มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 250 – การคัดเลือกราชาปีศาจ (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 250 – การคัดเลือกราชาปีศาจ (5)
ในไม่ช้า พวกเราก็มาถึงเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค (เดิมคือ
สวิตซ์)
ระหว่างทาง ยูจงฮยอคไม่ได้พูดอะไรออกมาและท าตัว
เหมือนๆกันเมื่อมาถึงเขตอุตสาหกรรม ในทันทีที่รถดับเครื่องลง
ยูจงฮยอคก็ออกไปจากรถและบอกกับผม “จากนี้ไป ฉันจะ
เคลื่อนไหวคนเดียว”
“…นายจะมางานคัดเลือกไหม?”
ยูจงฮยอคพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่จะขยับฝีเท้าของเขาและ
หายไปจากสายตา เขาดูเหมือนจะรู้ว่าเขาก าลังจะไปที่ไหนและ
เขาก าลังจะท าอะไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือทุกสิ่งที่อยู่ในวิสัยทัศน์
ของเขาจะถูกท าลาย
“…เจ้าจะไม่หยุดเขาเหรอ?”
ผมพยักหน้าให้กับค าถามของจางฮายัง ถึงอย่างไรก็ตาม ผมก็
วางแผนไว้แล้วว่ายูจงฮยอคจะไม่ฟังผม ยูจงฮยอคแค่ต้อง
ปลอดภัยไปการคัดเลือกราชาปีศาจเท่านั้น
สิ่งส าคัญคือสิ่งที่ผมต้องท าในตอนนี้ ผมไม่สนใจเรื่องเล็กๆ
น้อยๆ และมุ่งตรงไปยังห้องของไอรีน
“สักพักเลยสินะ”
ผมไม่ได้เจอกับไอลีนสักพักแล้ว และเธอก็ดูซูบลงไปจากความ
วุ่นวายของเขตอุตสาหกรรม
ไอลีนดันแว่นของเธอขึ้นและรายงาน “นับตั้งแต่ดยุคจากไป
ข้าก็ต้องรับมือกับเขตอุตสาหกรรมอื่นๆ… สมาชิกปาร์ตี้จัดการ
กับมันได้แล้ว”
“สมาชิกปาร์ตี้?”
“ปาร์ตี้ของยูจงฮยอค เจ้าไม่รู้เหรอ? ทุกๆ เช้าจะมีคนเดินไป
รอบๆ และพูดออกมาว่า ‘ข้าคือยูจงฮยอค’ มันก่อตั้งขึ้น
หลังจากที่เจ้าจากไป… เจ้าคงไม่เคยเห็น”
เป็นพวกเขาเหรอ? บ้าเอ้ย ผมคิดว่าบางครั้งผมก็ยังได้ยินเสียง
ตะโกนจากวันนั้นอยู่
ไอลีนส่ายหัวและพูดต่อ “ไม่นานมานี้ กลุ่มผู้ติดตาม ‘ผู้
ลงโทษ’ ก็ถูกสร้างขึ้น”
“ตัวตนของเธอถูกเปิดเผยแล้วเหรอ?”
“ยัง จู่ๆ เธอก็หายไปหลังจากดยุคจากไป”
“หายไป?”
ความรู้สึกแปลกๆ โผล่ขึ้นมาในใจของผม หรือว่า? ผมเกิด
ความคิดขึ้นมาแต่มันคงเป็นไปได้
มันเป็นไปไม่ได้ที่เรื่องแบบนั้นจะเป็นความจริง ไม่ว่าผมจะคิด
ยังไง
ไอลีนถอนหายใจเล็กน้อย “ข้าไม่รู้ว่าท าไมข้าต้องรายงานเจ้า
เจ้าของเขตอุตสาหกรรมนี้คือยูจงฮยอค”
“มันไม่ส าคัญหรอก ไม่ว่ายังไง…”
“…ดยุคน่าจะกลับไปที่เขตอุตสาหกรรมของตัวเองได้แล้ว”
นี่ไม่ใช่เขตอุตสาหกรรมของผม เนื่องจากผมกลับมายังโลก
ปีศาจแล้ว ผมก็จะต้องไปตรวจสอบสภาพปัจจุบันของเขต
อุตสาหกรรมคิมทกจา (เดิมคือกิลแบท) ผมฝากมันไว้กับมาร์ค
แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ผมจ้องมองไปยังภูมิทัศน์ของเขตอุตสาหกรรมผ่านกระจก มันมี
หลายสิ่งเกิดขึ้นนับตั้งแต่มาที่นี่ ผมลุกขึ้นจากที่นั่ง และไอลีนก็
ลุกขึ้นตาม
“ด-ดยุค”
ผมมองย้อนกลับไป และไอลีนก็ท าสีหน้าแปลกๆ มันดูเย็นชา
เศร้า และผิดหวัง ถึงกระนั้นเสียงของเธอก็สงบเมื่อเธอพูด
ออกมา ผมได้ศึกษาไอลีนในหนทางเอาชีวิตรอดมาและรู้ว่า
เมื่อไหร่ที่เธอจะท าเสียงแบบนี้
ไอลีนรื้อข้าวของอยู่ครู่หนึ่ง และจากนั้นก็ยื่นกล่องเล็กๆ
ออกมา”นี่คือสิ่งที่เจ้าเคยขอให้ข้าท าให้”
กล่องบรรจุนาฬิกาเล็กๆ ไว้ มันเป็นนาฬิกาพกขนาดเล็กที่
ออกแบบมาด้วยวงจรที่ดีมาก ผมถือมันไว้และรู้สึกถึงการสั่น
จากนาฬิกา ในขณะที่ผมรู้สึกได้ถึงการไหลของเวลาที่เชื่องช้า
แต่มั่นคง หลายๆ สิ่งก็ผ่านเข้ามาในหัวของผม
ขอบฟ้าเรื่องราว เกมการปฏิวัติ… ความทรงจ าทั้งหมดที่
ย้อนกลับไปเกินจะเอื้อมก าลังผ่านพ้นไป
ผมมองดูนาฬิกาสักพัก ผมเหลือบมองไอลีนอีกครั้ง และเธอก็
ก าลังมองมาที่ผมด้วยข้อมือทั้งสองข้างที่วางซ้อนกัน
ผมดูเหมือนจะรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้
“ดยุคยูจงฮยอค”
มันเป็นการไขว้ข้อมือ นี่คือค าทักทายจากดาวบ้านเกิดที่ไอลีน
อาศัยอยู่ ลินเบิร์ก เส้นเลือดทั้งสองที่ก าลังไขว้กันและก าลัง
น าพากันสั่นไหวมายังอีกฝ่าย ราวกับเข็มวินาทีของนาฬิกาที่
ก าลังเคลื่อนไหว ชีพจรของไอลีนถูกส่งมาที่ผม
“เขตอุตสาหกรรมนี้จะไม่ลืมท่าน”
***
หลังจากออกจากเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค ผมก็มุ่งตรงไปยัง
เขตอุตสาหกรรมคิมทกจา แต่เดิมมันควรใช้เวลาหนึ่งสัปดาห์
แต่เครื่องยนต์ของเฟอร์รารีกินี่ก็ท าให้มันใช้เวลาแค่สองชั่วโมง
ผมนั่งอยู่ในที่นั่งผู้โดยสารและมองไปยังทิวทัศน์ที่ก าลังเคลื่อน
ผ่านไปในขณะที่คิดถึงค าพูดของไอลีน
– มันมีโดเกบิ พวกคนที่มีก้อนเนื้อ และกลุ่มดาวอีกหลายกลุ่ม
มันเป็นลิตส์ของคนที่มาเยี่ยมในขณะที่ผมไม่อยู่ โดเกบิน่าจะมา
จากส านักงาน และคนที่มีก้อนเนื้อก็น่าจะเป็นเวนนี่แมน ส่วน
กลุ่มดาวนั้นผมไม่อาจเดาได้เพราะพวกเขาไม่ได้ทิ้งค าขยายไว้
– ระวัง มีผู้คนมากมายในโลกปีศาจก าลังเฝ้ามองเจ้าอยู่
ไม่จ าเป็นต้องบอกผม ผมแค่ต้องดูช่องก็พอ
[กลุ่มดาวจ านวนมากให้ความสนใจกับการกระท าของคุณ]
[ค าขยายของคุณก าลังแพร่ไปในหมู่กลุ่มดาวฝ่ายร้าย]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังเฝ้ามองคุณด้วย
ดวงตาเป็นกังวล]
อีกไม่ถึงสามวันจะถึงการคัดเลือกราชาปีศาจ ผมมองไปยัง
เบาะหลังที่จางฮายังและปรมาจารย์ทลายนภาก าลังกอดกัน
หลับอยู่ ทั้งคู่คงต้องเหนื่อยแน่ๆ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งจางฮายังที่ถูกบังคับให้ต้องใช้ก าแพงไร้นาม
เพราะผม ถึงกระนั้น การมีอยู่ของพวกเขาก็หมายความว่าผม
สามารถคิดลองสิ่งอื่นได้
ผมเหลือบมองไปยังที่นั่งคนขับและถาม “หัวหน้าแผนก
ฮันมยอนโก”
“หืม?” ฮันมยอนโกช าเลืองมองผมด้วยสีหน้างงๆ จาก
ต าแหน่งที่เขาก าลังทดสอบฟังก์ชั่นของเฟอร์รารีกินี่อยู่ ผมไม่รู้
ว่าเขารู้สึกถึงสายตาของผมหรือไม่ แต่ฮันมยอนโกก็กระแอม
ออกมา”อืม อืม ชีวิตไม่ง่ายเลยใช่ไหม?”
…พูดตามตรง เวลานี้มันแปลกๆ ฮันมยอนโกเห็นถึงความ
สับสนของผมและรีบเสริม
“ฉันรู้สึกได้ในขณะที่ก าลังใช้ชีวิต… ชีวิตมันควรจะเป็นแบบนี้
มีหลายๆ ครั้งที่ไม่อาจท าสิ่งใดได้และมีหลายครั้งที่สิ่งต่างๆ ไม่
ได้ผล”
มันเป็นค าพูดที่ชัดเจน แต่การแสดงออกของฮันมยอนโกก็มี
อารมณ์อยู่ส่วนหนึ่ง เมื่อมาคิดดูแล้ว ฮันมยอนโกก็ได้ประสบ
กับหลายๆ สิ่งมาจริงๆ ในแง่ของความรู้สึก เขาอาจจะมี
ช่วงเวลาที่ยากล าบากยิ่งกว่าผมซะอีก
ผมคิดเกี่ยวกับมันและอยากจะถามอะไรบางอย่างขึ้นมา “ฉัน
ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?”
“เอาสิ”
บางทีชายที่เคยให้ก าเนิดลูกมาในโลกนี้อาจจะไว้วางใจได้ ผม
เปิดและปิดสมาร์ทโฟนซ้ าๆ ในขณะที่ผมก าลังคิดว่าจะพูด
อะไรออกไป
ฮันมยอนโกมองมายังท่าทีของผมและพูดออกมา “อืม… มัน
เจ็บปวด
“นายพูดอะไร?”
“ฉันคิดว่านั่นคือสิ่งที่นายอยากจะถาม มันเป็นเจ็บปวดที่ไม่ว่า
ชายหรือหญิงก็ยากจะทนรับไว้”
ผมตกใจเมื่อผมเข้าใจสิ่งที่เขาก าลังพูดถึง ไม่ ผมไม่ได้อยากจะ
ถามเขาเรื่องนั้น…
ถึงกระนั้น ผมก็ยังสงสัย “มันมาจากไหน?”
“ฉันให้ก าเนิดในหัวใจของฉัน”
“มันเจ็บปวดหรือเปล่า?”
ฮันมยอนโกดึงบุหรี่ออกมาและท าสีหน้าจริงอย่างในทันใด
“ตอนแรก ฉันอยากจะฆ่านายทิ้งซะ”
ควันบุหรี่ขมลอยออกไปนอกหน้าต่าง
“มันน่าละอายและน่าขายหน้า ฉันสงสัยและงงงวยว่าท าไมฉัน
ถึงตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้”
“…”
“ฉันพยายามลองวิธีที่อยู่ในละคร ยกตัวอย่างเช่นการกินซีอิ๊ว
เยอะๆ มันไม่ง่ายที่จะหาเลยเพราะสถานการณ์”
มันฟังดูไม่เหมือนเรื่องจริงเลยในขณะที่ผมฟังเรื่องราวจาก
ฮันมยอนโก มันคงเป็นเรื่องยากล าบากเกินจินตนาการส าหรับ
ผม
“ฉันกลัว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าฉันให้ก าเนิดสัตว์ประหลาดขึ้นมา
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าลูกกินฉัน? วันหนึ่ง จู่ๆ ก็ฉีกท้องของฉัน
ออกมาและฆ่าฉัน…”
“…”
“ฉันอยู่คนเดียวหลายคืน วิ่งหนีและหลบมอนสเตอร์ในขณะที่
รู้สึกเป็นกังวลว่าฉันควรจะท ายังไงกับเด็กคนนี้ดี? ควรฆ่ามัน
ปล่อยให้มันมีชีวิต หยุดการถือก าเนิดของมัน หรือ…”
ผมไม่ได้ใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้า แต่มันก็มีหลายๆ
สถานการณ์ของฮันมยอนโกวิ่งเข้ามาในหัวของผม ฮันมยอนโก
พูดด้วยสีหน้าที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“ถึงกระนั้น นายรู้ไหม? น่าตลก เวลาเป็นเดือนผ่านไปใน
ขณะที่ฉันคิดถึงมัน จากนั้นในขณะที่ฉันก าลังดิ้นรน ฉันก็รอด
ชีวิตมาได้”
ฮันมยอนโกสามารถรอดชีวิตมาจากสถานการณ์อันเลวร้าย
ด้วยเหตุผลหนึ่งข้อ
“ฉันรู้ได้ในเวลานั้น อ่า บางทีเด็กคนนี้อาจจะช่วยฉันไว้ ดังนั้น
ฉันจึงตัดสินใจ ไม่ว่าฉันจะเป็นหรือตาย ฉันก็จะให้ก าเนิดเด็ก
คนนี้”
ทันใดนั้นเองก็โยนบุหรี่ออกไปที่นอกหน้าต่าง ฮันมยอนโกดึง
บุหรี่ตัวใหม่ออกมา ในเวลาอันสั้น ฮันมยอนโกดูห่างไกลก่อนที่
จะกลับมา
ผมรู้จักเขาดี เขาคือหนึ่งในคนที่ต้องอยู่ในรายชื่อ 10 คนที่แย่
ที่สุดที่ผมรู้จักแน่ๆ อย่างไรก็ตาม ในเวลานี้ ฮันมยอนโกก็ดูเป็น
คนที่ใช้ได้เลย
“เธอเป็นเด็กที่สวยงามสุดๆ เธอไม่ใช่มนุษย์ แต่เธอก็น่ารัก
มากๆ”
“…ฉันเห็นเธอแล้ว”
เธอน่ารัก ซึ่งเป็นเหตุผลว่าท าไมแอสโมเดียสถึงใช้เธอเป็นร่าง
อวตารของเขา ผมแค่คิดสิ่งนี้ แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของ
ฮันมยอนโกก็หายไป เรื่องราวยังไม่จบดี แต่ผมก็สามารถเห็น
สิ่งที่ฮันมยอนโกต้องการจะพูดออกมาได้
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ฮันมยอนโกก็พูดออกมา “ดังนั้น ทกจา
นายควรลองดูนะ”
“…ฉันควรลองมีลูกเหรอ?”
“ไม่ ฉันก าลังเป็นห่วงนายนะ”
ผมรู้สึกขนลุกอยู่ครู่หนึ่ง ใบหน้าที่สับสนของผมสะท้อนบน
หน้าจอสมาร์ทโฟน
“ฉันไม่รู้ว่านายก าลังคิดอะไรอยู่นะ แต่พูดตามตรง เดิมทีฉันก็
ไม่ได้ชอบนาย”
“ได้รู้ก็ดี”
“แต่ฉันก็รู้สึกว่านายแปลกไปเมื่อไม่นานมานี้”
ผมปิดปาก
“ฉันรู้ว่าไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะออกมาดี ไม่ใช่ทุกอย่างที่จะเป็นไป
ตามที่นายต้องการ ถึงกระนั้นก็อย่าจมอยู่กับมันมากเกินไปและ
ปล่อยให้หัวใจได้น าพานายบ้าง”
“…”
“มันเป็นทกจาที่รอดชีวิตมาจากสิ่งที่เกิดขึ้น ถ้านายไม่ท ามันให้
ดี นายจะต้องเสียใจในภายหลัง”
อันที่จริง ผมก็มีชีวิตอยู่มานานและได้เห็นโลกแล้ว ผมไม่เคย
คาดคิดว่าในวันหนึ่งผมจะต้องมาฟังชายคนนี้
หน้าจอ LCD ของสมาร์ทโฟนเปิดขึ้น และไฟล์หนทางเอาชีวิต
รอดโผล่ขึ้นมา
– สามวิธีเอาชีวิตรอดในโลกที่ถูกท าลาย (แก้ไขครั้งที่ 2) .txt
ผมไม่เคยมีประสบการณ์ของฮันมยอนโกมาก่อน ผมไม่เคยมีลูก
หรือไม่เคยวางแผนที่จะมี อย่างไรก็ตาม ผมก็รู้สึกแปลกๆ กับ
ความรู้สึกของเขาเล็กน้อย
ต้องอ่านหรือไม่ต้องอ่านการแก้ไข นี่คือสิ่งเดียวที่ผมคิดในช่วง
ไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา
ผมกลัวว่าผมจะได้รับผลกระทบจากการอ่านนิยาย มันเจ็บปวด
ที่ต้องยืนยันผลจากการกระท าของตัวเอง ผมกลัวว่า ‘อนาคต’
ของผมอาจจะถูกแก้ไข
อย่างไรก็ตาม มันก็น่าหัวเราะตั้งแต่แรก ค าพูดของฮันมยอน
โก…
ใช่ เรื่องนี้ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริงๆ ผมเปิดไฟล์ขึ้นมาโดยไม่ลังเล
จากนั้นผมก็เริ่มอ่านอย่างที่ผมเคยท า
การแก้ไขครั้งที่สองเริ่มขึ้นจากรอบที่สี่
「มันก็เหมือนกับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้น ในรอบที่สาม
อาจารย์คงไม่ตายถ้าไม่ใช่เพราะเขา」
บางข้อความท าให้ผมโล่งใจ
「อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจเปลี่ยนมันได้」
ค าอธิบายบางอย่างยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
「ผู้ชายคนนั้นไม่ได้อยู่ในรอบนี้」
ผมก็ยังไม่ได้อยู่ในการเสื่อมถอยรอบที่สี่ของยูจงฮยอค
「ฉันล้มเหลวในรอบที่สาม」
ผมไม่ตื่นตระหนกเพราะผมคาดไว้อยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าท าไม
ผู้เขียนถึงส่งอะไรแบบนี้มาให้ผม มันอาจจะท าให้ผมกลัวหรือ
ใช้ผมไปยังตอนจบที่เขาต้องการก็ได้ ผมไม่รู้ด้วยซ้ าว่าเป็น
ผู้เขียนที่ส่งมาให้ผมตั้งแต่แรก
ผมหลับตาลงอย่างช้าๆ สูดหายใจเข้า และเปิดมัน จากนั้นผมก็
คิดถึงก าลังที่สี่
「คิมทกจาคิด」
ราวกับว่าผมก าลังเขียนประโยคในนิยาย
「ฉันไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรในตอนท้าย อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า
ผลจะเป็นยังไง ฉันก็จะสร้างตอนจบที่ฉันต้องการขึ้นมา」
ผมเขียนประโยคและจ้องไปที่อากาศสักพัก เป็นที่เข้าใจได้ว่า
มันไม่มีค าตอบกลับมา แต่มันก็เป็นก าแพงที่สี่ที่ตอบสนอง
[ก าแพงที่สี่ก าลังบิดตัวไปมาอย่างมีความสุข]
ทันใดนั้นเอง ผมก็มองออกไปและเห็นเขตอุตสาหกรรมจาก
ระยะไกล นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้มาเยือนเขตอุตสาหกรรมคิมทก
จา ฮันมยอนโกลดความเร็วลงในทันที่
“เกิดอะไรขึ้น?”
“…สถานการณ์ก าลังด าเนินการ”
สถานการณ์? ไม่มีทาง… การคัดเลือกราชาปีศาจยังไม่เริ่มหนิ?
[คุณต้องการที่จะเข้าสู่พื้นที่สถานการณ์ลับหรือไม่?]
ฮันมยอนโกเดินเข้าไปยังเขตอุตสาหกรรมอย่างระมัดระวัง
ทางเข้าของเขตอุตสาหกรรมไม่มีคนเฝ้าอยู่สักคน
ผมเปิดหน้าต่างและได้ยินเสียงตะโกนดังมาจากข้างในเขต
อุตสาหกรรม
“ข้าคือคิมทกจา!”
“ไม่ ข้าต่างหาก!”
“ข้าคือคิมทกจา! ข้า!”
ฮันมยอนโกและผมมองหน้ากันในเวลาเดียวกัน
“อะไรเนี่ย…?”
ข้อความดังตามมา
[สถานการณ์ลับ – เกมคิมทกจาอยู่ในระหว่างด าเนินการ]
มันมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นในเขตอุตสาหกรรมของผมในขณะที่
ผมไม่อยู่
(จบตอน)
[คุณเข้าสู่พื้นที่สถานการณ์ลับ]
[คุณต้องการมีส่วนร่วมในสถานการณ์ลับ – เกมคิมทกจา
หรือไม่?]
ฮันมยอนโกมองมาที่ผมและพึมพ าด้วยความตกตะลึง “…เกิด
อะไรขึ้น?”
ผมจ้องไปยังบียู
[ป๊า ป๊าา…]
บียูส่ายหัวของเธอซ้ าๆ มันไม่ใช่บียูที่ท าเรื่องนี้
สถานการณ์ลับส่วนใหญ่จะถูกเปิดใช้งานตามความต้องการ
ของการถ่ายทอดสดดวงดาว งั้นท าไมในเวลาแบบนี้? ข้อความ
ของระบบที่ตามมาเป็นเหมือนค าใบ้
[เจ้าของคนปัจจุบันของเขตอุสาหกรรมขาดการติดต่อไป]
[สถานการณ์ฉุกเฉินถูกเปิดใช้งาน]
ดูเหมือนว่าผมจะจากไปนานเกินไป “ฉันคิดว่าการถ่ายทอดสด
ดวงดาวคงจะพิจารณาว่าฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะสืบทอดต าแหน่งด
ยุค”
“ไม่ใช่ว่ามันก็โอเคแล้วเหรอที่ตอนนี้นายอยู่ที่นี่?”
“แบบนั้นก็คงดี”
สถานการณ์คงไม่เปลี่ยนแปลงหลังจากที่ผมเข้าสู่เขต
อุตสาหกรรม บางทีการถ่ายทอดสดดวงดาวอาจจะผิดเพี้ยนไป
จากการปลอมตัวที่ผมและยูจงฮยอคท า ในเวลานั้น มันมี
ข้อความว่ามีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น
“…เกมคิมทกจาคืออะไร? มันเป็นสถานการณ์ที่เข้าร่วมได้อย่าง
อิสระเหรอ?”
จางฮายังลืมตาขึ้นมาจากเบาะหลังและบิดขี้เกียจ
[พวกเราก าลังเลือก ‘คิมทกจาตัวจริง’ ของเขตอุตสาหกรรม]
ในอัตรานี้ ชื่อของผมก าลังจะถูกขโมย ผมหันไปหาฮันมยอนโก
และถาม”นายจะเข้าร่วมไหม?”
“ท าไมฉันต้องท าแบบนั้น?”
“แล้วนายล่ะ จางฮายัง?”
“ฉันไม่อยากเป็นคิมทกจา” สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่าง
รวดเร็ว และเขาก็ดูเหมือนว่าเคืองๆ อยู่หน่อยๆ “…ฉันไม่รู้จัก
ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น”
เพื่อหลีกหนีความเป็นจริง เขาได้ตัดสินใจแยกผมออกจากราชา
ปีศาจแห่งการหลุดพ้น ส่วนคนสุดท้ายที่ผมมองคือปรมาจารย์
ทลายนภา
โฮ่ง โฮ่ง!
ผมพยักหน้า “งั้นก็มีแค่ฉันที่เข้าร่วม”
“มันจะไม่เป็นไรเหรอ? นายยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น…”
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันก็ต้องไป นี่คือเขตอุตสาหกรรมของ
ฉัน”
ในทันทีหลังจากที่เข้าไปยังสถานการณ์ ข้อความก็ปรากฏ
ขึ้นมา
+
[สถานการณ์หลัก – พิสูจน์ตัวตนคิมทกจา]
ประเภท: หลัก
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: พิสูจน์ต่อกลุ่มดาวแห่งช่อง ‘เขต
อุสาหกรรมคิมทกจา’ ว่าคุณคือคิมทกจา
จ ากัดเวลา: 3 ชั่วโมง
รางวัล: กลายเป็นดยุคแห่งเขตอุตสาหกรรมคิมทกจาและ
เหรียญ 200,000 เหรียญ
ความล้มเหลว: ???
* ทุกคนที่ต้องการเป็น ‘คิมทกจา’ ในสถานการณ์จะมีลักษณะ
เดียวกันจนกว่าสถานการณ์จะจบลง
* ในช่วงเวลาที่ก าหนด ‘คิมทกจา’ ผู้ที่ได้รับคะแนนมากที่สุด
จากกลุ่มดาวจะได้รับการสืบทอดเขตอุตสาหกรรมคิมทกจา
+
…มันเป็นครั้งแรกที่ผมได้เห็นสถานการณ์แบบนี้ นี่เป็น
สถานการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในต้นฉบับ
[ผู้ต้องการเป็น ‘คิมทกจา’ คนใหม่ได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว]
[เหลือเวลาอีกสามชั่วโมงในสถานการณ์]
[คุณต้องได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘คิมทกจา’ โดยกลุ่มดาวส่วน
ใหญ่]
[คุณคือคนที่ต้องการเป็นคิมทกจาคนที่ 1131]
สถานการณ์เริ่มต้นขึ้น และผมก็ถูกเรียกตัวไปยังชานเมืองของ
เขตอุตสาหกรรมคิมทกจา มันมีการดิ้นรนเพื่อพิสูจน์ว่าพวกเขา
คือคิมทกจาอยู่แล้ว
[ฮ่าฮ่า ทุกๆ คน! พวกเจ้าต้องการได้รับการยอมรับจากกลุ่ม
ดาวงั้นเหรอ? แสดงให้พวกเราได้เห็นว่าเจ้าคือคิมทกจาตัว
จริง!]
ผมได้ยินเสียงของโดเกบิ ในขณะที่ผมจากไป ส านักงานก็ได้
ก้าวเข้ามายังโลกปีศาจแล้ว มันคงจะเป็นอุปสรรคต่อเวนนี่
แมน… ไม่ว่ายังไงก็ตาม พวกเขาก็มารวมตัวกันเหมือนกับผีเมื่อ
มีเรื่องราว
[ป๊าา!]
บียูเริ่มหนักแน่นขึ้นมาและเริ่มขยายช่อง
[กลุ่มดาวหลายช่องได้เข้าสู่ช่องแล้ว]
ผมมองไปยังผู้ต้องการเป็น ‘คิมทกจา’ คนอื่นที่อยู่รอบๆ อย่าง
ช้าๆ
“ข้าคือคิมทกจา! ดูสิ!”
“ข้าคือคิมทกจา!”
ผู้ต้องการเป็นคิมทกจามีโมเสกอยู่บนใบหน้าในขณะที่พวกเขา
ตะโกนออกมา บางทีผมคงดูเป็นแบบนี้ส าหรับกลุ่มดาวอื่นๆ
…บ้าเอ้ย มีอะไรแปลกๆ ผู้ต้องการเป็นคิมทกจาส่วนใหญ่เพียง
แค่ตะโกนชื่ออกมาและไม่ได้แสดงท่าทีอะไรแปลกๆ เลย พวก
เขาคือเหล่าคนที่ดวงตามืดบอดจากต าแหน่งดยุคและเข้าร่วม
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะเหมือนกัน
“ข้าคือผู้เผยพระวจนะคิมทกจา!”
“ข้าคือราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น!”
[กลุ่มดาวบางกลุ่มสนใจ]
[ผู้สมัครคนที่ 986 ได้รับ 10 คะแนน]
ผมชะงักไปครู่หนึ่งในขณะที่ผมเห็นผู้สมัครบางคนก าลังตะโกน
ออกมาอย่างน่าเชื่อถือ
“ข้าคือราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา!”
