มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 263 – เรื่องราวของทกจา (1)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 263 – เรื่องราวของทกจา (1)
“บุ๊คมาร์คที่สี่”
[สกิลเฉพาะตัว ‘วิถีแห่งสายลม LV.10 (+1)’ ถูกเปิดใช้งาน!]
ผมหลบเหล็กในที่พุ่งเข้ามาของเทวีแมงป่อง ถ้าความแข็งแกร่ง
ของเธอไม่ถูกกดไว้ พิษก็คงจะแพร่ไปทั่วบริเวณแล้ว อย่างไรก็
ตาม มันก็ไม่เป็นอะไรเนื่องจากผมมีวิถีแห่งสายลม
ผมเหยียบบนหินที่หลอมละลายและปลดปล่อยพลังงานดารา
บริสุทธิ์ ดาบของผมตัดผ่านผ้าพันแผลของฟาโรห์คนสุดท้าย
ในทันทีที่ดาบของผมปะทะเข้ากับผ้าพันแผล มันก็มีเสียง
เหมือนกลองดังออกมา ราชาโอดิปัสไม่พลาดโอกาสนี้และ
ทะยานเข้ามา
[สกิลเฉพาะตัว ‘เกราะราชาอสูร LV.10 (+1)’ ถูกเปิดใช้งาน]
ตามปกติ นี่คือการต่อสู้ที่เป็นไปไม่ได้ เดิมทีผมสามารถใช้บุ๊ค
มาร์คได้ครั้งละอันเท่านั้น
[เอฟเฟกต์ของ ‘มองไปยังขุมนรก’ ได้พัฒนาสกิลทั้งหมดของ
คุณ!]
[ปัจจุบันสามารถใช้บุ๊คมาร์คได้สองอันในเวลาเดียวกัน]
[ระยะเวลาของบุ๊คมาร์คลดลงครึ่งหนึ่ง]
สกิลทั้งหมดของผมพัฒนาขึ้นตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่ผมตรวจสอบ
หน้าต่างแอตทริบิวต์
“บุ๊คมาร์คที่ห้า!”
[สกิลเฉพาะตัว ‘ปล่อยกระแสไฟฟ้า’ LV.11 (+1) ถูกเปิดใช้
งาน]
ผมตัวเล็กลงผ่านการย่อส่วน จากนั้นผมก็กลายเป็นล าแสงและ
ทะลวงผ่านล าตัวของฟาโรห์คนสุดท้าย ฟาโรห์คนสุดท้าย
บาดเจ็บสาหัสและทรุดตัวลงกับพื้นพร้อมกับเสียงกรีดร้อง
ผมก าลังต่อสู้พร้อมด้วยประวัติศาสตร์ที่ผมสร้างขึ้น สิ่งที่ผมได้
อ่าน เวลาที่ผมใช้ชีวิต ทุกๆ สิ่งที่ผมมี มันมีประกายแสง
เท่าไหร่และมีเลือดสาดกระเซ็นออกมาเท่าไหร่แล้ว?
ราชาโอดิปัสพูดออกมาด้วยเสียงที่อ่อนล้าเล็กน้อย [เยี่ยมมาก
ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น]
“…”
[พูดตามตรง ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะแข็งแกร่งขนาดนี้เลย]
อย่างไรก็ตาม ใบหน้าของเขาก็ไม่ได้ดูจะยอมแพ้เลย มันมีเงา
โผล่ออกมาจากยอดของช่องเขา พวกเขาคือกลุ่มดาวอื่นๆ ที่
เป็นสมาชิกของเมลเลดอนและบาร์แคน
ดยุคบาร์แคน
ปักษาลึกลับแห่งแม่น้ าไนล์
มหาเทพแห่งแสง
…
จ านวนกลุ่มดาวที่ปรากฏตัวขึ้นน่าจะมีประมาณ 10 คน พวก
เขามองลงมาจากหน้าผาสูง ผมรู้สึกอึดอัดขึ้นมาจากการ
ปรากฏตัวของกลุ่มดาว แต่ผมก็ไม่ถอย
“พวกนายจะดูอยู่ตรงนั้นเฉยๆ เหรอ?”
