มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 277 – ■■ (3)
เนบิวลาเอเด็น นี่คือเนบิวอันเป็นที่อยู่แห่งเหล่าทูตสวรรค์ ศัตรู
อันเป็นนิรันดร์ของโลกปีศาจ ผู้พิทักษ์โลกสวรรค์ เทพผู้ไม่เกรง
กลัวต่อความชั่วร้ายใดๆ ในโลก
อย่างไรก็ตาม มันก็มีบางสิ่งที่ทูตสวรรค์แห่งเอเด็นนั้นเกลียดชัง
[ผู้อาวุโส ในเอเด็น ท่านได้เตรียมพร้อมอย่างเต็มที่และประมูล
เวลาของท่านก่อนการต่อสู้…]
มันเป็นเวลาเทศนาของเมทาทรอน วันนี้ หนึ่งในผู้รับผิดชอบ
การบรรยายคือผู้บัญชาการแห่งดอกดาวกระจายแดง โจฟิเอล
[พวกเราขอแนะน าให้เจ้าไม่ตกอยู่ในกลศึกสองหน้าของปีศาจ]
กาเบรียลเคาะส้นเท้าของเขาและขมวดคิ้ว
– โอ้ ท าไมวันนี้ต้องเป็นคนผู้นั้นด้วย
มันมีเทวดาระดับต่ าอยู่หลายพันคนในพื้นที่ฝึกของเอเด็น ทูต
สวรรค์อย่างกาเบรียลอยู่ในต าแหน่งแถวหน้าของผู้ช่วยสอน
ดอกลิลลี่แห่งราศีกุมภ์ กาเบรียล
ผู้พิทักษ์แห่งวัยเยาว์และการเดินทาง ราฟาเอล
สหายแห่งความยุติธรรมและความสามัคคี รากูเอล
นอกเหนือจากจะเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของทูตสวรรค์แล้ว นี่ยัง
ถือว่าเป็นการรวมตัวกันของกลุ่มดาวระดับสูงส่วนใหญ่แห่งเอ
เด็น
การฝึกจิตของโจฟิเอลเกิดขึ้นมาแล้วหนึ่งชั่วโมง กาเบรียลหาว
และแอบมองเพื่อนร่วมงานของเขาด้วยสายตาที่เฉื่อยชา และก็
เห็นสิ่งแปลกๆ ขึ้นมา
– เฮ้ อูรีเอลล่ะ?
ราฟาเอลซึ่งพยักหน้าออกไปหาก้อนเมฆตอบในขณะที่เขาจัด
ผมหยิกของตน
– เธอก าลังถูกคุมขัง
– คุมขัง?
– เธอก าลังถูกต าหนิโดยอาลักษณ์ เจ้าไม่รู้เหรอ?
…เธอท าอะไรไป? ราฟาเอลยืมพลังของสายลมเพื่อพูดเหมือน
เขาก าลังร าคาญ ดวงตาของกาเบรียลเบิกกว้างขึ้น
– อะไรนะ? จริงดิ? อูรีเอล?
– ใช่ ใช่ เธอถูกแบนจากการออกอากาศเป็นเวลาสามปี
…อูรีเอลคนนั้นถูกกักตัวเป็นเวลาสามปี?
กาเบรียลหัวเราะให้กับข่าวที่ไม่คาดคิด
– จากนี้ไป กระดานสนทนาของการถ่ายทอดสดคงจะสะอาด
ขึ้น
ศาสนพิธีสิ้นสุดลงหลังจากนั้น 30 นาที่ เมทาทรอนไล่เทวดา
ระดับต่ าออกไปและเรียกทูตสวรรค์เข้ามา ‘อาลักษณ์สวรรค์’
เมทาทรอนมีผมสีเทายาวลงไปถึงเอว และวันนี้ใบหน้าของเขา
ก็ดูเหนื่อยๆ มันเป็นเพราะเขาก าลังยุ่งอยู่กับการพยายาม
ป้องกันความเป็นไปได้ของอามาเกดอน
เมทาทรอนดันกรอบแว่นตาขึ้นและพูดออกมา [ขอบคุณ
ส าหรับปัญหา โจฟิเอล มันเป็นการน าเสนอที่ดีมาก]
โจฟิเอลพยักหน้า เมทาทรอนมองไปยังทูตสวรรค์และถาม
[อูรีเอลไม่มาเหรอ?]
