มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 291 – ความทรงจ าที่มีความสุข (2)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 291 – ความทรงจ าที่มีความสุข (2)
มันใช้เวลาประมาณ 20 นาทีตั้งแต่การสนทนากับฮันซูยอง
เริ่มต้นขึ้น ผมสามารถสรุปข้อมูลได้หลายชิ้นผ่านค าถามสาม
ข้อ
หนึ่ง ‘ฮันซูยอง’ แห่งรอบที่ 1863 ได้ท าพันธสัญญาต่างโลก
กับนักเขียนลับ
สอง ‘ฮันซูยอง’ แห่งรอบที่ 1863 อาจจะไม่ได้เป็นตัวแทนของ
คนในรอบที่สาม
สาม ‘ฮันซูยอง’ แห่งรอบที่ 1863 มีข้อมูลมาก (และฉลาดขึ้น
เล็กน้อย) กว่าคนในรอบที่สาม
ผมสามารถรวบรวมพวกมันและอนุมานข้อมูลเพิ่มเติมได้
ยกตัวอย่างเช่น มันมีแนวโน้มว่าฮันซูยองคนนี้จะมาจาก ‘รอบ
ที่สาม’ เหมือนกับผม เธอเองก็ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับอนาคตผ่าน
วิธีที่ผมไม่รู้…
ผมพูดกับฮันซูยอง “ขอบคุณนะ ฉันได้ข้อมูลดีๆ มาแล้ว ถ้า
อย่างนั้นก็เหลือค าถามสุดท้ายของฉันใช่ไหม?”
“หืม ฉันต้องตอบเหรอ? ตอนนี้ฉันรู้ข้อมูลเกี่ยวกับนาย
พอแล้ว”
“…จริงเหรอ? เธอรู้อะไร?”
“นั่นคือค าถามที่สามของนายเหรอ?”
“ไม่”
ฮันซูยองเลียริมฝีปากของเธอและยิ้มให้ผม “คิมทกจาแห่งรอบ
ที่สาม ‘ฉัน’ ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?”
ในขณะที่ผมก าลังจะพูดว่าสิทธิ์ในการถามของเธอจบลงแล้ว
ความรู้สึกอันเย็นยะเยือกก็เต็มไปทั่วร่างของผม
…เธอรู้ได้อย่างไรว่าผมมาจากรอบที่สาม?
“โอ้ จากการแสดงออกของนาย ฉันพูดถูกใช่ไหม? ฉันได้มา
แล้ว”
“อย่ามาโกหก เธอก็รู้เมื่อเธอพูดมันออกมา”
“ฮ่าฮ่า ไม่ใช่ซะหน่อย”
สายตาของผมปะทะกับฮันซูยองในอากาศ ฮันซูยองเลียริม
ฝีปากล่างของเธอและถาม “รอบที่สาม… ฉันท าน็อตหลุดไป
เหรอ? ฉันใช้ความทรงจ าไปมากเกินไป”
“เธอท าได้ดีในแบบของเธอ เธอไม่ควรจะไปกังวลกับตัวเอง
ในตอนนี้หนิ?”
“นายก าลังปิดบังฉันอยู่เหรอ? งั้นนายจะให้ข้อมูลฉันบ้างไหม?
นายได้อ่านนิยายทั้งหมดแล้ว ดังนั้นนายก็น่าจะแสดงความ
เมตตาให้กับฉันบ้างไหม?”
