่ทอดทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างและนั่งอยู่กับพื้น
ผมเฝ้ามองการล่มสลายของโลกเหมือนกับผมก าลังพลิก
กระดาษ
วันหนึ่ง แอสโมเดียสได้กล่าวว่า
「สถานการณ์คือการท าลายล้างเล็กๆ เพื่อป้อกันการท าลาย
ล้างที่ใหญ่ยิ่งกว่า」
มันมีกี่คนที่ต้องทนทุกข์ทรมานเพื่อจบเรื่องราวนี้? ผมหันไป
และเห็นเซียนดาบทลายนภากับยูจงฮยอคที่ก าลังเฝ้ามองภาพ
ฉากเดียวกันกับผม
“หนีเร็ว!”
“แต่…!”
เสียงของคนหนุ่มสาวหลายคนดังมาจากหน้าต่าง หนุ่มสาว
ได้รับบาดเจ็บก าลังมองไปรอบๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ
ฮันมยอนโกเหยียบเบรก และจางฮายังก็พูดออกมา “…พวกเรา
รับพวกเขาไปด้วยได้ไหม?”
ผมคิดไว้แล้วว่าเขาคงจะพูดแบบนี้ ผมส่ายหัว “ไม่”
ฮันมยอนโกเหยียบคันเร่ง และพวกเราก็เริ่มขยับออกไปอีกครั้ง
จางฮายังพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย
“…ที่นี่มีพื้นที่เหลือเฟือ”
“พวกเราถูก ‘แยก’ ออกจากสถานการณ์นี้ ดังนั้นพวกเราจึง
สามารถจากไปได้ คนเหล่านั้นแตกต่างออกไป”
“อย่างไรก็ตาม อาจารย์คนนี้ก็เกิดที่นี่และสามารถไปกับพวก
เราได้”
“เธอเป็นคนพิเศษ”
ผมช าเลืองมองเซียนดาบทลายนภา เซียนดาบทลายนภาคือ
ตัวตนที่มีสายเลือดแห่ง ‘เทพยักษ์’ เธอไม่ได้เกิดใน
สถานการณ์บู๊ลิ้มและสามารถรับสถานการณ์อื่นได้หากเธอ
ออกไปจากสถานที่แห่งนี้ นอกหน้าต่าง ผมสามารถเห็นผู้ฝึก
ยุทธ์ชายหญิงได้
“คนที่นี่จะต้องตาย”
เหล่าคนที่เกิดที่นี่และรับได้แค่สถานการณ์ของที่นี่ไม่อาจหนีไป
จากบู๊ลิ้มได้
แม้ว่าพวกเขาจะออกจากที่นี่ไป พวกเขาก็จะตายทันที
เนื่องจาก ‘บทลงโทษผู้ถูกเนรเทศ’ สีหน้าของจางฮายังเต็มไป
ด้วยความสิ้นหวัง
“ถ้าอย่างนั้น…”
ผมรับรู้ได้ถึงความรู้สึกของจางฮายัง ผมอยู่กับอารมณ์เหล่านี้
มานานแล้ว ต่อหน้าวิกฤติใดๆ ในโลก มันมีเพียงแค่สิ่งเดียวที่
พวกเราสามารถท าได้คือการพลิกหน้ากระดาษต่อไป
[เหลือเวลาอีก 8 นาทีจนกว่าจะเริ่มต้นสถานการณ์ท าลายล้าง]
[เรื่องราวการท าลายล้างของคุณก าลังจะบังเกิดขึ้น]
ท้องฟ้าที่มืดมิดก าลังกะพริบ ในระหว่างนี้ จ านวนหนวดที่โผล่
ออกมาจากโถงเอกก็เกินกว่าสี่เส้น จางฮายังตัวสั่นในขณะที่เขา
จ้องไปยังโถงที่ก าลังเติบโตขึ้น และยูจงฮยอคก็นิ่งไป ขนบน
ผิวหนังของผมลุกชันขึ้นมา
「คิมทกจาคิด: ฉันไม่อาจต่อกรกับสิ่งนั้นได้เลย」
ผมต้องต่อกรกับใคร? พลังอะไรที่ผมจ าเป็นต้องได้มาใน
อนาคต? ผมตระหนักมันได้อีกครั้ง
บางทีนี่อาจเป็นหนึ่งในเรื่องราวขนาดยักษ์ มันเป็นเรื่องราวที่
ไม่อาจรับมือได้ ‘เรื่องราว’ นี้ ซึ่งสืบเชื้อสายมาจากจุดจบของ
โลกแตกต่างไปจากทุกๆ เรื่องราวที่ผมเคยประสบมา
[ไม่ มี ที่ ให้หนี ทาส ผู้ น่าสงสาร แห่ง สถาน การณ์]
หน้าต่างของปราสาทมังกรครามถูกท าลายด้วยเสียงแท้จริงอัน
ดังก้อง
[การ ท าลาย ล้าง จะ ติด ตาม พวกเจ้า]
แม้แต่ตัวรถของผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากก็ยังไม่อาจเอาชนะแรง
ปะทะของเสียงที่แท้จริงได้และเริ่มสั่น
[เหลือเวลาอีก 5 นาทีจนกว่าจะเริ่มต้นสถานการณ์ท าลายล้าง]
“ประตูมิติ!”