[ไม่ใช่ว่าเจ้ากักตัวนางไว้เหรอ? มิฉะนั้นเธอคงจะอยู่ที่นี่แล้ว]
ทูตสวรรค์คนอื่นๆ หัวเราะคิกคักตามค าพูดของกาเบรียล
อย่างไรก็ตาม เมทาทรอนก็ไม่ได้หัวเราะ ทูตสวรรค์มองหน้ากัน
มันไม่มีทูตสวรรค์คนไหนไม่รู้ว่าอูรีเอลท าให้อาลักษ์ผู้นี้ปวดหัว
มากแค่ไหน คนแรกที่พูดออกมาคือทูตสวรรค์รากูเอลที่มีกระ
จางๆ อยู่ที่แก้มของเขา
[ขอโทษนะ อาลักษณ์สวรรค์ การกักขังสามปีจะไม่มากเกินไป
เหรอ? เมื่อไม่นานมานี้อูรีเอลสดใสขึ้นมากเนื่องจากการ
ออกอากาศ…]
ส าหรับกลุ่มดาวที่ต้องทนเบื่อมายาวนาน การถ่ายทอดสดนั้น
ยิ่งใหญ่ส าหรับพวกเขามาก เทวดาบางคนถึงกับเรียกมันว่า
‘การถ่ายทอดสดแห่งชีวิต’ เนื่องจากมันเป็นยาเพียงขนาน
เดียวที่ได้รับอนุญาตในเอเด็น…
[เจ้าก าลังพูดอะไรน่ะรากูเอล? เจ้ารู้ไหมว่ากี่ครั้งที่อาลักษ์ต้อง
ปล่อยให้ ■ ดู?]
การแสดงออกของรากูเอลแข็งขึ้นกับค าพูดของกาเบรียล
[กาเบรียล การดูหมิ่นสหายทูตสวรรค์ถือเป็นโทษมหันต์]
[ข้าพูดอะไรผิดไป? เมื่อเธอเบื่อ เธอก็จะหยิบคอปีศาจขึ้นมา
และท าอะไรแปลกๆ…]
[กาเบรียล!]
มันเป็นเมทาทรอนที่มาสงบบรรยากาศอันตึงเครียด
[ข้าจะตัดสินวิธีการจัดการกับอูรีเอลเอง]
ออร่าอันน่าศรัทธาแผ่ออกมาจากเมทาทรอนส่งผลให้ทูตสวรรค์
คนอื่นหุบปากไป เมื่อสภาพแวดล้อมเงียบลง เมทาทรอนก็เข้า
ประเด็นหลัก
[ในอนุสัญญาโลกปีศาจ ข้าจะมอบหมายงานใหม่ให้กับพวก
เจ้า]
อนุสัญญาโลกปีศาจ การแสดงออกของเหล่าทูตสวรรค์เริ่ม
เครียดขึ้นมา ความสมดุลระหว่างเอเด็นและโลกปีศาจได้รับ
ผลกระทบจากข้อขัดแย้งเมื่อเร็วๆ นี้ในอาณาจักรปีศาจที่ 73
[พวกเราจ าเป็นต้องมีทูตสวรรค์คอยเฝ้าดูผู้ปกครองแห่ง
อาณาจักรปีศาจที่ 73 ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น]
ใบหน้าของเหล่าทูตสวรรค์เต็มไปด้วยความสับสน กาเบรียล
ถามด้วยเสียงแหลม [เดี๋ยว เดิมทีมันเป็นภารกิจของอูรีเอลหนิ?
และมันเกี่ยวข้องยังไงกับอนุสัญญาโลกปีศาจ…]
[มันมีความเกี่ยวข้อง ในตอนนี้ที่อูรีเอลถูกควบคุมตัวไว้ ทูต
สวรรค์คนอื่นๆ จึงต้องท าหน้าที่แทนเธอ]
สายตาของเมทาทรอนกวาดไปยังทูตสวรรค์
[ราฟาเอลมีทัวร์หลักค าสอนในสัปดาห์หน้า และรากูเอลก็มี
ก าหนดจะไปเยี่ยมพระเวท ดังนั้นภารกิจนี้…]
ในที่สุดดวงตาของอาลักษณ์ก็หยุดลงที่ทูตสวรรค์คนหนึ่ง
[…ข้า?]