“…ฉันไม่รู้ว่าเธอก าลังพูดถึงเรื่องอะไร”
“ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าคนแบบไหนที่จะอ่านนิยายแบบนั้น
ทั้งหมด แต่นายก็ยิ่งกว่าที่ฉันคิดไว้อีก คิมทกจา”
ฮันซูยองในรอบที่สามนั้นน่ากลัว แต่เธอคนนี้ก็ไม่ธรรมดาจริงๆ
“ฉันบอกว่าฉันเป็นนักเขียน”
ฮันซูยองหัวเราะ “นายไม่ใช่นักเขียน นายฉลาดเกินกว่าจะ
เขียนนิยายเรื่องนั้นแม้ว่านายจะยังโง่เกินกว่าที่จะหลอกฉันก็
ตาม”
“แค่เหตุผลนั้นเหรอ…”
“ฉันเองก็มีการคาดเดาเกี่ยวกับผู้เขียนหนทางเอาชีวิตรอด
เหมือนกัน”
ผมเกือบจะถามเธอเกี่ยวกับผู้แต่ง อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่อาจ
เปิดเผยช่องโหว่ใดๆ ในจุดนี้ที่อาจจะเป็นกับดักได้ ผมขมวดคิ้ว
และถามค าถามอื่น “ถ้าเธอคิดว่าฉันไม่ใช่ผู้เขียน ท าไมเธอถึง
ถามค าถามนั้นเป็นค าถามแรก?”
“ลองคิดดูสิ? ท าไมฉันถึงท าแบบนั้น?”
ฮันซูยองยิ้มอย่างสบายๆ มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะคาดเดา ฮันซู
ยองถามราวกับว่าผมได้เขียนหนทางเอาชีวิตรอด ค าตอบของ
ผมคือการยอมรับว่าผมรู้จักหนทางเอาชีวิตรอด… บ้าเอ้ย ผม
ตัดสินใจหยุดพูดและถามค าถามที่ส าคัญที่สุด “ฉันจะถาม
ค าถามสุดท้าย”
– ตั๋วค าถามใบที่สามถูกใช้งาน
“เธอมีชีวิตรอดจนถึงสถานการณ์ที่ 95 ได้อย่างไร? เธอต้อง
ไม่ได้อ่านหนทางเอาชีวิตรอดมาจนถึงสถานที่ 95 แน่ๆ―”
จากนั้นก็มีเสียงอึกทึกเกิดขึ้นที่ชั้นล่าง พร้อมกับเสียงบี๊ป ลีฮุ
นซึงรีบวิ่งขึ้นมาทางบันไดฉุกเฉินเพื่อเข้ามายังห้องและตะโกน
ออกมา
“หัวหน้า! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
ในเวลาเดียวกันกับที่ลีฮุนซึงพูด ทูตสวรรค์ทั้งสองในอ้อมแขน
ของผมก็ส่งข้อความออกมา
[กลุ่มดาว ‘ดอกลิลลี่แห่งราศีกุมภ์’ ตกตะลึงโดยบางอย่าง!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้บัญชาการแห่งดอกดาวกระจายแดง’ เตือนคุณ!]
ดวงตาของฮันซูยองเป็นประกาย “ดอกไม้ของนาย…”
ผมไม่สนใจเธอและวิ่งไปที่หน้าต่างด้านนอก ผมไม่รู้อย่างแน่ชัด
ว่าเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตาม ถ้าผมคิดถูก…
เงาของมังกรยักษ์บินออกไปนอกหน้าต่าง ผมสงสัยว่ามีคนปลุก
มังกรแห่งวันสิ้นโลกขึ้นมา แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ ผมอ้าปากค้าง
เมื่อผมมองไปยังมังกรยักษ์ที่ก าลังกระพือปีกอยู่บนท้องฟ้า ใช่
ท าไมผมถึงไม่เห็นมัน?
“ทุกคน หลบไป! ฉันจัดการเอง!”