[กลุ่มดาวสองสามกลุ่มสนใจผู้คนสมัครนี้]
[ผู้สมัครคนที่ 986 ได้รับ 20 คะแนน]
…ไม่ใช่ว่าเขาดูดีเลยเหรอ? ผมเข้าสู่ศูนย์กลางของเขต
อุตสาหกรรมและยิ่งมีผู้คนเริ่มพูดสิ่งที่น่าเชื่อถือมากขึ้น คิมทก
จาบางคนก็ก าลังดวลกันอยู่ ผมอยากจะรู้ว่าท าไมแถวนี้ถึงนอง
เลือดนัก แต่ผมก็ได้ยินข้อความจากกลุ่มดาวที่คุ้นเคยซะก่อน
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ยืนยันว่าคิมทกจาเป็นคนที่
กล้าหาญ]
…ผมก าลังสงสัยอยู่เลยว่าท าไมเห้งเจียถึงเงียบนัก เขาอยู่ใน
สถานการณ์นี้แล้วนี่เอง มันมีเสียงของดาบก าลังตัดผ่านอากาศ
และผู้ต้องการเป็นคิมทกจาก็ล้มลง
“อ๊ากกก!”
พลังเวทมนตร์อันเฉียบคมตัดเข้าที่เอวของผู้ต้องการเป็นคิมทก
จาอีกคน ผู้สมัครบางคนก็หนีไป และคิมทกจาที่ก าลังจะชนะก็
ตะโกนออกมา
“นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่าข้าคือคิมทกจา”
ดาบที่ท าจากพลังเวทมนตร์สีฟ้าอยู่ในมือของเขา ผมรู้สึก
ประหลาดใจเล็กน้อยจริงๆ
[กลุ่มดาวจ านวนมากสนใจผู้สมัครคนนี้!]
[ผู้สมัครคนที่ 312 ได้รับ 100 คะแนน]
ผู้สมัครคนที่ 312 ไม่ได้ใช้พลังงานดาราบริสุทธิ์ แต่มันก็มี
ลักษณะที่คล้ายกัน ผู้สมัครคนที่ 312 เหลือบมองมาที่ผมก่อนที่
จะเริ่มจัดการกับผู้สมัครคนอื่น มันเป็นเพียงแค่ชั่วขณะหนึ่ง แต่
ในชั่วขณะที่ผมสบตากับเขา ค าพูดของไอลีนก็ผ่านเข้ามาใน
หัวของผม
– นับตั้งแต่ดยุคจากไป ข้าก็ต้องรับมือกับเขตอุตสาหกรรม
อื่นๆ… สมาชิกปาร์ตี้จัดการกับมันได้แล้ว
ผมพอจะมีความคิดคร่าวๆ ว่าเรื่องต่างๆ กลายมาเป็นแบบนี้
ได้ยังไง ผู้ต้องการเป็นคิมทกจาบางคนที่อยู่ที่นี่คงจะมาจากเขต
อุตสาหกรรมอื่น กล่าวอีกนัยหนึ่ง มันมีเหล่าคนที่ได้รับข้อมูล
สนับสนุนเกี่ยวกับตัวผมและท าตัวเป็นคิมทกจา
จิตใจของผมสับสนเล็กน้อย ถ้าผมแพ้ในเกมๆ นี้ คิมทกจาตัว
ปลอมก็จะเข้าร่วมการคัดเลือกราชาปีศาจ
[กลุ่มดาวสองสามกลุ่มสนใจคุณ]
[กลุ่มดาวสองสามกลุ่มก าลังเรียกร้องให้คุณพิสูจน์ว่าคุณคือคิ
มทกจา]
ผมจะพิสูจน์ตัวตนของผมได้ยังไง? ผมไม่มีทะเบียนบ้านหรือ
บัตรประชาชนที่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กล่าวว่าคิมทกจาตัว
จริงรักในมิตรภาพ]
…อูรีเอล? ผมก าลังจะตะโกนชื่อของเธอออกไป แต่ผู้สมัครอีก
คนที่อยู่กลางจัตุรัสก็คุกเข่าลงและเริ่มตะโกนออกมา “ยูจงฮ
ยอค! ยูจงฮยอคคค! ตื่น! ตื่นสิ!”
คิมทกจากรีดร้องในขณะที่เขาอุ้มยูจงฮยอคในจินตนาการไว้ใน
อ้อมแขนของเขา ผมอดหัวเราะไม่ได้ ผมคงไม่ท าอะไรแบบนั้น
ออกไป อูรีเอลคงไม่ถูกหลอกด้วยการแสดงพรรค์นั้น…
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังหลั่งน้ าตา
ออกมา]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังขอร้องให้คุณ
แสดงให้เธอเห็นอีกครั้งในครั้งต่อไป]
[ผู้สมัครคนที่ 32 ได้รับ 300 คะแนน]
…ผมไม่อยากจะเชื่อเลย ผมส่ายหัวและเดินผ่านผู้สมัครคนที่
32 ไป แต่ก็ได้ยินข้อความที่ไม่คาดคิดดังออกมา
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ อ้างว่าคิมทกจาตัวจริง
นั้นเป็นจูนิเบียว]
มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ? เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่…
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ อ้างว่าคิมทกจาตัวจริง
เป็นโรคคลั่งเด็กมัธยม]
จูนิเบียว? ผมคิดว่าผมรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น… น่าแปลก ในเวลา
เดียวกัน มันก็มีผู้สมัครเริ่มตะโกนออกมา
“อืม ยูซานอา เธอรู้ไหม? หุหุ ฉันคือนักอ่าน ฉันมีชีวิตอยู่เพื่อ
เป็นนักอ่าน”
ความคิดของผมซับซ้อนขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นเรื่องราว
ก่อนที่สถานการณ์จะปรากฏขึ้น เขารู้ได้ยังไง… ไม่ เดี๋ยวก่อน
ผมไม่เคยพูดอะไรแบบนั้นเลย
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ พึงพอใจ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ให้คะแนนผู้สมัครคนที่
97 จ านวน 300 คะแนน]
ผมรู้สึกโดดเดี่ยว และริมฝีปากก็ก าลังสั่นเทา ในอัตรานี้ ผมคง
จะเสียชื่อให้กับคนที่ไร้สาระเหล่านี้
ผมควรคิดอย่างใจเย็น เพื่อที่จะแสดงให้เห็นว่าผมคือคิมทกจา
ผมต้องเตือนพวกเขาให้นึกถึงเหตุการณ์ที่เคยมีร่วมกันกับผม
“เอามือออกไปจากฉันและไสหัวไปซะ ไอ้ระย าเอ้ย!”
[ผู้สมัครคนที่ 32 ได้รับ 200 คะแนน!]
บางสิ่งที่มีแค่ผมและกลุ่มดาวเท่านั้นที่รู้…
“ฉันชอบที่จะยิ้มแบบนี้!”
[ผู้สมัครคนที่ 97 ได้รับ 250 คะแนน!]
กลุ่มดาวและผม…
“สิ่งที่ฉันชอบคือชุดกี่เพ้าและถุงน่อง!”
[ผู้สมัครคนที่ 312 ได้รับ 400 คะแนน!]
บ้าเอ้ย พวกนี้มันอะไรกัน? ผมจัดระเบียบความคิดที่ซับซ้อน
และตัดสินใจใช้วิธีง่ายๆ ผมจะบอกกับพวกเขาตรงๆ ว่าผม
คือคิมทกจาผ่านข้อความของราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น
[ในระหว่างสถานการณ์ กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุด
พ้น’ ไม่สามารถพูดได้]
…ไอ้บัดซบ
[เหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมงในสถานการณ์]
เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว ผมจับศรัทธาไม่แตกสลายไว้เงียบๆ
มันมีผู้ต้องการเป็นคิมทกจาอยู่จ ากัด ถ้าผมฆ่าผู้ต้องการเป็นคิ
มทกจาทุกคน คนสุดท้ายก็จะได้กลายเป็นคิมทกจาตัวจริง
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่ต้องการใช้วิธีนี้ พวกเขาดวงตามืดบอด
ไปจากอ านาจ แต่ส่วนใหญ่แล้วพวกเขาก็เป็นชาวเมืองของเขต
อุตสาหกรรมของผม…
ผมถอนหายใจและส่ายหัวในขณะที่ผมจับและปล่อยด้ามดาบ
ซ้ าๆ
「การกระท าเหล่านี้ไม่เหมือนกับนาย」
ส าหรับความผิดหวังของผม ยูจงฮยอคพูดถูก คิมทกจาคงจะไม่
แก้ปัญหาแบบนี้ ผมคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมจะพิสูจน์ตัวตนของ
ผมได้ยังไง? ไม่สิ มันหมายความว่าไงที่ต้องพิสูจน์ในเมื่อผมคือ
‘ผม’ ตั้งแต่แรกแล้ว?
ในเวลานั้นเองก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
“นี่คือการปล่อยกระแสไฟฟ้า เคล็ดวิชาขั้นสุดยอดที่ถูกสอน
โดยคนประหลาดแบ็กจอง…!”
ผู้สมัครคนที่ 312 ตะโกนออกมาในขณะที่ถือดาบสายฟ้าไว้ ผม
ก าลังจะบอกว่ามันคือคนประหลาดแบ็คชอง ไม่ใช่แบ็คจอง แต่
ก็มีสายฟ้าผ่าลงมาจากฟ้าซะก่อน
“ว๊ากกกก!”
สายฟ้าสีฟ้าปะทะเข้าใส่ดาบของผู้สมัครและฉีกร่างของเขา
ออกจากกัน ผู้สมัครบางคนกรีดร้องออกมาและถอยกลับไปใน
ขณะที่กลุ่มดาวบางคนชอบมันและให้คะแนนแบบสุ่มๆ ณ ใจ
กลางของความสับสน ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มันมีสิ่งขนาด
เล็กๆ ก าลังตกลงมาจากท้องฟ้า
…ผมคิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่เขาจะมา แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันจะ
เร็วขนาดนี้ จุดเล็กๆ ที่แผ่แรงกดดันอันยิ่งใหญ่ได้ตกลงมา ณ
จัตุรัสของเขตอุตสาหกรรมพร้อมกับเสียงค ารามดังกึกก้อง
สายฟ้าสีฟ้าพวยพุ่งออกมาจากจัตุรัส ชายร่างเล็กยืนอยู่ ณ ใจ
กลางของสายฟ้าและแผ่แรงกดดันอันยิ่งใหญ่ออกมา ประกาย
แสงปลิวว่อนในขณะที่มีเสียงดังออกมาจากเศษฝุ่น
[ศิษย์ของข้าอยู่ที่ไหน?]
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ตัวตนของเจ้าของเสียงก็ถูกเผยออกมา
[กลุ่มดาวจ านวนมากประหลาดใจ]
ชายร่างเล็กไม่สนใจว่ากลุ่มดาวจะประหลาดใจหรือไม่ มันมี
กลุ่มดาวบางคนที่ตระหนักได้ถึงตัวตนของเขา
“คนจิ๋วนี่…”
“เดี๋ยว อย่าบอกนะว่า?”
พวกเขาเหลือบมองหน้ากัน และจากนั้นก็ล้มลงตรงหน้าชาย
คนนั้น
“ผ-ผม!”
“ผมคือคิมทกจา! อาจารย์…!”
คิมทกจาจ านวนนับไม่ถ้วนล้มลงตรงหน้าของชายคนนั้น ผม
มองไปยังพวกเขาและเดาะลิ้น มันคงจะดีถ้าพวกเขามีไหวพริบ
กันหน่อย อย่างไรก็ตาม มันก็คงจะดีกว่าถ้าร่างกายของพวก
เขาสามารถเคลื่อนไหวได้เร็วกว่านี้
“อ๊ากก!”
“อ๊ากกกก!”
คิมทกจาทั้งหลายถูกโจมตีด้วยสายฟ้าสีฟ้าและกลายเป็นขี้เถ้า
ผมมองไปยังอาจารย์ผู้เมตตาที่มารับลูกศิษย์ของเขาด้วยตัวเอง
และตระหนักได้ถึงบางสิ่ง
…เข้าใจละ ในตอนแรก ‘ผม’ ไม่ใช่สิ่งที่สามารถพิสูจน์ได้
[เรื่องราวเฉพาะของคุณจะถูกเล่น]
[เรื่องราว ‘ศิษย์ของผู้หวนคืน’ ได้เริ่มขึ้นแล้ว]
มันเป็นเพราะ ‘ผม’ ประกอบขึ้นด้วยสิ่งต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นแค่
ของผม ท่ามกลางคิมทกจาที่ก าลังหนีไป มันมีคนหนึ่งที่รู้จักคิ
มทกจาตัวจริง
[ศิษย์ตัวจริงของข้าอยู่ที่ไหน?]
ถ้าผมก้าวออกมา ผมคงจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เหมือนกับคนอื่น
จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังออกมา
“บ้าเอ้ย นี่มันอะไรกัน? พวกเขาคือคิมทกจาทุกคนเหรอ?” ผม
มองกลับไปและเห็นจางฮายังก าลังบ่น
ผมพูดกับจางฮายัง “จางฮายัง”
เขามองด้วยความประหลาดใจหลังจากได้ยินชื่อของเขาและ
สะดุ้งกลับไปด้วยความประหลาดใจ”…คิมทกจา?”
ผมพยักหน้าและถาม “นายได้เรียนวิถีดาบทลายนภามาไหม?”
“…แน่นอน ข้าได้เรียนมา ท าไม?”
ผมยิ้มและกางแขนออก “ใช้มันกับฉันเดี๋ยวนี้เลย”
(จบตอน)
เคียร์อีออสได้ยอมรับศิษย์มาสามคนแล้ว คนหนึ่งคือหลังจาก
เขากลายเป็นผู้บรรลุครั้งแรกและอีกคนคือหลังจากนั้นอีก 50
ปี จากนั้นเขาก็ไม่รับศิษย์ไปอีกนาน
มันเป็นเพราะลูกศิษย์คนก่อนๆ ต่างพากันตายไปหมด คนหนึ่ง
เป็นเพราะผู้สืบทอดของส านักปีศาจสวรรค์ และอีกคนเป็น
เพราะส านักปีศาจโลหิต
มันเป็นเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากความตายของคนทั้งสองที่
ท าให้ ‘คนประหลาดแบ็คจอง’ เคียร์อีออสกลายเป็นที่รู้จัก
ขึ้นมา ด้วยความโกรธแค้นจากความตายของลูกศิษย์ เคียร์อี
ออสได้โจมตีส านักปีศาจโลหิตและส านักปีศาจสวรรค์ มันไม่ได้
เป็นที่รู้แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นกับบู๊ลิ้มในเวลานั้น แต่ก็มีหนึ่งสิ่งที่
แน่นอน…
ครึ่งหนึ่งของเทือกเขาแสนมหาภูผาได้กลายเป็นภูเขาโล่งเตียน
ส านักปีศาจโลหิตได้ถอนก าลังของมันออกจากบู๊ลิ้ม
ร้อยปีต่อมา เคียร์อีออสก็ได้ยอมรับศิษย์อีกครั้ง เคียร์อีออสถา
มลูกศิษย์ที่เขาพบหลังจากเจอปัญหามามากมาย
[…มันเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?]
“ศิษย์ผู้ต่ าต้อยขอคาราวะอาจารย์”
เคียร์อีออสมองดูลูกศิษย์ของเขาด้วยสีหน้าอันขมขื่น นี่คือศิษย์
คนสุดท้ายที่เขายอมรับด้วยหัวใจ
[ข้าถามเจ้า ท าไมมันถึงเป็นเช่นนี้?]
ศิษย์คนนี้ไม่ได้มีพรสวรรค์และไม่ได้มีจุดไหนให้ชอบ ในทันทีที่
พวกเขาพบกัน เขาก็ท าตัวคุ้นเคยและเหมือนว่าพวกเขารู้จัก
กันมานาน เขา ‘เป็นมิตร’ ต่อคนประหลาดแบ็คจอง คน
ประหลาดที่มหัศจรรย์มากจนเคียร์อีออสอยากจะเรียนรู้
เกี่ยวกับเขาขึ้นมา
“ผมไปที่บู๊ลิ้มมา”
เคียร์อีออสจ้องไปยังศิษย์ของเขาที่ถูกปกคลุมไปด้วยเลือด เขา
คือคนที่เต็มไปด้วยความเสียหายจากดินแดนแห่งสันติ เหตุผล
ที่เคียร์อีออสไม่ลงโทษเขาส าหรับบาปของการขโมยเคล็ดวิชา
และหนีไป มันเป็นเพราะเขาได้ช่วยดาวเคราะห์ของเคียร์อีออส
ไว้
ดังนั้นเคียร์อีออสจึงรอ สักวัน ศิษย์ของเขาจะไตร่ตรองตัวเอง
และกลับมา แต่ศิษย์ของเขากลับปรากฏตัวขึ้นแบบนี้
ดวงตาของเคียร์อีออสหรี่ลงในขณะที่เขาพูด [มันมีร่องรอยของ
วิถีดาบทลายนภาจากบาดแผลของเจ้า]
“…”
[เจ้าเจอกับลูกศิษย์ของเซียนดาบทลายนภามางั้นเหรอ? หรือ
ว่ามันคือเซียนดาบทลายนภา?]
ศิษย์ไม่ตอบ พลังของเคียร์อีออสรุนแรงขึ้น
[ตอบข้า]
เขตอุตสาหกรรมทั้งหมดกระตุกราวกับแมลงที่ถูกย่ า ผู้คนพา
กันกระจายตัวออกไป และคิมทกจาทุกคนในเขตอุตสาหกรรมก็
คุกเข่าลงด้วยความเจ็บปวด มันเป็นเพียงแค่คลื่นพลังเวท
มนตร์ แต่มันก็ราวกับว่าก าลังโชว์สถานะของเขาออกมา นี่คือ
ตัวตนของคนประหลาดแบ็คจอง คนๆ เดียวที่ไม่คุกเข่าลงคือ
ลูกศิษย์ของเขา
“ผมไม่อยากให้อาจารย์เห็นผมเป็นแบบนี้”
[หมายความว่าไงกัน?]
“ผมท าให้ชื่อของแบ็คจองต้องแปดเปื้อน”
[…]
“โปรดฆ่าผมที”
คิ้วของเคียร์อีออสกระตุกกับค าพูด มันเป็นเพราะเขานึกถึง
ข้อความที่เขาได้รับก่อนจะมาที่นี่
– โปรดฆ่าผมที
ฟันเล็กๆ ของเคียร์อีออสส่งเสียงออกมาในขณะที่พวกมันบด
เข้าด้วยกัน
[เป็นเรื่องจริงที่ข้ามาลงโทษเจ้า แต่…]
ศิษย์ของเขาถูกทุบตีในที่อันห่างไกล ยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็น
สถานการณ์ที่ศิษย์ของเขาบอกให้ฆ่า เพราะศิษย์ของเขาไม่
อาจเอาชนะความอับอายได้
ในสถานการณ์เช่นนี้ อาจารย์แบบไหนที่จะลงโทษลูกศิษย์ของ
ตัวเองได้กัน? แน่นอนว่ามันคงจะมีอาจารย์แบบนั้นอยู่ แต่
อย่างน้อยที่สุด เคียร์อีออสก็ไม่ใช่คนแบบนั้น
[…ท าไมเจ้าถึงอยากถูกฆ่านัก?]
“…”
[เจ้าโง่]
เคียร์อีออสหันหลังให้ศิษย์ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับศิษย์ผู้
หยิ่งสโย แต่เขาคงจะรู้ถ้าเขาไปที่บู๊ลิ้ม
[เจ้าบอกว่ามันคือบู๊ลิ้มงั้นเหรอ?]
ศิษย์ของเขาไม่ตอบ แต่เคียร์อีออสก็ขยับแล้ว
[โลกใบนั้นจะได้รู้ว่ามี ‘คนประหลาด’ ที่อยู่เหนือล้ ากว่า
‘ทลายนภา’]
***
เคียร์อีออสจากไป และเมฆสงครามเหนือเขตอุตสาหกรรมก็
หายไปราวกับว่าพวกมันถูกเช็ดออกไป ในสถานที่ที่เคียร์อีออ
สผ่านไป ผู้ต้องการเป็นคิมทกจาก็ล้มลง
“อ-เอ่อ… ว๊ากกก!”
ผมเห็นเหล่าคนที่ต้องการเป็นผมและรู้สึกซับซ้อนมาก จางฮา
ยังถาม”…มันมากเกินไปรึเปล่า?””
มันไม่ใช่ค าถามส าหรับผู้ต้องการเป็นคิมทกจา ผมจ้องไปยัง
ประตูมิติที่เคียร์อีออสหายไปและกล่าวว่า “นั่นเป็นทางเดียวที่
จะท าให้เขาขยับ”
เคียร์อีออสได้เสียศิษย์สองคนไปในบู๊ลิ้มแล้ว เพื่อที่จะส่งเขาไป
ยังบู๊ลิ้ม ผมจ าต้องหาข้ออ้างที่ขี้ขลาดแบบนั้น
“ถ้าเขาสังหารเซียนดาบทลายนภาล่ะ?”
“ไม่ต้องห่วง” ผมตอบในขณะที่ก าลังแปะชิ้นส่วนเรื่องราวไป
บนบาดแผลจากจางฮายัง
ดูเหมือนว่าเคียร์อีออสก าลังจะไปแก้แค้นให้ผม แต่มันก็ยังต้อง
ดูว่าสิ่งต่างๆ จะออกมาเป็นยังไง ระดับผู้บรรลุเคียร์อีออสคงจะ
สังเกตเห็นปัญหาที่ก าลังเกิดขึ้นในบู๊ลิ้ม
[คุณได้กระตุ้นให้เกิดสถานการณ์ย่อยใหม่]
บางทีในตอนนี้ เคียร์อีออสคงจะได้รับสถานการณ์ย่อยเพื่อเข้า
ไปแทรกแซงในบู๊ลิ้ม เคียร์อีออสเองก็ไม่พอใจกับพวกเทพเจ้า
ภายนอก เมื่อเขารู้สถานการณ์ เขาคงจะถูกบังคับให้ต้องช่วย
เซียนดาบทลายนภา
“นายควรเป็นห่วงพวกเรามากกว่า”
“อะไร? ท าไม?”
“เดิมทีเคียร์อีออสไม่ควรปรากฏตัวที่นี่”
แม้ว่าจะมีวิกฤตมากมายที่ผมได้เจอ แต่ผมก็ไม่ได้เรียกหาเคียร์
อีออสผ่านจางฮายัง เดิมทีผมตั้งใจที่จะเรียกเขาระหว่างการ
คัดเลือกราชาปีศาจ
อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้ใช้ไพ่ใบนั้นเพื่อช่วยเซียนดาบทลายนภา
ผมไม่รู้ว่ามันเป็นตัวเลือกที่ผิดไหม แต่อย่างน้อยมันก็เป็น
ตัวเลือกที่น่ายกย่อง
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ าคืน
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังเฝ้ามองคุณด้วย
ดวงตาประหม่าๆ]
ดาวบางดวงเป็นห่วงผม
[กลุ่มดาวบางกลุ่มก าลังยิ้มให้คุณ]
ดาวบางดวงก าลังใช้วิกฤตของผมเป็นโอกาส ผมยิ้มอย่างขม
ขื่นให้กับดวงดาวเหล่านั้น “ถ้าพวกนายได้เห็นพอแล้ว งั้นก็
ตัดสินได้รึยัง?”
ผมหายใจเข้าลึกๆ และประกาศต่อฟากฟ้า “ฉันคือคิมทกจาตัว
จริง”
การสนทนากับเคียร์อีออสเป็นแบบสาธารณะและไม่ต้องการข้อ
พิสูจน์เพิ่มเติมอีก ดวงดาวบนท้องฟ้าเปล่งแสงออกมาในเวลา
เดียวกัน
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ยอมรับว่าคุณคือคิ
มทกจาตัวจริง]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ยอมรับว่าคุณคือคิมทกจา
ตัวจริง]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ ยอมรับว่าคุณคือคิมทกจา
ตัวจริง]
.
.
[กลุ่มดาวจ านวนน้อยมากไม่เห็นด้วยกับผลลัพธ์]
พวกคนที่ต้องการสิ่งอื่นไม่เห็นด้วย แต่นี่ก็คือมติของส่วนใหญ่
[กลุ่มดาวจ านวนมากยอมรับว่าคุณคือคิมทกจาตัวจริง]
[คุณได้รับการยอมรับว่าเป็นคิมทกจาตัวจริง]
[สถานการณ์ลับเสร็จสมบูรณ์!]
[ได้รับ 200,000 เหรียญเป็นรางวัลในสถานการณ์]
ใบหน้าของผู้ต้องการเป็นคิมทกจาเริ่มเปลี่ยนไปทีละคน
โมเสคกระจัดกระจาย และใบหน้าที่แท้จริงของพวกเขาก็ถูก
เปิดเผยต่อท้องฟ้า มันเป็นครั้งแรก ชาวเมืองได้ยืนยันว่า
เจ้าของที่แท้จริงของเขตอุตสาหกรรมคือใครและตะโกนออกมา
ด้วยความประหลาดใจ”คิมทกจา! คิมทกจาตัวจริง!”
“จ-เจ้าของเขตอุตสาหกรรมกลับมาแล้ว…!”
มีข้อความเพิ่มเติมปรากฏขึ้น
[คุณได้รับสืบทอดอดีตเขตอุตสาหกรรมกิลแบทอย่างเป็น
ทางการ]
[อดีตเขตอุตสาหกรรมกิลแบทได้ถูกประกาศเป็นเขต
อุตสาหกรรมคิมทกจาอย่างเป็นทางการ]
[ชื่อเสียงของคุณก าลังแพร่หลายในโลกปีศาจ!]
[ชื่อเสียงของคุณสร้างความเข้มแข็งให้กับเรื่องราวปัจจุบันของ
คุณ]
แสงสว่างเจิดจ้ารายล้อมรอบตัวผม และเรื่องราวของผมก็
แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
[คุณคือ ‘ดยุค’ ของเขตอุตสาหกรรม]
ในไม่ช้า การต่อสู้อันโดดเดี่ยวก็จะเริ่มขึ้น
***
หลังจากสถานการณ์สงบลง ที่แรกที่ผมมุ่งหน้าไปก็คือ
ส านักงานของมาร์คที่อยู่ ณ ใจกลางของเขตอุตสาหกรรม
“…ข้าละอายใจจริงๆ”
“ไม่ นายท าได้ดีแล้ว”
การจลาจลเกิดขึ้นเนื่องจากเกมคิมทกจา และมาร์คกับ
เจ้าหน้าที่คนอื่นถูกคุมตัวไว้ ผมตบไหล่มาร์คและปลอบเขา
“นายท าดีที่สุดแล้ว”
ไม่มีใคร รวมทั้งมาร์ค ที่สามารถหยุดเกมคิมทกจาได้ ตั้งแต่แรก
มันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะผมจากไป ต้องขอบคุณมาร์ค
ที่ท าให้เขตอุตสาหกรรมคงอยู่ได้ในระดับนี้ ในความเป็นจริง
มาร์คเป็นผู้น าทหารรับจ้างในบ้านเกิดของเขา และมีสกิล
ควบคุมฝูงชนในระดับสูงมาก
ผมฟังรายงานของมาร์คเกี่ยวกับแนวโน้มต่างๆ
“มีข่าวสงครามเกิดขึ้นทุกที่”
กลุ่มคนที่ก าลังออกไปจากเขตอุตสาหกรรมสามารถเห็นได้จาก
หน้าต่างส านักงาน บางคนก็เป็นคนที่เพิ่งเข้าร่วมใน
สถานการณ์และมีบางส่วนที่ไม่ใช่
“สงครามไม่สามารถเกิดขึ้นได้ด้วยคนๆ เดียว ไม่ใช่ว่านายก็รู้
เหรอ?”
“มันเป็นเรื่องโง่ที่จะจับคนที่ไม่ได้ตั้งใจจะต่อสู้ไว้”
พวกเขาส่วนใหญ่คงจะตายจากบทลงโทษของ ‘การออกไป
จากพื้นที่สถานการณ์’ ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังตัดสินใจที่จะ
ย้ายออกไป มันหมายถึงสถานการณ์นั้นสิ้นหวัง
[จ านวนประชากรของเขตอุตสาหกรรมลดลง และพลังของ
โรงงานก็ลดลง]
อาวุธเรื่องราว โรงงานได้รับการประคับประคองผ่านการ
ท างานของชาวเมือง มันเป็นเรื่องธรรมดาที่พลังจะลดลงเมื่อ
พลังของแรงงานลดลง อย่างไรก็ตาม ผมก็พูดเหมือนกับว่ามัน
ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร “พวกเราไม่อาจเห็นผลลัพธ์ได้ด้วยแค่พลัง
ของเขตอุตสาหกรรม จุดสนใจหลักของศัตรูไม่ใช่เขต
อุตสาหกรรมเลย”
ผมต้องจัดการกับเมลเลดอนและบาร์แคน เมลเลดอนได้ร่วมมือ
กับพระเวทย์ในขณะที่บาร์แคนร่วมมือกับพาไพรัส
มันไม่น่าจะเป็นพันธมิตรโดยตรงกับเนบิวลาจากขนาดของ
พันธมิตร พวกเขาน่าจะแค่ติดต่อกับกลุ่มดาวบางกลุ่มของ
เนบิวลา
อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นพลังที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ มันยังไม่รู้ แต่
ในการคัดเลือกราชาปีศาจ บางทีผมอาจจะต้องต่อสู้กับกลุ่ม
ดาวอย่างน้อย 10 กลุ่ม
“มีแผนไหม?”