กลับกัน ผมยกระดับ ‘สถานะ’ ที่หลับใหลอยู่ภายในตัวผม
ขึ้นมา ผมเองก็เป็นกลุ่มดาว ผมไม่ได้เสียเปรียบพวกเขาในแง่
ของ ‘สถานะ’ กลุ่มดาวบางคนถูกบดขยี้โดยสถานะที่ผม
ปลดปล่อยออกมาและสะดุดกลับไป อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่
ทุกคน
[เจ้าเป็นเด็กที่น่าสนใจจริงๆ]
ทันใดนั้นเอง กลุ่มดาวบางคนบนยอดเขาก็โค้งตัวลงและถอย
ออกไป มันมีคนก าลังเดินเข้ามาจากในหมู่กลุ่มดาว
ผมยาวสีทองโบกไปมาทุกๆ ครั้งที่เขาขยับ และแขนทั้งสี่ข้าง
ของเขาก็ก าลังถือสายรุ้งอันงดงามเอาไว้ ดวงตาที่สามบน
หน้าผากของเขามองลงมาที่นี่ราวกับดวงตะวันที่ก าลังสาดส่อง
[มิตราก าลังพยายามหาช่วงว่างอยู่ ดังนั้นข้าจึงสงสัยว่าเจ้า
เป็นคนแบบไหนกัน]
การปรากฏตัวอันเจิดจ้าของเขาท าให้ค าขยายของเขานั้น
ชัดเจน
‘มหาเทพแห่งแสง’
ผมกระทั่งรู้จักชื่อที่แท้จริงของเขา “สุริยะ”
ประกายแสงอันเจิดจ้าปรากฏขึ้นเมื่อผมพูดถึงชื่อที่แท้จริงของ
เขา มันเป็นภาพที่พิสูจน์ถึงสถานะของชื่อ
[เด็กน้อย เจ้ารู้จักชื่อของข้างั้นเหรอ?]
“ฉันรู้”
เนบิวลาพระเวทมีมหาโลกบาลอยู่แปดคน พวกเขาคือผู้พิทักษ์
แห่งแปดทิศทาง
“สุริยะแห่งทิศตะวันตกเฉียงใต้”
สุริยะคือหนึ่งในแปดโลกบาล
[กลุ่มดาว ‘ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก’ ก าลังขมวดคิ้ว]
[กลุ่มดาว ‘เทพีแห่งความรักและความงาม’ ก าลังกล่าวโทษ
‘มหาเทพแห่งแสง’]
[กลุ่มดาว ‘ราชินีแห่งวสันต์มืดมิด’ ชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมนี้ไม่
เหมาะสมกับสถานะของ ‘มหาเทพแห่งแสง’]
เขามีพลังเทียบเคียงกับสิบสองเทพแห่งโอลิมปัส ตัวตนนี้ก าลัง
จ้องมาที่ผม
[ถ้างั้น เจ้าก็รู้ว่าเจ้าไม่อาจเอาชนะในเกมนี้ได้]
สถานะแห่งเวลากว่า 1,000 ปีแผ่ออกมาจากร่างกายของเขา
และผมก็ต้องข่มความปรารถนาที่จะถอยกลับ เขาไม่ใช่กลุ่ม
ดาวที่ผมสามารถต่อกรด้วยได้ โลกบาลสุริยะแตกต่างไปจาก
ราชาโอดิปัสและครีโอพัตราที่เป็นมนุษย์ซึ่งได้กลายเป็นกลุ่ม
ดาว
[มาที่พระเวท เจ้าจะตายแม้ว่าเจ้าจะชนะในเกมนี้]
“ไม่มีทาง”
[เจ้าไม่รู้จักโลกที่จะปรากฏขึ้นหลังเรื่องราวขนาดยักษ์ เจ้าคิด
ว่าเจ้าจะต่อกรกับอ านาจนั้นได้เพียงล าพังเหรอ? มันไม่ใช่
เรื่องราวที่กลุ่มดาวเพียงดวงเดียวจะสามารถรับมือได้]
ผมรู้ว่าเขาก าลังพูดอะไร บางทีโลกที่สุริยะเห็นอาจจะแตกต่าง
จากโลกที่ผมเห็น เพียงแค่ได้รับ ‘เรื่องราวขนาดยักษ์’ เพียงอัน
เดียว ระดับของโลกที่กลุ่มดาวสามารถล่วงรู้ได้นั้นก็จะแตกต่าง
ออกไปอย่างสิ้นเชิง
“ไม่ ฉันรับมือได้ ฉันไม่ได้ตัวคนเดียว”
[ความเป็นไปได้ของเรื่องราวใหม่ก าลังงอกเงยขึ้นมา!]
