มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 266 – เรื่องราวของทกจา (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 266 – เรื่องราวของทกจา (4)
มือที่แข็งแรงจับไหล่ผมไว้ ผมหันไปโดยอัตโนมัติและต่อย
ออกไป มันมีเสียงดังตุ๊บ และหมัดของผมก็ถูกจับไว้ในมือใหญ่
「(โอ้ เจ้ามาเพื่อสู้เหรอ?)」
ความมืดลดลง และใบหน้าขาวๆ ก็ปรากฏขึ้น
「(ข้าช่วยเจ้าไว้ เจ้าลืมไปแล้วเหรอ)」
มันเป็นใบหน้าที่ผมรู้จัก ถึงกระนั้น… มันก็เป็นคนที่ผมฆ่าไป
“ท าไมนายถึงมาอยู่ที่นี่?”
「(…เจ้าถามเพราะเจ้าไม่รู้จริงๆ เหรอ?)」
มันเป็นใบหน้าที่คลุมเครือซึ่งไม่ชัดเจนว่าบุคคลนี้เป็นเพศชาย
หรือเพศหญิง มันให้ความรู้สึกที่ยากจะเข้าใจ คนๆ นี้ไม่ควรจะ
อยู่ที่นี่
“เนอร์วาน่า โมบิอุส”
นานมาแล้ว เขาถูกกลืนกินไปโดยก าแพงที่สี่
***
เกิดอะไรขึ้นกับคนที่ถูกกลืนกินไปโดยก าแพงที่สี่? ผมมีค าถาม
แบบนี้มานับตั้งแต่ครั้งแรกที่ก าแพงที่สี่กินบางสิ่งเข้าไป
「(มันก็อย่างที่เจ้าเห็น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น)」
เนอร์วาน่าหัวเราะ พวกเราไม่ได้พบกันสักพักแล้ว แต่เนอร์วา
น่าก็เป็นเหมือนการพบกันครั้งแรกของพวกเรา ถ้าจะมีอะไรที่
แตกต่างออกไป มันก็คือตัวอักษรที่ถูกประกอบขึ้นด้วยหนทาง
เอาชีวิตรอดที่อยู่บนข้อมือของเขาราวกับกุญแจมือ
“นายมีชีวิตอยู่ที่นี่มาตลอดเลยเหรอ?”
「(มันยากที่จะบอกว่านี่คือชีวิต)」
เมื่อมองใกล้ๆ เสียงของเนอร์วาน่าก็ไม่ได้ออกมาจากปากของ
เขา ผมไม่อาจพูดได้ด้วยซ้ าว่ามันเป็นเสียง เนอร์วาน่ามองขึ้น
ไปในอากาศ
「(ข้ามีชีวิตอยู่เพราะไอ้ก าแพงกาฝากนั่น)」
ในเวลานั้น ค าเตือนของก าแพงที่สี่ก็ดังก้องออกมา
「เนอร์ วา น่า พูด มาก」
เนอร์วาน่าหัวเราะ ดวงตาของเขาขมขื่น แต่มันก็มีความรู้สึก
แปลกๆ จากเขาอยู่ ผมมองตามสายตาของเนอร์วาน่าและมอง
ไปรอบๆ ห้องสมุด มันมีรูปแบบของตัวอักษรมากมายที่ถูก
สร้างขึ้นในโลก ในสถานที่นี้ ทุกอย่างคือหนทางเอาชีวิตรอด
“ตอนนี้นายก็ได้รู้ทุกสิ่งอย่างที่นายต้องการแล้วหนิ”
「(มันก็ไม่ได้ส าคัญอะไรที่จะรู้ทุกๆ สิ่ง มันก็เหมือนกับเจ้า)
」
เนอร์วาน่าดูเหมือนปราชญ์ลึกลับจริงๆ ผมรู้สึกแปลกๆ มัน
เป็นครั้งแรกที่ตัวละครได้รู้ความลับของโลกใบนี้
“นายรู้สึกอย่างไง? ในตอนนี้นายก็รู้แล้วว่านายเป็นตัวละครใน
นิยาย”
การแสดงออกของเนอร์วาน่าเปลี่ยนไปตามการยั่วยุของผม
「(นิยาย… เจ้าคิดแบบนั้นจริงๆ เหรอ?)」
เนอร์วาน่ามองมาที่ผมด้วยสายตาอันน่าสมเพช และริมฝีปาก
ของเขาก็สั่นอยู่หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่มีเสียงออกมา
ผมผิดหวัง “อะไร? พูดให้จบ”
เนอร์วาน่ายิ้มอย่างเงียบๆ
「(ข้าชอบเรื่องราวของเจ้า)」
ผมประหลาดใจกับค าพูดอันไม่คาดคิด
「(พูดให้ชัดๆ ข้าชอบเรื่องราวที่เจ้าเปลี่ยนแปลง ประโยคที่
รู้สึกได้ถึงเจตจ านงของเจ้า บริบทที่บรรจุสิ่งที่เจ้าไม่ได้พูด
ไว้…)」
“…นายก าลังพูดอะไร?”