พูดตามตรง โอกาสส าเร็จไม่ได้สูงนัก ผมเพิ่งกลายเป็นกลุ่มดาว
และมันก็คงจะเป็นการฆ่าตัวตายที่จะต่อสู้กับพวกเขา แม้จะมี
ความช่วยเหลือของยูจงฮยอคก็ตาม
“ฉันมีวิธี”
ผมไม่อาจพูดมันได้ตอนนี้ มันมีดวงตาก าลังจับจ้องมากเกินไป
[กลุ่มดาวจ านวนมากชื่นชมความทะเยอทะยานของคุณ!]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังสงสัยว่ามันหมายถึง
อะไร]
[คุณได้รับการสนับสนุน 2,000 เหรียญ]
อันที่จริง ผมก็มีหลายสิ่งที่ผมได้คิดไว้ ก่อนหน้านี้มันคงจะ
เป็นไปไม่ได้ แต่ในตอนนี้มันเป็นไปได้แล้ว ก่อนที่ผมจะสามารถ
ใช้วิธีการเหล่านี้ได้ มันต้องมีสิ่งที่ผมต้องตรวจสอบซะก่อน
[ก าแพงที่สี่ก าลังบิดตัวไปมา]
ผมอ่านใจของผมและตอบสนอง ผมกะพริบตาอย่างช้าๆ
ในขณะที่ผมคิด ‘ฉันต้องการความช่วยเหลือของนาย’
ผมรู้ว่าผมต้องการจะพูดอะไรโดยไม่จ าเป็นให้ผมต้องเปิดปาก
‘ให้ฉันดูหน้าต่างแอตทริบิวต์ของฉันหน่อย’
จนถึงตอนนี้ ผมได้ต่อสู้มาโดยแทบจะไม่รู้ข้อมูลของผมเลย
จนถึงตอนนี้
[ก าแพงที่สี่ก าลังสั่นอย่างเป็นกังวล]
มันคงจะยากที่จะท าอะไรต่อจากนี้ มันคงจะยากที่จะรู้จักศัตรู
โดยที่ยังไม่รู้จักตัวเอง ผมรู้เกี่ยวกับศัตรูอยู่นิดหน่อยแล้ว ดังนั้น
ผมจ าเป็นต้องรู้เกี่ยวกับ ‘ตัวเอง’
(จบตอน)
[ก ำแพงที่สี่ก ำลังแยกเขี้ยวขู่]
ประกำยแสงอันรุนแรงเต็มไปทั่วอำกำศ ผมรีบสั่งให้มำร์ค
ออกไป ผมไม่รู้ว่ำมันจะเกิดอะไรขึ้นถ้ำเขำอยู่
‘เดี๋ยวก่อน ฟังฉันก่อน’
ผมคิดเกี่ยวกับสิ่งที่ผมสำมำรถท ำได้เพื่อเอำใจไอ้ก ำแพงบ้ำนี่
‘นำยรักเรื่องรำว เมื่อเรื่องนี้จบลง ฉันจะให้นำยได้กินเรื่องรำว
เยอะๆ เลย’
[ก ำแพงที่สี่ก ำลังจ้องมองคุณพร้อมกับขมวดคิ้ว]
แรงกดดันดูจะสงบลงเล็กน้อย มันไม่ได้ดูเหมือนจะมีผลใดๆ
‘ฉันมีสิ่งที่ฉันต้องตรวจสอบ ฉันจะตำยได้ถ้ำฉันไม่รู้ นั่นคือสิ่งที่
นำยต้องกำรเหรอ?’
ก ำแพงที่สี่เงียบไป โชคดีที่มันไม่ต้องกำรให้ผมตำยตอนนี้
ก ำแพงที่สี่เงียบอยู่นำนก่อนที่จะพูดออกมำ
「ก ำแพงที่สี่กล่ำว คิม ทก จำ」
“อืม”
「มัน จะ อัน ตรำย ถ้ำ ไม่มี ฉัน」
ผมคิดว่ำผมรู้ว่ำมันก ำลังพูดอะไร หนึ่งในฟังก์ชั่นของก ำแพงที่
สี่คือกำรปกป้องผมจำกสำยตำของกลุ่มดำว ดังนั้นมันจึงเป็น
กังวลว่ำกลุ่มดำวจะคุกคำมผมเมื่อผมปิดตัวลง
‘ฉันรู้ อย่ำงไรก็ตำม ครำวนี้ฉันต้องดู’
ต่อหน้ำควำมตั้งใจของผม ก ำแพงที่สี่เงียบไปสักพักก่อนที่จะ
พูดออกมำ
「10 วินำ ที่ เท่ำ นั้น」
10 วินำที่ ใช่ มันน้อยไปหน่อย แต่ก็โอเค
「ช่อง ทั้งหมด ต้อง ถูก บล็อค」
ผมพยักหน้ำ
– บียู เล่นโฆษณำในช่อง
ช่วงเวลำที่ค ำสั่งถูกส่งออกไปผ่ำนกำรสื่อสำรโดเกบิ หน้ำจอก็
ปิดลง
[กลุ่มดำวหลำยกลุ่มสับสนกับโฆษณำอย่ำงฉับพลัน]
โอเค นี่ก็เพียงพอแล้ว อย่ำงไรก็ตำม ก ำแพงที่สี่ก็ยังไม่พอใจ
「ก ำแพงที่สี่กล่ำว ยัง ไม่ พอ」
‘ไม่พอ? อะไร?’
ก ำแพงที่สี่ไม่ตอบ ผมเงยหน้ำขึ้น และบียูก็ก ำลังกะพริบตำ
อย่ำงไร้เดียงสำ
[…ป๊ำ?]
บียูบล็อคช่องได้อย่ำงเหมำะสมแล้ว มันยังไม่พออีกเหรอ…
ในเวลำนี้ สถำนกำรณ์ก่อนหน้ำนี้ก็โผล่ขึ้นมำในใจของผม
สถำนกำรณ์ลับ – พิสูจน์ตัวตนคิมทกจำ ในเขตอุตสำหกรรมนี้
มันมีโดเกบิด ำเนินสถำนกำรณ์อยู่ ผมจ้องมองออกไปนอก
หน้ำต่ำง ณ ซำกปรักหักพังของสถำนกำรณ์
กำรถ่ำยทอดสดดวงดำวสร้ำงสถำนกำรณ์ลับขึ้นมำ แต่มันก็
เป็นโดเกบิที่ชี้น ำทิศทำงของสถำนกำรณ์
[กลุ่มดำวจ ำนวนมำกก ำลังประท้วงเงื่อนไขของช่องที่ไม่เสถียร]
เมื่อมองย้อนกลับไป ‘พิสูจน์ตัวตนคิมทกจำ’ คือสถำนกำรณ์ที่
ค่อนข้ำงผิดปกติ มันเป็นสถำนกำรณ์ที่ทรำบถึงควำมต้องกำร
ของกลุ่มดำวอย่ำงชัดเจนและยังมีข้อมูลเกี่ยวกับ ‘ผม’ ก่อน
สถำนกำรณ์แรก…
ไม่ว่ำผมจะคิดยังไง มันก็มีแค่คนเดียวที่จะท ำแบบนี้ ผมถอน
หำยใจและค่อยๆ พูดออกมำ “บีฮยอง นำยยังไม่ออกมำอีก
เหรอ?”
***
“คุณป้ำ! คุณอยู่ไหน? ฉันมำแล้ว!”
สถำนีบรรเทำทุกข์เพื่อกำรกุศลในซองนัม ที่พักพิงแห่งนี้ถูก
ก่อตั้งขึ้นด้วยควำมช่วยเหลือของรัฐบำล มันเป็นหนึ่งในองค์กร
บรรเทำทุกข์ของประชำชน ซึ่งรับหน้ำที่ดูแลกำรบำดเจ็บล้ม
ตำยจำกสถำนกำรณ์ที่เกิดขึ้น
ฮันซูยองตะโกนออกมำในขณะที่เตะผู้ป่วยที่ขวำงทำงของเธอ
“แม่ของคิมทกจำ! แม่ของคิมทกจำ ยกมือขึ้น!”
ผู้ป่วยที่นอนรำบอยู่รีบขยับตัวออกไปเนื่องจำกกำรเตะ ยูซำน
อำรีบเดินเข้ำมำและดูแลผู้ป่วย
“ฉันขอโทษ คุณเป็นอะไรไหม?… เฮ้ ฮันมยอนโก!”
ฮันซูยองเบื่อหน่ำยกับน้ ำเสียงของยูซำนอำ “อ่ำ ไปให้พ้นถ้ำ
เธอจะมำจู้จี้กับฉัน”
“เธอก็เกินไป คนพวกนี้คือผู้ป่วย!”
“ฉันก็เป็นคนป่วยเหมือนกัน”
ในขณะที่ยูซำนอำซึ่งก ำลังขมวดคิ้วเริ่มโกรธขึ้นมำ ประตูของ
ศูนย์บรรเทำทุกข์ก็เปิดขึ้น และผู้ป่วยคนใหม่ก็เดินเข้ำมำ พวก
เขำคืออวตำรที่ได้รับบำดเจ็บจำกมอนสเตอร์ พวกเขำคือคนที่
หอผู้ป่วยใหญ่ไม่อำจรับมือได้และถูกบังคับให้มำที่ศูนย์บรรเทำ
ทุกข์ ฮันซูยองเห็นผู้หญิงที่คุ้นเคยในขณะที่เธอหันไป
“ลีซอลฮวำก็มำที่นี่ด้วย”
ลีซอลฮวำผู้ชอบธรรม เธอคือเพื่อนร่วมงำนของยูจงฮยอคที่
คอยดูแลคนป่วยที่นี่
ฮันซูยองถอนหำยใจออกมำ “มันวุ่นวำยจริงๆ… เธอรู้ไหม?
เดิมทีเธอคนนั้นถูกก ำหนดให้เป็นผู้หญิงที่เลวร้ำยมำก”
“เธอรู้ได้ยังไง?”
“ฉันแค่รู้ ท ำไมฉันจะรู้ในสิ่งที่คิมทกจำรู้ไม่ได้?”
ดวงตำของยูซำนอำหรี่ลงเมื่อฮันซูยองพูดถึงคิมทกจำ ฮันซูยอง
เหลือบมองยูซำนอำและกล่ำวว่ำ “คิมทกจำได้เปลี่ยนแปลง
หลำยๆ สิ่ง เขำช่วยคนที่ต้องตำยและฆ่ำคนที่ต้องรอดไป…”
“…มันเกี่ยวกับค ำพยำกรณ์งั้นเหรอ?”
“เธอไม่รู้หรอก ฉันแค่อยำกจะบอกว่ำฉันคงไม่ท ำในสิ่งที่คิมทก
จำท ำ”
ฮันซูยองดึงดำร์คช็อคโกแลตออกมำและกินมัน รสช็อคโกแล
ตขมแพร่ไปในปำกของเธอและควำมขมก็ดูเหมือนจะส่งผลต่อ
ฮันซูยอง
“อนำคตถูกเขำท ำลำย เรื่องรำวควรจะเป็นไปตำมที่ตั้งใจไว้ ถ้ำ
เป็นฉัน…”
“ถ้ำมันเป็นเธอ คิมทกจำและเธอก็คงไม่ต่ำงอะไรจำก ‘ตัว
ละคร’”
มันไม่ใช่เสียงของยูซำนอำ ฮันซูยองยิ้มและหันไปหำคนๆ นั้น
“คุณดูแข็งแรงดีนะ ซูคยอง”
แม่ของคิมทกจำ ลีซูคยอง อยู่ข้ำงหลังพวกเธอ
“ไม่ส ำคัญว่ำฉันจะแข็งแรงไหมหรอก”
“ทกจำของฉันดูจะไม่ชอบเด็กที่ไม่แข็งแรงนะ”
“ฉันไม่ได้ชอบสิ่งที่คิมทกจำชอบ!”
ลีซูคยองหัวเรำะกับปฏิกิริยำของฮันซูยองก่อนที่เธอจะหัน
ศีรษะไป “สักพักแล้วสินะ ยูซำนอำ เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
ก่อนที่ยูซำนอำจะทันได้ตอบ ฮันซูยองก็ขัดจังหวะอีกครั้ง “ใช้
โชคดีหรือโชคร้ำย ภัยพิบัติหรือโชคลำภ”
โชคดีหรือโชคร้ำย ภัยพิบัติหรือโชคลำภ มันคือหนึ่งในอักขระที่
ลีซูคยองได้รับมำจำกผู้สนับสนุนของเธอ มำรดำผู้สร้ำง
“โชคดีหรือโชคร้ำย ภัยพิบัติหรือโชคลำภ… เธอดูมั่นใจอยู่เสมอ
นะ ท ำไมจู่ๆ เธอถึงพยำยำมพึงพำอะไรแบบนั้น?”
“ฉันหวังว่ำฉันจะสำมำรถแก้ไขทุกอย่ำงได้อย่ำงมั่นใจ”
“เธอท ำข้อมูลของเธอหำย ใช่ไหม?”
ฮันซูยองและลีซูคยองแตกต่ำงไปจำกคิมทกจำ ฮันซูยองได้อ่ำน
เฉพำะส่วน ‘ต้นๆ’ ของนิยำยต้นฉบับในขณะที่ลีซูคยองได้รู้แค่
ข้อมูลที่เธอได้ฟังมำจำกคิมทกจำ ในท้ำยที่สุด ทั้งคู่ก็มีข้อมูลที่
ไม่แน่นอนของอนำคต
ลีซูคยองยิ้มเบำๆ และถำม “ท ำไมเธอถึงมำหำฉัน? ซำนอำก็
สำมำรถท ำสิ่งที่คล้ำยกันได้ด้วยพลังของโอลิมปัส”
“คุณล้อเล่นรึเปล่ำ? คุณลืมสิ่งที่โอลิมปัสท ำกับคิมทกจำไปแล้ว
เหรอ?”
พวกเธอสองคนทะเลำะกันในขณะที่ยูซำนอำพึมพ ำด้วยสีหน้ำ
อำยๆ
“ขอโทษนะ ตอนนี้ฉันช่วยเธอไม่ได้…”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ฉันรู้ว่ำสถำนกำรณ์ของโอลิมปัสนั้น
ซับซ้อน ไม่ใช่ว่ำตอนนี้มันก ำลังบำดหมำงกันอยู่เหรอ?”
“…ใช่”
ยูซำนอำก้มหัวลงด้วยสีหน้ำไม่มั่นใจในขณะที่ฮันซูยองกล่ำว
“ปล่อยมันไปก่อน พวกเขำมีเซ็กส์กันเยอะจนอำยุขัยของพวก
เขำถูกบั่นทอน เร็วกว่ำที่―”
ดวงตำของยูซำนอำเบิกกว้ำงขึ้นให้กับค ำพูดที่ไม่คำดคิด ลีซู
คยองมองมำที่พวกเธอและหัวเรำะ
“โอเค สำวๆ พวกเธออยำกรู้ข้อมูลอะไร? แต่บอกไว้ก่อนนะ
ฉันไม่สำมำรถมองเห็นอนำคตที่เป็นรูปธรรมได้ด้วยกำรใช้โชคดี
หรือโชคร้ำย ภัยพิบัติหรือโชคลำภ ฉันสำมำรถชี้ทำงได้เท่ำนั้น”
ฮันซูยองพยักหน้ำรำวกับว่ำเธอรู้อยู่แล้ว “ฉันอยำกจะรู้
เกี่ยวกับสถำนกำรณ์ปัจจุบันของคิมทกจำ”
“หืม…”
ลีซูคยองมองไปยังฮันซูยองด้วยสำยตำที่ลึกซึ้ง และฮันซูยองก็
รีบเสริม “มันเป็นเพรำะคำบสมุทรเกำหลีอำจจะถูกท ำลำยได้
ขึ้นอยู่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ช่วงนี้ฉันได้ยินเรื่องรำวแปลกๆ จำก
กลุ่มดำวมำ… ท ำไมคุณต้องหัวเรำะด้วย?”
“เธอน่ำรักจัง”
ฮันซูยองบ่น “รีบท ำเร็วเข้ำสิ”
“ฉันดูมันมำนำนแล้ว”
“ฮะ?…แล้วมันเป็นไง?”
ลีซูคยองยิ้ม “อืม มันก็เป็นไปได้หลำยทำง หนึ่งสัปดำห์ก่อน
มันก็กลำงๆ และสำมวันที่ผ่ำนมำ มันกลับไม่เป็นมงคล…”
“อะไรนะ? ไม่เป็นมงคล?”
“เมื่อวำนมันกลับโชคดี… “
“งั้นตอนนี้ล่ะ?”
ลีซูคยองดึงกระจกสีบรอนซ์ออกมำโดยไม่พูดอะไร มันเป็น
ชิ้นส่วนของกระจกสวรรค์ หนึ่งในสำมสมบัติเทวะ “ดูเองละ
กัน”
มันมีควำมผิดปกติเล็กน้อยในน้ ำเสียงของเธอซึ่งท ำให้ฮันซูยอง
และยูซำนอำยื่นหน้ำออกมำโดยพร้อมเพรียงกัน จำกนั้น
ตัวอักษรจำงๆ ก็ปรำกฏขึ้นบนกระจก
― มหำโชคร้ำย
ชั่วขณะหนึ่ง ฮันซูยองสงสัยว่ำเธออ่ำนมันถูกไหม
“นี่มันจริงเหรอ?””
“ฉันไม่รู้ ถ้ำเธอสงสัย เธอก็ไปถำมเนบิวลำฮงอิกดูได้” เธอพูด
แบบนี้ แต่ลีซูคยองก็ไม่ได้ดูสบำยใจเหมือนกัน จำกนั้นพื้นผิว
ของกระจกก็สั่น และตัวอักษรก็เปลี่ยนไป
“อ๊ำ…? ค ำว่ำ ‘ช่วย’ ปรำกฏขึ้นมำ?” ยูซำนอำอุทำนออกมำ
และอีกสองคนก็เหลือบมองกระจก
ช่วย มันเป็นควำมหมำยที่ชัดเจนและไม่จ ำเป็นต้องตีควำม
ฮันซูยองและยูซำนอำมองหน้ำกันในเวลำเดียวกัน
ลีซูคยองถอนหำยใจเบำๆ แล้วถำมพวกเธอว่ำ “แล้วใครจะไป
ล่ะ?”
***
[…คิมทกจำก็ยังเป็นคิมทกจำจริงๆ เจ้ำรู้ได้ยังไง?]
บีฮยองปรำกฏตัวขึ้นจำกอำกำศบำงๆ ขนของเขำมันวำว และ
เขำในตอนนี้ก็ก ำลังสวมใส่เสื้อผ้ำคุณภำพดี โดเกบิมักจะสวม
ใส่แค่เสื้อผ้ำบำงๆ เท่ำนั้น แต่นั่นก็เป็นเรื่องรำวเก่ำไปแล้ว
“ช่องในคำบสมุทรเกำหลีเป็นไงบ้ำง?”
[ข้ำถูกลดระดับ เจ้ำบอกไม่ได้เหรอ?]
“ดูเหมือนว่ำนำยจะท ำได้ไม่ดีเท่ำไรนะเมื่อไม่มีฉัน?”
[เจ้ำจะได้รู้ถ้ำเจ้ำกลับมำ]
บีฮยองไม่ได้ใช้ค ำพูดที่มีเกียรติเหมือนเมื่อก่อน บำงทีมัน
อำจจะเป็นข้อพิสูจน์ว่ำควำมสัมพันธ์ระหว่ำงพวกเขำได้
เปลี่ยนไปแล้ว อันที่จริง สัญญำของผมกับเขำได้จบลงไปพร้อม
กับควำมตำยของผมแล้ว
บีฮยองจ้องมำที่ผมสักพัก และผมก็จ้องกลับ
[เจ้ำเป็นไงบ้ำง?]
“ก็อย่ำงที่นำยเห็น”
[อืม ข้ำได้ยินเรื่องรำวมำกมำยเกี่ยวกับเจ้ำ]
ผมพยักหน้ำเบำๆ
[เจ้ำต้องกำรกลับมำที่ช่องของข้ำอีกไหม? ข้ำจะปฏิบัติต่อเจ้ำ
เป็นอย่ำงดี]
บำงทีค ำพูดของบีฮยองอำจจะจริงใจ มันเป็นข้อเสนอที่
อันตรำยยิ่งขึ้นเพรำะมันเป็นของจริง
“อ่ำ…”
ผมไม่ได้เกลียดบีฮยองในตอนนี้ อย่ำงไรก็ตำม ผมก็ไม่ได้ไร้
เดียงสำพอที่จะร่วมมือกับเขำ บีฮยองเป็นโดเกบิที่ถูกผูกมัดไว้
กับส ำนักงำน และส ำนักงำนก็เป็นหนึ่งในกลุ่มที่อันตรำยที่สุด
ในโลก
[อันที่จริงเจ้ำก็เป็นคนแบบนี้อยู่แล้ว]
สีหน้ำของบีฮยองเปลี่ยนไป มันเป็นเรื่องธรรมดำส ำหรับโดเกบิ
ที่จะถอยห่ำงจำกคนที่ออกจำกช่องของพวกเขำ ควำมคิดที่ว่ำ
บีฮยองจะกลำยมำเป็นศัตรูนั้นไม่ใช่จะเป็นไปไม่ได้ แม้กระนั้น
เวลำก็มำเร็วกว่ำที่ผมคิด
[งั้นเรื่องนี้ล่ะ? สร้ำงช่องร่วมกับข้ำ มันไม่เป็นไรเพรำะนี่คือโลก
ปีศำจ]
ครู่หนึ่ง ผมคิดว่ำผมได้ยินผิดไป “…นำยจริงจังเหรอ?”
[ลองคิดดูสักครั้ง]
อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ข้อเสนอที่แย่อะไร ถ้ำผมสร้ำงช่องร่วมกับบี
ยู มันก็คงจะท ำให้บียูเรียนรู้และเติบโตได้ไวขึ้น “ฉันเข้ำใจ ยิ่ง
ไปกว่ำนั้น ตอนนี้…”
ในเวลำนั้นเอง ผมก็ได้ยินเสียงของบีฮยองผ่ำนช่องทำงกำร
สื่อสำรโดเกบิ
– เจ้ำอยำกให้ข้ำปิดช่องงั้นเหรอ?
ผมพยักหน้ำ ตำมที่คำดไว้ บีฮยองแค่แกล้งโง่เท่ำนั้น
– ข้ำไม่รู้ว่ำเจ้ำก ำลังพยำยำมท ำอะไร แต่ข้ำขอให้ส ำเร็จละกัน
ข้ำมีบำงสิ่งที่ต้องท ำ… ไว้มำแก้ไขส่วนที่เหลือในภำยหลังละกัน
ผมไม่เข้ำใจว่ำท ำไมบีฮยองถึงชอบผมขนำดนี้ ไม่ว่ำยังไง ผมก็
โชคดี บีฮยองเปลี่ยนกำรตั้งค่ำ และจำกนั้นข้อควำมจำกกลุ่ม
ดำวก็ดังออกมำ
[กลุ่มดำวทั้งหมดในช่องไม่พอใจกับกำรเชื่อมต่อของช่อง!]
ผมมองไปที่ก ำแพงสี่ทันที่
「ก ำแพงที่สี่กล่ำว อย่ำ ดู นำนเกิน ไป นะ」
[สกิลเฉพำะตัว ‘ก ำแพงที่สี่’ ปิดลง]
ผมรู้สึกว่ำม่ำนที่ก ำลังโอบล้อมรอบๆ โลกของผมก ำลังหำยไป
ผมไม่พลำดโอกำสนี้และเปิดหน้ำต่ำงแอตทริบิวต์ขึ้นมำ
[ก ำลังตรวจสอบหน้ำต่ำงแอตทริบิวต์]
ข้อมูลจ ำนวนมำกเข้ำมำในใจของผม
+
[ข้อมูลตัวละคร]
ชื่อ: คิมทกจำ
อำยุ: 28 ปี
กลุ่มดำวผู้สนับสนุน: ไม่มี
ค ำขยำย: รำชำปีศำจแห่งกำรหลุดพ้น (เรื่องเล่ำ)
แอตทริบิวต์ส่วนตัว: กิเลนลำร์มำร์ค (ต ำนำน), ดยุคแห่งโลก
ปีศำจ (ต ำนำน), ล่ำมแห่งสถำนกำรณ์ (???), สำวก ■■
(???)…
..
..
+
ในตอนนี้ผมสำมำรถเห็นแอตทริบิวต์ของผมที่ผมไม่อำจยืนยัน
ได้อย่ำงถูกต้องเมื่อครั้งก่อน พูดตำมตรง มันน่ำประหลำดใจ
มำก ผมคิดว่ำแอตทริบิวต์ของผมจะเป็น ‘ผู้อ่ำน’…
ล่ำมแห่งสถำนกำรณ์? นอกจำกนี้ สำวก ■■ นี่มันอะไรกัน?
ท ำไมถึงไม่มีกำรแสดงอันดับของแอตทริบิวต์
[คุณได้ตรวจสอบหน้ำต่ำงแอตทริบิวต์เป็นครั้งแรก]
[เอฟเฟกต์ของ ‘ล่ำมแห่งสถำนกำรณ์’ ถูกเปิดใช้งำน!]
ไม่ว่ำยังไง ผมก็ตรวจสอบข้อมูลต่อ ส่วนที่ผมดูอย่ำงระมัดระวัง
มำกที่สุดก็คือ ‘สกิลเฉพำะตัว’
+
สกิลเฉพำะตัว: มุมมองนักอ่ำนพระเจ้ำ LV.?, บุ๊คมำร์ค LV.?,
ลิสต์ตัวละคร LV.?, ก ำแพงที่สี่ LV.?, อ่ำนวิเครำะห์ LV.?,…
+
หนึ่งในสกิลที่เดิมทีนั้นถูกซ่อนไว้ด้วย ■ สำมำรถมองเห็นได้
แล้ว
อ่ำนวิเครำะห์ เมื่อมองแวบแรก มันดูเหมือนจะเป็น
ควำมสำมำรถในกำรอ่ำนและเข้ำใจบำงสิ่ง แต่ผมก็ไม่คิดว่ำมัน
ง่ำยดำยขนำดนั้น สกิลส่วนใหญ่ที่ผมได้รับมำจนถึงตอนนี้มักจะ
เป็นเช่นนี้
ผมยกมือขึ้นไปหำหน้ำต่ำงแอตทริบิวต์โดยไม่คิดอะไร จำกนั้น
มันก็มีเสียงของประกำยแสงปรำกฏขึ้น และหน้ำต่ำงแอตทริ
บิวต์ก็เริ่มแตกสลำย
…10 วินำทีแล้วเหรอ? ในตอนแรกผมก็คิดแบบนั้น แต่ปัญหำก็
คือมันไม่เรียบง่ำยแบบนั้น
เสียงกริ่งเบำๆ ดังออกมำในหูของผม และหัวของผมก็สั่นขึ้นมำ
ในทันใด นิ้วที่ก ำลังสัมผัสกับหน้ำต่ำงแอตทริบิวต์ด้ำนชำ และ
โลกก็เริ่มวิงเวียน ผมรู้สึกเหมือนก ำลังจะอำเจียนออกมำ เหนือ
ก ำแพงที่ไม่อำจข้ำมผ่ำนไปได้ มันมีบำงสิ่งก ำลังเรียกหำ
ผม (69865)
[สกิลเฉพำะตัว ‘ก ำแพงที่สี่’ เปิดใช้งำนอย่ำงรุนแรง!]
สถำนกำรณ์ไม่ได้ดีขึ้นแม้ก ำแพงที่สี่ก ำลังเปิดใช้งำน ภูมิทัศน์
โดยรอบเริ่มผสมผสำนกัน มันเป็นฉำกที่สิ่งต่ำงๆ ซึ่งไม่ควรจะ
รวมเข้ำด้วยกันก ำลังผสำนกัน ท่ำมกลำงอำรมณ์อันน่ำกลัวนี้
ผมรู้สึกถึงควำมเป็นอันหนึ่งอันเดียวแปลกๆ มันให้ควำมรู้สึก
เหมือนเป็นสิ่งที่ผมก ำลังรอมำนำน
จำกนั้นผมก็ได้ยินข้อควำมแปลกๆ
[ควำมเข้ำใจเกี่ยวกับตัวละคร ‘คิมทกจำ’ เพิ่มขึ้น]
อะไร…? ช่วงเวลำที่สติของผมริบหรี่ มันก็มีคนพูดกับผม
「(ไม่ใช่ว่ำเจ้ำถูกบอกไว้แล้วเหรอว่ำอย่ำมองนำนเกินไป)」
(จบตอน)
แก้มของผมรู้สึกปวดแสบปวดร้อนอยู่หลายครั้ง
“คิมทกจา! เฮ้! นี่มันอะไรกัน?”
สายตาของผมกะพริบ และสติของผมก็ค่อยๆ กลับมา
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ เปิดใช้งานอย่างรุนแรง!]
“เอ่อ…”
เสียงของผมฟังดูไม่เหมือนกับตัวผม มันเป็นเพียงชั่วครู่ แต่ก็
รู้สึกเหมือนผมได้กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างออกไปและ
กลับมา ความรู้สึกที่น่ากลัวยังคงอยู่ในร่างกายของผมทั้งหมด
ไหล่ถูกจับไว้โดยนิ้วที่ยังคงสั่นของจางฮายัง
“เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า?”