***
ในวันหลังงานปาร์ตี้ สมาชิกปาร์ตี้ก็ได้เพลิดเพลินไปกับความ
หรูหราอย่างกะทันหัน
“ทกจา ฉันเก็บมันไปได้จริงๆ เหรอ?”
“ฉันซื้อให้นายหนิ ลีฮุนซึง”
คิมทกจาซื้อเสื้อผ้าและไอเท็มให้กับสมาชิกปาร์ตี้ทุกคนจาก
กระเป๋าโดเกบิ ราวกับว่าเป็นการชดเชยที่เขาหายไปในระหว่าง
นั้น เด็กๆ รู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษ
“เฮ้ ดูนี่สิชินยูซอง!”
“ฉันก็ได้มันด้วยหนิ?”
ชินยูซองและลีกิลยังหัวเราะและวิ่งไปตามถนนพร้อมกับของ
ที่คิมทกจาซื้อให้ จางฮีวอนเห็นภาพนั้นและหัวเราะ “เด็กๆ ดู
เหมือนจะชอบต้นคริสต์มาสนะ”
เด็กทั้งสองคนก าลังนั่งอยู่บนบ่าใหญ่ของลีฮุนซึง ลีฮุนซึงก็
เหมือนกัน เขาตื่นเต้นกับโล่อันใหม่ที่ได้รับจากคิมทกจา
“…คนบ้าสามคน”
เธอพึมพ าเมื่อเธอมองไปและเห็นลีจีฮเยก าลังเดินเข้ามาใน
ขณะที่สวมหมวกรูปร่างคล้ายกับสามเหลี่ยมไว้บนหัวของเธอ
ถ้าสามคนนั้นเหมือนกับต้นคริสต์มาส เธอคนนี้ก็คงเหมือนกับ
เค้กสามชั้น
“ความสัมพันธ์กับลุงทกจาคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว?”
“ฉันได้ตระหนักถึงความส าคัญของเพื่อนร่วมงานแล้ว
ต่างหาก”
ลีจีฮเยหรี่ตาลงกับปฏิกิริยาของจางฮีวอน “พี่สาว… เธอไม่ได้
รับอะไรเลยเหรอ?”
“ฉันไม่ต้องการมัน”
อันที่จริงคิมทกจาก็มาหาจางฮีวอนอยู่หลายครั้ง อย่างไรก็ตาม
เขาก็ไม่ได้มีอะไรมาให้เธอและสอนเธอเกี่ยวกับวิธีการฝึกฝน
หลายๆ อย่างเท่านั้น รวมทั้งบอกเธอถึงชิ้นส่วนลับ เธอบอก
เขาว่าพวกมันคือสิ่งที่เธอสามารถหาได้โดยไม่ต้องมีเขา และ
การแสดงออกของคิมทกจาก็ยังคงสดใสอยู่ในใจของเธอ
เธอก าลังจะหยอกลีจีฮเยกลับ แต่ก็มีคนมาสะกิดไหล่ของเธอซะ
ก่อน เธอมองกลับไปและเห็นคิมทกจาที่ดูเหนื่อยๆ
“อ๊า ทกจา…”
คิมทกจามีรอยด าคล้ าบนใบหน้าของเขาในขณะที่เขายื่นอะไร
บางอย่างให้กับจางฮีวอน
“นี่มัน…”
“ชุดใหม่น่ะ มันจะสบายมากขึ้นส าหรับเธอ”
จางฮีวอนรับชุดมาด้วยความงุนงง มันเป็นชุดสีน้ าเงินที่มีผ้า
คลุมขนาดใหญ่อยู่ เธอเห็นมันในการแลกเปลี่ยน แต่ก็ยอมตัด
ใจเพราะมันแพงมาก
“ชุดนี้แพงเกินไป ฉันยัง…”
คิมทกจาส่ายหัวอย่างเงียบๆ จางฮีวอนเห็นสีหน้าแปลกๆ ของ
เขาและนึกถึงความทรงจ าเมื่อนานมาแล้ว ในช่วงที่อยู่ ณ ชุงมู
โร เธอได้รับชุดจากคิมทกจา ในเวลานั้น มันคือเศษผ้า
[กลุ่มดาว ‘แม่ทัพผู้พิพากษาหัวโล้น’ ผิดหวังกับอวตาร ‘จางฮี
วอน’]
“เธอยอมเป็นดาบให้ฉัน อย่างน้อยฉันก็ควรจะให้ของสิ่งนี้กับ
เธอ” คิมทกจาพูดออกมาและเดินออกไปราวกับเขามีอะไรต้อง
ท าต่อ จางฮีวอนจ้องไปยังแผ่นหลังของคิมทกจาและสัมผัสกับ
ชุดในมือของเธอ
ลีจีฮเยฉีกยิ้มอยู่ข้างๆ เธอ “ปากของพี่สาว…”
“อะไร?”