ผมก้าวถอยหลังไปอย่างเชื่องช้า ผมมองไปยังไอ้หมอนี่และนึก
ถึงค าพูดของเขาก่อนตาย
「(มันไม่ใช่แค่ข้า ทุกๆ สิ่งที่อยู่ที่นี่ต่างรักในเรื่องราวของเจ้า)
」
“มีคนอื่นอยู่ด้วยเหรอ?”
อากาศเริ่มสั่นสะเทือน และเศษด าๆ หลายชิ้นก็ตกลงมาจาก
เพดาน การสั่นสะเทือนเป็นเหมือนมีบางสิ่งขนาดใหญ่ยักษ์
ก าลังขุดมาทางนี้ เนอร์วาน่าหยิบเศษขึ้นมาและขมวดคิ้ว
「(มันไม่มีเวลาแล้ว ดังนั้นเจ้ารีบเคลื่อนไหวดีกว่า มันไม่ค่อย
ดีที่จะพูดกันมากตรงนี้ สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวก าลังจะเกิดขึ้น)」
เนอร์วาน่าเริ่มเดินออกไปก่อนที่ผมจะทันได้ถามอะไร ผมตาม
เนอร์วาน่าไปในขณะที่มองกลับไปยังหน้าผาที่ผมเกือบจะตกลง
ไป การสั่นสะเทือนในห้องสมุดแผ่กระจายมาจากหน้าผา
“เดี๋ยวก่อน นายจะไปไหน?”
「(มีอยู่คนหนึ่งที่อยากเจอเจ้ามากที่สุด)」
“อะไร? ใคร?”
「(มันคือตัวตนที่จัดการชั้นวางจาก 000)」
…จัดการชั้นวาง?
「(พวกเราไม่ได้อยู่ที่นี่เฉยๆ ถ้าพวกเราไม่ท าความสะอาด
เจ้าก็คงจะจ ามันไม่ได้)」
“…เดี๋ยวก่อน มันหมายความว่ายังไง?”
「(เจ้าไม่จ าเป็นต้องเข้าใจ)」
ผมหันไปและเห็นชั้นหนังสือใหม่ที่ก าลังปรากฏขึ้น ห้องสมุด
กว้างขวางจริงๆ หนทางเอาชีวิตรอดเพิ่มจ านวนรอบซึ่งถูก
ข้ามไปในช่วงครึ่งหลัง บางทีห้องสมุดนี้อาจจะจัดการกับการ
ละเว้นเหล่านั้นทั้งหมด มันมีป้ายบอกทาง [000 ~ 100]
ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม
「(มันอยู่ที่นี่ โชคดีนะ)」
ผมหันไปและเห็นสิ่งมีชีวิตที่คุ้นเคย มันมีขนาดเล็กมากเมื่อ
เทียบกับสิ่งที่ผมได้เห็นในอดีต แต่มันก็ต้องเป็นสิ่งมีชีวิตนั้น
แน่ๆ
หนวดทั้ง 12 เส้นถูกใช้เพื่อหยิบหนังสือบนพื้น มันมีร่างที่คล้าย
กับปลาหมึกก าลังควบคุมหนวดเหล่านั้นอยู่ มันมีของที่
เหมือนกับแว่นตาถูกวางไว้ที่รูเล็กๆ ซึ่งน่าจะเป็นตา
“…แกอยู่ที่นี่”
ปลาหมึกมองมาทางนี้ หนวดทั้ง 12 เส้นพยักหน้าพร้อมกัน
「(ผู้ค้นหาความจริงอันน่าสงสารมาถึงแล้ว)」
มันคือผู้กลืนกินความฝัน ในปราสาททมิฬ ผมเอาชนะมันได้
ด้วยความช่วยเหลือจากดาบเล่มแรกแห่งโครยอและก าแพงที่สี่
มันถูกกลืนกินเข้าไปโดยก าแพงที่สี่และมาลงเอยในสถานที่แห่ง
นี้
“แกอยากเจอฉันงั้นเหรอ?”