หญิงสาวในเสื้อคลุมขนสัตว์สีขาวก าลังเป็นผู้น ามังกรยักษ์ จ้าว
สัตว์อสูรชินยูซอง เธอไม่ได้เป็นเด็กอีกต่อไปและเป็นผู้น าปาร์ตี้
ในสถานการณ์ที่ 95 มังกรคิเมร่าที่ได้วิวัฒนาขึ้นจนเหนือกว่า
ระดับที่หนึ่งไปเป็นระดับพิเศษได้พ่นลมหายใจออกมา
อย่างไรก็ตาม เปลวเพลิงที่ท่วมท้นก็ไม่ได้ดับลงโดยลมหายใจ
กลับกัน พวกมันกลับเปล่งประกายมากยิ่งขึ้นด้วยสารพิษ
ผมรู้จักเปลวเพลิงเหล่านี้ เปลวเพลิงนี้คือเพลิงอเวจีที่ลุกโชติ
ช่วง ณ ก้นบึ้งแห่งเอเด็น ผมรู้ว่าอนาคตได้เปลี่ยนไปด้วยการ
แทรกแซงของฮันซูยอง
อย่างไรก็ตาม รอบที่ 1863 นี้ก็คล้ายคลึงกับรอบที่ 1863 ที่ผม
รู้จัก ยกตัวอย่างเช่น ชื่อของทูตสวรรค์ที่เหลืออยู่เป็นคน
สุดท้ายในโลกที่ล่มสลายลงไป
“อูรีเอล”
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ โกรธมาก!]
มันมีการระเบิดออกมา และหน้าต่างด้านนอกของอาคารก็
พังทลายลงทั้งหมด มังกรคิเมร่าของชินยูซองล้มลงไป ผม
กระโจนออกไปนอกหน้าต่างและทะลวงผ่านสายลม ชินยูซองที่
ท าอะไรไม่ถูกตกลงมาในอ้อมแขนของผม
ชินยูซองเงยหน้ามองผมด้วยความประหลาดใจ “ใครกัน…?”
“ฉันจะหยุดเลือดให้”
ผมเรียกใช้การสะกดจุดและจิ้มไปที่ล าคอกับแขนของชินยูซอง
มันมีบางสิ่งก าลังขยับอยู่ภายในตัวผม และเส้นสายโปร่งใสก็
โผล่ออกมาจากปลายนิ้วของผม
「ก าแพงที่สี่ก าลังท าหน้าขี้เล่น」
ผมสังเกตเห็นสิ่งที่เขาพยายามจะท า
‘แต่’
「ก าแพงที่สี่หน้าบึ้ง ‘ชิ’」
ผมไม่ต้องการบอกให้คนของโลกนี้รู้ถึงเรื่องราวของผม มัน
เคร่งครัดและไม่ยุติธรรม นอกจากนี้มันยังไม่มีอะไรที่พวกเขา
สามารถท าเพื่อช่วยผมได้ ผมร่อนลงมาที่พื้นเบาๆ และวางชิน
ยูซองลง
ไม่นานหลังจากนั้น ลีฮุนซึงก็ร่อนลงมาที่พื้นพร้อมกับแบกฮันซู
ยองไว้บนไหล่ของเขา ชินยูซองเดินโซเซและพูดกับฮันซูยอง
“…หัวหน้า ฉันขอโทษ”
“ไม่เป็นไร”
ฮันซูยองกระโดดจากไหล่ของลีฮุนซึงและลูบหัวชินยูซอง ผม
รู้สึกแปลกมากเมื่อผมเห็นฉากนี้ ตัวตนเดิมที่ควรจะอยู่ในจุดนี้
คือผม
“เสื้อคลุม”
ฮันซูยองยื่นมือออกมา และลีจีฮเยก็รับเสื้อคลุมสีขาวมา
จากคิมนัมอุน
“นี่มาสเตอร์”
เสื้อคลุมสีขาวลดขนาดให้พอดีกับร่างกายของฮันซูยอง ผมไม่รู้
ว่ามันเป็นความรู้สึกของผมรึเปล่า แต่มันดูเจ๋งยิ่งกว่าเสื้อคลุม
ของผมอีก ฮันซูยองจับปกเสื้อคลุมของเธอและมองไปยังคังฮ
วามุน
เปลวเพลิงอเวจีก าลังลุกไหม้อยู่ในเมฆฝุ่น กลุ่มดาวที่ถูกเผา
กรีดร้องออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ดวงดาวที่เหลืออยู่กลายเป็น
ขี้เถ้าไปทีละคน
นี่คือพื้นที่แห่งการท าลายล้างของทูตสวรรค์ อูรีเอลได้จุติลงมา
ผมมองไปยังเปลวเพลิงและถามฮันซูยอง “…เธอรู้ไหมว่าท าไม
อูรีเอลถึงมาที่นี่?”