“ไม่มีอะไร ฉันก็เห็นอะไรบางอย่างจากมุมปากของเธอ พี่สาว
ถ้าเธอไม่ชอบมันงั้นแลกกับหมวกของฉันไหม ชุดนั่นมันโรแมน
ติกจริงๆ”
“ไม่มีทาง”
เธอมองใกล้ๆ และเห็นลวดลายบนชุดที่คล้ายกับโล่ของลีฮุนซึง
เมด บาย…? จางฮีวอนใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่องเท่าไร เธอเกา
หัวและเลิกอ่าน อย่างไรก็ตาม มันก็ดี
“ยังไงก็เถอะ ท าไมจู่ๆ ลุงเค้าถึงท าแบบนี้? คนที่ขายอาหาร
เพื่อเงิน…”
“ฉันไม่รู้ เขาอาจจะวางแผนอะไรแปลกๆ อย่างเคยก็ได้”
แน่นอนว่ามันไม่แปลกถ้าเป็นคิมทกจา เขามอบไอเท็มดีๆ
ให้กับเธอ และเขาก็คงจะใช้งานเธอหนักแน่ๆ
จางฮีวอนมองไปยังชุดและรู้สึกเหมือนกับพนักงานออฟฟิศที่
ได้รับเงินเดือนล่วงหน้า เธอก าลังพูดคุยกับลีจีฮเยถึงวิธีการใส่
ชุดให้ดูดียิ่งขึ้น แต่ก็มีคนปรากฏตัวขึ้นและผ่านเธอไปราวกับ
ภูตผี
“ซานอา เกิดอะไรขึ้น?”
“ฮะ? อ่า ใช่ ไม่มีอะไร”
ยูซานอาที่ก าลังจ้องมองไปยังพื้นที่อย่างว่างเปล่าตอบโต้ด้วย
ความประหลาดใจ รูม่านตาของเธอว่างเปล่า จางฮีวอน
ตระหนักได้ถึงอะไรแปลกๆ และพยายามจะพูด แต่ลีจีฮเยก็เร็ว
กว่าก้าวหนึ่ง
“อ่า ข้าเข้าใจแล้ว พี่ซานอาไม่ได้รับไอเท็มเหรอ?”
จางฮีวอนแหย่ซี่โครงของลีจีฮเย และเธอก็กรี๊ดออกมาเบาๆ ยู
ซานอายิ้มอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันแค่ก าลังคิดอะไรหลายๆ อย่าง
น่ะ… ฮีวอน นั่นเป็นชุดที่สุดยอดไปเลยนะ”
“อ่า ใช่ ทกจาให้มันมาน่ะ… ฉันคิดว่ามันมากเกินไป
เหมือนกัน”
“ฉันคิดว่ามันเหมาะกับเธอมากเลยนะ”
“งั้นเหรอ? ขอบคุณนะ” จางฮีวอนเกาหัวของเธอ มันมีสร้อย
ข้อมือเป็นประกายที่ไม่เคยเห็นมาก่อนบนข้อมือของยูซานอา
จางฮีวอนรู้สึกถึงอารมณ์อึดอัดและถามออกมา “อ่าใช่ ทกจา
เป็นไงบ้าง?”
