มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 265 – เรื่องราวของทกจา (3)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 265 – เรื่องราวของทกจา (3)
วิสัยทัศน์ของผมด ามืดลงก่อนที่จะกลับมาอีกครั้ง มันรู้สึก
เหมือนกับสติของผมถูกดับไป ผมกะพริบตาอย่างว่างเปล่า แต่
ก็มีเพียงเพดานมืดเท่านั้นที่เห็น
…เกิดอะไรขึ้น? ผมหายใจเข้าลึกๆ และขยับหัวอันหนักอึ้งใน
ขณะที่เริ่มคิด
ผมเข้าร่วมในรอบที่สองของการคัดเลือกราชาปีศาจ ผมฆ่าด
ยุคบาร์แคนและแทบจะในเวลาเดียวกัน ผมก็ถูกสุริยะสังหาร
จากนั้นข้อความของระบบก็ไหลออกมา
ผมชนะรอบที่สองหรือไม่? หรือ… ผมแพ้? ผมคิดเกี่ยวกับมัน
แต่ผมก็ไม่มั่นใจ
[คุณชิงประโยคของศัตรูมาและชนะเกม!]
ผมเหมือนจะได้ยินข้อความนี้
[ประโยคของคุณถูกชิงไปและคุณแพ้ในเกม!]
ผมยังเหมือนจะได้ยินข้อความนี้ด้วย บางทีอาจจะเป็นทั้งคู่ งั้น
อันไหนเป็นอันแรก? ส าหรับตอนนี้ผมไม่มีทางรู้ได้เลย
[คุณเสียชีวิตแล้ว]
สิ่งเดียวที่ผมแน่ใจคือข้อความนี้ ผมตายในเกมและตื่นขึ้นมาใน
สถานที่แห่งนี้
“อั๊ค…”
ผมค่อยๆ ลุกขึ้นจากที่นั่ง และสถานที่ที่ผมนอนอยู่นั้นก็เห็นได้
ชัดเจนขึ้น มันมีโคมไฟจ านวนนับไม่ถ้วนตั้งอยู่ระหว่างซอก
และส่องสว่างความมืดมิดอันกว้างใหญ่ มันเป็นสถานที่ที่ผมไม่
เคยไปมาก่อน
มันมีป้ายระบุ [000 ~ 100] ในสถานที่ที่ผมยืนอยู่และมีชั้น
หนังสือขนาดใหญ่อยู่รอบๆ ป้าย มันมีกลิ่นของหนังสือ มัน
ชวนให้นึกถึงห้องสมุดมหาวิทยาลัย
…ห้องสมุด? ท าไมผมถึงมาอยู่ที่นี่? ผมดึงหนังสือที่อยู่บนชั้น
หนังสือที่ใกล้ขึ้นสุดออกมาหนึ่งเล่ม
「หลังจากความตายของลีซอลฮวา ยูจงฮยอคก็คิดว่าเขา
น่าจะตายไปอยู่หลายครั้ง เขาไม่สามารถเอาชนะคนพวกนั้นได้
ด้วยพรสวรรค์และสกิลเพียงอย่างเดียว ตอนจบของ
สถานการณ์ไม่อาจมองเห็นได้ และพลังของกลุ่มดาวก็
แข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ การแก้แค้นให้กับลีซอลฮวาและลีจีฮ
เยไม่อาจเป็นไปได้เลย ยูจงฮยอคคิดท่ามกลางความสิ้นหวัง
ของเขา」
ประโยคในสไตล์ที่คุ้นเคยนั้นเรียงร้อยกัน และผมก็อ่านประโยค
นั้นราวกับว่าถูกพวกมันดูดเข้าไป
「’ถ้าฉันมีสปอนเซอร์ล่ะก็?’」
มันเป็นฉากที่ไม่ปรากฏรายละเอียดในหนทางเอาชีวิตรอด ถึง
กระนั้นผมก็รู้ฉากนี้ มันเป็นเพราะฉากนั้นคือฉากการพ่ายแพ้
นับสิบนับร้อยครั้งในจินตนาการของผม
「[กลุ่มดาว ‘???’ ต้องการให้คุณเป็นอวตารของเขา]」
นี่เป็นครั้งแรกที่ยูจงฮยอคได้รับผู้สนับสนุนของเขา ยูจงฮยอค