โชคดีที่พวกเรามาถึงประตูมิติทันเวลา ในตอนนี้พวกเราแค่ต้อง
หลบหนี
“ไปกันเถอะ”
ผมได้ตัวเซียนดาบทลายนภามาและได้เปิดตัวในสมาคมนักชิม
แล้ว นอกจากนี้ ผมยังท าเหรียญได้มากมาย ตอนจบอาจจะไม่
ค่อยสวย แต่คราวนี้ผมก็ไม่มีวิธีแก้ บู๊ลิ้มคือโลกที่จะต้องถูก
ท าลายในวันใดวันหนึ่ง และในตอนนี้ผมก็ไม่มีทางหยุดการ
ท าลายล้างนั้น
ในเวลานั้นเอง เซียนดาบทลายนภาก็ออกไปจากรถ
“เซียนดาบทลายนภา?”
การแสดงออกของเธอยังคงอ่านไม่ได้ ถึงกระนั้น ผมก็รู้
ความคิดของเธอโดยไม่จ าเป็นต้องอ่านสีหน้า
[ชาวบู๊ลิ้มทุกคนมารวมตัวกันที่จัตุรัสเดี๋ยวนี้]
พลังของเธอดังก้องไปทั่วโลกใบนี้ราวกับเสียงค ารามของสิงโต
มันทรงพลังมากและท าให้นึกถึงเสียงที่แท้จริงของกลุ่มดาว ผู้
ฝึกยุทธ์ที่ก าลังหลบหนีมองมาทางนี้ในทันทีหลังจากได้ยินเสียง
ของเธอ
“ซ-เซียนดาบทลายนภา!”
“เซียนดาบทลายนภา!”
ครู่หนึ่ง ชาวบู๊ลิ้มต่างรู้สึกปิติยินดี ผมลงมาจากรถและตะโกน
ออกมา”เดี๋ยวก่อน!”
ผมสับสน ท าไมเซียนดาบทลายนภาถึงตัดสินใจท าแบบนี้? มัน
เป็นเพราะสิ่งที่ผมท าลงไปใช่ไหม?
มันมีความคิดหลายอย่างผ่านเข้ามาในหัวของผม บางทีการ
แก้ไขครั้งที่สองที่ก าลังถูกอัพเดตนั้นอาจจะเป็นเพราะเซียน
ดาบทลายนภาได้ตายลง ณ ที่แห่งนี้?
[การอัพเดต ‘การแก้ไขครั้งที่สอง’ อยู่ในระหว่างด าเนินการ]
ผมกัดฟัน การแก้ไขครั้งที่สองยังไม่มาถึง
“เซียนดาบทลายนภา! พวกเราต้องไปด้วยกัน!”
เซียนดาบทลายนภาจะตายถ้าเธออยู่ที่นี่ จากนั้นเซียนดาบ
ทลายนภาก็ตอบ”กลุ่มดาวน้อย ต้นไม้ต้นหนึ่งไม่อาจสร้างป่า
ได้”
ท่ามกลางความรู้สึกอันน่าขนลุก เซียนดาบทลายนภาพูดกับผม
“งั้นต้องมีต้นไม้กี่ต้นที่จ าเป็นต้องใช้ในการสร้างป่า?”
แน่นอน ผมไม่เคยคิดเกี่ยวกับสิ่งนี้ กลับกัน ทั้งหมดที่ผมเห็นคือ
ต้นไม้เล็กๆ ที่ถูกท าลายโดยอุกกาบาตที่ร่วงหล่นลงมา ต้นไม้
ขนาดเล็กมากๆ ที่ถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ใหญ่เช่นนี้ไม่อาจรู้ได้
เลยว่าพวกเขามีตัวตนอยู่ ต้นไม้ต่างตะโกนเข้ามาทางเซียน
ดาบทลายนภา “ช-ช่วยด้วย โปรดช่วยข้าด้วย!”
ผมลืมไปแล้ว เซียนดาบทลายนภาเป็นคนแบบไหนกัน?
「จิตวิญญาณที่กล้าหาญของเธอสูงส่งมากจนบางครั้งเธอท า
ให้ค าจ ากัดความของความยุติธรรมของคนอื่นลีบแบนลง」
ผู้บรรลุทุกคนมีสิ่งที่พวกเขาไม่อาจยอมรับได้ และนี่ก็คือสิ่งนั้น
ของเซียนดาบทลายนภา อย่างไรก็ตาม การเข้าใจความ
ยุติธรรมของเธอก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะยกเลิกการกระท า
ของเธอ เช่นเดียวกับต้นไม้ไม่กี่ต้นที่ไม่อาจเรียกว่าป่าได้ ต้นไม้
หนึ่งต้นก็ไม่อาจขวางกั้นดินถล่มได้
“คุณลืมสัญญาของคุณไปแล้วเหรอ? ไม่ใช่ว่าคุณบอกว่าคุณจะ
ช่วยผมเหรอถ้าผมท าให้คุณได้พบกับคนของคุณ?”