ผมจ าไม่ได้ชัดๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมขอก าแพงที่สี่ตรวจสอบ
หน้าต่างแอตทริบิวต์ และจากนั้นผมก็ได้ยินเสียง…
ผมนวดขมับของผมและถาม “…ฉันหมดสติไปได้ยังไง?”
“ข้าไม่รู้! ข้าวิ่งเข้ามาเพราะสายฟ้าที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน!”
“สายฟ้า?”
“เจ้าน่าจะรู้จักประกายแสงที่ปรากฏขึ้นเมื่อเจ้าฝ่าฝืนความ
เป็นไปได้หนิ? มัน…”
“มันโจมตีเหมือนกับสายฟ้า?”
จางฮายังพยักหน้า “มันเป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นของที่ใหญ่แบบ
นั้น”
เสื้อคลุมและเสื้อผ้าอื่นๆ ของผมไหม้ด า ผมไม่อยากจะเชื่อเลย
ว่าเสื้อคลุมที่มีฟังก์ชั่นฟื้นฟูโดยอัตโนมัติจะได้รับความเสียหาย
แบบนี้… เพดานของส านักงานดูราวกับถูกปะทะด้วยอุกกาบาต
“เจ้าไม่เป็นอะไรนะ?”
“ฉันไม่เป็นไร แน่นอน ฉันสบายดี…”
กลับกัน ผมรู้สึกเบาขึ้น มันเป็นไปไม่ได้ ร่างกายของผมถูกเผา
ไหม้เช่นนี้ แต่จิตวิญญาณของผมกลับใสกระจ่าง พลังของ
เรื่องราวของผมก็รู้สึกเต็มอิ่มขึ้น
[ผลของสกิลเฉพาะตัว ‘อ่านวิเคราะห์’ ช่วยเพิ่มความเข้าใจ]
ผมเห็นข้อความ และความทรงจ าก่อนหน้านี้ก็ปรากฏขึ้นมา ใช่
แล้ว เห็นได้ชัดว่าผมเห็นข้อความแบบนี้มา
[ความเข้าใจเกี่ยวกับตัวละคร ‘คิมทกจา’ เพิ่มขึ้น]
ข้อความที่ระบุว่าผมเป็นตัวละคร มันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมา
ก่อน พลังงานเย็นเต็มไปทั่วหน้าอกของผม
ผมได้เห็นการปรากฏตัวของ ‘ตัวละคร’ หลายครั้ง พวกเขาคือ
เหล่าคนที่มาจากนอกนิยายต้นฉบับ แต่ในที่สุดก็กลมกลืนไป
กับต้นฉบับ พวกเขาส่วนใหญ่เป็นคนที่หยุดอ่านนิยายไป
ผมเรียกหน้าต่างแอตทริบิวต์ขึ้นมาอย่างรีบร้อน ‘หน้าต่างแอ
ตทริบิวต์’
อย่างไรก็ตาม หน้าต่างแอตทริบิวต์ก็ไม่อาจเปิดได้ง่ายๆ เหตุผล
นั้นชัดเจน
[ก าแพงที่สี่ก าลังมองมาที่คุณ]
ผมเริ่มหลั่งเหงื่อ
「คิม ทก จา ดู ไป 15 วินา ที」
‘ฉันขอโทษจริงๆ’
ใครจะรู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่? ในความเป็นจริง เวลา 10 หรือ
15 วินาทีในการดูหน้าต่างแอตทริบิวต์ก็เป็นเวลาที่จ ากัดมาก
「ฉัน จะ ไม่เจอ นาย ไป สัก พัก นะ」
‘เดี๋ยว ฉันขอถามอะไรก่อน’ ผมคว้าก าแพงที่สี่ไว้ก่อนที่มันจะ
หายไป ‘อะไรอยู่หลังก าแพงนั่น?’
มันเป็นความทรงจ าที่คลุมเครือ แต่ผมก็เห็นบางสิ่งบางอย่าง
ก่อนที่ผมจะหมดสติไป ผมมองดูใกล้ขึ้นอีก และมันก็ดู
เหมือนว่าผมก าลังพูดคุยกับใครบางคน เห็นได้ชัดว่ามันมีเงา
อยู่
「ง่วง」
จากนั้นก าแพงที่สี่ก็ผล็อยหลับไป ฟังก์ชั่นยังคงท างานอยู่ แต่
สติได้ปิดตัวลง บัดซบ
[คุณได้รับเรื่องใหม่!]
[คุณได้รับเรื่องราว ‘มองเข้าไปในขุมนรก’]
[เรื่องนี้ไม่มีการจัดอันดับ]
ผมจ้องมองข้อความในอากาศด้วยสายตาว่างเปล่า
มองเข้าไปในขุมนรก ผมรู้ตัวตนของเรื่องราวนี้จากนิยาย
ต้นฉบับ ผมอดขนลุกออกมาไม่ได้
ค าถามที่ไม่อาจข่มไว้ได้หลั่งไหลเข้ามาในหัวของผม ท าไมผม
ถึงได้รับเรื่องราวนี้ที่นี่? ความสัมพันธ์ระหว่างเรื่องราว และ
การที่ถูกเรียกว่าตัวละครคืออะไร? ในตอนนี้ผมเป็นตัวละคร
หรือยังเป็นนักอ่านอยู่? ผม… ผมยังสามารถเปลี่ยนอนาคตได้
อีกไหม?
“คิมทกจา?” จางฮายังจ้องมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย
อารมณ์
มันคงจะดีกว่าไหมถ้าสถานการณ์ในปัจจุบันของผมชัดเจน
เหมือนกับสายตาของเขา? ถ้าผมสามารถอ่านตัวเองได้
เหมือนกับที่ผมอ่านสายตาเหล่านี้…
ในเวลานั้นเอง มันก็มีประกายแสงบังเกิดขึ้นในหัวของผม
「จะเป็นยังไงถ้าฉันใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้ากับตัวเอง?」
ผมไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน เห็นได้ชัดว่ามีบางสิ่งหลบซ่อนอยู่
ภายในตัวผมโดยที่ผมไม่รู้ ผมไม่รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ผู้เขียนทิ้งไว้
หรือว่ามันแทรกซึมเข้าไปในตัวผมอย่างเป็นธรรมชาติใน
ระหว่างกระบวนการเปลี่ยนแปลงของโลก สิ่งที่ชัดเจนคือผม
ต้องคิดให้ออกว่ามันคืออะไร
อย่างไรก็ตาม ผมก็ลังเลที่จะใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้า
…ผมจะท าได้ไหมถ้าใช้มัน? ในตอนแรก มุมมองนักอ่านพระเจ้า
เป็นสกิลที่อ่านความคิดและการเคลื่อนไหวของเป้าหมาย…
[…คิมทกจา?เจ้าโอเคนะ?]
ผมไม่ทันคิดได้จบเพราะโดเกบิที่ลอยอยู่ตรงหน้าของผม “บีฮ
ยอง?”
ผมจ้องมองไปยังบีฮยองด้วยสีหน้าโง่ๆ ก่อนหน้านี้เขาบอกว่า
เขาจะไปแล้วหนิ? บีฮยองเริ่มพูดติดอ่าง
[อ่า… หลังจากพายุอย่างฉับพลัน…]
เขาบอกว่าเขายุ่ง แต่เขาต้องก าลังสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ นี้แน่
ไม่ว่ายังไง เขาก็คือสหายผู้ท าตัวลับๆ ล่อๆ ผมไม่อาจไว้ใจเขา
ได้
[อ-อย่าเข้าใจข้าผิด ข้าลืมบอกเจ้าว่าข้าจะกลับมา]
ในขณะที่ผมพูดกับโดเกบิด้วยสายตาที่ใจเย็น จางฮายังก็มอง
มาทางนี้ด้วยสายตาของกระต่ายที่ตื่นกลัว ผมตบไหล่ของเขา
ด้วยท่าทางอ่อนโยนและถามบีฮยอง “นายว่าอะไรนะ?”
[อย่างที่เจ้ารู้ การคัดเลือกราชาปีศาจคือเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่
มาก]
คิดไว้แล้ว เรื่องราวของสิ่งที่เกิดขึ้นในสมาคมนักชิมคงจะต้อง
แพร่กระจายไปในหมู่กลุ่มดาวแล้วแน่ๆ บางคนคงจะเข้าร่วม
การคัดเลือกราชาปีศาจแล้วอย่างแน่นอน
[มันไม่ใช่แค่เรื่องใหญ่ยิ่งขึ้น มันยังมีการต่อสู้แย่งชิงสิทธิ์ในการ
ออกอากาศด้วย เจ้าอาจจะคาดไว้แล้ว แต่ข้าไม่ใช่แค่คนเดียว
เท่านั้นที่ถูกส่งมายังโลกปีศาจ]
“แล้ว?”
[เจ้ารู้จักโดเกบิอีกฝ่าย]
ผมรู้จักโดเกบิ?
[เขาคือชายที่โกรธแค้นเจ้ามาก]
มันมีอยู่สองคน อย่างไรก็ตาม คนหนึ่งก็อยู่ในบู๊ลิ้ม ดังนั้นมันก็
เหลืออีกแค่คนเดียว “…ด๊กกั๊ก?”
[ใช่]
ด๊กกั๊ก โดเกบิที่รับผิดชอบช่องญี่ปุ่น ซึ่งได้รับความอับอายจาก
ผมและบีฮยอง
มันโชคดีในเวลานั้น แต่ในตอนนี้มันก็ต่างออกไป ในบรรดาโด
เกบิที่ถูกกล่าวถึงในหนทางเอาชีวิตรอด ด๊กกั๊กคือคนที่มี
ความสามารถอันโดดเด่นเกี่ยวกับการจัดการช่อง หากเขาได้รับ
เลือกให้เป็นหนึ่งในโดเกบิที่น าพา ‘การคัดเลือกราชาปีศาจ’
ครั้งนี้ สถานการณ์ในอนาคตคงจะไม่มีทางราบรื่นได้เลย
[ไม่ว่าในกรณีใดๆ ให้ระมัดระวัง การจัดการช่องทางนั้นดี
มาก… เดี๋ยวนะ โดเกบิของเจ้าล่ะ?]
“โดเกบิ?”
เมื่อมาคิดดูแล้ว ผมก็รู้สึกเหงามากๆ ผ่านรอยแตกบนเพดาน
มันมีกลุ่มดาวที่ก าลังเปล่งแสงอยู่บนท้องฟ้า มันแปลก ผม
อาจจะสั่งให้บล็อคช่องไปแล้ว แต่ผมก็ควรจะได้ยินข้อร้องเรียน
ของพวกเขา แต่ผมกลับไม่ได้ยินข้อความอะไรเลย
“บียู?” ผมเรียนชื่อออกมาด้วยความไม่สบายใจ
บียูไม่ปรากฏตัวขึ้น ตอนแรกผมคิดว่าเธอหลับไปอีก อย่างไรก็
ตาม มันก็ผ่านไปเป็นนาทีแล้ว และบียูก็ไม่ปรากฏตัว ลางร้าย
เริ่มบังเกิดขึ้นกับผม
…อย่าบอกนะว่า?
“บียู!”
บียูหายตัวไป
***
[กลุ่มดาวใหม่เข้าสู่ช่อง #BI-90594]
.
.
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ประทับใจมากกับการ
กลับมาของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ต้อนรับคุณด้วยรอยยิ้ม]
[กลุ่มดาวจ านวนมากยินดีต้อนรับการกลับมาของคุณ!]
ผมเข้าสู่ช่องของบีฮยอง และชื่อที่คุ้นเคยก็เข้ามาทักทายผม
ผมอดดีใจไม่ได้
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังถามว่าโดเกบิ
‘บียู’ อยู่ที่ไหน]
กลุ่มดาวบางกลุ่มตอบทันที่
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ เช็ดหัวของเขาราวกับว่ามันเป็น
เรื่องยาก]
[กลุ่มดาว ‘ฮึงมิวมหาราช’ ก าลังไอและถูนิ้วโป้งกับนิ้วชี้เข้า
ด้วยกัน]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มบอกว่าพวกเขายินดีที่จะตอบถ้าคุณให้
เหรียญแก่พวกเขา]
…กลายเป็นว่ากลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลีต่างก็ขัดสน ผม
ค้นเหรียญในกระเป๋าในขณะที่จางฮายังพูดออกมา”บางทีเธอ
อาจจะติดอยู่ในพายุ?”
บียูไม่ได้มาจากส านักงานและไม่ได้มีเรื่องราวอันยิ่งใหญ่เพื่อ
ปกป้องตัวเธอเองจากมหาพายุ ผมไม่อาจตัดความเป็นไปได้ว่า
เธอถูกพายุพัดหายไปได้ อย่างไรก็ตาม—
“มันเป็นไปไม่ได้ มันไม่มีสัญญาณเลย”
ถ้าเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น มันคงมีเศษซากที่น่ากลัวเหลืออยู่
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีร่องรอยของบียู มันรู้สึกเหมือนกับว่ามี
คนฉีกตัวตนของบียูออกไปโดยสมบูรณ์ มันคือใคร? ใครเอาตัว
บียูไป…?
บีฮยองเงยหน้าขึ้นจากการกัดเล็บของเขา สายตาของพวกเรา
สบกัน และพวกเราก็ตระหนักได้ถึงความคิดเดียวกัน บียูเป็นโด
เกบิเพียงคนเดียวที่มีช่องอิสระ
[บัดซบ ไอ้พวกนั้น]
“เวนนี่แมน”
ประโยคของนิยายต้นฉบับไหลเข้ามาในหัวของผม
「มีเพียงแค่พื้นที่สถานการณ์เดียวเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่ภายใต้
อ านาจของโดเกบิ มันคือโลกปีศาจ」
ตามที่เขียนไว้ในหนทางเอาชีวิตรอด โลกปีศาจนั้นเป็นเขตแดน
ของพวกเวนนี่แมน ในเขตแบบนี้ พวกเขาได้ยืนยันว่ามันมีโด
เกบิที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของส านักงานอยู่
– วิญญาณเป็นของข้า
ครั้งแรกที่พวกเราเจอกัน เขาโลภต่อไข่โดเกบิ มูลค่าของช่อง
อิสระนั้นมากจนมันไม่อาจค านวณได้ในปัจจุบัน
เรื่องราวขนาดยักษ์ก าลังเกิดขึ้นในโลกปีศาจ มันไม่มีทางที่เวน
นี่แมนจะพลาดสิ่งที่เกิดขึ้นในเขตอิทธิพลของพวกเขา พวกเขา
ต้องขโมยช่องไปเพราะการคัดเลือกราชาปีศาจแน่ๆ
เวนนี่แมนต้านทานต่อความเป็นไปได้อยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึง
สามารถชิงตัวบียูไปได้เมื่อผมหมดสติและมีพายุอยู่รอบๆ ตัว
ผม บ้าเอ้ย… ท าไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?
[ให้ข้าจัดการเอง ข้าจะหาพวกมันเอง]
ผมเห็นความโกรธในสายตาของบีฮยอง
[ขอเอาเกียรติของโดเกบิเป็นเดิมพัน เธออาจจะไม่ใช่สมาชิก
ของส านักงาน แต่ข้าก็ไม่อยากเห็นเรื่องแบบนี้]
“ไปด้วยกันเถอะ”
บีฮยองส่ายหัวของเขา
[อีกไม่นานการคัดเลือกราชาปีศาจจะเริ่มขึ้นแล้ว ในระหว่าง
นั้น ไม่ใช่ว่าเจ้าควรท าอะไรหน่อยเหรอ?]
ใช่แล้ว เวลาที่เหลือนั้นสั้นจริงๆ หากผมใช้เวลาส่วนนี้ไปกับ
การตามหาบียู ผมอาจจะพ่ายแพ้เมื่อเริ่มการแข่งขันได้
“…ท าไมนายถึงท าแบบนี้?”
[เจ้าอยู่ในช่องของข้าแล้ว]
บีฮยองหลบตาของผมในขณะที่ตอบ
[ข้าแค่เคลื่อนไหวเพื่อช่องของข้า เจ้าต้องชนะนะ ด้วยวิธีนั้น
กลุ่มดาวจะชอบเจ้า และช่องของข้าก็จะใหญ่ขึ้นอีก]
จากนั้นบีฮยองก็หายไปในอากาศ
จางฮายังถาม “…เชื่อใจเขาได้เหรอ?”
มันไม่มีค าถามไหนโง่ไปกว่าการเชื่อในตัวโดเกบิ ไม่ต้องพูดถึง
ว่าผมไว้ใจบีฮยอง มันไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนลึกลับเท่ากับโดเกบิแล้ว
ในการถ่ายทอดสดดวงดาวทั้งหมด
ผมถอนหายใจสั้นๆ สถานการณ์ของยูจงฮยอคก็ไม่ได้ดี
เหมือนกันตอนนี้ และจางฮายังก็ไม่ได้แข็งแกร่งพอจะไล่ตาม
บีฮยองไป
ตัวตนที่สามารถช่วยผมได้อยู่ในท้องฟ้ายามค่ าคืน แต่ปัญหาก็
คือว่าผมก าลังอยู่ในช่องของบีฮยอง กล่าวอีกนัยหนึ่ง ข้อความ
ทั้งหมดที่ผมส่งผ่านช่องจะถูกอ่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยโดย
บีฮยอง
ถ้าเป็นเช่นนั้น… มันก็มีเพียงทางเดียวเท่านั้น “จางฮายัง เรียก
ก าแพงที”
***
มันมีฝีเท้าอันว่องไวในความมืด
[ป๊า ป๊าาา!]
บียูร้องไห้ออกมาในขณะที่เธอถูกขังอยู่ในกรง
[ป๊าา! ป๊า…!]
ชายชราที่มีก้อนเนื้อเล็กๆ บนแก้มซ้ายของเขาก าลังวิ่งไปตาม
เส้นทางที่มืด มันมีความตื่นเต้นอยู่ในฝีเท้าอันรีบร้อนของเขา
ชายชราอารมณ์ดีมาก
[ยุคสมัยของโดเกบิจะจบลงแล้ว]
ชายชรารู้สึกตื่นเต้นเมื่อคิดถึงการอวดความส าเร็จของเขาต่อ
เวนนี่แมนคนอื่นๆ เขาไม่อาจอธิบายได้ว่าเขาอิจฉาแค่ไหนเมื่อ
เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งได้เข้ามาหาเขาและอวด ‘เรื่องราวการ
กระทืบโดเกบิ’ ในตอนนี้เขาไม่ได้เอาเรื่องราวการกระทืบโดเกบิ
ไป แต่มันคือโดเกบิตัวเป็นๆ ชายชราลูบกรงของบียูราวกับว่า
มันน่ารักน่าชัง
[เด็กน้อย เจ้าจะเป็น ‘เวนนี่แมน’ คนแรกที่มีช่อง]
นี่คือความปรารถนาอันยาวนานของพวกเวนนี่แมน มันคือการ
แย่งชิงสิทธิ์ในเรื่องราวมาจากโดเกบิ
[สตรียมเมอร์ของ■■ จากสถานการณ์อันเลวร้ายครั้งนี้ ข้าจะ
ปลดปล่อยทาสทั้งหลาย…]
ก้อนเนื้อที่แก้มซ้ายของชายชราบวมมาก ก้อนเนื้อดิ้นไปมาด้วย
ความตื่นเต้นในขณะที่มันสัมผัสกับกรงของบียู บียูจ้องมองไป
ยังก้อนเนื้อด้วยสายตาหวาดกลัวและมองไปรอบๆ อย่างรีบ
ร้อน เธอค้นหาความช่วยเหลือ แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ไม่มีใคร
ช่วยบียูได้
[เฮ้]
เพื่อความแม่นย า มันไม่ใช่ ‘คน’
[เจ้ายังไม่เอาก้อนเนื้อนั้นไปทิ้งอีกเหรอ?]
(จบตอน)
เมื่อเวนนี่แมนหันมา ประกายแสงสีเหลืองสามสายก็ผ่าลง
ตรงหน้าของเขา เวนนี่แมนขมวดคิ้วและก้าวถอยไป มันเป็น
การโจมตีที่มีพลังของเรื่องราวอันยิ่งใหญ่บรรจุไว้อยู่
[โดเกบิอาวุโส]
ภาพเงาลอยอยู่เหนือกระแสพลังสีเหลืองในอากาศ มันเป็นโด
เกบิขนาดเท่ากับเด็กน้อยในชุดอันประณีต มันคือบีฮยอง
[ทิ้งเด็กไว้และไสหัวไปซะถ้าเจ้ารู้ว่าอะไรควรไม่ควร]
เขี้ยวสีแดงเปล่งประกายออกมาจากปากของบีฮยองที่ก าลัง
ค ารามออกมา โดเกบิแห่งการถ่ายทอดสดดวงดาวนั้นไม่ได้
โกรธกันง่ายๆ กลุ่มดาวในช่องไม่ชอบให้โดเกบิแสดงอารมณ์
ออกมา อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางครั้งที่โดเกบิจะโกรธจริงๆ มัน
เป็นช่วงเวลาที่เขี้ยวจะเปล่งประกายออกมา
[ท าไมเจ้าถึงออกหน้าให้กับโดเกบิที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของ
ส านักงาน?]
[โดเกบิก็คือโดเกบิ]
[ตลกจริง]
[…ข้าให้ก าเนิดเด็กคนนี้ ข้าอาจจะไม่ต้องการเลี้ยงดูเธอ แต่
ไม่ใช่ว่าข้าก็ควรท าตัวเป็นพ่อหน่อยเหรอ?]
เวนนี่แมนหัวเราะให้กับค าพูดเหล่านี้
[พ่อ? พ่อ!]
มันเป็นเสียงหัวเราะที่ยิ่งใหญ่ และก้อนเนื้อบนแก้มของเขาก็สั่น
[ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่โดเกบิมีมุมของมนุษย์เช่นนี้? ถ้ามันมีของ
แบบนี้ เจ้าก็ควรมอบมันให้กับบรรพบุรุษของข้า]
[ขอโทษนะ เวลานั้นข้ายังไม่เกิดด้วยซ้ า]
[แล้วใครล่ะที่จะชดเชยความทุกข์ทรมานของพวกเรา?]
ดวงตาข้างหนึ่งของเวนนี่แมนที่ถูกปกปิดด้วยหมอกเผยออกมา
มันคือเนตรจอมปีศาจ ม่านสีเหลืองเริ่มหมุนและแผ่แรงกดดัน
อันดุร้ายออกมา
[ใครจะชดเชยความเจ็บปวดจากการที่ ‘กระเป๋าเรื่องราว’ ของ
พวกเราถูกช่วงชิงไป?]
[นี่มันเรื่องไร้สาระอะไร? ข้ารู้เรื่องนั้น แต่พวกเราได้คืนกระเป๋า
เรื่องราวกลับไปแล้ว มันกระทั่งเป็นสองเท่า―]
สถานการณ์แย่ลง และการแสดงออกของบีฮยองก็เริ่มแข็งที่อ
เขาไม่ได้คาดหวังว่าเวนนี่แมนจะพยายามต่อสู้กับเขา บีฮยอง
อาจจะปรากฏตัวอย่างยิ่งใหญ่ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาต่อสู้กับ
เวนนี่แมน
—ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ควรหลีกเลี่ยงการต่อสู้กับพวกเวนนี่
แมนให้ได้มากที่สุด
มันเป็นค าแนะน าที่ถูกทิ้งไว้โดยโดเกบิรุ่นก่อน บีฮยองเป็นโดเก
บิที่ค่อนข้างอาวุโสของสาขาโซล แต่เขาก็รับรู้ความสัมพันธ์
ระหว่างโดเกบิและเวนนี่แมนเพียงน้อยนิดเท่านั้น
สิ่งเดียวที่แน่นอนคือทั้งสองเผ่าพันธุ์เป็นศัตรูกันมาตั้งแต่ก่อนที่
แนวความคิดเรื่อง ‘ช่อง’ จะถูกสร้างขึ้นมาแล้ว
เวนนี่แมนกล่าว [ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่รู้อะไรเลย พวกเจ้าไม่ได้
คืนสมบัติของเวนนี่แมนกลับคืนมาเลย]
บีฮยองรู้สึกร าคาญ [ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น เอาเด็กคนนั้นมาให้ข้าก็
พอ! ถ้าไม่―]
[มันมีสิ่งชั่วร้ายหลายประเภทในโลก]
มันมีความเยือกเย็นอันน่าขนลุกอยู่ในน้ าเสียงของเวนนี่แมน
ก่อนที่บีฮยองจะทันได้กรีดร้อง เวนนี่แมนก็พูดต่อ มัน
เหมือนกับประโยคในบทเพลงเก่าๆ
[‘ความชั่วร้ายแรก’ คือความชั่วที่ท าให้คนอื่นไม่มีความสุข]
ก้อนเนื้อของเวนนี่แมนค่อยๆ ใหญ่ขึ้น ค าเตือนก าลังดังก้องอยู่
ในหัวของบีฮยอง
[‘ความชั่วร้ายที่สอง’ คือความชั่วที่สนุกไปกับความทุกข์ยาก]
พร้อมกับเนื้อเพลง มันมีบางสิ่งถูกปลดปล่อยออกมาจากก้อน
เนื้อของเวนนี่แมน มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรปลดปล่อยออกมาอย่าง
แน่นอน
[ ‘ความชั่วร้ายที่น่ารังเกียจที่สุด’ คือความชั่วที่เปิดเผยความ
ทุกข์ยากของผู้อื่น]
บีฮยองขยับโดยไม่ลังเล
[อ านาจแห่งเรื่องราวขนาดยักษ์ก าลังถูกใช้งาน]
บีฮยองกลายเป็นโดเกบิอาวุโสและได้รับสิทธิ์ในเรื่องราวขนาด
ยักษ์ เวนนี่แมนคงจะไม่สามารถต้านทานพลังที่สามารถจัดการ
กับการถ่ายทอดสดดวงดาวได้ อย่างไรก็ตาม เวนนี่แมนก็ก าลัง
หัวเราะ [คนรุ่นก่อนไม่ได้บอกเจ้าเหรอ? อย่าใช้พลังนั้นต่อหน้า
เวนนี่แมน]
เรื่องราวที่ไหลออกมาจากก้อนเนื้อเริ่มจับกับเรื่องราวรอบตัว
ของบีฮยอง ภาษาของระบบเป็นสีด าไปทั้งหมด มันราวกับว่ามี
ใครก าลังคลุมโลกไว้ด้วยสีด า
[การด าเนินการของเรื่องราวขนาดยักษ์■■■■…]
บีฮยองตื่นตกใจ การจัดการประเภทนี้มีให้เฉพาะกับมหาโดเกบิ
ที่อยู่เหนือกว่าโดเกบิระดับสูงสุด เวนนี่แมนคนนี้มีพลังนี้ได้
ยังไง…?
[หรือว่า… ภาษาของต่างโลก?]
[เจ้าโดเกบิโง่ ความผิดพลาดของเจ้าคือการมาที่นี่คนเดียว]
มีบางสิ่งก าลังคืบคลานออกมาจากก้อนเนื้อของเวนนี่แมน
สิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงกลัวก าลังส่งหนวดของมันผ่านก้อนเนื้อ
[ฮ-โฮกกก โฮกกกก]
หนวดอันว่องไวคว้าจับร่างเล็กๆ ของบีฮยองได้ในทันที่
[เรื่องราว ‘บทเพลงแห่งเวนนี่แมน’ ถูกเปิดใช้งาน]
บีฮยองตระหนักได้สายเกินไปในขณะที่เรื่องราวสัมผัสเข้ากับ
เขา ท าไมโดเกบิรุ่นก่อนๆ ถึงต้องหลีกหนีเวนนี่แมน?
[เนื่องจากลักษณะทางชาติพันธุ์ ความต้านทานต่อ ‘เวนนี่
แมน’ ลดลง]
[ความเกลียดชังของเวนนี่แมนท าให้จิตใจของคุณอ่อนแอลง]
[ความโกรธแค้นของเวนนี่แมนท าให้พลังการต่อสู้ของคุณ
ลดลงอย่างรวดเร็ว]
บีฮยองเต็มไปด้วยความรู้สึกไร้ประโยชน์ และเขาก็รู้สึกเหมือน
อวตาร สายตาจ านวนนับไม่ถ้วนก าลังพุ่งมาจากอากาศและ
ปะทะเข้าใส่เขาราวกับลูกศร
[กลุ่มดาว ‘ฮึงมิวมหาราช’ ประหลาดใจกับพลังของเวนนี่
แมน]
[กลุ่มดาว ‘เทพแห่งไวน์และความปิติยินดี’ ขมวดคิ้วให้กับ
แหล่งพลังของเวนนี่แมน]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าหมัด]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ โกรธมาก!]