อาณาจักรปีศาจที่ 73 บิดตัวราวกับจะตอบสนองต่อค าพูดของ
ผม สุริยะรู้สึกถึงการสั่นสะเทือนและพูดออกมา [เจ้าไม่ได้ตัว
คนเดียว… ตลกจริงๆ ใครที่อยู่กับเจ้าฮะ?]
“คนที่คุ้นเคยกับเหตุและผลของกฎเกณฑ์มากกว่าใครก าลังพูด
แบบนี้… มันตลกจริงๆ”
พายุอันทรงพลังเริ่มไหลออกมาจากร่างอวตารของสุริยะ กลุ่ม
ดาวรอบๆ ตัวเขาหน้าซีด ถึงกระนั้น เขาก็ไม่สามารถใช้พลัง
ทั้งหมดของเขาในเกมนี้ได้ไม่ว่าสถานะของเขาจะเป็นยังไง
ประกายแสงระเบิดออก
ในเกมนี้ เมลเลดันมีสองคะแนนแล้ว สองคะแนนนี้น่าจะ
สามารถปลดปล่อยหนึ่งในอักขระของสุริยะออกมาได้ ผมไม่
อาจปล่อยให้มันเกิดขึ้นได้ ในขณะที่ผมขยับ กลุ่มดาวก็เข้ามา
ขวางทางของผมไว้
ก าปั้นที่บรรจุพลังของการปล่อยกระแสไฟฟ้าปะทะเข้าใส่
ใบหน้าของกลุ่มดาว หัวใจของมังกรทองวัยเยาว์ที่แหลกสลาย
สูบฉีดอย่างต่อเนื่องและสร้างพลังเวทมนตร์จ านวนมหาศาล
ออกมา
ผมไม่ลังเลที่จะปลดปล่อยพลังนี้ อีกนิด อีกนิดเดียว ผมต้องดึง
พลังเวทมนตร์ของผมออกมาให้ถึงขีดสุด
กลุ่มดาวไม่อาจรับมือกับพลังของการปล่อยกระแสไฟฟ้าได้
และล้มลงไปพร้อมกับหลั่งเลือดออกมา มันเป็นพลังแห่งผู้
บรรลุที่สามารถท าลายได้กระทั่งกลุ่มดาว สายฟ้าสีขาวแผดเผา
ร่างกายของกลุ่มดาวทั้งหลาย
[ผู้เข้าร่วม ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ สังหารผู้ช่วย ‘เทวี
แมงป่อง’!]
[ผู้เข้าร่วม ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ สังหารผู้ช่วย
‘ฟาโรห์คนสุดท้าย’!]
หัวใจมังกรทองไม่อาจจ่ายพลังเวทมนตร์ได้ตลอด และพลังงาน
ในร่างกายของผมก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ผมกัดฟันและขยับ ผม
โจมตีดยุคบาร์แคนและหันหลังให้กับเขาในทันที่ จากนั้นก็
โจมตีใส่ปักษาลึกลับแห่งแม่น้ าไนล์ต่อ
[คุณได้รับผลกระทบมากเกินไปจากตัวละคร!]
[การใช้บุ๊คมาร์คมากเกินไปอาจท าให้ดวงวิญญาณของคุณ
บาดเจ็บอย่างถาวร!]