“ข้าจ าได้และข้าจะจดจ าไว้” เซียนดาบทลายนภาตอบใน
ขณะที่เธอจ้องไปยังท้องฟ้า เนื่องจาก ‘มหาภัยพิบัติ’ ยังไม่
เริ่มต้นขึ้นโดยสมบูรณ์ ‘สิ่งนั้น’ จึงยังไม่ปรากฏ ถึงกระนั้น มัน
ก็มีสิ่งที่แน่นอนว่าเหนือท้องฟ้านี้คือเทพเจ้าโบราณ อย่างน้อย
ที่สุด มันก็คล้ายคลึงกับผู้กลืนกินความฝันที่ถูกผมและยูจงฮ
ยอคจัดการ
“ข้าจะไปหาเจ้าหลังจากหยุดพวกมันแล้ว”
…หรือว่าเซียนดาบทลายนภาจะจัดการกับตัวตนที่ไม่ได้เพลี่ยง
พล้ าแม้จะเจอกับวิถีสามดาบของดาบเล่มแรกแห่งโครยอ?
“อาจารย์!” จากนั้นยูจงฮยอคก็ก้าวออกมา
อย่างไรก็ตาม เซียนดาบทลายนภาก็ดื้อรั้น “ไปซะ บทเรียน
ของคราวนี้จบลงแล้ว”
“ผมต้องการอาจารย์” ดวงตาของเซียนดาบทลายนภาสั่น
เบาๆ กับค าพูดอันจริงใจ “มันน่าสนใจจริงๆ ถ้ามันไม่ใช่
สถานการณ์แบบนี้ล่ะก็”
“ผมไม่อาจฝ่าสถานการณ์ที่ 46 ไปได้เพียงล าพัง อาจารย์
ต้อง…”
จากค าพูดเหล่านี้ ผมก็ตระหนักได้ถึงความหมายของเซียนดาบ
ทลายนภาที่มีต่อยูจงฮยอค เซียนดาบทลายนภายิ้มอย่างแผ่ว
เบาให้กับยูจงฮยอค มันราวกับว่าลูกศิษย์ของเธอนั้นพิเศษ
มือยักษ์ของเซียนดาบทลายนภาคลุมหัวของยูจงฮยอคไว้
เหมือนกับฝา”เจ้าไม่ได้ตัวคนเดียว”
ดวงตาของเซียนดาบทลายนภาอยู่กับผมในช่วงเวลาที่สั้น
มากๆ เธอพูดต่อ”ข้าจะหยุดการท าลายล้างของสถานที่แห่งนี้”
เช่นเดียวกับยูจงฮยอคที่รู้จักเซียนดาบทลายนภา เซียนดาบ
ทลายนภาก็รู้จักยูจงฮยอค ดังนั้นเธอจึงรู้จักค าพูดที่จะส่งยูจงฮ
ยอคออกไป”ข้าจะหยุดการท าลายล้างของโลกใบนี้”
“เซียนดาบทลายนภา…!”
“หยุดนะ ไปเถอะ”
ยูจงฮยอคไม่ขยับ ความรู้สึกมากมายที่หลั่งไหลออกมาจาก
หัวใจของเขานั้นสื่อถึงผม
[เหลือเวลาอีก 1 นาทีจนกว่าจะเริ่มต้นสถานการณ์ท าลายล้าง]
ในท้ายที่สุด ผมก็ดึงยูจงฮยอค ผมไม่ได้ต้องการจากไป แต่ถ้า
ผมไม่ท าแบบนี้ รอบที่สามก็จะจบลงตรงนี้
“…พวกเราต้องไปแล้ว ยูจงฮยอค”
คนที่แข็งที่อเหมือนรูปปั้นหินไม่ขยับ และในที่สุดจางฮายัง
กับฮันมยอนโกก็ออกมา ยูจงฮยอคถูกลากเข้ามาในรถ ส่วน
เซียนดาบทลายนภาก็จ้องมาที่ผม “ช่วยดูแลลูกศิษย์ของข้า
ด้วย”
ปรมาจารย์ทลายนภาเห่าออกมาจากรถ ยูจงฮยอคจ้องมองไป
ทางน้ันด้วยสีหน้าใจลอย
“เจ้าก็ด้วย ไปซะ”
คนที่มักจะมองลงมายังคนอื่นๆ ในตอนนี้กลับก าลังเงยหน้าขึ้น
มองสถานที่ที่สูงกว่าตัวเธอเอง จากนั้นท้องฟ้าก็จ้องมองลงมา
ที่เธอ
[สิ่ง มีชีวิต ที่ น่า สน ใจ… เจ้า เป็น ใคร?]