“นายคิดว่าไงล่ะ?”
“การท าลายล้างแห่งเอเด็น”
“นายเดาถูก”
ดอกไม้ในกระเป๋าของผมสั่นสะเทือนกับบทสนทนา
[กลุ่มดาว ‘ดอกลิลลี่แห่งราศีกุมภ์’ ก าลังถามว่าคุณ
หมายความว่ายังไง!]
[กลุ่มดาว ‘ผู้บัญชาการแห่งดอกดาวกระจายแดง’ ก าลังมอง
มาที่คุณ]
แน่นอน พวกเธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเอเด็นในรอบที่ 1863
อันที่จริง ผมก็ไม่อยากให้พวกเธอรู้ความจริงนี้เหมือนกัน มันมี
สิ่งมีชีวิตแปลกๆ ก าลังออกมาจากทั่วทุกมุมของคังฮวามุนที่
เปลวเพลิงสีขาวก าลังลุกโชนอยู่
สิ่งไร้นาม สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ถูกดึงดูดโดยการปรากฏตัวของอูรีเอ
ลและออกันออกมาเหมือนกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ผมถาม
ฮันซูยอง “เธอต้องการความช่วยเหลือไหม?”
“ขอบคุณส าหรับการช่วยเหลือของนายนะ ทูตสวรรค์แห่ง
เปลวเพลิงยากที่จะจัดการด้วยจริงๆ”
ยูจงฮยอครอค าสั่งของผมและจ้องมาที่ผม ฮันซูยองพูดต่อ “ถ้า
เป็นแบบนี้ต่อไป มันจะมีคนตายได้”
ผมกัดริมฝีปาก รอบนี้ไม่ใช่รอบของผม ยูจงฮยอคไม่ได้มีสหาย
ในรอบนี้”ยูจงฮยอค หยุดอูรีเอล”
ตามค าพูดของผม ยูจงฮยอคขยับ อันที่จริงผมก็ไม่ต้องการท า
แบบนี้ อูรีเอลตรวจพบยูจงฮยอคและตะโกนออกมาด้วยความ
ฉุนเฉียว
– อ๊าาาาา!
มันเป็นธรรมดา หนึ่งในเหตุผลที่เอเด็นถูกท าลายนั้นอยู่
ตรงหน้าของเธอ อูรีเอลที่ก าลังโมโหปลดปล่อยคลื่นแห่งเพลิง
อเวจี และวิถีดาบทลายนภาของยูจงฮยอคก็ตัดผ่านคลื่นนั้น
การปะทะกันอันน่าสะพรึงกลัวท าให้เกิดคลื่นกระแทกครั้งใหญ่
บนท้องฟ้า
ยูจงฮยอคและอูรีเอลในรอบที่สามคงจะไม่เชื่อถ้าพวกเขาได้
เห็นภาพนี้ และผมก็ไม่ต้องการให้พวกเขาเห็นมันเช่นกัน ผม
อยากให้ภาพฉากนี้อยู่แค่ในหัวของผมเท่านั้น
การสั่นสะเทือนของดอกไม้ในกระเป๋าของผมเริ่มรุนแรงขึ้น
กาเบรียลที่ใจร้อนไม่อาจทนได้และพูดด้วยน้ าเสียงที่แท้จริง
ของเธอ
[ท าไมอูรีเอลถึงโจมตีเขา? เจ้ารู้อะไรใช่ไหม?]
ผมพยักหน้า
[บอกข้ามาเร็ว! มิฉะนั้น―]
“จะพูดยังไงดีล่ะ?”