ในขณะเดียวกัน มหาเทพแห่งแสงก็ไม่ได้ตื่นตกใจเลยในขณะที่
เขาเห็นผมขยับเข้ามาใกล้
[ข้าดูเจ้ามานานแล้ว เจ้าหยิบยืมพลังของสิ่งมีชีวิตอื่นอยู่เสมอ]
เกราะราชาอสูรพันรอบร่างกายของผมในขณะที่ผมเตรียมที่จะ
โจมตีด้วยการปล่อยกระแสไฟฟ้า
[จากสถานการณ์แรกถึงปัจจุบัน เจ้าไม่เคยต่อสู้ด้วยพลังของ
เจ้าเองเลย เจ้าคิดจริงๆ เหรอว่าเจ้าจะสร้างเรื่องราวของ
ตัวเองขึ้นมาได้?]
[ประวัติศาสตร์ที่เจ้าได้เรียนรู้มาเป็นเพียงประวัติศาสตร์ที่มา
จากการขโมย]
มันรู้สึกเหมือนกับผมก าลังเผชิญหน้ากับเหล็กแข็ง มหาเทพ
แห่งแสงใช้แขนเพียงข้างหนึ่งจากสี่ข้างของเขาเพื่อป้องกันการ
โจมตีจากการปล่อยกระแสไฟฟ้า
[มันไม่ใช่ของเจ้า]
ดวงตาที่สามของมหาเทพเปล่งแสงเจิดจ้าราวกับดวงตะวัน ใน
เวลานั้นผมก็ตระหนักได้ว่าสุริยะปลดปล่อยอักขระอะไรออกมา
[กลุ่มดาว ‘มหาเทพแห่งแสง’ เปิดใช้งาน ‘ดวงตาที่สาม’]
วิสัยทัศน์ของผมบิดเบี้ยว และแสงสว่างรอบตัวผมก็หายไป ใน
ความมืดมิด ผมรู้สึกถึงขอบของมิตินี้ที่ค่อยๆ สลายไป
[มันไม่มี ‘เจ้า’ ในเรื่องราวของเจ้า]
ทุกสิ่งรอบตัวผมเป็นมิติของสุริยะไปแล้ว
[เจ้าจะตายอย่างเดียวดาย]
ดวงตาที่สามมีอ านาจในการควบคุมมิติและเวลา ผมสับสน
เพราะผมไม่คิดว่าสุริยะจะใช้พลังนี้ได้เร็วขนาดนี้
ผมจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง? มันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้การปล่อย
กระแสไฟฟ้าและวิถีแห่งสายลมเลย
[เรื่องราวระดับต านาน ‘บิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ’ ถูก
เปิดใช้งาน!]
ผมไม่รู้ว่าจะอ่านอะไรดี ราชาแห่งโลกที่ไร้ราชาก็ไม่เหมาะ ผู้
ต่อต้านปาฏิหาริย์ก็คลุมเครือ และผู้ล่าราชาภัยพิบัติก็
เหมือนกัน
มิติในตอนนี้ลดลงมาหนึ่งตารางเมตรแล้ว ผมควรท ายังไงดี?
[เรื่องราว ‘บิดเบือนสรรพสิ่งตามอ าเภอใจ’ ก าลังกรีดร้อง!]
แผ่นหลังของผมเสียวซ่านขึ้นมาเมื่อผมได้ยินเสียง มันฟังดู
คุ้นเคย ราวกับว่ามีคนก าลังกินเรื่องราวอยู่
「อา หาร อร่อย」
ผมมองย้อนกลับไป และปากเล็กๆ ก็ติดอยู่กับแผ่นหลังของผม
และก าลังกินเรื่องราวของผมอยู่
「คิม ทก จา โง่」
มันเป็นก าแพงที่สี่ ไอ้บ้านี่จะไม่ช่วยผมเลยเหรอ? ‘บิดเบือน
สรรพสิ่งตามอ าเภอใจ’ ที่ถูกฉีกแทบจะไร้ประโยชน์และก าลัง
ถูกกินลงไปในท้องของมัน
ผมลืมความรีบร้อนและตะโกนใส่มัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ออกมา
จากปากของผมก็ไม่ใช่เสียงตะโกน
「ก าแพงที่สี่กล่าว “ฮูมมม มม!”」
เสียงระเบิดดังสนั่นออกมาจากพื้นที่โดยรอบ มิติสั่นสะเทือน
ราวกับมันคือสิ่งมีชีวิตและมีรอยแตกขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นมา
[อักขระ ‘ดวงตาที่สาม’ สั่น]
ผมรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ดวงตาที่สามคือความสามารถทางจิตที่
ควบคุมมิติและกาลเวลาโดยการจัดการกับความรู้ความเข้าใจ
ก าแพงที่สี่คือสกิลที่แข็งแกร่งที่สุดเกี่ยวกับจิตที่ผมมี
[กลุ่มดาว ‘มหาเทพแห่งแสง’ ประหลาดใจ!]