「(ข้าอยากช่วยเจ้า)」
บางสิ่งที่น่าจะเป็นปากของปลาหมึกดูยินดี ผมไม่รู้วิธีการ
ตอบสนองต่อท่าทางของเผ่าพันธุ์อื่นๆ เลย
“ฉันไม่รู้ว่าจู่ๆ แกพูดอะไรออกมา ฉันต้องการเวลาในการท า
ความเข้าใจกับสถานการณ์…”
「(มีเวลาไม่มากแล้ว)」
“ท าไมแกถึงพยายามช่วยฉัน”
「(ด้วยความช่วยเหลือของเจ้า ข้าได้เข้าถึงความจริงแห่ง
จักรวาล ผู้ยิ่งใหญ่จะชดใช้ให้เจ้าเอง)」
ผู้ยิ่งใหญ่ ในความเป็นจริง มันไม่แปลกที่ผู้กลืนกินความฝันจะ
เรียกตัวเองว่าแบบนี้ ปลาหมึกตัวนี้แข็งแกร่งพอที่จะเคี้ยวกลุ่ม
ดาวที่โวยวายอยู่ข้างนอก “งั้นฉันมีอะไรจะถามหน่อย”
「(ว่ามา)」
“ใครเป็นคนสร้างห้องสมุดนี้?”
ในเวลานั้นประกายแสงขนาดใหญ่ก็โผล่ขึ้นมา และร่างกาย
ของผมก็กระแทกเข้ากับชั้นหนังสือ หนวดทั้ง 12 เส้นยืดอกมา
ในเวลาเดียวกัน และจับผมไว้กับชั้นหนังสือ ผมมองดูหนังสือที่
ตกลงมา และผู้กลืนกินความฝันก็ดันแว่นของเขา
「(มันเป็นค าถามที่ตอบไม่ได้ ถามค าถามอื่น)」
ผมกัดริมฝีปากและคิดเกี่ยวกับมัน มันไม่มีความหมายที่จะถาม
ค าถามที่เกี่ยวพันกับหนทางเอาชีวิตรอดในตอนนี้ มันเป็นไปได้
ที่จะอ่านเกี่ยวกับการแก้ไขครั้งที่สองและมีวิธีที่จะกลับมายัง
พื้นที่แห่งนี้และอ่านเกี่ยวกับค าถามที่เกี่ยวข้อง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผมต้องถามค าถามที่ไม่ได้บันทึกไว้ในหนทาง
เอาชีวิตรอด มันยังเป็นค าถามที่ ‘เทพเจ้าภายนอก’ สามารถ
ตอบได้ การค้นหาค าถามไม่ใช่เรื่องยาก
“นักเขียนลับคือใคร?”
ประกายแสงอันทรงพลังปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ผมเป็นกังวลว่า
ร่างกายของผมก็ถูกผลักออกไปอีก แต่โชคดี ประกายแสงอัน
อ่อนลงในคราวนี้
「(เจ้าสงสัยเกี่ยวกับนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่เหรอ?)」
หนวดเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ
「(เขาคือหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่เก่าแก่ที่สุดในจักรวาลนี้…)」
ผมได้ยินข้อมูลเกี่ยวกับนักเขียนลับเป็นครั้งแรก
「(สิ่งที่โดดเดี่ยวที่สุดในจักรวาล ผู้ที่ต่อกรกับความฝันที่
เก่าแก่ที่สุด)」
“ฉันจะรู้ได้ยังไงถ้าแกพูดแค่นี้? ค าขยายจริงๆ ของเขาคือ
อะไร―”
「(ค าขยายไม่มีความหมายส าหรับเขา อย่างไรก็ตาม เขาก็จะ
ช่วยเจ้าถ้าเจ้าต้องการ)」
“ช่วย? ยังไง…”
「(ท าพันธสัญญาต่างโลกกับเขา)」
พันธสัญญาต่างโลก ผมรู้ว่ามันคืออะไร ในสถานการณ์ที่ห้า บัล
ลังค์หนึ่งเดียวที่ผมท าลายไปก็เป็นพันธสัญญาเช่นนั้น อย่างไร
ก็ตาม มันก็ไม่เคยมีจุดจบที่ดีในพันธสัญญาจากหนทางเอาชีวิต
รอด
“ฉันท าแบบนั้นไม่ได้”
หนวดหลายเส้นพยักหน้าราวกับว่าพวกมันเป็นหัว
「(ข้าก็คิดแบบนั้น เจ้าเกลียดสิ่งมีชีวิตที่มีระดับสูงกว่า)」
“ฉันจะไม่สามารถสร้างเรื่องราวที่ฉันต้องการได้ถ้าฉันยืมพลัง
ของพวกแก”
「(เจ้าในตอนนี้คือคนที่ไม่สามารถควบคุมได้)」
ผมรู้สึกแปลก ผมไม่คิดว่า ‘เทพเจ้าภายนอก’ จะพูดแบบนี้
ออกมา
「(เจ้าต้องคิดอีกครั้งเกี่ยวกับความโกรธของเจ้า เพื่อที่จะไป
ถึงตอนจบ มันจ าเป็นที่เจ้าต้องพิจารณาถึงสิ่งที่เจ้าสามารถ
ใช้ได้)」
ปัง ปัง ปัง ปัง!