เทพเจ้าก าลังถามชื่อของเทพ ในสถานการณ์ที่กลุ่มดาวถูกท า
ให้ตกตะลึง เซียนดาบทลายนภาได้พูดออกมาโดยไม่ถอยหนี
[ข้าคือเทพแห่งบู๊ลิ้ม]
ราวกับว่าเธอได้ยินเสียงลูกศิษย์ของเธอที่ก าลังจากไป ต้นไม้
เดียวดายที่ปกป้องผืนป่ามานานได้พูดกับท้องฟ้า
[ข้าคือเซียนดาบทลายนภา]
(จบตอน)
พื้นดินและท้องฟ้าสั่นสะเทือนเหมือนฟันเฟือง มันมีบางสิ่งที่มี
ขนาดมหึมาก าลังจุติลงมาจากฟากฟ้าและมีคนๆ หนึ่งขวางมัน
ไว้ พลังเวทมนตร์และเรื่องราวขนาดยักษ์เข้าปะทะกันท าให้
เกิดประกายแสงเจิดจ้าออกมา
[เหลือเวลาอีก 40 วินาทีจนกว่าจะเริ่มต้นสถานการณ์ท าลาย
ล้าง]
ฝ่ายตรงข้ามเป็นเทพภายนอก เพดานของท้องฟ้าก าลังใกล้เข้า
มาทีละนิดๆ เซียนดาบทลายนภาไม่ได้ถอยกลับแม้จะมีแรง
กดดันกดทับลงมายังปราสาททั้งหมด ไม่ เธอไม่อาจถอยได้ เธอ
ไม่เคยหันหลังไปจากความเชื่อของเธอ นี่คือสัญลักษณ์แห่งผู้
บรรลุที่เดินทางไปตามเรื่องราวเดียวเท่านั้น
“สู้มัน!”
เซียนดาบทลายนภาชุบชีวิตชาวบู๊ลิ้มที่สิ้นหวังขึ้นมา
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มสนใจในการพัฒนาของสถานการณ์นี้]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มให้ความสนใจกับผู้บรรลุ ‘นัมกุง มินยัง’ ]
ดวงดาวต่างมาชุมนุมกันบนท้องฟ้ายามค่ าคืน ราวกับปิรันย่า
ได้กลิ่นเลือด กลุ่มดาวส่องสว่างท้องฟ้าด้วยแสงสีแดง โดเกบิ
เองก็ปรากฏตัวขึ้นเหมือนว่าพวกมันก าลังรออยู่แล้ว
[กลุ่มดาว มันถึงเวลาแล้วที่การท าลายล้างจะมาถึง!]
กลุ่มดาวบางกลุ่มก าลังเฝ้าดูการดับสูญของโลกด้วยท่าทาง
อึมครึมในขณะที่บางส่วนกลับเฝ้ามองด้วยความตื่นเต้น
ความรู้สึกของทุกคนแตกต่างกันออกไป แต่การล่มสลายของ
โลกใบนี้ก็ไม่ต่างอะไรไปจากความบันเทิงของพวกเขา
…เหมือนกันกับผม ในเวลานั้นเอง หลายๆ อารมณ์ก็ปนเปกัน
อยู่ในหัวของผม บางทีความรู้สึกเหล่านี้อาจเกิดขึ้นตั้งแต่
สมาคมนักชิม ถ้าผมทิ้งบู๊ลิ้มไปตรงนี้ ผมจะต่างอะไรจากพวก
เขา?
“เซียนดาบทลายนภา! ผม…!”
ผมดึงสถานะของผมขึ้นมาและเกิดการเปลี่ยนแปลงในกลุ่มดาว
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังรอคอยการเลือกของ
คุณ]
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มให้ความสนใจกับการปรากฏตัวของคุณ!]
ความสนใจย้ายจากเซียนดาบทลายนภามาที่ผม
[เจ้ า…?]