ความมืดพังทลายลงเหมือนกับกระจกแตก เมื่อแสงสว่าง
กลับคืนมา สิ่งแรกที่ผมเห็นก็คือน้ าตาที่ก าลังไหลออกมาจาก
ดวงตาบนหน้าผากของมหาเทพแห่งแสง
[เจ้า… เจ้าเป็นใคร?]
เสียงที่แท้จริงที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจดังก้อง และกลุ่ม
ดาวอื่นๆ ก็รีบพุ่งเข้ามาหาผม
[เจ้ากล้า… ตาย!]
พลังเวทมนตร์ของผมหมดเกลี้ยง ผมไม่มีพลังมากพอที่จะ
เปิดบุ๊คมาร์คอีก อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่จ าเป็นอีกต่อไป มันเป็น
เวลา 20 นาทีแล้วตั้งแต่เกมเริ่ม
[หมอกของช่องเขาหนาขึ้น]
มันมีเสียงโหยหวนดังออกมาจากมุมหนึ่งของช่องเขา และการ
เคลื่อนไหวของกลุ่มดาวก็หยุดลง กลุ่มดาวที่ก าลังเป็นกังวล
มองไปยังยอดของช่องเขา และเงาสีด าก็พุ่งลงมาทางนี้
ผมสไลด์ลงไปตามก าแพงหิน มันนานแล้วตั้งแต่ที่ผมได้เห็น
อะไรแบบนี้ ร่างกายที่มีความยาวกว่า 5 กิโลเมตร และมีเส้น
รอบวงกว่า 10 เมตรก าลังทะยานลงมาบนพื้นพร้อมกับ
ส่วนบนของช่องเขาที่ยุบตัวลงมา กลุ่มดาวส่งสัญญาณเตือน
ภัย แต่ร่างบางร่างก็ถูกบดขยี้อยู่ภายใต้เกล็ดของมอนสเตอร์
ยักษ์แล้ว
[ผู้ช่วย ‘ปักษาลึกลับแห่งแม่น้ าไนล์’ ถูกสังหารโดย ‘มังกรแห่ง
วันสิ้นโลก’]
มอนสเตอร์ระเบิดเสียงค ารามออกมาและขดตัวอยู่ในช่องเขา
และค ารามขึ้นไปในอากาศ มังกรแห่งวันสิ้นโลก มันคือชื่อของ
มอนสเตอร์ที่ผมรออยู่
[บัดซบ! อย่าถอย!]
กลุ่มดาวเผชิญหน้ากับภัยพิบัติอย่างกะทันหันและเริ่มโจมตี
ด้วยอักขระของพวกเขา คนที่ฆ่ามอนสเตอร์ตัวนี้ได้จะได้รับบัฟ
ทีมอันทรงพลัง
อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีทางที่ผมจะล้มมันได้ ตามหนทางเอา
ชีวิตรอด มังกรแดงแห่งวันสิ้นโลกที่ปรากฏตัวขึ้นในอามาเก
ดอนนั้นมีพลังอันน่าหวาดหวั่นที่สามารถท าลายดวงดาวบน
ท้องฟ้าไปหนึ่งในสามด้วยการฟาดหางเพียงครั้งเดียว
[อ๊ากกก!]
แน่นอน มังกรตัวนี้ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันกับมังกรแดงแห่ง
วันสิ้นโลก แต่มันก็ไม่มีกลุ่มดาวไหนที่สามารถจัดการกับมอน
สเตอร์ตัวนี้ได้ตั้งแต่เริ่มเกม
[อ๊ากกกกก!]