เวนนี่แมนหัวเราะ [พวกเราไม่สามารถใช้พลังนี้กับเผ่าพันธุ์อื่น
ได้ อย่างไรก็ตาม มันก็แตกต่างออกไปส าหรับโดเกบิ]
พลังของหนวดนั้นค่อยๆ บีบแน่นขึ้น และบีฮยองก็เริ่มหายใจ
ไม่ออก เขารู้สึกได้ถึงความเสียใจอันรุนแรงของเวนนี่แมนผ่าน
หนวด
มันเป็นเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงพลังที่แทบจะไม่สามารถ
ท าลายได้ส าหรับโดเกบิ ตราบใดที่เงื่อนไขยังคงอยู่ เขาตกใจไป
กับเรื่องราวของเวนนี่แมนซึ่งเต็มไปด้วยความเกลียดชังของ
เผ่าพันธุ์นับตั้งแต่ถือก าเนิดขึ้นมา
[เจ้าจะตายในสายตาของกลุ่มดาวที่เจ้าชื่นชอบ วันนี้ข้าจะ
ได้รับเรื่องราวที่ดีมากๆ]
เรื่องราวไหลและบีบอัดบีฮยองราวกับเขาเป็นผลไม้ เขาคิดจะ
ติดต่อส านักงาน แต่บีฮยองก็คงจะกลายเป็นน้ าผลไม้ซะก่อนที่
พวกเขาจะมาถึง
ในขณะที่สติของเขาก าลังจะหายไปภายใต้หนวดที่รัดแน่น
หนวดที่พันรอบกายบีฮยองได้ระเบิดออก เวนนี่แมนที่ก าลัง
ประหลาดใจถอยไป และร่างเล็กๆ ของบีฮยองก็ตกลงมาสู่พื้น
มันเป็นชายตัวสูงที่จับบีฮยองไว้
“เป็นโดเกบิที่โง่จริงๆ ที่คิดจะเผชิญหน้ากับเวนนี่แมน”
บีฮยองหันหน้าไปหาเสียงเย็นชา รองเท้าชุ่มเลือด เสื้อคลุมสีด า
ยาวที่กระพืออยู่ในสายลม บียูที่ถูกขังไว้ตะโกนออกมา “ป๊าา”
ในขณะที่กลุ่มดาวบนท้องฟ้าส่งข้อความออกมา
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ กรีดร้องและส่งเสียง
เชียร์!]
บีฮยองเห็นอาวุธสีด าในมือของเขาและตระหนักได้ถึงตัวตน
ของชายคนนี้
[จ-เจ้า…?]
เขาขนลุกในทันทีที่สบตากับชายผู้นี้ มันไม่ใช่เพราะสกิลเนตร
แห่งปราญช์ของชายคนนี้ซึ่งถูกออกแบบมาโดยชายชราแห่ง
ห้วงมิติและก็ไม่ใช่เพราะความดุร้ายรอบๆ ตัวของเขา บีฮยอง
ได้พบกับอวตารมานับไม่ถ้วน
อย่างไรก็ตาม มันก็มีอวตารคนเดียวเท่านั้นที่มีดวงตาแบบชาย
คนนี้ เขาดูเหมือนกับก าลังจะประเมินว่าจะฆ่าบีฮยองยังไง
ในช่วงเวลาที่บีฮยองเริ่มดิ้น ชายคนนั้นก็โยนร่างของบีฮยองไป
ทางด้านหลัง
“ถอยไป”
บีฮยองล้มลงด้วยเสียงอันดังและกลิ้งไปตามพื้น ชายคนนั้นจับ
ดาบด้วยมือข้างขวาโดยไม่ลังเล ดาบปีศาจทมิฬเริ่มโหยหวน
และเรื่องราวของผู้บรรลุก็เริ่มล้อมรอบตัวชายคนนั้นไว้
หนวดที่ถูกตัดบิดตัวไปมาบนพื้น เวนนี่แมนจ้องมองมายังภาพ
ตรงหน้าอย่างว่างเปล่า และยูจงฮยอคก็พูดออกมา “นายคือ
จอมปีศาจแห่งเส้นขอบฟ้า”
[ใช่แล้ว สักพักแล้วสินะ หุ่นเชิดแห่งเฒ่าความฝัน]
“…มันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบกันนาย”
[ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าไม่มีทางรู้หรอก! เจ้าไม่มีทางรู้แม้จะตายและเกิด
ใหม่มาอีกสัก 1,000 ครั้ง เพราะเจ้าคือ…!]
ยูจงฮยอคไม่ได้คิดที่จะฟังค าพูดไร้สาระของเวนนี่แมน และ
ดาบของเขาก็ตัดผ่านมิติ
เวนนี่แมนเห็นดาบผ่านจมูกของเขาไปและตะโกนออกมา [มัน
จะดีไหมถ้าพวกเราทั้งคู่จะถอยกัน? เจ้าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ
สถานการณ์นี้—]
“เอาชินยูซองมาให้ฉัน”
[อะไร?]
เขามองตามสายตาของยูจงฮยอคไปยังกรงที่บียูถูกขังไว้ ใน
ที่สุดเวนนี่แมนก็ตระหนักได้ว่าสถานการณ์ผิดพลาดไปยังไง
[เจ้าเล็งโดเกบิไว้? เหอะ! มันไม่มีประโยชน์ส าหรับมนุษย์ที่จะมี
ช่อง—]
“ฉันไม่ต้องการช่อง”
ดวงตาของบียูสั่นจากภายในกรง บีฮยองที่ล้มลงยืนขึ้นมาและ
ฟังอย่างว่างเปล่า บรรยากาศแห่งผู้บรรลุโอบล้อมรอบดาบของ
ยูจงฮยอค
เวนนี่แมนหัวเราะ [ข้าตกตะลึงไปเลย เจ้าไม่รู้มูลค่าของโดเกบิ
เหรอ? มันไม่มีเหตุผลส าหรับเจ้าในรอบนี้ มันไม่มีประโยชน์
แม้แต่กับคนที่ชื่อคิมทกจา! ไม่ว่าจะมีกี่ตัวแปร กระแสของการ
ถ่ายทอดสดดวงดาว…]
ประกายแสงแห่งผู้บรรลุปรากฏขึ้น และน้ าตกพลังเวทมนตร์ก็
หลั่งไหลออกมาจากดาบปีศาจทมิฬของยูจงฮยอค แขนของ
เวนนี่แมนปลิวผ่านอากาศ
พลังเวทมนตร์ที่ไหลออกมาจากดาบอยู่ในรูปของพลังงาน
ทลายนภา และเวนนี่แมนก็ตะโกนออกมา [ห-หยุด! เจ้าไม่รู้
เพราะการกระท าสะสมของเจ้ายังต่ าอยู่ ในมิติคู่ขนานอื่น…!]
การรั่วไหลของข้อมูลมากเกินไปท าให้เกิดประกายแสงของ
ความเป็นไปได้สาดออกมารอบๆ ตัวเวนนี่แมน เขากลืนค าพูด
ลงไปและตะโกนออกมาอีกครั้ง
[อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เจ้าก าลังท าผิดพลาดอยู่! อย่าเป็นศัตรูกับ
ข้า―]
“ฉันสัญญากับเพื่อนร่วมงานของฉันไว้ ฉันจะแก้แค้นให้เธอ”
บียูในกรงตัวสั่น เธออาจสูญเสียความทรงจ าไปและหลายส่วน
ของตัวเธอในอดีตอาจจะหายไป แต่ร่างกายของบียูก็ก าลังสั่น
“นายต้องตาย”
ชินยูซองในรอบที่ 41 ไม่ได้มีความทรงจ าของเธอ ถ้าเป็น
เช่นนั้น มันจะแก้แค้นไปเพื่อใคร? ยูจงฮยอคไม่รู้ เขาแค่เหวี่ยง
ดาบของเขาออกไป เช่นเดียวกับการแก้แค้นให้กับรอบแรกที่
ส าเร็จในรอบที่สอง และการแก้แค้นให้กับรอบที่สองที่ส าเร็จใน
รอบที่สาม
เขาฉีกหนวดที่ก าลังพุ่งเข้ามาจากก้อนเนื้อ และจากนั้นก็ฟาด
ดาบเข้าใส่แขนข้างหนึ่งของเวนนี่แมน อึดใจต่อมา ยูจงฮยอคก็
ยืนอยู่ข้างหลังของเวนนี่แมน พลังทลายนภาหลั่งไหลออกมา
จากพื้นที่ทั้งหมด
[ด-เดี๋ยว! หยุด―]
ก้อนเนื้อของเวนนี่แมนกระเด็นออกมา อึดใจต่อมา ร่างของเวน
นี่แมนก็ถูกห้อมล้อมอยู่ในความมืดที่ทะลักออกมาจากก้อนเนื้อ
[สาป ข้าขอสาปเจ้า ‘ข้า’ ในทุกมิติจะไม่มีวันยกโทษให้เจ้า…!]
เวนนี่แมนถูกโจมตีด้วยดาบปีศาจทมิฬ มันมีเสียงกรีดร้องอัน
น่าสะพรึงกลัวดังออกมา และความมืดที่หลบหนีออกมาจาก
ก้อนเนื้อก็กลืนกินเวนนี่แมนไปโดยสมบูรณ์
ความมืดจ้องมายังยูจงฮยอคสักพักก่อนที่มันจะหายไปอย่าง
สิ้นเชิง จากนั้นความสงบก็กลับมาเยือนอีกครั้ง ยูจงฮยอคยืน
นิ่งอยู่สักพักเนื่องจากการใช้การบรรลุที่มากเกินไป ข้อความ
ของระบบจ านวนนับไม่ถ้วนดังขึ้นในหูของเขา
[คุณได้รับเรื่องราวใหม่!]
[คุณประสบความส าเร็จอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน]
[คุณได้รับเรื่องราว ‘ผู้สังหารเวนนี่แมน’!]
[เวนนี่แมนทุกคนในโลกปีศาจได้กลายเป็นศัตรูกับคุณ!]
ยูจงฮยอคเดินไปที่กรงอย่างช้าๆ และเอาตัวบียูออกมาอย่าง
ระมัดระวัง บียูร้องออกมาเสียงดัง มือเล็กๆ ของเธอแตะยูจงฮ
ยอคอยู่หลายครั้ง ยูจงฮยอคมองลงไปที่เธอสักพักก่อนที่เขาจะ
วางเธอไว้ในกระเป๋าและเริ่มเคลื่อนไหว
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ดวงตาเปียกแฉะ]
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ก าลังเช็ดหัวด้วย
ผ้าขนหนู]
[กลุ่มดาว ‘เทพสงครามทะเล’ ประทับใจมากจนเขียนบทกวี
ออกมา]
แสงของกลุ่มดาวนับไม่ถ้วนก าลังส่องเข้าหาเขา แต่ก็ไม่มีใคร
สามารถเข้าถึงยูจงฮยอคได้ ไม่ว่าพวกเขาจะมีชีวิตมากี่ปี พวก
เราก็ไม่อาจเข้าใจผู้เสื่อมถอยที่ต้องประสบกับการท าลายล้าง
โลกถึงสองครั้ง อึดใจต่อมา ยูจงฮยอคก็ได้ยินข้อความๆ หนึ่ง
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังจ้องมองคุณอยู่]
มันเป็นดาวที่ไม่เคยปรากฏในสองรอบที่ผ่านมา งั้นท าไม? ยู
จงฮยอครู้สึกเหมือนดวงดาวได้อยู่ที่นั่นมานานแล้ว
ยูจงฮยอคประกาศ “ไสหัวไปซะ คิมทกจา”
จากนั้นดวงดาวหนึ่งบนท้องฟ้าก็หายไปจริงๆ
“…คิมทกจา?”
มันไม่มีค าตอบจากคิมทกจา
(จบตอน)
“เรื่องต่างๆ พอจะคลี่คลายลงแล้ว”
ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกในขณะที่ผมมองไปยังยู
จงฮยอคผ่านหน้าจอของช่อง ผมเป็นกังวลเกี่ยวกับส านักงานที่
ก าลังมาถึง แต่ก็โชคดี ยูจงฮยอคเร็วกว่า มันเป็นตัวเลือกที่ดีใน
การส่งข้อความไปยังอูรีเอลผ่านจางฮายัง
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ยิ้มสดใส]
มันเป็นอูรีเอลที่พายูจงฮยอคไปที่นั่น ยูจงฮยอคโกรธผมเรื่อง
เซียนดาบทลายนภา ดังนั้นผมจึงตัดสินใจว่าค าพูดของอูรี
เอลคงจะมีผลต่อยูจงฮยอคมากกว่า
จางฮายังมองดูบีฮยองบนหน้าจอและพึมพ า “มันเป็นครั้งแรก
ที่ข้าได้เห็นโดเกบิหมดสภาพขนาดนั้น”
“เรื่องราวของเผ่าพันธุ์มันพัวพันกัน เพื่อที่จะจัดการเวนนี่แมน
มันต้องมีมหาโดเกบิหรืออย่างน้อยโดเกบิสี่คน”
“…เจ้ารู้ดีจัง? ไอลีนบอกว่าทุกๆ สิ่งเกี่ยวกับโดเกบิและเวนนี่
แมนถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอก”
“นี่เป็นข้อมูลพื้นฐานในหมู่กลุ่มดาว”
จางฮายังจ้องมองผมด้วยสายตาเคารพอย่างน่าประหลาด
หลังจากได้ยินค าพูดของผม แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกกลุ่มดาวที่จะรู้
ข้อมูลนี้ หน้าจอแสงภาพระยะใกล้ของบียูและยูจงฮยอคที่
ก าลังอุ้มเธอไว้
「ฉันจะแก้แค้นให้เธอเอง」
「ลาก่อน หัวหน้า」
「ท าได้ดี」
「ฉันฝากด้วย」
「พักผ่อน」
ประโยคที่มีแค่ผมเท่านั้นที่เห็นผ่านเข้ามาในหัวของผม
ในตอนนี้ค าพูดเหล่านี้ได้เดินทางไปยังสถานที่ที่พวกมันตั้งใจไว้
แล้ว ผมไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับมัน แต่มันก็มีหนึ่งสิ่งที่แน่นอน
อย่างน้อยที่สุดในตอนนี้พวกเขาก็เข้าใจกันได้โดยไม่ต้องมี
ค าพูดอะไร สิ่งที่ผมไม่อาจอ่านได้ต้องสัมผัสพวกเขาอย่าง
แน่นอน ผมไม่รู้ว่าท าไม แต่ผมก็รู้สึกเหงาๆ เมื่อคิดถึงมัน
“…คิมทกจา?” จางฮายังจ้องมาที่ผม
ผมเกาหัวและรีบพูดออกมา “อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคจะต้อง
ท ามันแน่ ฝ่ายนี้ก็ต้องพร้อม…”
…บ้าเอ้ย มาแล้วเหรอ? จางฮายังและผมมองออกไปนอก
หน้าต่างของส านักงานในเวลาเดียวกัน เมฆทรายก าลังมา
รวมตัวกันเหนือก าแพงของเขตอุตสาหกรรม มันมีความ
ปั่นป่วนอยู่ในหมู่ชาวเมือง ผมสามารถเห็นมาร์คและสภาคน
อื่นๆ ก าลังท าให้พวกเขาสงบลง
[โอ้ มีกลุ่มดาวอารมณ์ร้อนอยู่เหรอ ยังเหลือเวลาอีก 48 ชั่วโมง
จนกว่าจะถึงการคัดเลือกราชาปีศาจ]
เสียงที่คุ้นเคยของโดเกบิดังออกมาในอากาศ ณ ความสูงเหนือ
เขตอุตสาหกรรม ด๊กกั๊กจ้องมาที่ผมและหัวเราะ
[ตอนแรกข้าคิดว่าการเริ่มต้นคงจะน่าเบื่อกว่านี้…]
เห็นได้ชัดว่าเขาก าลังยิ้มอยู่ แต่ดวงตาของเขากลับเต็มไปด้วย
ความไม่พอใจต่อผม ไม่ว่าเขาจะไม่ชอบผมเท่าไร เขาก็ไม่อาจ
เริ่มเกมของตัวเองได้ภายในเรื่องราวการคัดเลือกราชาปีศาจ
[คราวนี้มันไม่เลวเลยที่จะเริ่มต้นเร็ว]
…อะไร?
[คุณได้รับสถานการณ์ย่อยใหม่!]
[สถานการณ์ย่อย ― ‘การปะทะกัน’ เริ่มขึ้นแล้ว!]
ผมเห็นหน้าต่างโผล่ขึ้นมาและสังเกตเห็นว่าสิ่งต่างๆ มีความ
คืบหน้าไปยังไง สถานการณ์ย่อย เมื่อไม่มีบียูและบีฮยอง ไอ้
หมอนี่…
+
[สถานการณ์ย่อย – การปะทะกัน]
หมวดหมู่: ย่อย
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: ปกป้อง ‘แกนเรื่องราว’ ของเขต
อุตสาหกรรมในระยะเวลาที่ก าหนด หรือขโมยมัน
จ ากัดเวลา: 48 ชั่วโมง
สิ่งตอบแทน: ฝ่ายโจมตี ― คุณสมบัติส าหรับการคัดเลือก
ราชาปีศาจ
ฝ่ายป้องกัน ― 200,000 เหรียญ, ???
ความล้มเหลว: ―
+
ผมขมวดคิ้ว มันอาจเป็นสถานการณ์ย่อย แต่การเปิด
สถานการณ์ด้วยวิธีนี้ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดา
[กลุ่มดาวบางกลุ่มไม่พอใจกับกระบวนการที่ไม่เป็นธรรม
ของด๊กกั๊ก!]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มก าลังร้องขอการตรวจสอบความสอดคล้อง
ของความเป็นไปได้!]
โชคดีที่ผมไม่ใช่คนเดียวที่คิดอย่างนั้น
[อ่า ข้ารู้ว่าพวกท่านบางคนคิดอะไร แน่นอนว่าว่ามีความไม่
ยุติธรรมอยู่บ้าง จ านวนของฝ่ายป้องกันและฝ่ายโจมตีไม่
เท่ากัน]
ด๊กกั๊กหัวเราะเยาะผม มันเป็นรอยยิ้มที่บอกผมว่าเขาสามารถ
จัดการกับสถานการณ์ดังกล่าวได้ มันเป็นการยั่วยุที่ชัดเจน
[ดังนั้นข้าได้ปรับระดับความยากเล็กน้อย ตามสถานการณ์ย่อย
นี้ กลุ่มดาวของฝ่ายโจมตีและฝ่ายป้องกันจะมีระดับเท่ากัน]
ในช่วงเวลาที่ด๊กกั๊กพูดออกมา ออร่าจางๆ ก็โอบล้อมรอบร่าง
อวตารของผม
[ค่าสถานะของทุกคนที่เข้าร่วมในสถานการณ์ได้รับการแก้ไข]
ผมก าหมัดช้าๆ ก่อนที่จะปล่อยมือ กลุ่มดาวฝ่ายโจมตีก็คง
ได้รับบทลงโทษเดียวกัน ผมไม่อาจเห็นว่าค่าสถานะของผมจะ
ลดลงหรือเพิ่มขึ้น
[กลุ่มดาวบางกลุ่มยังคงประท้วงว่าสถานการณ์นี้ขัดต่อความ
เป็นไปได้!]
ด๊กกั๊กท าสีหน้ามีปัญหา
[อ่า อย่าพูดแบบนั้นสิ นี่มัน… พวกท่านอ่อนแอลงจริงๆ แต่
พวกท่านลืมไปแล้วเหรอว่าสถานการณ์จะสนุกขึ้นเพราะมัน
ยาก?]
ช่องเริ่มวุ่นวายหนักด้วยข้อความที่มีทั้งสนับสนุนและต่อต้าน
ในระหว่างนั้น ด๊กกั๊กก็ได้ผลักดันสถานการณ์
[คุณคือเจ้าของเขตอุตสาหกรรมคิมทกจาในปัจจุบัน]
[คุณก าลังอยู่ในบทบาทของ ‘ผู้ป้องกัน’ ในการปะทะ]
[คุณต้องปกป้องแกนเรื่องราวจากกลุ่มดาวที่ก าลังจะโจมตี]
ผมยิ้มอย่างขมขื่นเมื่อผมเผชิญหน้ากับด๊กกั๊ก ใช่ นี่คือสิ่งที่เขา
เตรียมไว้
“คิมทกจา นี่มัน…”
แทนที่จะตอบจางฮายัง ผมตะโกนเข้าหาชาวเมืองแทน
[ชาวเมืองทุกคน นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้มาทักทายทุกคนเป็น
การส่วนตัว]
เสียงที่แท้จริงของผมสะท้อนผ่านเขตอุตสาหกรรม ผมหายใจ
เข้าอีกครั้งและตะโกนออกมา [โปรดใจเย็นลงก่อนและตั้งใจฟัง
ค าพูดของฉัน]
เสียงของดยุคดังออกมาเป็นครั้งแรก และชาวเมืองทุกคนก็มอง
มาที่ผม เสียงดังมาจากทั่วทุกที่ “นั่นมันคิมทกจา!”
“คนๆ นั้นคือดยุค!”
น่าเสียดาย ผมไม่อาจท าตามความคาดหวังของพวกเขาได้
[ฉันไม่สามารถปกป้องทุกคนได้]
บางทีมันอาจไม่เคยมีดยุคแบบนี้ในโลกปีศาจ นอกจากนี้ ผมยัง
หวังว่ามันจะไม่มีอีกในอนาคต
[ดังนั้นอย่าตายเหมือนสุนัขและค้นหาทางใช้ชีวิตของตัวเองซะ
ฉันขอแนะน าเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค!]
ผมสามารถเห็นปากของชาวเมืองที่เปิดอ้าขึ้นกับค าประกาศอัน
ไร้สาระของผมได้ แม้แต่มาร์คก็เงยหน้าขึ้นด้วยความงุนงงจาก
ตรงที่เขาก าลังปลอบชาวเมืองอยู่ ถึงกระนั้นมันก็ช่วยไม่ได้ นี่
เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยพวกเขา มันไม่ควรมีการเสียสละที่ไม่
จ าเป็นในสถานการณ์นี้
[คุณต้องการปลดปล่อยชาวเมืองในเขตอุตสาหกรรมของคุณ
หรือไม่?]
“ปล่อยพวกเขาเป็นอิสระ”
[ชาวเมืองของเขตอุตสาหกรรมทั้งหมดเป็นอิสระจากอิทธิพล
ของคุณ]
[ชาวเมืองของเขตอุตสาหกรรมคิมทกจาได้รับ ‘สถานการณ์
หลบหนี’]
[ชาวเมืองของเขตอุตสาหกรรมคิมทกจาสามารถเลือกเขต
อุตสาหกรรมได้แล้ว]
[คุณได้รับเรื่องราวใหม่!]
[คุณได้รับเรื่องราว ‘ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งเขตอุตสาหกรรม’]
ข้อความเทออกมา และผมก็ทิ้งข้อความสุดท้าย
[ทุกคน ออกไปซะ ฉันจะหยุดพวกเขาให้จนกว่าทุกคนจะจาก
ไป]
บีฮยองอาจจะโต้เถียงกับเรื่องนี้ถ้าเขาอยู่ที่นี่ แต่ในตอนนี้เขายัง
อยู่ในที่อันห่างไกล
[ชาวเมืองของเขตอุตสาหกรรมทุกคนก าลังปรบมือโห่ร้องให้กับ
การเสียสละอันสูงส่งของคุณ]
ขอบคุณ แต่ผมไม่ได้วางแผนที่จะเสียสละอย่างสูงส่ง ผมหันไป
สนใจพลังงานที่ก าลังมาจากนอกก าแพงของเขตอุตสาหกรรม
มันมีแหล่งพลังงานขนาดใหญ่สี่อัน มันมีกลุ่มดาวอย่างน้อยสี่
คนก าลังมาที่นี่
“จางฮายัง พาฮันมยอนโกและปรมาจารย์ทลายนภาไป หนี
และอย่ามองกลับมา อย่าคิดที่จะต่อสู้กับพวกเขา”
“อะไรนะ? ข้าไม่ต้องการ!”
“ฉันไม่สน! ตรงไปที่ยูจงฮยอค เร็ว!”
มันมี ‘สี่’ คนที่ก าลังพุ่งเข้ามา แต่มันก็คงจะมีตามมาอีกเยอะ
พวกเขาไม่ใช่สิ่งที่สุนัขผู้บรรลุ มนุษย์ที่มีเพศไม่ชัดเจน และ
ชายวัยกลางคนที่ตั้งครรภ์ได้จะสามารถเผชิญหน้าด้วยได้
“ฉันจะจัดการเอง”
ผมวิ่งลงบันไดไปในทันทีและดึงแกนเรื่องราวของโรงงงาน
ออกมา
[โรงงานหยุดท างาน]
สิ่งส าคัญคือการปกป้องแกนเรื่องราวนี้ ผมไม่จ าเป็นต้องอยู่ใน
เขตอุตสาหกรรมเพื่อปกป้องมัน ผมเปิดบุ๊คมาร์คและใช้วิถีแห่ง
สายลมเพื่อปีนขึ้นไปบนก าแพงของเขตอุตสาหกรรม
[นี่คือสิ่งที่พวกนายต้องการงั้นเหรอ?]
กลุ่มดาวสี่คนที่ก าลังขยับเข้ามาฟังผม
[ถ้าพวกนายต้องการมัน งั้นฉันก็จะเอามันไป]
***
กลุ่มดาวที่น่าหวาดหวั่นไล่ตามผมมา เหตุผลที่ผมหนีได้เพราะ
พวกเรามีค่าสถานะเท่ากัน
พวกเขามีสี่คนและผมมีแค่คนเดียว ผมไม่มีโอกาสมากนัก ไม่
ว่ากลุ่มดาวจะอยู่ในระดับสูงหรือต่ า
ผมวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางโดยใช้วิถีแห่งสายลม กลุ่มดาวยืนยันแล้ว
ว่าผมก าลังถือแกนเรื่องราวไว้อยู่และเริ่มไล่ล่าผม หากพวกเขา
จัดการผมลงไปได้ พวกเขาก็จะมีคุณสมบัติในการเข้าร่วมการ
คัดเลือกราชาปีศาจ มันจึงไม่แปลกเลยที่พวกเขาจะคลั่งขนาด
นี้
โดเกบิหัวเราะเยาะผม [ฮ่าฮ่าฮ่า มันง่ายมากที่จะหนี! กลุ่มดาว
พวกท่านต้องการอยู่ในช่องของบีฮยองเพื่อดูคนแบบนี้จริงๆ
เหรอ?]
ไอ้ระย านี่… ผมคงจะไม่เดือดร้อนจากสถานการณ์ย่อยนี้ถ้าบีฮ
ยองไม่ถูกรบกวนแบบนี้ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจท าอะไรได้
นักเพราะบีฮยองไม่อยู่ที่นี่
“ขอเพิ่มระดับสมาชิกของกระเป๋าโดเกบิ”
ผมได้กลายเป็นระดับ ‘แพลตตินัม’ แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นมาสอง
ระดับ แต่ถึงกระนั้น ระดับแพลตตินัมก็ไม่ได้เป็นระดับสูงสุด
[โดเกบิผู้รับผิดชอบไม่อยู่]
[การอัพเดตสถานะจะด าเนินการโดยอัตโนมัติเนื่องจากการ
ขาดหายไปของโดเกบิ]
[500,000 เหรียญถูกใช้จ่าย]
[ขอแสดงความยินดีด้วย! คุณได้กลายเป็นสมาชิกระดับไดม่อน
ของกระเป๋าโดเกบิ!]
[เนื่องจากระดับสมาชิกเพิ่มขึ้น ลิสต์ไอเท็มของกระเป๋าโดเกบิ
จะได้รับการอัพเดต]
สมาชิกระดับไดม่อนสามารถซื้อไอเท็มพิเศษวีไอพีได้ ถ้าความ
ทรงจ าของผมถูกต้อง ‘ไอเท็ม’ นั้นคงจะถูกปล่อยออกมาแล้ว
[คุณสามารถดูรายการของไอเท็มพิเศษวีไอพีได้]
หากบีฮยองอยู่ที่นี่ เขาคงจะซ่อนรายการเหล่านี้ไว้แม้ว่าผมจะ
ตาย มันเป็นเพราะประวัติศาสตร์อันด ามืดของบีฮยองเป็นหนึ่ง
ในไอเท็มบนรายการนี้
+
* กล่องสุ่มเรื่องราว (เวอร์ชั่น 1.3) – 20,000 เหรียญ
* กล่องผสานเรื่องราว (เวอร์ชั่น 1.3) – 200,000 เหรียญ
+
…อย่างที่คาดไว้ ไอเท็มบ้าๆ พวกนี้ถูกขาย โชคดีที่มันเป็นเวอร์
ชั่นที่ผมต้องการ
「”เชี่ย โอกาสแบบนี้มันอะไรกัน… ท าไมพวกมันไม่ประกาศ
อัตราส่วนด้วย?”」
ในรอบที่ 71 คิมนัมอุนได้ซื้อของผิดและฉิบหาย
[คุณได้ซื้อกล่องสุ่มเรื่องราว 10 กล่อง]
[คุณได้ซื้อกล่องผสานเรื่องราว 1 กล่อง]
[400,000 เหรียญถูกใช้จ่าย]
กล่องสุ่มเรื่องราวเป็นหนึ่งในไอเท็มการพนันไม่กี่อย่างที่ใช้
เหรียญเพื่อรับ ‘เรื่องราว’ เนื่องจากค าอธิบายที่บอกว่าจะมี
เรื่องราวระดับเสมือนเทวะอยู่ อวตารและกลุ่มดาวทั้งหลายจึง
วิ่งเข้าใส่ไอเท็มชิ้นนี้เมื่อมันถูกปล่อยสู่ตลาด
แน่นอนว่ามันไม่ได้บอกว่าพวกเขาทุกคนจะล้มละลาย ผลที่ได้
เป็นธรรมดา ความน่าจะเป็นในการได้รับเรื่องราวระดับ
ประวัติศาสตร์จากกล่องสุ่มน้อยกว่า 0.001% และความน่าจะ
เป็นในการได้รับเรื่องราวระดับเสมือนเทวะนั้นก็ไม่ถึง
0.00001% ส่วนที่เหลืออีก 99.99% จะเป็นยังไง?