ถ้าผมถูกจับตาโดยเทพเจ้าภายนอก ผมคงจะไม่สามารถหนีไป
จากที่นี่ได้ เซียนดาบทลายนภาเองก็รู้เรื่องนี้และหยุดผม “นี่
ไม่ใช่สมรภูมิของเจ้า”
ราวกับว่าผมไม่ได้รับอนุญาตจากหน้ากระดาษแผ่นนี้
“ทิ้งโลกนี้ไว้ให้คนที่นี่”
ผมไม่รู้ว่าบู๊ลิ้มคืออะไรส าหรับเซียนดาบทลายนภา มันเป็น
สถานที่ที่บูชาเธอเป็นเทพเจ้าในขณะเดียวกันก็ลากเธอลงมาต่ า
ด้วย อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ เซียนดาบทลายนภาก็ยังตัดสินใจ
ที่จะปกป้องบู๊ลิ้ม
[พื้นที่เรื่องราวสถานการณ์ที่ 29 บู๊ลิ้มก าลังกองซ้อนกัน]
จากนั้นบู๊ลิ้มก็ตอบสนองต่อเซียนดาบทลายนภา
[พื้นที่สถานการณ์ที่ 29 พบผู้พิทักษ์]
[บู๊ลิ้มก าลังมองไปยัง ‘เซียนดาบทลายนภา นัมกุงมินยัง’]
[ความเป็นไปได้ของ ‘เรื่องราว’ ขนาดยักษ์ใหญ่ก าลังแตกหน่อ
ขึ้นมา]
เซียนดาบทลายนภากะพริบตาด้วยความประหลาดใจ บางทีนี่
อาจเป็นครั้งแรกที่เธอได้ยินข้อความนี้ หากใครบางคนต้องการ
ที่จะท าลายโลก โลกก็จะตอบสนองต่อการท าลายล้างนั้น
「ในโลกนี้ ทุกๆ สิ่งที่สร้างขึ้นในประวัติศาสตร์มีความ
ประสงค์ของมัน」
มันเป็นดินแดนที่สร้างขึ้นจากเลือด เนื้อ เหงื่อ และความ
พยายามของชาวบู๊ลิ้ม เรื่องราวที่สลักลงบนพื้นแผ่นดินนี้ก าลัง
โอบล้อมเซียนดาบทลายนภาไว้ ความยิ่งใหญ่แผ่กระจาย
ออกมาจากตัวเซียนดาบทลายนภาในขณะที่บู๊ลิ้มสถิตอยู่
ภายในกายเธอ
ความเป็นไปได้ของเรื่องราวขนาดยักษ์ มันยังไม่เบ่งบาน
ออกมา และผมก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มันแตกหน่อขึ้น…
ถึงกระนั้น มันก็คือความเป็นไปได้ของเรื่องราว
[ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า]
เสียงแปลกประหลาดที่ชวนให้นึกถึงเสียงหัวเราะสาดเทลงมา
จากฟากฟ้า ในที่สุด หนวดทั้งห้าก็จุติลงมาจากท้องฟ้า
ไม่ว่าความเป็นไปได้ของเรื่องราวขนาดยักษ์จะยิ่งใหญ่แค่ไหน
มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดเทพเจ้าภายนอกได้ด้วยแค่ตัวเซียน
ดาบทลายนภา เหล่าเทพเจ้าภายนอกคือสิ่งมีชีวิตที่คงอยู่มา
นานแสนนานและเผชิญหน้ากับเรื่องราวขนาดยักษ์เช่นนี้
มาแล้ว เธอรู้ว่ามันไม่อาจเสียเวลาได้อีก และเซียนดาบทลาย
นภาก็ตะโกนออกมา “ไปซะ!”
จากนั้นร่างกายของผมก็ถูกผลักเข้าไปในรถ
[ประตูมิติถูกเปิดใช้งาน]
ยูจงฮยอคได้สติกลับมาอย่างช้าๆ และพยายามจะออกไปจาก
รถ แต่มันก็สายเกินไปแล้ว
เพียงครู่เดียว ในขณะที่พวกเราผ่านประตูมิติมา เซียนดาบ
ทลายนภาก็เงียบไป ทิวทัศน์ของบู๊ลิ้มค่อยๆ เลือนหายไป และ
ทุกๆ สิ่งก็ถูกปกคลุมไปด้วยความมืด ผู้รอดชีวิตไม่ได้พูดอะไร
กันอยู่นาน
***
[คุณมาถึงอาณาจักรปีศาจที่ 73 แล้ว]
[เหลืออีกสามวันจนกว่าจะมีการคัดเลือกราชาปีศาจ]
มันอาจจะเป็นเพราะมีหลายๆ อย่างเกิดขึ้นต่อกัน ปาร์ตี้ไม่มี
อะไรจะพูดหลังจากกลับมา รถดับลงแล้วและมีเพียงแค่ความ
เงียบเท่านั้นที่เหลืออยู่
“ฉันขอไปสูบบุหรี่สักพัก”
ฮันมยอนโกจากไปในขณะที่จางฮายังนั่งกดเข่าอยู่ ปรมาจารย์
ทลายนภาคร่ าครวญในขณะที่ยูจงฮยอค… บ้าเอ้ย ผมหายใจ
เข้าอย่างใจเย็นในขณะที่คิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผมได้รับมาจากการ
เดินทางครั้งนี้
ทุกสิ่งที่ผมท าลงไปก็เพื่อการคัดเลือกราชาปีศาจที่ก าลังมาถึง