ในการเสื่อมถอยรอบที่ 0 ฝึกฝนซ้ าแล้วซ้ าเล่าจนถึงขีดจ ากัด
ของเขาโดยไม่มีผู้สนับสนุน แต่เขาก็ต้องคุกเข่าลงต่อหน้า
อวตาร
「แอตทริบิวต์ใหม่ ‘ผู้เสื่อมถอย’ ก าลังเบ่งบาน」
มันเป็นเรื่องราวเมื่อยูจงฮยอคกลายเป็น ‘ผู้เสื่อมถอย’ ครั้งแรก
ผมขยับเข้าไปใกล้หนังสือโดยอัตโนมัติและมองไปที่ชื่อของมัน
[ยูจงฮยอค บันทึกที่ 56 แห่งรอบที่ 0]
ทันใดนั้นผมก็รู้ว่าสถานที่นี้คืออะไร เมื่อดวงตาของผมเริ่มคุ้น
ชินกับความมืด พื้นที่รอบๆ ก็เห็นได้ชัดเจนขึ้น นี่คือห้องสมุดที่
รวบรวมบันทึกของหนทางเอาชีวิตรอด
ผมพึมพ าด้วยความเหนื่อล้าเล็กน้อย “…ดูเหมือนว่ามันจะมี
มากกว่า 3,149”
หนทางเอาชีวิตรอดยาว แต่ก็ไม่ถึงขนาดนี้ พื้นที่ขนาดใหญ่นี้
เต็มไปด้วยหนังสือ ผมไม่แน่ใจว่าผมจะอ่านมันได้ถึงครึ่งหนึ่ง
ไหมถ้าผมอุทิศเวลาทั้งชีวิตให้กับมัน
จากนั้นผมก็ปวดหัว ความทรงจ าที่ขดอยู่แตกออกเหมือนกับ
เปลือกไข่แตก สถานที่ที่ดูไม่คุ้นเคย ในตอนนี้กลับคุ้นเคยขึ้น
มาแล้ว โคมไฟในซอกและชั้นวางหนังสือ
ผมขนลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ และรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างรุนแรง
ผมเคยมาที่นี่แล้ว มันเกิดขึ้นเมื่อไร? ตอนไหน…
「คิม ทก จา」
เสียงสะท้อนดังผ่านห้องสมุด ผมรู้จักเจ้าของเสียงนี้ “…ก าแพง
ที่สี่?”
จากนั้นทั้งห้องสมุดก็สั่นคลอนอย่างแผ่วเบา
「ดวง วิญญาณ ของ นาย ตก อยู่ ในอันตราย」
“อันตราย?”
「ฉัน เรียก นายมา…」
ก าแพงที่สี่เรียกผมมาที่นี่ มันไม่ยากที่จะเข้าใจว่ามัน
หมายความถึงอะไร”หรือว่านายเองก็อยู่ที่นี่?”
「ถูกต้อง」
“ฉันจะออกจากที่นี่ได้ยังไง? ทางออกอยู่ที่ไหน?”
「…」
“…เฮ้?”
ผมเรียกอีกหลายครั้ง แต่ก าแพงที่สี่ก็ไม่ตอบ มันคือคนที่หลับ
เมื่อง่วง ดังนั้นมันอาจจะหลับไปอีกแล้วก็ได้ ผมต้องหา
ทางออกด้วยตัวเอง
[คุณไม่สามารถใช้มุมมองนักอ่านพระเจ้าได้ในพื้นที่นี้]
[คุณไม่สามารถใช้บุ๊คมาร์คได้ในพื้นที่นี้]
สกิลทั้งหมดของผมถูกปิด ผมไม่อาจเห็นจุดจบของห้องสมุดนี้
ไม่ว่าผมจะเดินไปไกลแค่ไหน ผมไม่เห็นทางออกไม่ว่าผมจะ
มองไปทางทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก หรือตะวันตก ผมเริ่มมั่นใจ
ว่าผมไม่อาจออกไปจากที่นี่ได้และรู้สึกสบายใจเหมือนเมายา
“…สวรรค์”
ทุกๆ ที่ที่ผมมองไปคือหนทางเอาชีวิตรอด มันเป็นโลกที่เต็มไป
ด้วยหนทางเอาชีวิตรอด ผมอาจจะมีความสุขถ้าผมมาที่นี่
ก่อนที่สถานการณ์จะเริ่มขึ้น มันเป็นเรื่องราวที่ไม่สิ้นสุดไม่ว่า