“ทกจา?”
สีหน้าของยูซานอาถามว่าเธอหมายความถึงอะไร จางฮีวอนที่
อาจจะถูกเข้าใจผิดเริ่มพูดไม่ชัด “เอ่อ เอ่อ ฉันหมายถึง… ฉัน
แค่อยากรู้ว่าพวกเธอสองคนเป็นไงกันบ้าง…”
ยูซานเงยหน้าขึ้นมาด้านหนึ่งและพึมพ า “อืม ฉันคิดว่าก็
เหมือนกับตอนที่พวกเราอยู่ในบริษัท…”
มันก็เหมือนกับตอนที่พวกเขาอยู่ที่บริษัท มันเป็นการ
ตอบสนองที่ยากส าหรับผู้สังเกตการณ์ที่มีความหวัง ลีจีฮเย
กระซิบกับจางฮีวอน
“ฉันไม่ได้บอกเธอเหรอ? มันไม่มีอะไรระหว่างพวกเขา รสนิยม
ของตาลุงทกจาไม่ใช่แบบนั้น พวกเรา…”
“ฉันเข้าใจแล้วว่าท าไมผู้สนับสนุนของฉันถึงชอบเธอ ยังไงก็
เถอะ มาสเตอร์เธอตื่นรึยัง?”
“ยัง ฉันได้ยินมาว่าจะใช้เวลาอีกไม่กี่วัน”
ในระยะไกล คิมทกจาดูเหมือนก าลังคุยกับตัวเองอยู่ในขณะที่
เขามุ่งหน้าไปยังห้องพยาบาล
“มันมีบางสิ่งที่ต้องมอบให้…”
หอนาฬิกาใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว เสียงหัวเราะที่ดังกึกก้อง
ของสมาชิกปาร์ตี้ดังออกมา กงพิลดูก าลังผ่าอะไรบางอย่างที่
เหมือนกับปืนกลในขณะที่ฮันมยอนโกก าลังทดสอบขาเทียมอัน
ใหม่
ไม่รู้ว่าท าไม จางฮีวอนรู้สึกตื้นตัน ปาร์ตี้ได้มารวมตัวกันอีกแล้ว
พวกเขาคงจะกลับไปที่โลกในไม่ช้าและผ่านสถานการณ์
เลวร้ายอีกครั้ง ถึงกระนั้น จางฮีวอนก็ยังรู้สึกกลัว จางฮีวอน
เฝ้ามองพระอาทิตย์ตกจากหอนาฬิกาและนึกถึงค าพูดที่เธอได้
ยินในดันเจี้ยนโรงภาพยนตร์
– ฉันต้องการเห็นบทส่งท้ายของนิยาย
ในเวลานั้น คิมทกจาที่พูดสิ่งเหล่านี้ออกมาดูเหงามากๆ เธอไม่
รู้ว่าเขาหมายถึงอะไรในเวลานั้น แต่ในตอนนี้เธอรู้สึกว่าเธอ
พอจะรู้มันบ้างแล้ว ตอนนี้มีหนึ่งสิ่งที่ชัดเจน
เมื่อ ‘บทส่งท้าย’ มาถึง คิมทกจาคงจะไม่เหงาอีก
***
ไม่กี่วันหลังจากที่ปาร์ตี้จบลง กลุ่มดาวที่อยู่ในเขตอุตสาหกรรม
ก็เริ่มจากไปทีละคน ผมก าลังจะเดินไปส่งกลุ่มดาวและพบ
ดอกไม้สองดอกในกระเป๋าเสื้อคลุมของผม
“อะไรเนี่ย?”