ผมไปยังบู๊ลิ้มเพื่อรับตัวเซียนดาบทลายนภามาเป็นผู้ช่วยและ
เดินทางไปยังสมาคมนักชิมมาด้วย
แต่ผมกลับไม่อาจพาเซียนดาบทลายนภากลับมากับผมได้ ผม
ยังไม่อาจโน้มน้าวกลุ่มดาวแห่งสมาคมนักชิมได้อีก สิ่งที่ได้มา
กลับมีแค่ยูจงฮยอคและจางฮายังแข็งแกร่งขึ้น สุนัขผู้บรรลุ
และ…
[เหรียญที่ครอบครอง 4,890,875 เหรียญ]
…
[การอัพเดตแก้ไขครั้งที่สองเสร็จสมบูรณ์]
แม้จะมีข้อความ แต่ผมก็ไม่กล้ามองสมาร์ทโฟนของผม
อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องดู แม้ว่าผมจะรู้สึกรังเกียจเนื้อหาที่ผม
จะได้เห็น
“คิมทกจา”
ผมเงยหน้าขึ้นและเห็นยูจงฮยอคก าลังจ้องมาที่ผม ผมไม่อาจ
ทนอ่านความโกรธในใจของเขาได้ ผมคงไม่มีอะไรจะพูดแม้ว่ายู
จงฮยอคจะพยายามฆ่าผมตรงนี้
“ตอนนี้พวกเราควรท าไงกันดี?” มันเป็นเสียงที่ไม่ได้มีอารมณ์
ใดเป็นพิเศษ ผมรู้สึกกลัวขึ้นมาอย่างลึกลับและเรียกใช้มุมมอง
นักอ่านพระเจ้า จากนั้นผมก็รู้สึกเสียใจในทันที่
「…」
「…」
「…」
หน้าอกของผมคับแน่นจากห้วงอารมณ์อันอึดอัด พวกมันเป็น
อารมณ์ที่ไม่อาจอธิบายเป็นค าพูดได้ ความเศร้าโศกที่หยั่งลึก
จนไม่อาจจะอธิบายได้
ยูจงฮยอคเป็นคนบ้าไปแล้ว บางทีเขาอาจจะเป็นแบบนี้มานาน
แล้ว เหตุการณ์นี้คงท าให้เขาผิดหวังมากยิ่งขึ้น อารมณ์ที่ไม่ได้
ปะทุออกมาคงจะตามไปสู่รอบถัดไป และมันคงน าไปสู่ความ
ตายของเขา มันคงจะสวมทับลงบนตัวเขาและท าให้เขาโดด
เดี่ยว
เซียนดาบทลายนภาในรอบที่สามคงจะถูกลืมไป ผมพูดออกมา
ด้วยริมฝีปากที่สั่นสะท้าน ผมจ าเป็นต้องพูดอะไรบางอย่าง
ออกไป
เซียนดาบทลายนภาจะต้องมีชีวิตอยู่แน่ๆ เธอจะต้องกลับมา
แบบเป็นๆ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจพูดมันได้ ผมไม่ใช่คน
เขียน
“พวกเราต้องลอง” นี่คือทั้งหมดที่ผมสามารถพูดออกไปได้”ดิ้น
รน ต่อสู้ และพลิกคว่ าทุกสิ่ง”
ยูจงฮยอคจ้องมาที่ผมอย่างเงียบๆ ก่อนที่จะออกไปจากรถ ผม
สามารถรู้ได้โดยไม่ต้องถาม บางทีเขาคงก าลังจะไปเตรียมการ
ของตัวเอง
นี่คือยูจงฮยอค เขาไม่ยอมแพ้ต่อเป้าหมายของเขาแม้ว่าเขาจะ
ยอมแพ้ต่อชีวิตของตัวเอง แม้ว่าจะสิ้นหวังมาก แต่เขาก็จะท้า
ทายมันซ้ าแล้วซ้ าเล่า และก้าวข้ามความสิ้นหวังนั้นไป ดังนั้น
เขาจะมีชีวิตอยู่และมีชีวิตอยู่ต่อไปแบบนั้น
ในที่สุด เขาก็จะกลายเป็นคนที่ไม่มีความสุข เมื่อครู่ มันมีเพียง
ประโยคเดียวเท่านั้นที่ผมอ่านได้จากหัวใจของเขา
「ฉันเกลียดนาย」
ผมครุ่นคิดกับประโยคนี้ในขณะที่ผมเปิดสมาร์ทโฟน ผมรู้ว่ายู
จงฮยอคก าลังจะพูดถึงอะไร
– สามวิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกท าลาย (แก้ไขครั้งที่ 2) .txt
ความตายของเซียนดาบทลายนภาคงจะถูกบันทึกไว้
ความส าเร็จของรอบนี้คงจะถูกเขียนลงไป บางที่ ‘ตอนจบ’ ที่
เปลี่ยนแปลงไปก็คงจะถูกเขียนลงไป
[‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังสั่นไหวอย่างแผ่วเบา]
นิ้วที่ก าลังสั่นของผมแตะหน้าจออยู่หลายครั้ง ค าพูดของยูจงฮ
ยอคปรากฏขึ้นอีกครั้ง
「ฉันเกลียดนาย」
ผมไม่รู้ว่าไอ้หมอนั่นรู้อะไรเกี่ยวกับผม ผมเฝ้ามองยูจงฮยอค
มากว่า 10 ปี ในขณะที่ยูจงฮยอคยังไม่รู้จักผมสักนิด ไอ้หมอนี่
เขาจะรู้อะไรเกี่ยวกับผม…?