「”บ้าเอ้ย! เรื่องราวระดับประวัติศาสตร์ 50 อัน? มันมี
กระทั่งเรื่องราวระดับต่ า? นี่มันล้อเล่นรึเปล่าเนี่ย?”」
ผมหยิบกล่องที่ก าลังตกลงมาและเปิดมันด้วยปากของผม
[คุณต้องการใช้กล่องสุ่มเรื่องราวหรือไม่?]
ผมรู้ว่ามันมีโอกาสเล็กน้อยที่จะได้เรื่องราวดีๆ จากกล่องนี้ งั้น
ท าไมผมถึงต้องการกล่องนี้ล่ะ? มันเป็นเพราะเรื่องราวที่ผม
ต้องการไม่ใช่เรื่องราวที่ดี
.
.
[คุณได้รับเรื่องราว ‘หัวไหล่เข่าเท้า’]
[คุณได้รับเรื่องราว ‘อย่าตัดผมฉันนะ’]
[คุณได้รับเรื่องราว ‘จี้จมูกที่ห้อยลงมาจากจมูก’]
[คุณได้รับเรื่องราว ‘ต่างหูที่ห้อยลงมาจากหู’]
.
.
อันที่จริง มันก็เป็นอย่างที่ผมเห็นในหนทางเอาชีวิตรอด ใน
เวอร์ชั่น 1.3 ของกล่องเรื่องราว มันมีโอกาสมากกว่า 80% ที่
จะได้เรื่องราวที่เกี่ยวกับร่างกาย สิ่งที่พบได้มากที่สุดคือจี้จมูกที่
ห้อยลงมาจากจมูกและต่างหูที่ห้อยลงมาจากหู
จากด้านหลังของผม เขี้ยวของงูเฉือนเข้ามาที่ด้านข้างและต้น
ขาของผม มันเป็นการโจมตีที่มีพลังของเรื่องราว ผมกัดฟัน
และเปิดใช้งานวิถีแห่งสายลมถึงขีดสุด และซ่อนตัวอยู่หลังซาก
ปรักหักพังของอาคาร ผมต้องการเวลาอีกหน่อย
[เจ้า… อยู่… ไหน…!]
ผมไม่สนใจเสียงที่แท้จริงอันน่าเกลียดและยืนยันเรื่องราวที่ผม
เพิ่งได้รับมา
+
[เรื่องราวระดับประวัติศาสตร์: จี้จมูกที่ห้อยลงมาจากจมูก]
รายละเอียด: หากคุณวางสิ่งของบนจมูกของคุณ มันจะกระตุ้น
ให้เกิดเอฟเฟกต์ที่ท าให้มันดูเหมือนอุปกรณ์เสริม ไม่ว่าจะเป็น
ไอเท็มใดก็ตาม
+
[เรื่องราวระดับประวัติศาสตร์: ต่างหูที่ห้อยลงมาจากหู]
รายละเอียด: เมื่อมีอะไรห้อยอยู่บนหูของคุณ เอฟเฟกต์จะท า
ให้มันดูเหมือนกับต่างหู มันเป็นเรื่องราวที่ท างานร่วมกับต่างหู
ที่ห้อยลงมาจากหูได้
+
ไม่จ าเป็นต้องพูดอะไร เรื่องราวเหล่านี้ไม่มีประโยชน์อะไรเมื่อ
อยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม มันก็แตกต่างไปด้วย
ไอเท็มถัดไป
+
[ข้อมูลไอเท็ม]
ชื่อ: กล่องผสานเรื่องราว เวอร์ชั่น 1.3
ระดับ: ―
รายละเอียด: มันสามารถหลอมรวมเรื่องราวหลากหลาย
ประเภทเข้าด้วยกันได้ มีความน่าจะเป็นต่ ามากที่จะสุ่มได้
เรื่องราวระดับสูง
+
ไอเท็มที่มีความเป็นไปได้ต่ ามากที่จะก่อให้เกิดเรื่องราวระดับสูง
เมื่อผสมเรื่องราวลงไป เดิมทีไอเท็มนี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมาก
เรื่องราวเดียวกันที่ถูกส่งเข้าไปท าให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน
ทุกๆ ครั้ง และอัตราส่วนในการได้รับเรื่องราวดีๆ ก็ต่ ามาก
อย่างไรก็ตาม ตามความเห็นของตัวละคร มันก็มีข้อผิดพลาด
อยู่ในกล่องผสานเรื่องราวเวอร์ชั่น 1.3
「”การขายกล่องถูกยกเลิกไปเพราะเรื่องนี้ บ้าเอ้ย ฉันน่าจะ
ลองมันก่อนแอนนา คลอฟฟ์”」
มันมีข้อผิดพลาดในกล่องผสานเรื่องราวเวอร์ชั่น 1.3 มันคือ
เมื่อผสานเรื่องราวบางอย่างลงไป คนๆ แรกที่ท ามันจะได้รับ
เรื่องราวที่แน่นอนอันหนึ่ง
เรื่องราวสองเรื่องถูกเทลงไปในกล่องโดยไม่ลังเลและมีประกาย
แสงสาดออกมา ข้อความดังขึ้นในหูของผมพร้อมกับความปวด
ตุ๊บๆ
[คุณได้รับเรื่องราวระดับต านาน ‘บิดเบือนสรรพสิ่งตาม
อ าเภอใจ’]
(จบตอน)
วันหนึ่ง มันมีกลุ่มดาวได้ทิ้งค าพูดดังกล่าวไว้
「”ทุกๆ เรื่องราวมีข้อบกพร่อง นี่หมายความว่าทุกๆ
เรื่องราวสามารถสมบูรณ์แบบได้”」
เรื่องราวระดับต านาน ‘บิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ’
เรื่องราวนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าที่ทิ้งค าพูด
ดังกล่าวไว้
[เรื่องราว ‘บิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ’ ก าลังค้นหา
เป้าหมายของการบิดเบือน]
ผมลุกขึ้นและขยับออกจากอาคารที่ถูกท าลาย ผมเห็นกลุ่มดาว
สามคนที่ก าลังไล่ตามผมมาผ่านเศษฝุ่น เดิมทีมันมีสี่ แต่ผมก็ไม่
รู้ว่าคนสุดท้ายไปอยู่ที่ไหน
[โฮกกกก…]
[เอา แก่น เรื่องราว มา ให้ข้า]
ผมถูกล้อมไว้ด้วยร่างอวตาร มันมีงูยักษ์ตัวหนึ่งที่ท าให้ผมนึก
ถึงโอโรจิและหนูยักษ์อีกตัว ส่วนตัวสุดท้ายคือสุนัขเพลิงที่ชวน
ให้นึกถึงเซอร์เบอรัส ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากบอกบางอย่างกับ
ผมในระหว่างที่ผมไปเยือนสมาคมนักชิม
– ไม่ใช่ทุกกลุ่มดาวที่จะมีเกียรติไปซะทั้งหมด
กลุ่มดาวบางคนได้สร้างเรื่องราวขึ้นมาแบบผมเพื่อกลายเป็น
กลุ่มดาว ในขณะที่บางคนได้ให้กลุ่มดาวอื่นๆ หยิบยืมอ านาจ
ในบางกรณี พวกเขาอาจจะไม่ได้มีเรื่องราวสะสมที่ยอดเยี่ยม
แต่พวกเขาก็โชคดีพอที่จะตกลงสู่พื้นที่ที่ได้เปรียบและ
กลายเป็นกลุ่มดาว
“ถ้าฉันไม่ให้ล่ะ?”
มันเป็นกรณีของพวกที่อยู่ข้างหน้าผม
[กลุ่มดาว ‘จ้าวอสรพิษล่ าซ า’ จ้องมองมาที่คุณ]
พวกเขาเป็นคนที่ได้รับการอุปถัมภ์จากกลุ่มดาว หรือ ‘โชคดี’
กลายเป็นกลุ่มดาวโดยการกลืนกินกลุ่มดาวหน้าใหม่หรือ
อวตารทั้งหลาย
[กลุ่มดาว ‘หนูกินเล็บ’ แสดงอาการโลภต่อคุณ] (TLN: ขอ
อภัยด้วยนะครับ ก่อนหน้านี้แปลชื่อผิด ขอเปลี่ยนจากหนูกิน
ตะปูเป็นหนูกินเล็บนะครับ)
[กลุ่มดาว ‘สุนัขกระโดดเข้ากองไฟ’ มองไปยังกลุ่มดาวรอบๆ]
ผมรู้ว่าสุดท้ายแล้ว ผมก็คงจะต้องปะทะกับพวกเขา
[กลุ่มดาวหลายคนก าลังรอการต่อสู้ของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังรอคอยผลงานของ
คุณ]
ผมรู้สึกถึงสายตาอันร้อนแรงของดวงดาว พวกเขาคงอยากรู้
อยากเห็น ผมไม่ได้ต่อสู้จริงๆ จังๆ มาตั้งแต่กลายเป็นกลุ่มดาว
ระดับเรื่องเล่า ด๊กกั๊กพูดจากอากาศ
[ฮ่าฮ่า เจ้ายังโง่เหมือนเคย… เจ้าก าลังจะสู้จริงๆ เหรอ?]
ผมฟังค าพูดของด๊กกั๊กและกัดฟัน กลุ่มดาวสามคนตรงหน้า
ของผมมีพลังรบในระดับเดียวกับผมเป๊ะๆ มันเป็นเพราะ
บทลงโทษของด๊กกั๊ก บทลงโทษที่ท าให้ทุกคนในสถานการณ์มี
พลังเท่านั้น
ผมใช้วิถีแห่งสายลมเพื่อหลบพิษที่พุ่งออกมาจากปากของจ้าว
อสรพิษ ในเวลาเดียวกัน หนูกินเล็บก็เหวี่ยงเล็บของมันเข้าหา
ผม ในช่วงเวลาที่ผมกลิ้งไปบนพื้น บริเวณรอบๆ ก็ถูกปกคลุม
ไปด้วยเปลวเพลิงของสุนัขกระโดดเข้ากองไฟ
ผมขยับไปรอบๆ เปลวเพลิงและดึงของใหม่ของผมออกมา นี่
คือการต่อสู้ที่ไม่สามารถชนะถ้าพวกเราเผชิญหน้ากันด้วยร่าง
อวตารของพวกเรา นี่คือถ้ามันเป็นเพียงพลังของร่างอวตาร
เท่านั้น
[สกิลเฉพาะตัว ลิสต์ตัวละครถูกเปิดใช้งาน]
พวกมันอาจเป็นสัตว์ แต่พวกมันก็ยังเป็นกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่
แต่เดิมผมคงไม่อาจดูข้อมูลของพวกมันได้ด้วยสกิลนี้
[เอฟเฟกต์ของ ‘มองไปยังขุมนรก’ ได้เพิ่มผลของสกิลทั้งหมด
ของคุณ]
[สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ ถูกเพิ่มความสามารถ!]
คราวนี้มันแตกต่างออกไป
[คุณสามารถดูข้อมูลของกลุ่มดาวที่มีระดับต่ ากว่าคุณได้]
.
.
[คุณสามารถอ่านข้อมูลของกลุ่มดาว ‘จ้าวอสรพิษล่ าซ า’ ได้]
[คุณสามารถอ่านข้อมูลของกลุ่มดาว ‘หนูกินเล็บ’ ได้]
[คุณสามารถอ่านข้อมูลของกลุ่มดาว ‘สุนัขกระโดดเข้ากองไฟ’
ได้]
ผมตรวจสอบคนพวกนี้ แน่นอน มันไม่สมเหตุสมผลเลยที่จะ
ระบุค่าสถานะหรือข้อมูลแอตทริบิวต์ในเมื่อพลังรบถูกตั้งค่า
ใหม่
[เอฟเฟกต์ของลิตส์ตัวละครจะสุ่มรายชื่อเรื่องราวของกลุ่มดาว
ออกมา]
จากนั้นรายชื่อเรื่องราวของพวกเขาก็โผล่ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
[งูกินงู]
[หนูกลายเป็นคน]
[ความภักดีต่อเจ้านาย]
[นักล่าแห่งความอ่อนแอ]
…
ในระหว่างนี้ การโจมตีนับไม่ถ้วนได้พุ่งมายังผม การโจมตีของ
จ้าวอสรพิษเฉียดผ่านไหล่ของผม ร่างกายของผมกระเด็น
ออกไปจากการโจมตีของหนูกินเล็บ และผิวหนังของผมก็ถูก
เผาจากเพลิงของสุนัขกระโดดเข้ากองไฟ
[ความเร็วในการอ่านของคุณเพิ่มขึ้นเนื่องจากเอฟเฟกต์ของแอ
ตทริบิวต์]
ผมไม่ถอยกลับและอ่านเรื่องราวของพวกเขาต่อ พวกเขาคือ
กลุ่มดาวและมีจ านวนเรื่องราวมากมาย บ้างก็เป็นระดับต านาน
ในขณะที่ส่วนใหญ่เป็นระดับประวัติศาสตร์
[หนูผู้ขโมยวจนะแห่งราตรี]
[กลัวหนู]
[ของๆ ข้าก็คือของๆ ข้า ของๆ เจ้าก็คือของๆ ข้าเหมือนกัน]
[สู่แพลนดาส]
…
นานเท่าไหร่แล้ว? ขาของผมเป็นอัมพาต และจ้าวอสรพิษก็พัน
รอบร่างกายของผม สายตาของผมพลิกกลับด้านในขณะที่
ร่างกายของผมถูกเขาจับไว้
[เอา แกน เรื่องราว มาให้ ข้า]
การรัดพันที่รุนแรงบนร่างกายของผมท าให้กระดูกของผมรู้สึก
บิด มันเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ที่เสื้อคลุมมิติอนันต์ไม่อาจทนไหว
ชิ้นส่วนเรื่องราวตกลงมาจากร่างกายของผมราวกับเศษดิน
[กลุ่มดาวที่รักในเรื่องราวโหดร้ายก าลังตื่นเต้น]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มต้องการเห็นร่างกายของคุณขาดออกจาก
กัน]
ดวงตาของงูเปลี่ยนไปกับข้อความของเหล่ากลุ่มดาว การมีชื่อ
‘กลุ่มดาว’ ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะอยู่ในระดับเดียวกัน
พวกเขาเป็นเหมือนกับอวตารมากกว่า พวกเขาถูกเฝ้ามองจาก
กลุ่มดาวอื่นๆ และได้รับเหรียญจากคนพวกนั้นเหมือนกัน
“ฉันมีค าถาม… ท าไมพวกนายถึงอยากใช้ชีวิตกันแบบนี้?”
หนูกินเล็บเงยหน้าขึ้นด้วยเสียงนั้น
[ฮูมมมมม…?]
ผมยิ้มอย่างขมขื่น อืม ผมคงไม่อาจคิดเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ได้
ผมต้องเอาตัวรอดไปจากคนพวกนี้
“ฉันเสียใจแทนพวกนายจริงๆ ใช่ไหม? กลุ่มดาวมักจะมี
‘เรื่องราวของราชา’ กันสักเรื่อง…”
[เรื่องราว ”บิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ” ก าลังให้ความ
สนใจกับค าพูดของคุณ]
ไม่ว่าจะเป็นงู หนู สุนัข หรือมนุษย์… ผู้ที่สร้างเรื่องราวของตน
ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องก็มักจะมี ‘ราชา’ แห่งราชาเป็นอย่างน้อย
อย่างไรก็ตาม คนพวกนี้ก็ไม่ได้มีเรื่องราวแบบนี้
“…พวกนายมักจะต่อสู้กับคนที่อ่อนแอกว่าตัวเองเสมอและ
ไม่ได้มีเรื่องราวแบบนั้นอยู่”
[ไร้ สาระ…!]
อึดใจต่อมา ล าแสงเจิดจ้าก็พุ่งขึ้นมาจากร่างกายของผม
[เรื่องราว ‘บิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ’ ได้พบเรื่องราวที่จะ
บิดเบือนแล้ว]
เรื่องราว บิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ เรื่องราวนี้ไม่ได้มีพลัง
ในการพัฒนาพลังต่อสู้ของผม
[เรื่องราว ‘บิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ’ ก าลังเริ่มต้นการ
บิดเบือนเรื่องราว]
กลับกัน มันสามารถปลุกศักยภาพของเรื่องราวที่ยังไม่พบพลัง
ที่แท้จริงของมันได้ ทิศทางนั้นไม่ส าคัญ
[เรื่องราว ‘ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา’ ถูกบิดเบือน!]
[เรื่องราว ‘ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา’ ก าลังเริ่มต้นเรื่องราว]
ผมรู้สึกได้ถึงพลังของเรื่องราวที่ก าลังฝังรากลึกอยู่ภายใน
ร่างกายของผม กล้ามเนื้อในแขนทั้งสองบวมขึ้น ผมจับจ้าว
อสรพิษที่ก าลังพันรอบผม มันกรีดร้องออกมาในมือของผม
「โลกที่ไร้ราชาอยู่ที่นี่แล้ว」
พลังเวทมนตร์อันมหาศาลหลบรอดออกมา และเรื่องราวก็เริ่ม
พูดด้วยตัวเอง เหตุผลที่ผมตรวจสอบรายชื่อเรื่องราวของกลุ่ม
ดาวเหล่านี้นั้นง่ายมาก มันก็เพื่อใช้พลังนี้
「เขาถือก าเนิดขึ้นมาเพื่อปฏิเสธทุกบัลลังก์ในโลกสีด าของ
เขา」
แสงสว่างเจิดจ้าพวยพุ่งออกมาจากดาบในมือของผม ดาบ
สะบั้นเศียรสี่ปีศาจหยิน มันเป็นดาบที่ใช้ท าลายบัลลังก์หนึ่ง
เดียวและเป็นอาวุธที่ใช้ในเรื่องราวราชาแห่งโลกที่ไร้ราชา
อาวุธตอบสนองกับเรื่องราวของผมและฟื้นคืนร่างเดิมของมัน
「ปกครองทุกสรรพสิ่งที่ไม่ได้เป็นราชา」
[ด-เดี๋ยว! พลังนี้…!]
ความจริงที่ว่าพลังต่อสู้ของพวกเราเท่ากันไม่ได้หมายความว่า
‘สถานะ’ ของเรื่องราวจะเหมือนกัน
แม้ว่าความหนาแน่นและจ านวนของเรื่องราวจะต่ า แต่ผมเองก็
เป็นกลุ่มดาว ด๊กกั๊กควรจะยอมรับเรื่องนี้ได้แล้ว
[กลุ่มดาวบางกลุ่มชื่นชมการประยุกต์ใช้เรื่องราวของคุณ!]
[กลุ่มดาวของกลุ่มดาวกระบวยใหญ่ก าลังให้ความสนใจกับ
คุณ]
ด๊กกั๊กสับสน และเขาก็พยายามจัดการกับสถานการณ์อย่างเมา
มัน อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันก็สายเกินไปแล้วที่จะเปลี่ยนแปลง
สถานการณ์ย่อย เขาได้หมดความเป็นไปได้จ านวนมากไปแล้ว
เพราะสถานการณ์ย่อยที่เกินขีดจ ากัด
[กลุ่มดาว ‘หนูกินเล็บ’ เตรียมหนี]
หนูตระหนักถึงสัญญาณที่ผิดปกติและหันออกไปก่อน อย่างไรก็
ตาม ผมก็คงไม่ปล่อยไปสักคน
“หยุด”
[เอฟเฟกต์ของเรื่องราว ‘ราชาแห่งโลกไร้ที่ไร้ราชา’ ถูกเปิดใช้
งานแล้ว]
[เบื้องหน้าฝ่าบาท ทุกสิ่งที่ไม่อาจเป็นราชาได้จะต้องโค้งค านับ]
[โฮกกกก!]
[จี๊ดดดดด!]
ประกายแสงอันทรงพลังและร่างกายของจ้าวอสรพิษล่ าซ ากับ
หนูกินเล็บเริ่มแข็งค้าง สุนัขกระโดดเข้ากองไฟได้หมอบอยู่บน
พื้นแล้วนับตั้งแต่ที่เขาได้เห็นเรื่องราวของผม
[แฮร่ อ… อย่า เข้า มา]
เมื่อผมเข้าใกล้ จ้าวอสรพิษล่ าซ าก็บิดตัวไปมาบนพื้น เฉพาะผู้
ที่มีเรื่องราวแห่ง ‘ราชา’ เท่านั้นที่สามารถต้านทานเรื่องราวนี้
ได้
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ พึงพอใจ]
[ราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหาก าลังมองมาที่
คุณ]
ในขณะที่ราชาวานรและราชาแห่งอาณาจักรปีศาจที่ 32 ก าลัง
มองมาที่ผม ดาบสะบั้นเศียรสี่ปีศาจหยินก็ขยับ
[โฮกกกกก!]
หนึ่งครั้ง สองครั้ง ผมฟาดหัวของจ้าวอสรพิษล่ าซ าหลายครั้ง
เกล็ดของมันไม่ได้ถูกท าลายง่ายๆ เนื้อของมันถูกกรีดโดย
พลังงานดาราบริสุทธิ์ และเลือดของมันก็สาดกระเซ็นออกมา
เปลี่ยนให้พื้นดินโดยรอบกลายเป็นสีแดง จ้าวอสรพิษล่ าซ า
เปล่งเสียงกรีดร้องออกมาหลายครั้งก่อนที่จะสงบลง
[กลุ่มดาวฝ่ายดีก าลังขมวดคิ้วต่อความโหดร้ายของคุณ]
ผมดึงดาบสะบั้นเศียรสี่ปีศาจหยินออกมาจากหัวของมัน
[ราชาปีศาจ ‘นกฮูกกรงเล็บเงิน’ ยินดีในการกระท าของคุณ]
[คุณได้รับการสนับสนุน 2,000 เหรียญ]
กลุ่มดาวไม่รู้ว่าความโหดร้ายจริงๆ คืออะไร
“พวกนายควรเตรียมตัวนะถ้าโลภต่อตัวฉัน”
นี่เป็นค าเตือนถึงกลุ่มดาว มันเป็นการเตือนว่าพวกเขาไม่ควร
เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องราวขนาดยักษ์ ผมมองไปยังท้องฟ้าและ
โบกดาบสะบั้นเศียรสี่ปีศาจหยิน
[คุณฆ่าร่างอวตารของจ้าวอสรพิษล่ าซ า]
[คุณได้รับเรื่องราวบางส่วนของจ้าวอสรพิษล่ าซ า]
มันเป็นพลังของดาบสะบั้นเศียรสี่ปีศาจหยินที่สามารถตัดการ
เชื่อมต่อระหว่างกลุ่มดาวและร่างอวตารได้
[กลุ่มดาว ‘จ้าวอสรพิษล่ าซ า’ หลับลึกพร้อมกับเสียงกรีดร้อง]
บางทีจ้าวอสรพิษล่ าซ าคงไม่กลับมาที่ร่างอวตารอีก จากนั้นผม
ก็มองไปยังหนูกินเล็บ ไม่นานหลังจากนั้น หนูกินเล็บก็ได้รับ
โชคชะตาเดียวกัน
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังสนุกสนานไปกับ
ความบ้าคลั่งของคุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังมองมาที่คุณ
ด้วยสายตาเศร้าๆ]
ผมปัดเลือดที่แก้มและมองไปยังกลุ่มดาวสุดท้ายที่เหลืออยู่
สุนัขกระโดดเข้ากองไฟก าลังสั่นอย่างไม่อาจควบคุมได้ใน
ขณะที่หัวของมันก้มลง เปลวเพลิงที่ปกคลุมร่างกายของมันได้
หายไปแล้ว
สิ่งเดียวที่เหลืออยู่บนร่างกายของมันคือรอยไหม้สีด าจากการ
ปกป้องเจ้าของของมัน ผมจ ารายชื่อเรื่องราวของมันได้ นี่คือ
สุนัขที่แตกต่างจากอีกสองคนในสิบสองนักษัตร
[กลุ่มดาว ‘สุนัขกระโดดเข้ากองไฟ’ ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดี
ต่อคุณ]
ผมมองไปยังสุนัขที่ก าลังหอบอยู่และลังเลอยู่ครู่หนึ่ง กลุ่มดาว
บางส่วนคงจะผิดหวังถ้าผมไม่ฆ่ามันที่นี่ อย่างไรก็ตาม… กลุ่ม
ดาวอื่นที่ก าลังเล็งมาที่ผมก าลังวิ่งอยู่ในระยะไกล
[เรื่องราว ”บิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ” จบลงแล้ว]
ผมใช้พลังเวทมนตร์มากเกินไปและต้องการฟื้นฟู ผมเก็บดาบ
ไปและปีนขึ้นไปบนตัวสุนัข
“ไปที่เขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอคกันเถอะ”
ราวกับว่าก าลังรออยู่ สุนัขเริ่มพุ่งทะยานออกไป ทิวทัศน์ผ่าน
ไปอย่างรวดเร็ว และผมก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
ดวงดาวบนท้องฟ้าดูเหมือนก าลังไหลไปยังสถานที่ต่างๆ บ้างก็
เลือกที่จะเฝ้าดูและบ้างก็เลือกที่จะมีส่วนร่วม ทุกคนเริ่ม
ลากเส้นทางแห่งเรื่องราวตามความต้องการของตัวเอง
การเลือกราชาปีศาจที่แท้จริงจะเริ่มต้นขึ้นในไม่ช้า
(จบตอน)
สุนัขวิ่งออกไปในขณะที่แบกผมไว้ถึงสองวันสองคืน กลุ่มดาวที่
ไล่ล่าผมอย่างไม่หยุดยั้งเป็นภัยคุกคามอยู่บ่อยครั้ง แต่ทุกครั้ง
สุนัขตัวนี้จะใช้ร่างกายของมันเข้าปกป้องผม
[เรื่องราว ‘ชีวิตผู้อุทิศตนอย่างซื่อสัตย์’ เกิดขึ้นอีกครั้ง]
พวกเราวิ่งมาไกลแค่ไหนแล้ว? ในที่สุด แสงสว่างของวันใหม่ก็
ปรากฏขึ้นมา
[สถานการณ์ย่อย – การปะทะกันจบลงแล้ว]
[คุณรักษาแกนเรื่องราวไว้ได้อย่างปลอดภัยในช่วงเวลาที่
ก าหนด]
กลุ่มดาวที่ไล่ตามพวกเรามาหยุดลงทีละคนจากระยะไกล และ
ข้อความก็ปรากฏขึ้น
[กลุ่มดาวบางกลุ่มที่ล้มเหลวในการไล่ล่าคุณผิดหวัง]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังหาวและถามว่ามัน
จบแล้วเหรอ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ยินดีพร้อมด้วยดวงตา
ที่ง่วงนอน!]
[กลุ่มดาว ‘มังกรหลับ’ พยักหน้าให้กับอุบายของคุณ]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มก าลังชี้นิ้วไปยังความขี้ขลาดของคุณ]
ไม่ส าคัญว่าพวกเขาจะคิดยังไง สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือการอยู่รอด
ด๊กกั๊กจ้องลงมาที่ผมด้วยสายตาที่ผิดหวังและส่งรางวัลมาให้
[คุณได้รับ 200,000 เหรียญเป็นสิ่งตอบแทน]
[คุณได้รับทั่งหินส าหรับอุปกรณ์ผู้บรรลุ 2 อันเป็นรางวัล]
ผมคิดว่ามันใกล้จะถึงเวลาแล้วที่ไอเท็มส าหรับการอัพเกรด
อุปกรณ์จะถูกปล่อยออกมา ไอเท็มระดับ SSS จากสถานการณ์
แรกๆ แทบจะเหมือนกับเศษขยะในช่วงกลางไปจนถึงช่วงท้าย
ของสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม การใช้ทั่งหินผู้บรรลุก็จะท าให้
สามารถหยุดการเสื่อมสภาพของอุปกรณ์ได้
รางวัลไม่ได้มีแค่นั้น
[คุณได้รับเรื่องราว ‘ผู้ต่อต้านสิบสองนักษัตร’]
มันอาจเป็นเรื่องราวระดับประวัติศาสตร์ แต่ยิ่งมีเรื่องราวมาก
เท่าไหร่ มันก็ยิ่งดีเท่านั้น ในท้ายที่สุด เรื่องราวเล็กๆ เหล่านี้ก็
รวมตัวกันเพื่อสร้างเป็น ‘สถานะ’ ที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะ
อย่างยิ่ง เรื่องราวที่ได้รับจะมีประโยชน์ในการต่อสู้ในอนาคต
ด้วยบิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ
[กลุ่มดาวที่ไล่ตามคุณกลับไปแล้ว]
ไม่นานหลังจากกลุ่มดาวกลับไป รอบนอกของเขตอุตสาหกรรม
ยูจงฮยอคก็ปรากฏให้เห็น ชาวเมืองที่หลบหนีจากสถานการณ์
นั้นได้เข้าแถวเพื่อเข้าสู่เขตอุตสาหกรรม โชคดีที่จางฮายัง
และฮันมยอนโกท าได้ดี
ผมพูดกับสุนัขกระโดดเข้ากองไฟ “นายไปได้แล้ว นายไม่
จ าเป็นต้องภักดีต่อฉันก็ได้”
เขาไม่ได้อยากติดตามผมด้วยใจบริสุทธิ์อยู่แล้ว ดังนั้นมันคง
ดีกว่าที่จะแยกกันตรงนี้ อย่างไรก็ตาม หลังจากหันไป เขาก็ยัง
ตามผมมา
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก
ผมพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว “อะไร? นายยังไม่ไปอีกเหรอ?”