มันเป็นดอกลิลลี่และดาวกระจายแดง มันไม่ใช่ส่วนผสมที่เข้า
กันซะเลย… เด็กๆ ท าเหรอ? ผมถือดอกไม้และมุ่งหน้าไปยัง
จัตุรัส กลุ่มดาวบางส่วนได้ผ่านประตูมิติไปแล้ว ในหมู่คนที่จาก
ไปคือกลุ่มดาวที่ได้เซ็นสัญญาพิเศษกับเนบิวลาบริษัทของคิ
มทกจา รวมทั้งผู้เฒ่าตรงหน้าของเขาด้วย
[ดูเหมือนว่าเจ้าก าลังเตรียมพร้อมส าหรับสงครามเลย เจ้าไม่
รีบร้อนไปหน่อยเหรอ]
“ในสถานการณ์มันเป็นสงครามเสมอ”
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากหัวเราะเบาๆ กับค าพูดของผม
[คิดให้ดีๆ ข้าอยากให้เจ้าแตกต่างจากกลุ่มดาวอื่นๆ]
“ขอบคุณส าหรับความช่วยเหลือของท่านนะ”
ผมยิ้มและก้มหัวให้เขา ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากเปิดประตูรถ
ก่อนที่จะหยุดลงและหันมามองผม [มีสิ่งสุดท้ายที่ข้าอยาก
ถาม…]
“ครับ ถามได้ตามสบายเลย”
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากไม่ได้ถามค าถามทันที่ กลับกัน เขาดึง
บุหรี่ออกมาและพึมพ า […เจ้าเคยคิดบ้างไหมว่าจริงๆ แล้ว
■■ คืออะไรกันแน่?]
เขาจุดบุหรี่ ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากถอนหายใจและพ่นควัน
ออกมาก่อนที่จะพูดต่อ
[มันเป็นสถานที่ที่พวกเราต้องการไปถึงหรือเป็นสถานที่ที่น า
พวกเราไปสู่จุดจบ? มันเป็นสถานที่แห่งชีวิตหรือมิติกันแน่?]
บางทีผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากอาจคิดถึงค าถามนี้มานับครั้งไม่
ถ้วน สุดท้ายเขาก็คงไม่พบค าตอบ
“มันคือสิ่งที่เป็นจุดจบของเรื่องราว”
[บางครั้งข้าก็พบว่าความสงบของเจ้าช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ]
“ผมก็รู้สึกประหม่าเช่นกัน”
[ข้ารู้สึกมันเมื่อตอนสมาคมนักชิม แต่เจ้าก็โกหกไม่เก่งอย่างที่
เจ้าคิด]
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากหัวเราะเหมือนเด็กๆ
[งั้นข้าขอถามเจ้าหน่อย… ■■ ของเจ้าคือ ‘บทสุดท้าย’ จริงๆ
เหรอ?]
ค าพูดนี้ทะลวงฝ่าการป้องกันของผม ผมหุบปากโดยอัตโนมัติ
ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากรอค าตอบของผมอย่างอดทน ในที่สุด
ผมก็พูดออกมาเมื่อบุหรี่ของผู้ผลิตสินค้าจ านวนมากไหม้มาถึง
ครึ่งทาง
“ผมไม่รู้ว่าเรื่องราวจะพาผมไปที่ไหน อย่างไรก็ตาม… ผมก็
มั่นใจว่าสถานที่ที่ผมต้องการจะไปก็คือบทสุดท้าย”
เขาฟังต่อหลังจากผมพูดจบ มันราวกับว่าเรื่องราวของผมยังไม่
จบ เมื่อบุหรี่ที่เหลืออยู่ของเขาหมดลง ผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก
ก็หัวเราะออกมา
[ข้าหวังว่าข้าจะได้อยู่บนหน้าสุดท้ายของเจ้านะ]
“ไปดีมาดีนะครับ”
[ระวังตัวด้วย]
เสียงเครื่องยนต์เบาๆ ดังออกมา และรถของผู้ผลิตสินค้า
จ านวนมากก็ทะยานเข้าไปในประตูมิติ กลุ่มดาวอื่นๆ เองก็หาย
เข้าไปในประตูมิติ ประตูมิติปิดลง และประกายแสงที่เต็มไป
ด้วยลางไม่ดีก็เติมเต็มท้องฟ้าที่ว่างเปล่า
ผมมองไปยังประกายแสงและสัมผัสกับกลีบดอกไม้ในกระเป๋า
ของผม เวลาที่เหลืออยู่ตอนนี้คือสามวัน ในไม่ช้า เรื่องราวที่
ส าคัญที่สุดส าหรับเขตอุตสาหกรรมจะเริ่มต้นขึ้น
(จบตอน)