ผมจะอ่านมากแค่ไหน ผมคงจะไม่หิวเพราะผมเป็นแค่ดวง
วิญญาณ
…มันไม่มีทางที่ผมจะออกไปจากที่นี่ได้ ดังนั้นผมก็ควรจะอ่าน
หนังสือให้มากขึ้น ผมไม่รู้ มันน่าจะมีหนทางอยู่ในหนังสือ
ผมดึงหนังสือออกมาจากชั้นวาง วางมันซ้อนกัน และเริ่มอ่าน
พวกมัน ผมอ่านไปสักพักและตระหนักได้อีกครั้งว่าหนทางเอา
ชีวิตรอดก็ยังเป็นหนทางเอาชีวิตรอด
“…มันมีค าอธิบายมากเกินไป”
สภาพแวดล้อมเงียบสงบ ดังนั้นความเร็วในการอ่านจึงเร็วกว่า
ปกติ อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้อ่านมันอย่างคร่าวๆ เหมือนกับ
สัตว์ป่าที่หิวโหยมานาน ผมตัดทุกประโยคออกเป็นชิ้นๆ และ
ซึมซับไปกับมัน
“ไอ้หมอนี่ ตอนนี้เขาก็น่ารักดีหนิ”
“…บ้าเอ้ย ฉันควรจะฆ่าเขาอีกสักหน่อยในตอนแรก”
เรื่องราวบางอันผมก็รู้อยู่แล้ว และก็มีบางเรื่องที่ไม่รู้
“ข้อมูลนี้ลืมไปเลย…”
“อะไร? มีเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอ?”
ที่นี่ไม่มีใคร และผมก็พูดกับตัวเอง ผมไม่ได้ใส่ใจกับผู้ฟังใดๆ
ดังนั้นผมจึงอ่านหนังสือไปหลายเล่ม มันมีความภาคภูมิใจอยู่
ในหัวใจของผมและความอบอุ่นภายในใจ
ทันใดนั้นเองผมก็รู้สึกอ่อนแอขึ้นมา ท าไมผมไม่ยอมแพ้และอยู่
ที่นี่ซะ? มันคงไม่เลวร้ายเกินไปถ้าผมไม่ตื่นขึ้นมาจากที่นี่ มันไม่
มีสถานการณ์ที่จะฆ่าผมอยู่ที่นี่
ผมไม่จ าเป็นต้องเจอกลุ่มดาว หลังจากอ่านหนังสือไปหลายเล่ม
ผมก็เดินผ่านชั้นหนังสือ และอ่านหนังสือที่อยู่ตรงกลาง
「บางทียูจงฮยอคก็คิดแบบนี้」
「’ถ้าฉันไม่ได้พบกับชายคนนั้นที่สะพาน อะไรจะเกิดขึ้น?
หรือถ้าฉันฆ่าเขาตรงนั้น… อะไรจะเกิดขึ้นกับฉันในชีวิตที่
เหลือ?’」
ผมเห็นวลีที่คุ้นเคยและอ่านชื่อหนังสือโดยอัตโนมัติ
[ยูจงฮยอค บันทึกที่ 12 แห่งรอบที่ 3]
…อย่างที่คาดไว้มันเป็นรอบที่สาม ผมเปิดหนังสืออีกหลายเล่ม
และมีบางส่วนที่เขียนถึงผม
「’ไอ้บ้าคิมทกจา’」
บางเล่มก็มี:
「”คิมทกจา ตื่น! คิมทกจา!”」
บางทีก็มีค าดีๆ เขียนไว้ ในหนังสือบางเล่มก็ไม่มีอะไรเขียนไว้
「
■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■■
■■■■」
ประโยคถูกกรองไว้และไม่สามารถอ่านได้ บางตอนเป็นหน้าว่าง
ราวกับว่าเรื่องราวยังไม่ถูกบันทึกลงไป
หนังสือทั้งหมดถูกจัดระเบียบตามรอบ มันราวกับว่ามีคนจัดมัน
ไว้ ดังนั้นผมจึงสามารถหามันได้ง่ายๆ เมื่อต้องการ แต่ใคร
กัน…
ผมคิดแบบนี้ขึ้นมาเมื่อผมเห็นบางสิ่ง ณ อีกด้านของชั้นหนังสือ
ผมวางหนังสือกลับไปโดยอัตโนมัติและมอง มันเป็นช่วงเวลา
สั้นๆ แต่ดูเหมือนจะมีเงาของคนอยู่
“นั่นใครน่ะ?”