ผมปิดหน้าจอ ไม่ส าคัญว่าจะเขียนอะไรลงไป ไม่ว่ายังไงก็ตาม
เรื่องราวที่ผมต้องการสร้างขึ้นก็คงไม่อยู่ในนั้น
“จางฮายัง ฉันอยากช่วยบู๊ลิ้ม”
จางฮายังเช็ดตาในขณะที่เงยหน้าขึ้น ผมมองไปที่เขาและค่อยๆ
พูดออกมา ผมไม่รู้ว่าวิธีนี้จะได้ผลไหม ถึงกระนั้น มันก็ยังดีกว่า
ไม่ท าอะไรเลย
***
มีสิ่งมีชีวิตต่างๆ ในศูนย์ควบคุมตัวของสาขาบริหาร มันเต็มไป
ด้วยกลุ่มดาวและผู้บรรลุที่ถูกกักขังโดย ‘การประเมินความ
สอดคล้องของความเป็นไปได้’
อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องยากที่สมาชิกของสาขาบริหารจะมา
โดยตรง แม้ว่ามันจะเป็นความเป็นไปได้ก็ตาม
การละเมิด เหล่าผู้ที่ใช้ความเป็นไปได้มากเกินไปเจอกับพายุ
และมันก็ง่ายที่จะหลีกเลี่ยงความสนใจ
ถึงกระนั้น สาขาบริหารก็ยังต้องก้าวเข้าไปในสถานการณ์ของ
ชายคนนั้น โดเกบิ ‘ยังกิ’ ถอนหายใจในขณะที่เขาจ้องมองไป
ยังแผนที่ที่ติดอยู่ในตาข่ายความเป็นไปได้
“ดูนี่”
จากนั้นคนจิ๋วก็มองมาทางยังกิ ยังกิมองใบหน้าอันหล่อเหลา
นั้นและกล่าวว่า “เจ้าควรที่จะกลับไปยังพื้นที่สถานการณ์เดิม
ของเจ้าได้แล้ว บ้านของเจ้าอยู่ในอันตรายหนิ?”
“…”
“เพราะเจ้า ระบบดาวเคราะห์ของเจ้าจึงไม่สามารถด าเนินไป
ตามสถานการณ์ได้”
คนจิ๋วหัวเราะ “เมื่อข้าจากมา เจ้าก็จะส่ง ‘ภัยพิบัติ’ ไปยัง
ดินแดนแห่งสันติอีก”
“ไม่ใช่ว่าข้าบอกไว้แล้วเหรอว่ามันจะไม่เกิดขึ้น?”
“ข้าไม่เชื่อในค าพูดของเจ้า”
ยังกิสะดุ้งและก้าวถอยหลังไปตามเสียงค าราม นี่คือเหตุผลที่ผู้
บรรลุนั้นมีความซับซ้อน กลุ่มดาวสามารถเข้าใจได้อย่าง
รวดเร็วเมื่อพูด แต่ผู้บรรลุนั้นคือสิ่งที่ดื้อด้าน และบางครั้งก็ท า
อะไรที่ไร้สาระออกมาแบบนี้
ชายคนนั้นพูดต่อ “มันมีคนที่ข้าก าลังรออยู่ ข้าจะอยู่ที่นี่จนกว่า
เขาจะกลับไปที่บ้านของข้า”
“รออยู่? ใครกัน?”
“ข้าจะจากไปเองเมื่อเขามา”
ยังกิก าลังจะพูดออกมาอีกครั้ง แต่ประตูคุกก็เปิดออกมาและมี
นักโทษคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น
[แฮ่… ไอ้โดเกบิบัดซด!]
คุกสั่นสะเทือนจากเสียงที่แท้จริงอันดุร้าย ยังกิและชายร่างเล็ก
หันไปทางต้นเสียงในเวลาเดียวกัน
ณ ทางเข้า กลุ่มดาวคนหนึ่งที่ถูกล้อมไปด้วยโดเกบิฝ่ายบริหาร
ก าลังเดินเข้ามา มันคือกลุ่มดาวที่มีลักษณะคล้ายตะกวด
[ไอ้ระย านั่นหลอกข้า! มันคือคนที่ขโมยเหรียญของข้าไป ท าไม
พวกเจ้าถึงมาจับข้าแทนที่จะไปจับมัน?]