「(โลกใบนี้จะมุ่งหน้าไปยัง ■■ มันยังไม่ได้ถูกเขียนลงไป แต่
มันก็ถูกเขียนไว้แล้ว นักเขียนที่ยิ่งใหญ่สามารถช่วยเจ้าได้
ดังนั้นเจ้าจะสามารถหาหนทางที่ถูกต้องได้…)」
“ฉันเชื่อในเรื่องราวที่สะสมมา”
ปัง ปัง ปัง ปัง!
ช่องว่างในการสั่นสะเทือนลดลงเรื่อยๆ ผู้กลืนกินความฝันพูด
ราวกับว่าเขายอมถอดใจกับความตั้งใจอันดื้อรั้นของผม
「(…น่าเสียดาย มันไม่มีเวลาอีกแล้ว จ าไว้ว่านักเขียนผู้
ยิ่งใหญ่ก าลังรอเจ้าอยู่เสมอ)」
หนวดอันหนึ่งพันรอบตัวผม ในเวลาเดียวกัน หนวดอีกเส้นก็
ขยับอย่างรวดเร็วและเริ่มมองหาบางสิ่งบนชั้น หนังสือที่มันพบ
คือ:
[ยูจงฮยอก บันทึกที่ 38 แห่งรอบที่ 3]
หน้ากระดาษเปิดอย่างรวดเร็ว ผมตระหนักได้ว่าก าลังเกิดอะไร
ขึ้นและรีบพูดออกมา
“เดี๋ยวก่อน ฉันยังมีสิ่งที่จะถามอยู่!”
「(ลาก่อน อัครสาวกแห่ง ■■ ถ้าหากมีความเป็นไปได้ พวก
เราจะได้พบกันอีก)」
หน้าของหนังสือเล่มนี้เปิดขึ้นและมีประโยคปรากฏขึ้นมาบน
หน้าที่ว่าง
「ยูจงฮยอคเกิดความคิดขึ้นมา」
「ตื่นเร็ว คิมทกจา」
「มิฉะนั้นทุกคนจะตาย」
…บ้าเอ้ย นี่คือเหตุผลที่ท าให้ผมถูกบังคับให้ออกมา อึดใจต่อมา
ผมก็ถูกดูดเข้าไปในบริบทของประโยค
***
สมรภูมิพังพินาศ ยูจงฮยอคเช็ดริมฝีปากเปื้อนเลือดในขณะ
มองดูร่างอวตารบนพื้นดินและกลุ่มดาวที่ก าลังจะมาถึง
การร่วมมือกันระหว่างสุนัขผู้บรรลุปรมาจารย์ทลายนภาและ
กลุ่มดาวโอซูนั้นน่าทึ่งมาก พวกเขาไม่คิดถึงร่างกายที่แหลก
สลายและกัดกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ที่ก าลังพุ่งเข้ามา
ต้องขอบคุณสิ่งนี้ ครีโอพัตราที่อยู่ตรงหน้าก าลังวุ่นวายใน
ขณะที่ราชาโอดิปัสก็มีบาดแผลกัดอยู่ทั่วร่าง
มันพอไหวเมื่อต้องรับมือกับกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่
[น่าสมเพช! พวกเจ้ากล้าเรียกตัวเองว่ากลุ่มดาวด้วยเหรอใน
เมื่อพวกเจ้าไม่อาจจัดการกับแมลงพวกนี้ได้?]