มันไม่มีอะไรที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ไม่สิ บางทีมันก็ไม่ควรที่
จะเปลี่ยน การต่อสู้ครั้งนี้เกิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบที่
1863 ความโกรธของอูรีเอลนั้นถูกต้อง และยูจงฮยอคก็ต้องทน
ต่อความโกรธนั้น
ผมมองดูพร้อมกับก าหมัดแน่น ฮันซูยองพูดด้วยน้ าเสียงชื่นชม
จากข้างๆ ผม”นายควบคุมยูจงฮยอคได้จริงๆ ฉันไม่อยากจะ
เชื่อเลย”
“เธอจัดการที่เหลือได้ไหม?”
“ไม่มีปัญหา อ่า ฉันจะให้รางวัลนะ”
ฮันซูยองพูดต่อ “ไม่ใช่ว่านายถามฉันเมื่อก่อนหน้านี้เหรอ?
ท าไมฉันถึงรอดมาได้จนถึงสถานการณ์นี้”
[ตัวละคร ‘ฮันซูยอง’ ก าลังพูดถึงเรื่องราว ‘ความคาดหมาย
ของนักลอกเลียนแบบ’]
“นี่คือค าตอบ”
แสงสีขาวโผล่ขึ้นมาจากร่างของฮันซูยอง ดวงตาของฮันซูยอง
เปล่งประกายเจิดจ้าในขณะที่เธออ่านรูปแบบของมอนสเตอร์ที่
ก าลังพุ่งเข้ามา
…นิมิตอนาคต ไม่ต้องสงสัยเลย ผมไม่รู้หลักการของมัน แต่มัน
คือความสามารถที่เหมือนกับนิมิตอนาคตไม่ผิดแน่ มันเป็น
ความสามารถที่ไม่ได้อยู่ในนิยายต้นฉบับ
「ไม่มีอะไรใหม่ภายใต้ดวงตะวัน ทุกๆ สิ่งที่ถูกเขียนคือการ
ดัดแปลงของสิ่งที่ถูกเขียนไว้อยู่แล้ว」
เรื่องราวของฮันซูยองเริ่มไหลออกมาทั้งหมด เธอฟาดศรัทธาไม่
แตกสลายเข้าใส่ล าคอของมอนสเตอร์ที่ก าลังพุ่งเข้ามาและ
หัวเราะ
“ฉันเป็นนักเขียนชั้นเยี่ยม นอกจากนี้ หนทางเอาชีวิตรอดยัง
เป็นการรวบรวมแนวความคิดโบราณทั้งหมด นายคิดว่ามัน
ยากเหรอที่จะท าลายพัฒนาการ? ในท้ายที่สุด มันก็แค่รูปแบบ
ซ้ าๆ”
ฮันซูยองอ่านรูปแบบอย่างเชี่ยวชาญและล่าสังหารเหล่ามอน
สเตอร์ ผมมองดูอยู่ครู่หนึ่งและถาม “เธอรอดชีวิตมาได้เพราะ
เรื่องนั้นเหรอ?”
ผมต้องยอมรับว่ามันเป็นความสามารถที่ยอดเยี่ยมจริงๆ
“หนทางเอาชีวิตรอดเป็นเรื่องราวที่เต็มไปด้วยการตั้งค่าที่
ซับซ้อน แม้ว่าเธอจะเป็นนักเขียน มันก็มีสิ่งที่เธอสามารถท าได้
และไม่สามารถท าได้”
“ใช่ นายพูดถูก”
อึดใจต่อมา แสงสีขาวก็พวยพุ่งออกมาจากร่างของฮันซูยอง
และมีร่างแยกจ านวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมา 10, 20, 30… ใน
พริบตา มันมีร่างแยก 100 คนที่ก าลังถือศรัทธาไม่แตกสลายไว้
“ถ้ามีฉันคนเดียวเท่านั้นน่ะนะ”
ฮันซูยองเหวี่ยงดาบในมือของเธอ และฮันซูยองอีกร้อยคนก็
กระโจนเข้าสู่สมรภูมิในเวลาเดียวกัน พวกเธอไม่กลัวตายและ
โจมตีสิ่งไร้นามอย่างระมัดระวัง ฮันซูยองแยกร่างต่อ
“อย่างไรก็ตาม แล้วถ้ามันเป็นสองหรือสามคนล่ะ?”