เสียงฝีเท้าเริ่มเดินไกลออกไป ผมเริ่มไล่ตามเสียง ผมแทบจะ
สะดุดกับหนังสือหลายเล่มบนพื้น แต่ก็ตามเงาไปได้อย่าง
ต่อเนื่อง เครื่องหมายของชั้นหนังสือเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
จาก [000 ~ 100] ถึง [100 ~ 200] จากนั้นก็เป็น [200 ~
300]
[ยูจงฮยอค บันทึกที่ 24 แห่งรอบที่ 373]
[ยูจงฮยอค บันทึกที่ 31 แห่งรอบที่ 473]
หนังสือมากมายผ่านไปอย่างรวดเร็ว
[ยูจงฮยอค บันทึกที่ 27 แห่งรอบที่ 573]
[ยูจงฮยอค บันทึกที่ 12 แห่งรอบที่ 681]
…
ผมตามมาเรื่อยๆ แต่ถึงกระนั้นมันก็ยังไม่เห็นจุดจบของหนังสือ
เห็นได้ชัดว่ามันเป็นร่างวิญญาณ แต่ผมก็หอบ ผมวิ่งต่อไป นี่
คือโอกาส ถ้าผมคลาดจากคนๆ นี้ไป ผมอาจจะจับเขาไม่ได้อีก
ผมขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก
“เดี๋ยว!”
ในทันทีที่ผมตะโกนออกมา พื้นตรงหน้าของผมก็หายไปใน
ทันใด ร่างกายของผมล้มลงจากความเฉื่อยที่เกิดขึ้น ผมอาจจะ
ล้มลงถ้าผมไม่จับชั้นหนังสือที่อยู่ข้างๆ ไว้
[ยูจงฮยอค บันทึกที่ 22 แห่งรอบที่ 1863]
[ยูจงฮยอค บันทึกที่ 23 แห่งรอบที่ 1863]
[ยูจงฮยอค บันทึกที่ 26 แห่งรอบที่ 1863]
…
หนังสือเทลงมาที่หัวของผม มันเจ็บพอๆ กับหมัดของยูจงฮ
ยอค ผมขุดตัวเองออกมาจากกองหนังสือ และเงาที่ผมติดตาม
มาก็หายไปแล้ว
“เชี่ย…”
ข้างหน้าของผมมีหน้าผามาแทน ผมไม่อาจเห็นก้นของมันได้
เลย
“อ่า…”
ผมจ้องมองหน้าผาราวกับถูกสะกด นี่คือจุดสิ้นสุดของห้องสมุด
มันเป็นจุดจบของเรื่องราวทั้งหมด ผมจ้องไปที่มันและรู้สึก
อยากจะกระโดดลงไป ผมรู้สึกเหมือนกับผมได้รู้อะไรบางอย่าง
ที่สงสัยมานาน ถ้าผมสามารถเข้าไปในนั้นได้…
เมื่อร่างกายของผมเอียงไปทางก้นเหว มันก็มีคนมาคว้าไหล่
ของผมไว้
「(เจ้าจะตายถ้าเจ้าตกลงไป มันอยู่ ‘นอกเหนือ’ ก าแพง
อย่างแท้จริง)」
***
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
“ตื่น”
เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
“ยูจงฮยอค หยุดก่อน! หน้าของทกจาบวมแล้ว!”
“เกิดอะไรขึ้น?”
“เขายังหายใจอยู่ ฉันคิดว่าดวงวิญญาณน่าจะช็อค…”
ยูจงฮยอคขมวดคิ้วกับค าพูดของยูซานอาและยืนขึ้น คิมทก
หน้าบวมก าลังนอนอยู่บนพื้น ลีฮุนซึงที่ดูเหมือนหมีก าลังอุ้ม
เขาไว้และตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“คิมทกจา… ตื่นสิ ได้โปรด…”
เมื่อรอบที่สองจบลง สมรภูมิแห่งต านานก็แตกสลายไปในทันใด
ผู้เข้าร่วมและผู้ช่วยทุกคนของเขตอุตสาหกรรมยูจงฮยอค-คิ
มทกจาถูกทิ้งไว้ตรงหน้ากองขยะของเขตอุตสาหกรรม
ยูซานอามองไปยังคนที่อยู่ในทีมเดียวกัน สุนัขสองตัวและ
เด็กชายที่น่ารักคนหนึ่ง นอกจากนี้ยังมีฮันมยอนโก…
“นายยังมีชีวิตอยู่ หัวหน้าแผนก”
“ย-ยูซานอา…” ฮันมยอนโกเริ่มหลั่งเหงื่อและถอยหลังไป
ยูซานอามองไปยังจางฮายัง “นาย… นายอยู่ฝ่ายของพวกเรา
งั้นเหรอ?”