อย่างไรก็ตาม กลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าที่ก าลังเฝ้ามองอยู่จาก
แนวหลังก็ออกหน้า และสถานการณ์ก็พลิกกลับโดยสิ้นเชิง
มังกรคิเมร่าของชินยูซองทรุดตัวลงเนื่องจากปักษากลืนอัสนี
ลีฮุนซึงที่มีการแปลงร่างโลหะถูกก าปั้นของแม่ทัพแห่งพาราณา
สีต่อยยับเยิน และเขาก็กลิ้งไปบนพื้น ยูซานอายังพอไหวอยู่
บ้างในขณะที่ก าลังต่อสู้อยู่และจะกระอักเลือดออกมาหลายครั้ง
แต่นี่ก็ดูเหมือนจะเป็นขีดจ ากัดของเธอแล้ว
โอซูถูกแทงด้วยหอกโบราณของมนูและเซไปมาบนพื้น ร่างกาย
อวตารของโอซูถูกแทง และปรมาจารย์ทลายนภาก็เซเช่นกัน
พวกเขาเปิดขีดจ ากัดที่ได้รับอนุญาตโดยความเป็นไปได้ของ
สถานการณ์ที่ 25 มันไม่ใช่พลัง 100% แต่ ‘สถานะ’ อันทรง
พลังที่ถูกปลดปล่อยออกมานั้นก็เต็มไปทั่วโลกปีศาพร้อมด้วย
ประกายแสงเจิดจ้า
นี่คือความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่ากลุ่มดาว พวก
เขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มาจากสถานที่ที่เหนือกว่าโลกใบนี้
ยูจงฮยอคถาม “ท าไมพวกนายถึงท าแบบนี้?”
[กลุ่มดาว ‘มหาเทพแห่งแสง’ ก าลังหัวเราะอย่างเงียบๆ]
“ดูเหมือนว่านายจะไม่เคยมีประวัติการพ่ายแพ้จากแมลงสินะ”
แก้มของสุริยะกระตุกกับค าพูดนี้ การเปิดสถานะของโลกบาล
ท าให้การแสดงออกของกลุ่มดาวเปลี่ยนไป การเปิดพลังอัน
เหนือล้ าท าให้ประกายแสงปรากฏขึ้นรอบๆ ร่างของสุริยะ
อย่างไรก็ตาม สุริยะก็ดูมั่นใจว่าเขาสามารถรับมือได้
[ย๊ากกกกก!]
เขาปลดปล่อย ‘สถานะ’ ของเขาและโจมตีออกไปเพียงครั้ง
เดียว อย่างไรก็ตาม พื้นที่ทั้งหมดก็วุ่นวายมาก สิ่งก่อสร้าง
ทั้งหมดที่อยู่ใกล้ๆ กลายเป็นเถ้าถ่าน และอวตารที่ก าลัง
หลบหนีก็ถูกท าลาย ผู้คนทรุดตัวลงไปพร้อมกับมีเลือดไหล
ออกมาจากทวารทั้งเจ็ด
[กลุ่มดาวบางกลุ่มไม่พอใจกับความก้าวหน้าของสถานการณ์!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ โกรธมาก!]
[ราชาปีศาจ ‘นายเหนือแห่งปราสาทจอมปีศาจ’ พึงพอใจ]
[ราชาปีศาจ ‘ผู้สร้างความบาดหมาง’ ตื่นเต้น!]
[กลุ่มดาวหลายกลุ่มตื่นเต้นกับการต่อสู้ครั้งใหญ่!]