“หากเจ้าไม่สามารถหาทางจ่ายหนี้ของเจ้าได้ เจ้าก็จะถูกบังคับ
ให้น าเรื่องราวออกไป”
ยังกิพอจะรู้สถานการณ์คร่าวๆ บางครั้งเรื่องแบบนี้ก็เกิดขึ้น
กลุ่มดาวได้มาที่นี่เพราะเขาไม่สามารถจ่ายหนี้ได้
ยังกิเดาะลิ้นออกมาในขณะที่กลุ่มดาวตะโกนต่อ โดเกบิคุ้นเคย
กับความวุ่นวายแบบนี้แล้ว แต่ไม่ใช่กับคนๆ หนึ่ง
“หุบปาก”
นักล่าแห่งหนองน้ าหันไปทางต้นเสียงอันเย็นเฉียบ
[เจ้าเป็นใครกัน? หนุ่มน้อย…!]
ในเวลานั้นเอง กระแสลมอันยิ่งใหญ่ก็โคจรรอบตัว ‘หนุ่มน้อย’
ร่างกายของเขาดูเหมือนจะลอยขึ้นไปในอากาศ และสายฟ้าสี
ฟ้าก็โอบล้อมรอบตัวของเขา
[อะไรกัน… อั๊ค…?]
นักล่าแห่งหนองน้ าเปล่งเสียงร้องออกมาด้วยความสับสน พลัง
ของมนุษย์ก าลังข่ม ‘สถานะ’ ของเขา มันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคย
ประสบมาก่อนเลย
‘ตาข่าย’ ของคุกเปล่งเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ความ
แข็งแกร่งที่เหนือล้ ากว่าความเป็นไปได้ของสถานที่แห่งนี้ก าลัง
พวยพุ่งออกมาจากร่างของคนจิ๋ว ยังกิที่ก าลังตกตะลึงและโดเก
บิคนอื่นๆ เพิ่มพลังของตาข่าย แต่สถานการณ์ก็ไม่
เปลี่ยนแปลง
ร่างของคนจิ๋วเริ่มเล็กลง และเขาก็ ‘ลอด’ ผ่านตาข่าย พายุอัน
ใหญ่ปะทะเข้าใส่นักล่าแห่งหนองน้ า สิ่งปลูกสร้างทั้งหลัง
สั่นสะเทือน และเศษฝุ่นก็คลุ้งขึ้นมา
[เอ่อ… เอ่อ… ]
นักล่าแห่งหนองน้ านอนอยู่บนพื้น โดเกบิห้าคนวิ่งออกมาอย่าง
ห้าวหาญและแทบจะไม่อาจเบี่ยงเบนวิถีของหมัดสีฟ้าได้เลย
ร่องรอยอันน่ากลัวที่เหลือทิ้งไว้จากหมัดยังคงอยู่บนก าแพง
แทนที่จะกล่าวโทษเจ้าของหมัด โดเกบิก็รีบรายงานออกมา
“ขอแสดงความยินดีด้วยนักล่าแห่งหนองน้ า เจ้าเป็นอิสระ
แล้ว”
[ฮะ? อะไรนะ?]
“ข้าเพิ่งได้รับค าสั่งให้ปล่อยตัวเจ้า มีคนช าระหนี้ให้กับเจ้า
แล้ว”
[อะไร? ใคร?]
นักล่าแห่งหนองน้ าลืมสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นไปในทันที่ ในทันทีที่โดเก
บิพูดชื่อออกมา ร่างกายของเคียร์อีออสก็หยุดลงในขณะที่นัก
ล่าแห่งหนองน้ ายังสงสัย
[…ชายคนนั้นใช้หนี้ให้ข้าเหรอ?]
ในเวลานั้นเอง สายฟ้าสีฟ้าของการปล่อยกระแสไฟฟ้าก็พุ่งเข้า
หาโดเกบิ เคียร์อีออสคว้าคอเสื้อของโดเกบิขึ้นมาและถาม
“เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ?”
“ม-ไม่ อะไร…?”
“ชื่อที่เจ้าเพิ่งพูดไป ตอนนี้เขาอยู่ไหน?”
ก่อนที่โดเกบิจะทันได้ตอบ ข้อความหนึ่งก็ลอยเข้ามาในหูของ
เคียร์อีออส เคียร์อีออสจ้องมองไปยังอากาศที่ว่างเปล่าอยู่ครู่
หนึ่งก่อนที่จะเดินผ่านโดเกบิไปยังทางเข้า
ยังกิรีบอุทานออกมา “เดี๋ยวก่อน! ข้าปล่อยท่านไปไม่ได้! ถ้า
ท่านกลับไปยังดาวเคราะห์บ้านเกิดของท่าน—”
“ข้าจะไม่กลับบ้าน” เคียร์อีออส โร้ดเกียม พูดด้วยรอยยิ้มที่
เต็มไปด้วยความโกรธ “ข้าจะไปหาลูกศิษย์ของข้า”
(จบตอน)