แหมะ…
ดวงตาของสุนัขตัวใหม่เปียกชื้น
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ มองไปยัง ‘สุนัข
กระโดดเข้ากองไฟ’ ด้วยความสงสาร]
ชื่อจริงของสุนัขกระโดดเข้ากองไฟคือสุนัขแห่งโอซู (TLN:
นิทานพื้นบ้านเกาหลีโบราณเกี่ยวกับสุนัขที่ภักดีจนเสียสละ
ตัวเองเพื่อช่วยชีวิตเจ้าของของมัน) เพื่อช่วยเจ้าของจากเปลว
เพลิง สุนัขได้ท าให้ร่างของตัวเองเปียกและใช้มันเพื่อดับไฟ น่า
เสียดาย แม้แต่ชื่อนี้ก็ไม่ใช่ชื่อจริงของมัน
“…นายจะติดตามฉันงั้นเหรอ?”
แฮะ!
ผมลังเลไปครู่หนึ่ง เมื่อมาคิดดูแล้ว เรื่องต่างๆ คงยากส าหรับ
เขาแม้ว่าเขาจะแยกจากผมไป
[กลุ่มดาวบางกลุ่มก าลังมองหาสุนัขกระโดดเข้ากองไฟ]
ในโลกนี้ มันมีกลุ่มดาวหลายคนที่เล็งเป้าไปที่กลุ่มดาวอื่น
เหมือนอย่างที่มีกลุ่มดาวเล็งเป้าไปที่อวตาร ถ้าเขาเจอกับคนที่
มีค าขยายว่า ‘นักล่าสุนัข’ หรือ ‘สุนัขของเมลเบิร์ก’ เขาคงจะ
ถูกชิงตัวไปหรือไม่ก็ถูกฆ่า จนถึงตอนนี้ เขาปลอดภัยมาได้ก็
เพราะสิบสองนักษัตร
“งั้นไปด้วยกันเถอะ”
แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก!
“ย่อขนาดของนายลงหน่อย มันจะเป็นการรบกวนถ้านายตัว
ใหญ่เกินไป”
แฮะ!
สุนัขกระโดดเข้ากองไฟลดขนาดร่างกายลง ตอนนี้เขามีขนาด
พอๆ กับโกลเด้นรีทรีฟเวอร์
“คิมทกจา!” จางฮายังเจอตัวผมและโบกมือจากระยะไกล”เฮ้!
เจ้าไม่เป็นอะไรนะ? สุนัขตัวนี้มันอะไรกัน?”
“ฉันเก็บได้น่ะ คนอื่นล่ะ?”
“พวกเขาก าลังยุ่งอยู่กับการน าทางผู้คน”
สุนัขกระโดดเข้ากองไฟเลียมือของจางฮายัง จางฮายังถาม
“มันชื่ออะไร?”
ผมอยากจะบอกความจริง แต่ก็ตัดสินใจพูดออกไปคร่าวๆ
“โอซู”
[คุณได้ตั้งชื่อให้กับสุนัขกระโดดเข้ากองไฟ]
[สุนัขกระโดดเข้ากองไฟประทับใจมาก]
[ความภักดีของสุนัขกระโดดเข้ากองไฟเพิ่มขึ้นมาก!]
…ถ้าผมรู้ ผมคงจะตั้งชื่อที่ดีกว่านี้ให้ จางฮายังตรวจดูร่างกาย
ของโอซูอย่างละเอียดและดีใจ
“เยี่ยมไปเลย ซาโจจะต้องชอบแกแน่”
ผมก าลังจะถามว่าใครคือ ‘ซาโจ’ แต่เหมือนผมจะคิดออกแล้ว
“…นายก าลังพูดถึงปรมาจารย์ทลายนภางั้นเหรอ? เธอเป็น
ผู้หญิงหนิ?”
“นายลืมไปแล้วเหรอว่ามีแค่ผู้หญิงที่สามารถเรียนวิถีดาบ
ทลายนภาได้?”
เมื่อมาคิดดูแล้ว… วิถีดาบทลายนภาก็เป็นเช่นนั้น มันมี
ข้อยกเว้นมากเกินไป ยกตัวอย่างก็เช่น คนที่อยู่เบื้องหน้าของ
ผม…
“…ท าไมเจ้าถึงมองข้าแบบนั้น?”
“เปล่า ไม่มีอะไร” ผมส่ายหัวเพื่อก าจัดความคิดออกไป ปัญหา
ส าคัญตอนนี้ไม่ใช่เรื่องเพศของจางฮายัง เพราะ…
[การคัดเลือกราชาปีศาจใกล้เข้ามาแล้ว!]
การคัดเลือกราชาปีศาจก าลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
“…มันมาแล้ว”
จางฮายังเงยหน้าขึ้นมองค าพูดของผมอย่างกระวนกระวาย
อาณาจักรปีศาจที่ 73 ทั้งผืนก าลังสั่น ดาวสีที่ไม่คุ้นเคยปรากฏ
ขึ้นในท้องฟ้าทีละดวง เพื่อที่จะเฝ้ามองเหตุการณ์ใหญ่ที่
เรื่องราวขนาดยักษ์จะอุบัติขึ้นมา กลุ่มดาวได้มาจาก
หลากหลายส่วนของการถ่ายทอดสดดวงดาว
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มก าลังเข้าสู่ช่อง!]
[ราชาปีศาจจ านวนมากเข้ามาในช่อง!]
ผมรู้สึกได้ถึงบรรยากาศเพียงแค่มองไปยังสิ่งที่ก าลังเข้ามาที่
ช่อง
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ ก าลังมองดูคุณอยู่]
[กลุ่มดาว ‘เทพแห่งไวน์และความปิติยินดี’ จ้องมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก’ ก าลังโบกมือให้คุณ]
กลุ่มดาวที่ผมเคยพบก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าด้วย
ผมพยายามจะผ่อนคลายในขณะที่ผมเงยหน้าขึ้นมองพวกเขา
บนท้องฟ้า ในที่สุดผมก็ได้กลับมาที่นี่ ยังมีอีกหลายสถานการณ์
ที่เหลืออยู่ และพวกมันก็อยู่ไกล อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ไกล
อีกต่อไปแล้ว อย่างน้อยที่สุด ผมก็มาถึงจุดที่มองเห็นกลุ่มดาว
เหล่านี้ได้ในสายตา
[สถานการณ์หลักที่ 25 มาถึงแล้ว!]
[การข้ามสถานการณ์หลักมากเกินไปท าให้สถานะของคุณ
เสียหาย]
ผมไม่ได้ผ่านสถานการณ์ช่วงก่อนหน้านี้มา ผมเริ่มต้นที่
สถานการณ์ที่ 25 ในทันที่ ดังนั้นมันจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะ
สูญเสียความเป็นไปได้ไป
[สถานการณ์หลัก – ‘การคัดเลือกราชาปีศาจ’ ได้เริ่มขึ้นแล้ว!]
+
[สถานการณ์หลัก #25 – การคัดเลือกราชาปีศาจ]
ประเภท: หลัก
ความยาก: ???
เงื่อนไขการเคลียร์: ร่วมมือกับ ‘ผู้ช่วยเหลือ’ เพื่อเอาชัยใน
‘สมรภูมิแห่งต านาน’
จ ากัดเวลา: –
รางวัล: การสืบทอดต าแหน่งราชาปีศาจอย่างเป็นทางการ, ???
ความล้มเหลว: ตาย
* คุณสามารถรับสมัคร ‘ผู้ช่วยเหลือ’ ส าหรับสถานการณ์นี้ได้
* จะมีค าอธิบายเพิ่มเติมจากโดเกบิเมื่อสถานการณ์ด าเนินไป
+
มันเป็นสถานการณ์ที่ ‘ความตาย’ ถูกเขียนไว้ในความล้มเหลว
ผมคงจะตายที่นี่ถ้าผมแพ้ ผมไม่ได้ไม่คุ้นเคยกับมันเพราะมัน
เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ
[สถานการณ์นี้จัดขึ้นบนเวทีเฉพาะ]
[จ านวนผู้เข้าร่วมทั้งหมดในสถานการณ์นี้คือ 4 คน]
[ผู้เข้าร่วมหลักสามารถรับสมัคร ‘ผู้ช่วยเหลือ’ หากมีการตกลง
ร่วมกัน]
[คุณเป็นผู้เข้าร่วมหลักในสถานการณ์นี้]
ผมรู้สึกถึงบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่จากทางทิศเหนือและทิศตะวันตก
[กลุ่มดาวที่อยู่ใน ‘เขตอุตสาหกรรมเมลเลดอน’ แสดงความ
เป็นปรปักษ์ต่อคุณ]
[กลุ่มดาวที่อยู่ใน ‘เขตอุตสาหกรรมบาร์แคน’ แสดงความเป็น
ปรปักษ์ต่อคุณ]
เมื่อกลุ่มดาวบนท้องฟ้าเปล่งประกาย เสียงของโดเกบิก็ดัง
ออกมา
[พวกท่านคงรอมานานแล้ว กลุ่มดาวทั้งหลาย]
พวกเขาคือด๊กกั๊กและบีฮยอง
[ในที่สุดการคัดเลือกราชาปีศาจที่ท่านรอคอยก็ได้เริ่มขึ้นแล้ว!]
ตามค าพูดของบีฮยอง โฮเลแกรม ‘เวที’ ขนาดใหญ่ก็ปรากฏ
ขึ้นบนหน้าจอในอากาศ
[ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากส าหรับเวที
ของสถานการณ์นี้]
เสียงปรบมือดังออกมาในขณะที่แผนที่ซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยผู้ผลิต
สินค้าจ านวนมากโผล่ขึ้นบนโฮโลแกรม
[โหลดเกม ‘สมรภูมิแห่งต านาน’]
แผนที่เป็นพื้นที่ป่ากว้างใหญ่ที่มีหน้าผาขนาดใหญ่ ณ ชายขอบ
เขตป่าไม้มีรูปแบบของ ‘เขตอุตสาหกรรม’ ในทิศตะวันออก
ตะวันตก เหนือ และใต้ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของศูนย์
อุตสาหกรรมแต่ละแห่ง
[อย่างที่ท่านอาจคาดหวัง ‘การเลือก’ นี้ไม่ได้เป็นแค่การปะทะ
แล้วหนี มันจะอยู่ในรูปแบบของ ‘การแข่งขันแบบทีม’ โดยแต่
ละทีมจะเป็นเขตอุตสาหกรรม]
กลุ่มดาวบางกลุ่มรู้สึกประหลาดใจกับค าพูดของโดเกบิและส่ง
ข้อความ แน่นอน ผมไม่ได้แปลกใจเลย ผมรู้ดีผ่านนิยาย
ต้นฉบับ
[กฎของเกมนั้นง่ายมาก ผู้เข้าร่วมทั้งหมดสามารถสร้างทีมเจ็ด
คนรวมถึงตัวเองด้วย]
[สมาชิกทุกคนในทีมจะได้รับต าแหน่งที่แตกต่างกันและจะมี
บทบาทในสถานการณ์ผ่านต าแหน่งนั้น]
มันคล้ายกับเกมแนว A0S ที่ได้รับความนิยมบนโลก แท็งค์ 1
คน ตัวสร้างความเสียหายระยะประชิด 2 คน ตัวสร้างความ
เสียหายระยะไกล 2 คน และซัพพอร์ต 1 คน สุดท้าย ตัว
สารพัดประโยชน์อีก 1 คน
นี่คือเกม – สมรภูมิแห่งต านานที่คนเจ็ดคนจะร่วมมือกันต่อสู้
[กลุ่มดาว ‘ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก’ ก าลังยิ้ม]
ตามความเป็นจริง เกมนี้ท ามาจากองค์ประกอบที่ถูกขโมยมา
จากที่ไหนสักแห่ง…
ค าพูดของโดเกบิยังคงด าเนินต่อไป [มีสองวิธีในการชนะเกม
หนึ่งคือการท าลายผู้เข้าร่วมของทีมอื่นนอกเหนือจากของทีม
ของตัวเอง วิธีที่สองคือการก าจัด ‘ประโยค’ ของทีมอื่น อืม
มันจะมีรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อเจ้าเข้าร่วมเกม… แต่จะมีการ
ประกาศที่ส าคัญอีกหนึ่งรายการ]
บีฮยองเหลือบมองผมหลังจากพูดอยู่นาน
[เดิมทีมีทีมทั้งหมดสี่ทีมที่ถูกก าหนดให้เข้าร่วมในการแข่งขัน
ครั้งนี้ แต่มีหนึ่งเขตอุตสาหกรรมที่แทบจะพังทลายลงก่อนเกม
จะเริ่มขึ้น]
ผมรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาพักหนึ่ง บีฮยองพูดต่อ [เพื่อพิจารณา
ความเป็นธรรมของเกม เราได้ตัดสินใจที่จะผูกเขตอุตสาหกรรม
ที่เสียเปรียบสองแห่งเข้าด้วยกันเป็นทีมเดียว]
จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงข้อความในอากาศ
[คุณก าลังเข้าร่วมในเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค-คิมทกจา]
มันเป็นสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด ผมก าลังกังวลเกี่ยวกับทีมของ
ยูจงฮยอค ดังนั้นในตอนนี้ผมจึงสามารถลดปัญหาลงไปได้ บาง
ทีมันอาจจะเป็นเพราะบีฮยอง
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ท าไมมันถึงเป็นเขตอุตสาหกรรมยูจงฮ
ยอค-คิมทกจา? ตามปกติแล้วมันควรต้องเป็นเขต
อุตสาหกรรมคิมทกจา-ยูจงฮยอคหนิ? อย่างไรก็ตาม…
“จางฮายัง ยูจงฮยอคอยู่ไหน?” ผมมองหายูจงฮยอค แต่ผมก็
ไม่พบร่องรอยของเขาเลย
ดวงตาของจางฮายังเบิกกว้างขึ้นในขณะที่เขาถามกลับ “เจ้า
ก าลังพูดอะไรน่ะ? เจ้ายังไม่พบเขาอีกเหรอ?”
“…พบกับเขา?”
“เขาไม่ได้ไปหาเจ้าเหรอ?”
“อะไรนะ?”
ผมเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมา ผมรีบใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้า
[คุณไม่สามารถเชื่อมต่อกับเป้าหมายปัจจุบันได้]
บัดซบ ผมสงสัยว่าจะหาไอ้หมอนี่ได้ยังไง แต่ก็คิดอะไรขึ้นมาได้
โชคดีตอนนี้เป็นกลางวัน
[คุณได้ใช้งานจุดนัดพบระหว่างวัน]
จุดนัดพบระหว่างวัน มันเป็นการแชทแบบตัวต่อตัวที่ผมเชื่อม
ต่อไปกับเขาในอดีต ผมไม่รู้ว่ามันอยู่ในระยะไหม แต่นี่ก็เป็น
เพียงสิ่งเดียวที่ผมสามารถใช้ได้ในตอนนี้
[มีข้อความที่ยังไม่ได้อ่าน 39 ข้อความ]
ยังไงก็เถอะ ผมมีข้อความจากเขาหลายสิบอัน ผมรีบเปิด
หน้าต่าง ข้อความแรกเริ่มขึ้นดังนี้:
คิมทกจา ฉันช่วยบียูไว้แล้ว /ผู้ส่ง: ยูจงฮยอค, 47 ชั่วโมง 39
นาทีที่แล้ว
ข้อความยังคงตามมาในไม่ช้า
แต่ท าไมจู่ๆ นายถึงหายตัวไป? /ผู้ส่ง: ยูจงฮยอค, 46 ชั่วโมง
54 นาทีที่แล้ว
ฉันไม่มีเวลาส าหรับการแสดงตลกของนายนะ /ผู้ส่ง: ยูจงฮยอค
, 46 ชั่วโมง 39 นาทีที่แล้ว
ฉันจะฆ่านายถ้านายไม่ปรากฏตัวอีกครั้ง /ผู้ส่ง: ยูจงฮยอค, 45
ชั่วโมง 18 นาทีที่แล้ว
มันไม่ใช่เรื่องตลก /ผู้ส่ง: ยูจงฮยอค, 44 ชั่วโมง 39 นาทีที่แล้ว
…
คิมทกจา /ผู้ส่ง: ยูจงฮยอค, 41 ชั่วโมง 38 นาทีที่แล้ว
หลังจากนั้น หลายสิบข้อความก็ยังมีต่อ ข้อความสุดท้ายคือ:
ฉันจะไป /ผู้ส่ง: ยูจงฮยอค, 23 ชั่วโมง 14 นาทีที่แล้ว
ไม่ ไอ้หมอนี่คิดจะไปไหน? ผมงงและรีบส่งข้อความ
―ไอ้บ้า กลับมาเร็ว! ฉันอยู่ในเขตอุตสาหกรรมแล้ว!
อย่างไรก็ตาม ยูจงฮยอคไม่ตอบ ไม่มีสัญญาณว่าเขาอ่าน
กลับกัน ผมได้รับข้อความสถานการณ์ที่เหมือนกับโทษประหาร
[โปรดรับสมัครผู้ช่วยของคุณภายใน 10 นาที]
[คุณสามารถรับสมัครผู้ช่วยได้ 6 คน]
มันมีสุนัข 2 ตัว คนที่เพศคลุมเครือ 1 คน และคนที่ก าลังสั่น
ด้วยความกลัวว่าผมจะชี้ไปที่เขาอีกคน… บ้าเอ้ย ผมต้องรีบหา
คนให้ครบเจ็ดคนโดยยังไม่ต้องนึกถึงพลัง
ผมถอนหายใจแล้วอ้าปาก “…ฉันจะเลือกผู้ช่วย”
สุนัข 2 ตัว จางฮายัง และฮันมยอนโกถูกรวมไว้ แต่ผมก็ยังขาด
อีก 2 คน แม้ว่าต าแหน่งหนึ่งจะถูกกันไว้ให้ยูจงฮยอค มันก็ยัง
เหลืออีก 1 คน ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า
[ทุกกลุ่มดาวในช่องนั้นก าลังฟังคุณอยู่]
ตอนนี้มันเป็นเวลาที่จะทดสอบเครือข่ายของผมแล้ว
(จบตอน)
เมื่อผมพูดใส่กลุ่มดาว ฮันมยอนโกที่ก าลังตื่นตระหนกก็ยกมือ
ขึ้น”อ-อย่ารวมฉันเข้าไปด้วย! พูดตามตรงนะ ฉันคิดว่าฉันคง
ไม่มีประโยชน์อะไร”
เขากลัว ผู้เข้าร่วมและผู้ช่วยเหลือทุกคนอย่างน้อยก็เป็นกลุ่ม
ดาวระดับยิ่งใหญ่ มันเป็นพลังที่หัวหน้าแผนกฮันแห่งบริษัทมิ
โนซอฟต์ไม่อาจมีได้เลย
ผมแตะไหล่ของฮันมยอนโกและบอกกับเขา “ช่วยเติมจ านวน
ให้หน่อยเถอะ มันไม่ใช่ความตายที่แท้จริงหรอกแม้ว่านายจะ
ตายที่นั่น แค่หลับตาและเล่นเกมเท่านั้น”
สมรภูมิแห่งต านานมีโอกาสทั้งหมดสามครั้ง ถ้าผมแพ้ในรอบนี้
ผมก็ยังสามารถแก้ไขได้ในรอบต่อไปและรอบหลังจากนั้น
“ต-แต่มันเจ็บ!”
“ใช่”
“งั้นฉันก็ไม่เอา! ฉันไม่…!”
“ขอบคุณนะหัวหน้าแผนก”
[คุณได้รับ ‘เอิร์ลปีศาจ ฮันมยอนโก’ เป็นผู้ช่วย]
[จ านวนผู้ช่วยเหลือที่เหลืออยู่: 5 คน]
มันคงจะดีกว่านี้ถ้าผมได้ตัวท าเกมที่ดีกว่านี้ แต่มันก็ไม่ใครที่มี
พรสวรรค์ที่เหมาะสมเลย ผมสามารถเลือกมาร์คหรือไอลีนได้
แต่พวกเขาก็ยังด้อยกว่าฮันมยอนโกที่เป็นเอิร์ลปีศาจ
“ข้าเอาด้วย” จางฮายังกระแทกหมัดเหมือนกับว่าเขารออยู่
แล้ว
[คุณได้รับ ‘ผู้ข้ามมิติ จางฮายัง’ เป็นผู้ช่วย]
[จ านวนผู้ช่วยเหลือที่เหลืออยู่: 4 คน]
ตอนนี้พลังต่อสู้ของจางฮายังมีมากขนาดไหนแล้วนะ? ผมได้ยิน
มาว่าเขาได้อันดับที่สามในการประลองวรยุทธ์ แต่… ผมก็ไม่
อาจพิสูจน์ได้เพราะผมไม่ได้อยู่ที่นั่น จางฮายังในรอบไหนก็ไม่
เคยบรรลุวิถีดาบทลายนภาในช่วงเวลานี้
ผมหันหน้าไปหาลูกศิษย์อีกคนของเซียนดาบทลายนภา
“ปรมาจารย์ทลายนภา”
โฮ่ง!
ค าตอบนั้นง่ายมาก
[คุณได้รับ ‘สุนัขรอบรู้ ปรมาจารย์ทลายนภา’ เป็นผู้ช่วย]
[จ านวนผู้ช่วยเหลือที่เหลืออยู่: 3 คน]
สุนัขผู้บรรลุ ปรมาจารย์ทลายนภาสามารถเทียบเคียงกับกลุ่ม
ดาวระดับยิ่งใหญ่ได้แน่ๆ เห็นได้ชัดว่าสุนัขตัวนี้ช่วยได้มากใน
การต่อสู้นี้ อย่างไรก็ตาม การแสดงออกของปรมาจารย์ทลาย
นภาก็ไม่ค่อยดีนัก
แฮร่! โฮ่ง!
ปรมาจารย์ทลายนภาจ้องอย่างวางท่าไปยังสุนัขอีกตัว ผมรู้ได้
ว่ามันหมายความว่ายังไง
“ใช่แล้ว เขาคือเพื่อนใหม่”
โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!
“มันช่วยไม่ได้แม้ว่าแกจะไม่ชอบก็ตาม”
โอซูที่มองอยู่เงียบๆ เริ่มไปดมก้นของปรมาจารย์ทลายนภา
จากนั้นปรมาจารย์ทลายนภาก็มีเปลวเพลิงลุกไหม้ในดวงตาใน
ขณะที่เธอเตะหน้าผากของโอซู
หงิง!
เขาอาจจะดูไม่น่าเชื่อถือ แต่ผมก็ต้องเพิ่มเขาเป็นเพื่อนร่วมงาน
เขาดีกว่าฮันมยอนโกซะอีกเพราะเขาคือกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่
[คุณได้รับ ‘สุนัขกระโดดเข้ากองไฟ’ เป็นผู้ช่วย]
[จ านวนผู้ช่วยเหลือที่เหลืออยู่: 2 คน]
หนึ่งในสองที่ว่างคือยูจงฮยอค
[คุณลงทะเบียน ‘ราชาสูงสุด ยูจงฮยอค’ เป็นผู้ช่วย]
[ตัวละครไม่ได้อยู่ใกล้ๆ]
[เมื่อบุคคลยอมรับข้อเสนอ พวกเขาจะถูกเรียกตัวไปยังสมรภูมิ
โดยอัตโนมัติ]
[เหลือเวลาอีกห้านาที]
ในตอนนี้ผมเหลืออีกหนึ่งต าแหน่ง
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังมองไปยังกลุ่ม
ดาว]
ผมรู้สึกได้ถึงสายตาของกลุ่มดาวบนฟ้าที่จ้องมายังผม มาหา
อาสาสมัครกันเถอะ
“มีใครพอจะมาเป็นผู้ช่วยได้บ้าง?”
พูดตามตรง ผมคิดว่ามันคงไม่มีทางที่จะไม่มีคนอาสา กลุ่มดาว
ในช่องนั้นคือคนที่ติดตามเรื่องราวของผมมาตลอด หากมี
อาสาสมัครมากกว่าหนึ่งคน ผมอาจจะเอามาแทนฮันมยอนโก
อย่างไรก็ตาม…
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ ยิ้มแปลกๆ]
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ เช็ดหัวของเขา]
[กลุ่มดาว ‘ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก’ บ่นว่าปวดหลัง]
…บัดซบ
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มหันหน้าหนีจากสายตาของคุณ]
ผมจ้องมองท้องฟ้าด้วยสายตาไม่พอใจ เวทีนี้อาจจะไม่เหมาะ
กับเพอร์เซโฟนีหรือผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก แต่มันก็ยังมีกลุ่ม
ดาวระดับยิ่งใหญ่อยู่…
ผมถอนหายใจและหันไปหาจางฮายัง “จางฮายัง นายได้ติดต่อ
กลุ่มดาวที่ฉันบอกไหม?”
“…อืม”
เพื่อเตรียมพร้อมส าหรับวันนี้ ผมได้บอกให้จางฮายังตีสนิทกับ
กลุ่มดาวบางกลุ่ม
“เทพสงครามทะเลล่ะ?”
“เขาบอกจะคิดดู”
ผมขมวดคิ้ว เขาคิดเกี่ยวกับมันนานแค่ไหนแล้ว? เขาคงไม่ได้
กังวลกับความเป็นไปได้… เขาน่าจะกลัวที่จะต่อกรกับเนบิวลา
อื่น?
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พากษาหัวโล้น’ ก าลังเช็ดหัวด้วย
ผ้าขนหนู]
แต่เดิมแผนของผมคือการน าเซียนดาบทลายนภาและเคียร์อีออ
สมาที่นี่ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ทั้งสองคนนั้นก็อยู่ที่บู๊ลิ้ม
“ดาบเล่มแรกแห่งโครยอล่ะ?”
“ไม่มีค าตอบ” เมื่อมาถึงจุดนี้ ผมก็รู้สึกว่าถูกหักหลัง
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ท าสีหน้าซับซ้อนใน
ขณะที่เขาพันผ้าขนหนูรอบๆ หัว]
ช่วยไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนี้ ผมก็ต้องเลือกทางที่สอง
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ พยักหน้าและมองมาที่
คุณ]
“แอสโมเดียส ไม่ใช่นายบอกว่านายจะช่วยฉันเหรอ?”
ดวงดาวสีด าอันน่ากลัว ณ มุมหนึ่งของท้องฟ้าบิดไปมาตาม
ค าพูดของผม
[ราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหาก าลังมองมาที่
คุณ]
[ราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหาบอกว่าเขาจะช่วย
จากรอบที่สาม]
…จากรอบที่สาม?
[ราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหาต้องการทดสอบ
ว่าคุณสมควรได้รับความช่วยเหลือไหม]
ผมกัดริมฝีปาก ไอ้ราชาปีศาจบัดซบนี่ก าลังหยั่งเชิงผมอยู่… ผม
สงสัยว่าผมจะไปถึงรอบที่สามได้ไหม โชคดีที่ผมไม่เห็นรายชื่อ
ของราชาปีศาจในหมู่ผู้ช่วยของฝ่ายอื่น
[ในเมลเลดอน กลุ่มดาว ‘ผู้สร้างมวลมนุษย์’ ถูกก าหนดให้เป็น
ผู้ช่วย]
[ในบาร์แคน กลุ่มดาว ‘ฟาโรห์คนสุดท้าย’ ถูกก าหนดให้เป็น
ผู้ช่วย]
[ในเมลเลดอน กลุ่มดาว ‘ผู้ควักลูกตาตัวเอง’ ถูกก าหนดให้เป็น
ผู้ช่วย]
[ในเมลเลดอน กลุ่มดาว ‘แม่ทัพพาราณสี’ ถูกก าหนดให้เป็น
ผู้ช่วย]
มันมีค าขยายของกลุ่มดาวที่น่ากลัวอยู่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ใช่
ราชาปีศาจก็ตาม ผมก็ยังสามารถเห็นกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าได้
ด้วย ความปรารถนาของกลุ่มดาวที่จะฉีก เคี้ยว และลิ้มรสใน
สถานการณ์นี้สามารถรู้สึกได้ผ่านผิวของผม มันเป็น
สถานการณ์ที่ผมต้องหยิบคว้าฟางทุกเส้นไว้ให้ได้
“อูรีเอล”
[เนบิวลาเอเด็นมีปัญหากับการชักชวนของคุณ]
[ราชาปีศาจของโลกปีศาจก าลังให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับ
การเคลื่อนไหวของเนบิวลา ‘เอเด็น’ ]
…ผมลืมไปเลยว่านี่คือโลกปีศาจ ภาพของอูรีเอลและเมทรา
ทรอนปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม ตราบใดที่ข้อตกลงระหว่างทั้ง
สองกลุ่มยังคงมีอยู่ อูรีเอลก็ไม่อาจเข้าร่วมในเกมได้ ใน
ท้ายที่สุด ผมก็เอื้อมมือออกไปหาฟางอีกเส้น
“เห้งเจีย”
อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาของเห้งเจียก็…
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ เย้ยหยันคุณ]
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ เดาะลิ้นใส่กลุ่มดาวของ
เขตอุตสาหกรรมอื่น]
ดูเหมือนว่าเขาจะคิดว่าเวทีนี้ไม่เหมาะกับเกียรติของเขาใน
ฐานะราชาวานร มันคงจะเป็นการท าลายเกียรติของเขาที่จะ
ลดตัวเองลงมายังสถานการณ์นี้
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ หัวเราะเบาๆ ใส่คุณ]
จางฮายังถามเหมือนกับว่าเขาได้ยินข้อความ “มังกรไฟล่ะ?”