สิ่งที่คนๆ เดียวสามารถท าได้แตกต่างไปจากสิ่งที่คนร้อยคน
สามารถท าได้ สิ่งที่คนร้อยคนสามารถท าได้ก็แตกต่างไปจากสิ่ง
ที่คนพันคนสามารถท าได้
“นายรู้ไหม? สิ่งที่คนๆ หนึ่งใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อท าสามารถท า
ให้ส าเร็จได้โดยคนหมื่นคนในเวลาแค่สองวัน
[สกิลเฉพาะตัว ‘มุมมองนักอ่านพระเจ้า’ ถูกเปิดใช้งาน!]
เสียงหลายเสียงผลักเข้ามาหาผมในคราวเดียวกันจนพอจะท า
ให้ผมถึงขีดจ ากัด เสียงค่อยๆ ก่อให้เกิดภาพๆ เดียวในเวลาไม่
นาน ผมรู้ว่ามันคือภาพในหัวของฮันซูยอง ฮันซูยองจ านวนนับ
ไม่ถ้วนก าลังประชุมกันเพื่อวิเคราะห์โลก
.
.
「นี่มันผิด」
「การพัฒนาต่อไปเป็นเช่นนี้ ฉันมั่นใจว่าเขาจะโผล่ออกมา
」
「ไม่ นี่ถูกต้อง ทูตสวรรค์อูรีเอล…」
「มาลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่กันเถอะ」
.
.
แบบจ าลองของโลกถูกวาดโดยฮันซูยอง บางทียูจงฮยอค
อาจจะไม่ใช่แค่ผู้เสื่อมถอยคนเดียวเท่านั้น
ในหัวของใครบางคน โลกนับล้านได้ถือก าเนิดขึ้นและแตกดับ
ไป มันเป็นเพราะความผิดพลาดเล็กๆ เกิดขึ้นหรือมี
ข้อบกพร่องเล็กน้อย มันเป็นภาพที่เรื่องราวถูกซ้อนทับกันด้วย
ความเร็วสูง
ผมตกลงสู่เรื่องราวของฮันซูยอง ชีวิตของเรื่องราวนี้ทั้งเศร้า
และงดงาม บางคนก็มีพัฒนาการที่น่าพอใจ บางคนก็มี
พัฒนาการในแบบที่ผมคิดไม่ถึง
ผมไม่อยากจะยอมรับ แต่ก็ต้องท า บางสิ่งได้เหนือล้ ายิ่งไปกว่า
ต้นฉบับ มันเป็นความพยายามในการสร้างพัฒนาการอัน
สมบูรณ์แบบเพียงหนึ่งเดียว โลกใบนี้คือผลลัพธ์จากแผนการ
ของฮันซูยอง
ผมเงยหน้าขึ้นมองยูจงฮยอค เขายังคงเหวี่ยงดาบของเขา
แม้ว่าผิวกายของเขาจะถูกฉีกและมีเลือดไหลออกมา มันเป็นอูรี
เอลที่ก าลังต่อสู้อยู่กับยูจงฮยอคคนนั้น
ไม่มีสหายที่จะตาย ไม่มีการท าลายล้างที่จะเกิดขึ้น โลกที่ทุกๆ
คนสามารถรวมจุดแข็งเข้าด้วยกันและไปถึง ‘สถานการณ์
สุดท้าย’
บ้าเอ้ย ผมไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเห็นด้วย เพื่อให้โลกนี้
ส าเร็จลุล่วงไปได้ ยูจงฮยอค…
ฮันซูยองจ้องมาที่ผม เธอดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่ผมก าลังคิด”
นายรู้มันแล้วสินะ ฉันไม่ต้องการเขาในโลกใบนี้”
นักลอกเลียนแบบผู้ใฝ่ฝันถึงโลกที่เหนือกว่าต้นฉบับบอกกับผม
“ฉันรู้วิธีฆ่ายูจงฮยอค”
(จบตอน)