ลีฮุนซึงก าลังป้องกันอยู่ตรงหน้าและมีเลือดไหลออกมาจากหู
และปากของเขา ยูจงฮยอคคว้าไหล่ของลีฮุนซึงไว้
“ถอยไป ลีฮุนซึง นี่คือคู่ต่อสู้ที่นายไม่อาจต่อกรได้”
ลีฮุนซึงพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่แม้แต่การพูดก็ดู
ล าบากมาก ยูจงฮยอคทิ้งลีฮุนซึงที่ก าลังปั่นป่วนไว้ด้านหลัง
และเดินไปข้างหน้าพร้อมกับเช็ดเลือดออกจากดาบปีศาจทมิฬ
มันเป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เนตรแห่งปราชญ์ของเขาก าลัง
วิเคราะห์สมรภูมิแบบเรียลไทม์ จ านวนของกลุ่มดาวที่ปรากฏ
ตัวในขณะนี้มีเกือบ 20 คน บ้างก็เป็นกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ที่
ถูกก าจัดออกไปจากสมรภูมิแล้ว แต่มันก็ไม่ใช่จ านวนที่เขา
สามารถเอาชัยได้
「ศิษย์น้อง ไม่ เจ้าจะตายถ้าเจ้าเปิดพลังนั้น!」
ปรมาจารย์ทลายนภาตระหนักได้โดยสัญชาตญาณว่ายูจงฮ
ยอคก าลังท าอะไร อย่างไรก็ตาม จิตใจของยูจงฮยอคดื้อรั้น
ยูจงฮยอคเพิ่มระดับพลังของเขาขึ้นมาอย่างช้าๆ และประกาย
แสงอันยิ่งใหญ่ก็ปรากฏขึ้น เขารู้ว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของฝ่ายตรง
ข้าม อย่างไรก็ตาม มันก็เป็นแบบนี้เสมอ
– เมื่อเจ้าไปถึงประตูแห่งผู้บรรลุบานที่สาม เจ้าจะสามารถหยิบ
ยืมพลังที่สามารถท าลายกลุ่มดาวได้
ค าพูดนี้ถูกทิ้งไว้โดยอาจารย์ของเขา ซึ่งเป็นค าปลอบโยนเดียว
ที่ยูจงฮยอคเชื่อมั่นในตอนนี้ คราวนี้เขาก าลังใช้ทางลัดเพื่อเพิ่ม
พลังของเขา นี่ไม่ได้หมายความว่าพลังนั้นเป็นของปลอม
เพราะเขาใช้ทางลัด
ออร่าอันเจิดจ้าระเบิดออกมาจากร่างกายของยูจงฮยอค ผมนุ่ม
เทลงมาเหมือนกับน้ าตกในขณะที่ขนาดที่ใหญ่ของเขาเริ่มเล็ก
ลง และร่างกายก็ย่อขนาดลง เขาใช้ร่างที่ท าให้เขาสามารถ
ฝึกฝนวิถีดาบทลายนภาขั้นสุดยอดได้ ยูซานอาจ้องไปยังภาพ
จากด้านหลังและอดพูดออกมาไม่ได้ “…ยูจงฮยอค?”
ยูจงฮยอคหันหลังกลับมาอย่างช้าๆ ผมยาวของเขาถูกตัดออก
โดยดาบปีศาจทมิฬ โครงหน้ามีการเปลี่ยนไป แต่มันก็ชัดเจน
ว่าเป็นยูจงฮยอค ไม่สิ มันเหมือนมาก สายตาของยูจงฮยอคหัน
ไปทางใบหน้าของคิมทกจาอยู่ครู่หนึ่ง
“พาเขาออกไป”
ยูจงฮยอคหันหน้าไปและเช็ดดาบปีศาจทมิฬของเขา กลุ่มดาว
หัวเราะใส่เขาและเดินเข้ามา
ราชาโอดิปัสพูดออกมา [ผู้บรรลุโง่เขลา นี่คือราคาของการ
ต่อต้านกลุ่มดาว เจ้าจะตายที่นี่]
ยูจงฮยอคตอบในขณะที่ยังเช็ดดาบ “ฉันก็คิดว่างั้น อย่างไรก็
ตาม พวกแกบางคนก็ต้องตายด้วย”
[ฮ่าฮ่า เปล่าประโยชน์! การสูญสิ้นของร่างอวตาร…]
ยูจงฮยอคไม่ฟัง กลับกัน เขานึกถึงค าพูดของคิมทกจา
‘อย่ายอมแพ้กับชีวิตนี้’
“งั้นในชีวิตต่อไป ครึ่งหนึ่งของแกจะต้องตาย”
เสียงของยูจงฮยอคดังขึ้นอย่างเงียบๆ ผ่านสมรภูมิ ยูจงฮยอค
เงยหน้าขึ้นพร้อมกับดาบปีศาจทมิฬ ฝีเท้าของกลุ่มดาวหยุดลง
เป็นครั้งแรก พลังแห่งผู้บรรลุก าลังคุกคามพื้นที่โดยรอบ
“ในชีวิตหน้า พวกแกทุกคนจะต้องตาย”
เสียงร้องของดาบปีศาจทมิฬดูจะดังก้องไปถึงท้องฟ้า การ
แสดงออกของกลุ่มดาวแข็งที่อในขณะที่ยูจงฮยอคสรุปค าพูด
ของเขา
“พวกแกจะต้องตายไปตลอดกาล”
(จบตอน)