“ไม่”
“ท าไม? เขาดีกว่าที่เจ้าคิดนะ”
ผมรู้ว่ามังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬไม่ใช่คนเลว แต่พลังของเขา
เสี่ยงเกินไปที่จะยืม ที่ส าคัญ มันมีสถานการณ์อื่นที่จ าเป็นต้อง
ใช้มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬอยู่ ในที่สุดผมก็ถอนหายใจ
ออกมา “ช่วยไม่ได้ เหลือแค่กลุ่มดาวเดียวแล้ว…”
“ใคร…?”
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ก าลังถือแท่งไม้ไผ่เหมือน
ก าลังรออยู่]
“จางฮายัง ส่งข้อความไปหานักเขียนลับ”
[กลุ่มดาวบางคนประหลาดใจกับการเลือกของคุณ!]
กลุ่มดาวนักเขียนลับ หนึ่งในสี่กลุ่มดาวหลักในช่องของผม เขา
คือคนเดียวที่ผมไม่รู้จักตัวตน ผมไม่รู้ว่าท าไมเขาถึงไม่แสดงตัว
ออกมาในช่องของผมเมื่อเห้งเจียและมังกรด าปรากฏตัว
[กลุ่มดาวจ านวนเล็กน้อยหวาดกลัวต่อตัวเลือกของคุณ]
[กลุ่มดาวบางกลุ่มพยายามห้ามปรามคุณจากการเลือกของ
คุณ!]
ปฏิกิริยาของกลุ่มดาวนั้นเข้าใจได้ ผมไม่แน่ใจเกี่ยวกับตัวตน
ของนักเขียนลับ แต่มันก็มีแนวโน้วว่าเขาจะเป็นเทพเจ้า
ภายนอก นอกจากนี้เขายังมีอิทธิพลมากพอที่จะปะทะกับมหาผู้
ยิ่งใหญ่ บางทีกลุ่มดาวอื่นอาจจะรู้สึกถึงความจริงข้อนี้ได้แล้ว
จางฮายังพิมพ์บางสิ่งในอากาศก่อนที่จะเรียกผม “คิมทกจา
เจ้าพูดถูกแน่นะ?”
“ท าไม?”
“ดูนี่สิ” จางฮายังเอาหน้าจอให้ผมดู ข้อความต่อไปนี้ปรากฏ
อยู่บนหน้าจอ
[ค าขยายนี้ไม่มีอยู่ในการถ่ายทอดสดดวงดาว]
ผมอึ้งไปและถามจางฮายัง “นายพิมพ์ถูกแน่นะ?”
“เจ้าคิดว่าข้าโง่เหรอ?”
จางฮายังพิมพ์อีกครั้ง ‘นักเขียนลับ’
[ค าขยายนี้ไม่มีอยู่ในการถ่ายทอดสดดวงดาว]
นักเขียนลับ… ค าขยายนี้ไม่มีตัวตน?
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังแสดงความสนใจ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ สงสัย]
[กลุ่มดาว ‘จ้าวแห่งสกายวอร์ค’ ก าลังเปิดเครือข่าย]
[กลุ่มดาวจ านวนหนึ่งก าลังค้นหานักเขียนลับ]
ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเช่นนี้และอึ้งไปชั่วขณะ
[เหลือเวลาอีกหนึ่งนาที]
ในความเป็นจริง มันมีหลายกรณีที่กลุ่มดาวมีค าขยายหลายอัน
อย่างไรก็ตาม นั่นคือสถานการณ์ปัจจุบันงั้นเหรอ? ค าขยาย
หายไป?
“เอาไงต่อ?”
จางฮายังจ้องมาที่ผมด้วยสายตาเป็นกังวล เวลาที่เหลืออยู่ไม่
ถึง 30 วินาที่
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ก าลังกรีดร้องและยืน
ขึ้น!]
ผมเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า มันยากที่จะไม่สนใจเขาอีก
“…แซมยองดัง ช่วยฉันด้วย”
ในเวลาที่ผมพูดออกมา มันก็มีประกายแสงปรากฏขึ้นบน
ท้องฟ้า
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ก าลังใช้ความเป็นไปได้
เพื่ออัญเชิญร่างอวตาร!]
ผมมองไปยังร่างอวตารที่ก าลังก่อตัวในแสงเจิดจจ้าและคิด
เกี่ยวกับมัน มันอาจจะดีกว่าที่มีพันธมิตรที่ไว้วางใจได้เมื่อเทียบ
กับกลุ่มดาวที่แข็งแกร่งแต่ไม่อาจควบคุมได้ อย่างน้อย แซม
ยองดังก็เป็นหนึ่งในกลุ่มดาวที่สนับสนุนผมเมื่อผมใช้สิทธิ์เปิด
เนบิวลาครั้งแรก
พิธีอัญเชิญสิ้นสุดลง แต่แสงสว่างยังไม่หายไป เมื่อมองใกล้ๆ
แสงสว่างนั้นมีที่มาจากศีรษะของแซมยองดัง ผมใช้มือของผม
กันไว้ในขณะที่เสียงดังออกมา
[สักพักแล้วสินะ คิมทกจา]
ผมประทับใจกับเสียงที่แท้จริงของตัวตนที่มีประวัติอันน่าเกรง
ขาม สุนัขและแมวอาจกลายเป็นกลุ่มดาวได้หากโชคดี แต่นี่
ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาคือกลุ่มดาวจริงๆ
“นานแล้วนะ แซมยองดัง”
นักบวชสูงสามเมตร เขาถือแท่งไม้ไผ่ขนาดใหญ่ที่เหมือนกับ
ต้นไม้ยักษ์ กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ ‘แซมยองดัง’ ในที่สุดก็
เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา
[คุณได้รับ ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ เป็นผู้ช่วย]
[คุณมีผู้ช่วยทั้งหมดครบแล้ว!]
.
.
[ผู้เข้าร่วมทั้งหมดเสร็จสิ้นการสรรหาผู้ช่วยของพวกเขา]
[เกม ‘สมรภูมิแห่งต านาน’ ปรากฏในโลกปีศาจ!]
(จบตอน)
ทันทีที่ผมได้ยินข้อความของระบบ ภูมิทัศน์โดยรอบก็เริ่ม
เปลี่ยนไป
สมรภูมิแห่งต านาน คุณสมบัติของสมรภูมิแห่งต านานคือการ
หยิบยืมเวทีของเรื่องราวขนาดยักษ์
[คุณเข้าสู่สมรภูมิอามาเกดอน เกมจะเริ่มต้นในสามนาที]
อีกด้านหนึ่งของท้องฟ้า บันไดแห่งสวรรค์ได้เปิดออกในขณะที่
อีกด้านหนึ่งเป็นประตูแห่งนรก ถ้านี่เป็นเรื่องจริง ทูตสวรรค์
แห่งเอเด็นคงจะแห่กันไปที่บันไดในขณะที่ราชาแห่งโลกปีศาจ
คงจะโผล่ออกมาจากประตูนรก
โชคดีที่มันไม่มีของแบบนั้นอยู่ นี่คือ ‘เวทีสมมุติ’
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิทักษ์แห่งวัยเยาว์และการเดินทาง’ ก าลังขมวด
คิ้วกับเวทีที่คุ้นเคย]
[ราชาปีศาจแห่งความโกรธเกรี้ยวและตัณหาแสดงความเป็น
ปรปักษ์ต่อ ‘ผู้พิทักษ์แห่งวัยเยาว์และการเดินทาง’]
[กลุ่มดาวและราชาปีศาจจ านวนมากก าลังเผชิญหน้ากัน]
…ผมหวังว่ามันจะไม่ใช่เรื่องใหญ่
“มันน่าขนลุก…”
จางฮายังจับไหล่ของเขาในขณะที่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ผม
ได้ยินเสียงอันน่าขนลุกจากพื้นหลัง ผมมองไปยังโล่ขนาดใหญ่
ที่ล้อมรอบพวกเราไว้ โล่จะปกป้องพวกเราจนกว่าเกมจะเริ่ม
“ตื่นตัวไว้ ตรวจสอบต าแหน่งที่เลือกด้วย”
สมาชิกปาร์ตี้ตื่นตัวขึ้นมากับค าพูดของผม
“ใครเป็นตัวแทงค์?”
[ข้า]
แทงค์คือแซมยองดัง ตัวสร้างความเสียหายระยะประชิดคือผม
และปรมาจารย์ทลายนภา ตัวสร้างความเสียหายระยะไกลคือ
จางฮายังและโอซู ส่วนฮันมยอนโกเป็นซัพพอร์ต สุดท้าย ตัว
อิสระคือ…
“ยูจงฮยอค?”
“เขาอาจตกลงไปที่อื่น”
สมรภูมิแห่งต านานขึ้นอยู่กับว่าจะถูกเรียกตัวมาจากที่ไหน
[ผู้ช่วย ‘ยูจงฮยอค’ ตอบรับการอัญเชิญแล้ว]
ข้อความนี้ปรากฏขึ้น ดังนั้นยูจงฮยอคคงจะอยู่ที่ไหนสักแห่งใน
สมรภูมิ
จางฮายังถาม “เกมนี้อยู่ในสมรภูมิแห่งมิติและกาลเวลาใช่
ไหม? ข้าเคยเห็นมันมาแล้ว ถ้าป้อมปราการของศัตรูถูก
ท าลาย…”
“ใช่แล้ว ถึงกระนั้นมันก็ต่างออกไปนิดหน่อย”
โดยปกติแล้ว เกม A0S จะจบลงเมื่อเรายึดฐานหลักของศัตรู
ได้ แต่เกมนี้แตกต่างออกไป
“พวกเราต้องจัดการกับ ‘ประโยค’ ไม่ใช่ฐาน”
“ประโยค?”
ผมชี้ไปยังของที่อยู่ในมือของฮันมยอนโก มันคือรูปปั้นขนาด
เล็กที่ก าลังส่องแสงด้วยสีสันอันสดใส
“น-นี่มันอะไรกัน?”
“พวกเราต้องปกป้องสิ่งนั้น”
รูปปั้นบรรจุประโยคเล็กๆ ไว้อยู่
『ทูตสวรรค์ ผู้รักษาประตูนรก』
ฮันมยอนโกรู้สึกกลัวและพยายามจะยื่นรูปปั้นให้ผม ผมผลักมัน
กลับไปและกล่าวว่า”หัวหน้าแผนกควรเก็บมันไว้ มันเป็นสิ่ง
ส าคัญที่จะต้องปกป้องให้ดี”
“ม-มันเป็นเพราะมันส าคัญ นายถึงควร…!”
“หัวหน้าแผนกควรถือมันไว้เพราะมันส าคัญ ประโยคมักจะถูก
ถือไว้โดยผู้เข้าร่วมหลัก ศัตรูจะคิดแบบนั้น”
“ฉ-ฉันไม่เอาด้วยหรอก! ฉันไม่เคยเล่นเกมแบบนี้มาก่อน!”
ฮันมยอนโกไม่ชอบเกมแม้ว่าจะเป็นหัวหน้าแผนกของบริษัท
เกม เมื่อมาคิดดูแล้ว ยูซานอานั้นเล่นเกมเก่งมาก เธอแบกทีม
ของเธอเพียงคนเดียวและไปถึงรอบสุดท้ายของการแข่งขัน
ภายใน
…อย่างไรก็ตาม คนที่อยู่ตรงหน้าของผมก็คือฮันมยอนโก ไม่ใช่
ยูซานอา
“ไม่ว่ายังไง มันก็มีสองวิธีในการเอาชนะเกมนี้ หนึ่งคือการ
ขโมยประโยคของอีกฝ่าย สองคือการฆ่าผู้เข้าร่วมทีมศัตรู
ทั้งหมด”
“มันจะง่ายกว่าที่จะขโมยประโยค”
“ใช่ นั่นเป็นกรณีปกติ”
“ดี! ให้ข้าจัดการเอง!” จางฮายังตะโกนออกมาอย่างเร้าร้อน
อย่างไรก็ตาม นี่ก็ไม่ใช่เกมเดี่ยว “ฉันรู้ว่านายตั้งใจ แต่หยุดเล่น
คนเดียวก่อน จากนี้ไป พวกเราจะมาวางแผนกัน…”
โฮ่ง โฮ่ง!
โฮ่ง โฮ่ง!
…ผมลืมสหายอีกสองคนไปเลย โอซูก าลังดมกลิ่นรอบๆ
ในขณะที่ปรมาจารย์ทลายนภาก าลังนอนเหมือนว่าเธอไม่สนใจ
ผมหันหน้าไปทางความหวังสุดท้าย
“แซมยองดัง”
เขาดูเหมือนก าลังฟังค าแนะน าจากกลุ่มดาวอื่นๆ ดังนั้นเขาจึง
เป็นแค่คนเดียวที่ผมคาดหวังได้
[ข้าไม่เข้าใจเพราะเจ้าใช้ค ายากๆ เอ่อ… เกม… มันคืออะไร?]
แซมยองดังท าสีหน้าร าคาญสุดๆ
[กลุ่มดาวแห่งคาบสมุทรเกาหลีบางส่วนหงุดหงิดกับแม่ทัพผู้
พิพากษาหัวโล้น]
ผมไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะแก่ขนาดนี้ แซมยองดังไม่รู้จักค าศัพท์
เกี่ยวกับเกมสมัยใหม่เลย
[อย่างไรก็ตาม ข้าต้องฆ่าพวกมันให้หมดใช่ไหม?]
“ใช่ ท านองนั้น…”
[ถ้าเป็นแบบนั้น พวกเราก็จะเป็นผู้ชนะ! ข้าคือผู้ช่วยของเจ้า!]
แซมยองดังเริ่มวิ่งพร้อมกับควงพลองไม้ไผ่
[เกมเริ่มแล้ว!]
จากนั้นในที่สุดโล่ของเวทีก็ยกขึ้น
[ค่าสถานะของผู้เล่นจะถูกปรับโดยอัตโนมัติตามความยากของ
เกม]
[ในรอบแรก ผู้เข้าร่วมทั้งหมดสามารถใช้ค่าสถานะได้เพียง
10% ของค่าสถานะเดิม]
[บทลงโทษนี้จะลดลงเมื่อจ านวนรอบเพิ่มขึ้น]
จากนั้น ‘บันไดสู่สวรรค์’ ของฝั่งพวกเรา และทูตสวรรค์ตัว
เล็กๆ ที่ดูเหมือนภูติก็เริ่มบิน
[กลุ่มสนับสนุนของทีมถูกสร้างขึ้น!]
[เหล่านางฟ้าระดับต่ าก าลังช่วยเหลือคุณ!]
โอซูที่ก าลังประหลาดใจเห่าใส่เหล่านางฟ้า
“เฮ้! อย่ากัดพวกเขา พวกเขาอยู่ฝ่ายเรา แซมยองดัง เดี๋ยว! ไป
ด้วยกันนี่แหละ!”
มันเป็นรถไฟเหาะตีลังกาตั้งแต่ต้น แซมยองดังอยู่ในแถวหน้า
และปรมาจารย์ทลายนภากับโอซูก็เริ่มวิ่งตามเขาไป จางฮายัง
และผมไล่ตามพวกเขาไปอีก ในขณะที่ฮันมยอนโกหลบอยู่หลัง
ปาร์ตี้
“หัวหน้าแผนกอยู่ด้านหลังให้มากที่สุด อย่าก้าวไปข้างหน้า”
“…ฉันจะท าให้ดีที่สุด!”
ฮันมยอนโกเก่งในเรื่องการวิ่งหนีและหาทางหลบไม่ว่าจะเกิด
อะไรขึ้น
“อ่า แผนที่เปลี่ยนไปเหรอ?”
พวกเราออกจากพื้นที่หลัก และบริเวณที่ราบกว้างใหญ่ที่แผ่
กว้างออกไปก็อยู่ข้างหน้าพวกเรา ทั้งสองด้านของที่ราบมีหุบ
เขาและป่าตามล าดับ ถ้าผมจ าไม่ผิด มันมีมังกรวันสิ้นโลกอยู่
ด้านหุบเขาและมีทูตสวรรค์ผู้ล่วงหล่นอยู่ทางด้านป่า
นอกจากนี้มันยังมีมอนสเตอร์จ านวนมากที่จะมอบบัฟให้ถ้า
พวกมันถูกจับตั้งแต่เนิ่นๆ ในแผนที่…
“เดี๋ยวก่อน! แซมยองดัง! อย่าไปเร็วเกินไปเส้!”
[เชื่อในตัวข้า! ข้าแข็งแกร่งในสงคราม!]
แซมยองดังส่งเสียงที่แท้จริงดังก้องและทะยานขึ้นไปในอากาศ
[วิญญาณที่ร่วงหล่นแห่งคาบสมุทรเกาหลี! มอบพลังให้แก่ข้า
ในในการเอาชัยชนะ!]
ใครจะไปมอบพลังให้กับแซมยองดัง? น่าแปลก มันมีข้อความ
ดังออกมา
[กลุ่มดาว ‘นายหญิงแห่งไหมนิทรา’ สนับสนุนกลุ่มดาว ‘แม่
ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’!]
[กลุ่มดาว ‘วีรบุรุษคนสุดท้ายแห่งฮวังซันบ็อล’ ก าลังเชียร์กลุ่ม
ดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’!]
[กลุ่มดาวรุ่ง ‘ฮึงมิวมหาราช’ ได้มอบการสนับสนุน 100
เหรียญให้แก่กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’!]
มันน่ายินดีจริงๆ
[โอ้วววว!]
หลังจากนั้นไม่นาน ศัตรูก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเรา กลุ่ม
ดาวทุกคนในร่างอวตารก าลังถืออาวุธอยู่
[แม่ทัพแห่งพาราณาสี]
[ผู้ควักลูกตาตัวเอง]
[ปักษากลืนอัสนี]
มันมีลิงขนาดยักษ์ที่สวมชุดเกราะขนนกสีทอง นอกจากนี้ยังมี
ราชาเอดิปัสที่ผมเคยพบมา… กลุ่มดาวที่พบนั้นดูเหมือนจะมา
จากเขตอุตสาหกรรมเมลเลดอน
มันเป็นปาร์ตี้ที่มีกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าผสมอยู่ อย่างไรก็ตาม
มันก็ยังมีโอกาสชนะเพราะพวกเขามีความเข้าใจในเกมที่ต่ า
[เข้ามา ไอ้พวกป่าเถื่อน!]
แซมยองดังค้นพบศัตรูและโจมตีทันที่ เสียงของเขาดังมากจน
ผมเกิดความคาดหวังขึ้นมาครู่หนึ่ง
ใช่แล้ว ผมไม่รู้จนกระทั่งผมเห็นเขาสู้ ในสมรภูมิที่มีค่าสถานะ
แค่ 10% ผมไม่รู้ว่าแซมยองดังมีความแข็งแกร่งแค่ไหน ผมไม่
อาจดูแคลนกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ได้ มันมีคนที่แข็งแกร่งอย่าง
ดาบเล่มแรกแห่งโครยออยู่ในหมู่คนพวกนั้นด้วย
[เทพผู้พิทักษ์แห่งชัยชนะจะท าลายขบวนทัพนี้!]
แซมยองดังกวาดพลองไม้ไผ่ กลุ่มดาวที่สับสนกรีดร้องออกมา
และกระเด็นกระดอนออกไป เนื้อกระจัดกระจายไปทุกที่ อาวุธ
ถูกท าลาย เลือดสาดกระเซ็นจากบาดแผล
[ความตายครั้งแรกเกิดขึ้นแล้ว!]
แซมยองดังต่อสู้ได้ดี ผมมองไปยังสมาชิกปาร์ตี้และตะโกน
ออกมา”ทุกคน วิ่ง!”
[ผู้ช่วย ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ พ่ายแพ้ต่อผู้ช่วย ‘แม่ทัพ
แห่งพาราณาสี’]
[ทีมอุตสาหกรรม ‘เมเลดอน’ ได้รับ 1 คะแนน]
***
“เชี่ย พระอะไรวะ? เชื่อในเขาเหรอ?”
ฮันมยอนโกเป็นคนที่เร็วที่สุดเมื่อต้องหนี ผมคิดว่ามันคงจะเป็น
แบบนี้ แต่แซมยองดังก็ไม่ได้จบแค่นี้
[วิญญาณของแซมยองดังก าลังท่องไปในสมรภูมิ]
[โอ้ววววว!]
วิญญาณที่ตายแล้วของแซมยองดังทะยานไปรอบๆ สมรภูมิ
และโจมตีกลุ่มดาวที่ก าลังไล่ตามพวกเรามา ต้องขอบคุณสิ่งนี้ที่
ท าให้พวกเรามีโอกาสได้หลบหนี อย่างไรก็ตาม การไล่ล่าของ
ศัตรูก็รวดเร็วมาก
คนแรกที่ไล่ตามพวกเรามาคือนกตัวใหญ่ที่ปกคลุมท้องฟ้า มัน
คือปักษากลืนอัสนี ถ้าผมจ าไม่ผิด ชื่อจริงของนกตัวนี้คือครุฑ
เขาคือพาหนะของพระนารายณ์ หนึ่งในสามขุนนางแห่งพระ
เวท จะงอยปากของเขาเปลี่ยนวิถีในอากาศและหันมาทางผม
[กลุ่มดาว ‘สุนัขกระโดดเข้ากองไฟ’ โยนร่างมาปกป้องคุณ!]
ในเวลานั้นเอง โอซูก็วิ่งออกไปข้างหน้า มันกระแทกร่างใหญ่
ยักษ์ของครุฑจากทางด้านข้าง
แฮ่!
โชคดีที่โอซูเกาะติดไปกับขนของครุฑ เปลวเพลิงพวยพุ่ง
ออกมาในขณะที่โอซูเห่าให้พวกเราหนีไป
โฮ่ง โฮ่ง! โฮ่ง! หงิงงง!
มันเป็นสถานการณ์ที่โอซูก าลังเกาะอยู่กับกลุ่มดาว มันสาย
เกินไปที่จะช่วยเขา
[ผู้ช่วย ‘สุนัขกระโดดเข้ากองไฟ’ ตายแล้ว!]
…บัดซบ สถานการณ์แย่ลงเรื่อยๆ ปรมาจารย์ทลายนภาไปไหน
แล้วก็ไม่รู้ คนที่เหลืออยู่มีแค่จางฮายัง ฮันมยอนโก และผม
“ฉ-ฉันขอโทษ!”
จากนั้นฮันมยอนโกก็ตัดสินใจท าอะไรบางอย่าง เขาตัดขา
ตัวเองออกไปหนึ่งข้าง
[ตัวละคร ‘ฮันมยอนโก’ เปิดใช้งาน ‘นักวิ่งพริ้วไหวขาเดียว
LV.10’]
…โอ้ ฮันมยอนโกมีสกิลบ้านี่ด้วย ฮันมยอนโกเริ่มวิ่งเหมือน
นกกระจอกเทศ ใช่ มันคงจบลงถ้าฮันมยอนโกจบเห่ ดังนั้นมัน
จึงดีกว่าที่เขาจะวิ่งหนีไป อย่างไรก็ตาม สกิลนั้นไปถึง LV.10
แล้วเหรอ
“คิมทกจา เอาไงต่อ…?”
ผมขวางจางฮายังไว้และกระโดดไปบนหญ้ารอบๆ
[คุณซ่อนตัวเองในภูมิประเทศใกล้เคียง]
[เอฟเฟกต์ของ ‘พุ่มไม้’ ท าให้ศัตรูไม่สามารถตรวจจับคุณได้]
แฮ่…
ผมเงยหน้าขึ้นมองครุฑและกระซิบกับจางฮายัง
– พวกเราไม่อาจต่อกรกับพวกมันได้ด้วยพลังในปัจจุบัน พวก
เขาต้องเล็งชัยชนะโดยการใช้กฎ เนื่องจากผู้เล่นคนอื่นละเลย
มัน สิ่งส าคัญคือต้องซื้อเวลา
– …เจ้าคิดจะยื้อเวลาออกไปเหรอ?
– ตอนนี้น่ะนะ
มันมีบางสิ่งที่ผมเชื่อ มันแปลกที่ผมคิดว่าผมจะชนะด้วย
จ านวนสมาชิกแค่นี้ อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องถ่วงเวลาออกไปอีก
นิดหน่อย อย่างน้อยที่สุดก็จนกว่าเขาจะมา
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น! เจ้าอยู่ไหน?]
เสียงที่แท้จริงดังก้องตรงหน้าพุ่มไม้
[สักพักแล้วสินะที่ความสัมพันธ์ของพวกเราช่างอาภัพซะจริง
การหนีโชคชะตาและใช้ชีวิตอยู่ในสถานที่เช่นนี้… ผู้เผยพระ
วจนะตาบอดไม่อาจอ่านมันได้เลย]
วิธีการพูดที่ถ่อมตนแต่ก็จองหองท าให้ผมตระหนักได้ถึงตัวตน
ของเขาในทันที่ หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง ตัวตนของราชาเอดิปัส
ราชาตาบอดจอมเจ้าเล่ห์ก็ปรากฏตัวขึ้นในป่า ผมรู้ว่าเขามีส่วน
ร่วมในการคัดเลือกครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่คิดว่าจะเจอเขา
เร็วขนาดนี้
[เจ้าก็รู้ว่าการซ่อนตัวนั้นไร้ประโยชน์ ผู้เผยพระวจนะตาบอดผู้
นี้รู้แล้วว่าเจ้าอยู่ไหน]
ในทันทีที่หัวไหล่ของจางฮายังสั่น ผมก็แตะนิ้วไปที่ริมฝีปาก
ของเขา
– ไม่ต้องห่วง เขาไม่อาจอ่านอนาคตของฉันได้ด้วย
ความสามารถของเขา
ดังนั้นมันจึงเป็นกับดักที่ชัดเจน ช่วงเวลาที่พวกเราเผยตัว
ออกไป กลุ่มดาวที่อยู่ใกล้ๆ ทั้งหมดก็คงจะพุ่งเข้ามา
[มันยังไม่สายเกินไป โอลิมปัสยังต้อนรับเจ้าอยู่]
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ บอกว่าจงไสหัวไปซะ
และอย่างพูดพล่าม]
[…ตลกจริง]
ราชาเอดิปัสหัวเราะ แต่สีหน้าของเขาก็แข็งที่อไป
[ข้าจะดูว่าเจ้าจะซ่อนตัวไปอีกแค่ไหน]
กลุ่มดาวที่อยู่รอบๆ เริ่มกวาดผ่านพุ่มไม้ การโจมตีของพวกเขา
ล้างผลาญในขณะที่พวกเขาใช้การโจมตีทุกประเภทโจมตีพุ่มไม้
ใกล้ๆ กรดเหลวหลอมละลายเท้าของผมและเผาคอกับเอวของ
ผม อย่างไรก็ตาม ผมก็จับข้อมือของจางฮายังไว้แน่นและไม่
ขยับ
อีกนิด อีกนิดเดียว
การทิ้งระเบิดกวาดไปทั่วบริเวณ โชคดีที่พวกเขาไม่พบพวกเรา
พวกเราค่อยๆ ขยับออกห่างจากพวกเขา
…อีกนิดเดียว ผมฟังเสียงและประมาณระยะทางของพวกเขา
10 ก้าว 20 ก้าว 30 ก้าว… ทันใดนั้นเอง การระเบิดทั้งหมดก็
หายไป
“วิ่ง”
จางฮายังกับผมวิ่งออกไปจากพุ่มไม้ พวกเราไม่เห็นกลุ่มดาว
ไหน ในเวลานั้นเอง เสียงกรีดร้องก็ดังออกมาจากที่แห่งอื่น มัน
เป็นเสียงกรีดร้องที่ยาวนานและน่ากลัว ในท้องฟ้าไกล นกตัว
หนึ่งก าลังร่วงลงมาพร้อมกับดาบยักษ์ที่คอของมัน
[ผู้ช่วย ‘ปักษากลืนอัสนี’ ถูกสังหาร!]
…เขามาแล้ว
(จบตอน)