“อ๊ะ ข้า…”
จางฮายังสบตากับยูซานอาและพูดติดอ่างด้วยท่าทางสับสน
เขาไม่รู้จะแนะน าตัวเองอย่างไร จากนั้นจางฮายังก็หันไปเห็น
ชินยูซอง “อ่า เธออยู่ในวิดีโอนั้นหนิ…?”
“…นายรู้จักฉันงั้นเหรอ?”
จางฮายังเล่าถึงฉากในสถานการณ์ราชาปีศาจครั้งที่ 73 ให้ชิน
ยูซองฟังและนึกได้ว่าพวกเธอเป็นใคร”ข้าเป็นแฟนพันธุ์แท้
เลย! ว้าว ข้าไม่อยากจะเชื่อว่าจะได้พบอวตารจากโลก…”
ดวงตาของจางฮายังเปล่งประกายในขณะที่เขาจับมือของชินยู
ซอง ยูซานอายิ้มเบาๆ และจ้องไปในอากาศ
“ยังไงก็เถอะ… พวกเราแพ้หรือชนะ?”
มันมีเพียงข้อความเดียวเท่านั้นที่ก าลังลอยอยู่ในอากาศ
[ในขณะนี้เราก าลังพิจารณาทีมที่ชนะในรอบที่สอง]
จางฮายังกล่าว “ข้าคิดว่าคิมทกจาฆ่าเขาก่อนนะ งั้นพวกเราก็
ควรจะชนะสิ?”
“แต่ประโยคของเราถูกชิงไป…”
ยูจงฮยอคส่ายหัว “คิมทกจาเร็วกว่า”
ค าพูดที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าท าให้จางฮายัง
และยูซานอาสลดใจขึ้นมา มันน่าจะจริงถ้ายูจงฮยอคพูดแบบ
นั้น
จากนั้นก็มีเมฆฝุ่นปรากฏขึ้น ณ อีกด้านของเขตทุรกันดาร มัน
เป็นภาพที่เต็มไปด้วย ‘สถานะ’ อันทรงพลัง ไม่จ าเป็นต้องถาม
ว่าตัวตนของสิ่งที่ก าลังมานั้นคืออะไร
ยูจงฮยอคจ้องไปยังท้องฟ้าและสีหน้าของเขาก็แข็งขึ้น
[ในขณะนี้เราก าลังพิจารณาทีมที่ชนะในรอบที่สอง]
มันยังคงเป็นประโยคเดียวที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า มันเป็นแบบเดิม
มา 30 นาทีแล้ว
“เตรียมตัว”
“ฮะ?”
“มีบางสิ่งบางอย่างไม่ถูกต้อง”
ในสถานการณ์หลัก ส านักงานที่มีความเร็วสูงคงจะไม่ใช้เวลา
30 นาทีเพื่อตัดสินผู้ชนะ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง สถานการณ์นี้ถูกใครบางคนแทรกแซง มีบาง
คนที่ไม่อยากให้สถานการณ์จบลงแบบนี้
อาณาจักรปีศาจที่ 73 ในปัจจุบันเต็มไปด้วยความเป็นไปได้
จ านวนมหาศาลเนื่องจากสมรภูมิแห่งต านาน
ยูจงฮยอคชักดาบปีศาจทมิฬของเขาออกมาและประกาศ
“คราวนี้มันไม่ใช่เกมแล้ว”
เสียงค ารามที่น่ากลัวของปักษากลืนอัสนีดังก้องออกมาทั่ว
ท้องฟ้า กลุ่มดาวที่ไม่ได้รับบทลงโทษจากเกมอีกต่อไปก าลังมา
ที่นี่แล้ว
(จบตอน)