กลุ่มดาวกรีดร้องออกมาในขณะที่พวกเขาถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ด้วย
ฟันของมังกรในขณะที่เหล่าคนที่โดนหางของมันฟาดก็กระเด็น
ออกไป ข้อความของระบบดังออกมาไม่หยุดเพื่อส่งสัญญาณถึง
การท าลายล้างในช่องเขา
ในช่วงเวลาที่ผู้เข้าร่วมและผู้ช่วยเจ็ดคนตายในช่องเขา กลุ่ม
ดาวที่รอดมาได้ก็หลบหนีออกมาจากช่องเขาโดยใช้กลุ่มดาวอื่น
เป็นเครื่องสังเวย
เสียงอันเย็นชาของสุริยะดังก้องไปทั่วช่องเขา [เจ้าช่างมีเล่ห์
เหลี่ยมแพรวพราวจริงๆ อย่างไรก็ตาม เจ้าก็ไม่อาจท าอะไรได้]
มังกรแห่งวันสิ้นโลกโจมตีกลุ่มดาว และในตอนนี้ก็ก าลังมองมา
ที่ผม บอลพลังงานสีแดงถูกรวมไว้ที่ปากของมันเพื่อจัดการกับ
แมลงตัวสุดท้าย เปลวเพลิงสีชาดแห่งวันสิ้นโลก มันเป็นเปลว
เพลิงแห่งการตัดสินที่สามารถหลอมละลายทุกสิ่งทุกอย่างบน
ผืนดินได้
แผนยังโอเคอยู่ เมลเลดอนและบาร์แคนได้รับความเสียหาย
อย่างหนัก และสมดุลระหว่างทั้งสองฝ่ายก็กลับมาเท่ากันแล้ว
…ผมอยากจะมีแรงเหลือมากกว่านี้อีกหน่อย ความตายของผม
ตรงนี้หมายความว่าพวกเราจะถูกลิดรอนประโยคไป ผมรู้สึก
เสียใจและว่างเปล่า ถ้าพวกเราไปที่เกมที่สาม… พวกเราจะยัง
มีโอกาสชนะไหม?
ดวงตาของผมค่อยๆ หลับลงในขณะที่เปลวเพลิงสีชาดพุ่งเข้า
มาหาผม คลื่นความร้อนปกคลุมร่างกายของผมและมีเสียงของ
หินที่ก าลังหลอมละลาย ถึงกระนั้นผมก็ไม่ตายแม้ว่าเวลาจะ
ผ่านไปนานแล้ว
[ผู้ช่วยคนใหม่ถูกเรียกตัวมาที่เกม!]
ผมลืมตาขึ้นและเห็นว่ามีคนอยู่ตรงหน้าของผม เขาสวม
เครื่องแบบคอมมานโดที่เรียบร้อย นายทหารที่มีเครื่องหมาย
กองก าลังพิเศษบนไหล่ก าลังป้องกันเปลวเพลิงด้วยโล่อันใหญ่
[กลุ่มดาว ‘เจ้านายแห่งโลหะ’ ก าลังมองมาที่คุณ]
เขาทนได้แม้กระทั่งระดับเพลิงอเวจีที่ร้อนแรงที่สุด
“หัวหน้าของหน่วยปฏิบัติการพิเศษเกาหลีใต้…”
ผมมองไปยังชายที่ก าลังสั่นสะท้านและกลืนน้ าลายลงไปพร้อม
กับถอนหายใจ ‘ได้ยังไง’ หรือ ‘ท าไม’ ผมอยากจะถาม แต่ก็
ไม่ได้พูดอะไรออกไป เสียงมากมายหลั่งไหลเข้ามาหาผมผ่าน
มุมมองนักอ่านพระเจ้า และทุกๆ ค าพูดของผมก็ไร้ความหมาย
หลังจากนั้นก็มี ‘มังกรคิเมร่า’ ขนาดยักษ์ทะยานลงมาจาก
ฟากฟ้า
[ผู้ช่วยคนใหม่ถูกเรียกตัวมาที่เกม!]
ผมเห็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ก าลังนั่งอยู่บนหัวของมังกรและมี
น้ าตาเล็ดออกมา
“คุณลุง!”
ในที่สุดผู้ช่วยที่ยูจงฮยอคเรียกก็มาถึงสมรภูมิแล้ว
(จบตอน)