มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 312 – บริษัทของคิมทกจา (4)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 312 – บริษัทของคิมทกจา (4)
…พ่อ? หากผมไม่พลาด ค าพูดของเงายักษ์ต้องตรงมาทางนี้
แน่นอน สมาชิกปาร์ตี้จ้องมาที่ผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วย
ความไม่เชื่อถือ ผมมองกลับไปที่เงาด้วยความสับสน
[ป๊า?]
แสงสลัวที่มาจากทางเข้านครแห่งดวงดาวเผยให้เห็นเงา
[ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น! ลองอีกครั้ง ‘พ่อ’]
[ป๊าาา?]
[ไม่ มันคือพ่อ เจ้านี่จริงๆ เลย…]
เงายักษ์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตเพียงสิ่งเดียว พูดให้ชัดๆ มันมีสิ่งมีชีวิต
ขนาดเท่าลูกฟุตบอลอยู่บนเงายักษ์
“นายก าลังท าอะไรน่ะ?” ค าพูดของผมท าให้บีฮยองมองมาทาง
นี้
[…เอ่อ เจ้ามาถึงแล้วเหรอ?]
เงายักษ์คือบีฮยองที่ขยายร่างออกจนเหมือนกับยักษ์ ยิ่งโดเกบิ
แข็งแกร่งเท่าไร ร่างกายก็จะยิ่งใหญ่เท่านั้น ความจริงที่ว่าบีฮ
ยองมีขนาดร่างกายใหญ่ขนาดนี้แสดงให้เห็นว่าเขามาถึงระดับ
ที่ส าคัญในส านักงานแล้ว เดี๋ยวก่อน… เหตุผลที่บีฮยองและลูก
ฟุตบอลนี้ปรากฏตัวขึ้น…
“บียู!”
ขนมสายไหมบียูลอยผ่านอากาศ
[ป๊าา!]
บียูเข้ามาในอ้อมแขนของผมและถูตัวเข้ากับแก้มของผม มันมี
บางสิ่งก่อร่างขึ้นในดวงตาเล็กๆ ของเธอ ผมไม่อยากจะเชื่อเลย
ว่าเด็กตัวเท่าลูกเบสบอลจะกลายเป็นลูกฟุตบอลไปแล้ว บียู
เติบโตขึ้นมากจากอดีต
“เธอรอนานไหม?”
มือเล็กๆ โผล่ออกมาจากขนมสายไหมและตบแก้มของผม ผม
ทิ้งเธอไว้เพียงล าพังหน้าประตูมิติและสมควรถูกลงโทษอย่าง
หนัก ผมอดทนกับสัมผัสจั๊กจี้อย่างเงียบๆ น้ าตาไหลลงมาใน
ขณะที่บียูซุกแน่นลงไปในอกของผมอีกครั้ง เด็กๆ วิ่งเข้ามาหา
ผมและสัมผัสกับบียูที่ปุกปุย
[แหม แหม]
ผมหันหน้าไปหาบีฮยองที่ก าลังรอผมอยู่ ผมเปิดการสื่อสารโด
เกบิและพูดกับบีฮยอง
– นายมาท าอะไรที่นี่?
– ข้ามารอ มันจ าเป็นต้องมีโดเกบิพาเจ้าไปยังเขตสถานการณ์
ที่ 47
– แล้วขนาดร่างกายของนายล่ะ?
บีฮยองไม่สนใจผมและพูดกับสมาชิกปาร์ตี้
[ทุกคนในบริษัทของคิมทกจา พวกเจ้ารู้ไหมว่าข้าเป็นใคร? ข้า
คือบีฮยอง ผู้จัดการสาขาแห่งคาบสมุทรเกาหลี]
บีฮยองกระแทกหน้าอกของเขาราวกับก าลังโชว์กล้ามเนื้อหนา
ของตน เขาก าลังโชว์พลัง
[มันราวกับเป็นเมื่อวานนี้เองที่สถานการณ์แรกของคาบสมุทร
เกาหลีเริ่มต้นขึ้น… ในตอนนี้พวกเจ้ามาถึงสถานการณ์ที่ 47
แล้ว]
ใบหน้าของบีฮยองเต็มไปด้วยอารมณ์
[อย่างที่พวกเจ้าอาจจะรู้ สถานการณ์หลังจากสถานการณ์ที่
47 จะไม่ใช่สถานการณ์ที่เป็นไปตามล าดับ หลังจากเข้าสู่นคร
แห่งดวงดาว พวกเจ้าสามารถเลือกด าเนินสถานการณ์ตั้งแต่
48 ถึง 65 ได้]
ชินยูซองยกมือขึ้น “พวกเราสามารถเลือกสถานการณ์ได้
เหรอ?”
[มันคือสิ่งที่เรียกว่าระบบการเลือกอิสระ ฮ่าฮ่าฮ่า!]
ไม่มีใครหัวเราะ บีฮยองยักไหล่ [แหม แหม ยังไงก็เถอะ มันก็
ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าว่าต้องด าเนินสถานการณ์ไหนก่อน พวกเจ้า
สามารถด าเนินสถานการณ์ที่ 65 เลยหรือท าตามสถานการณ์
เป็นขั้นตอนเพื่อสร้าง ‘สถานะ’ ของพวกเจ้าก็ได้ อย่างไรก็ตาม
เจ้าจ าเป็นต้องมีสถานะในระดับหนึ่งเพื่อเข้าสู่พื้นที่สถานการณ์
หลังจากสถานการณ์ที่ 65]
ลีฮุนซึงถาม “งั้นอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากสถานการณ์ที่ 66?”
[มันจะมีค าอธิบายใหม่ในเวลานั้น เจ้ายังไม่อาจไปที่นั่นได้
ตอนนี้ ดังนั้นไม่ต้องเป็นกังวลไป]
มันเป็นน้ าเสียงที่เย็นชา แต่การแสดงออกของบีฮยองที่มีต่อ
สมาชิกปาร์ตี้ก็ไม่ได้เย็นชา
[อืม มันใช้เวลากว่าสี่ปีถึงจะมาถึงที่นี่… ข้าไม่รู้ว่ามันจะใช้
เวลานานเท่าไหร่ในอนาคต อ่า ไม่ใช่พวกเจ้าทุกคนที่ผ่านไปสี่
ปีเหมือนกัน]
บีฮยองยิ้มให้ผมในขณะที่เขาพูด
[ไปยังนครแห่งดวงดาวกันเถอะ มันจะใช้เวลาประมาณ 10
นาทีเพื่อส่งผ่านข้อมูล โปรดเตรียมตัวเองด้วย โลกอันน่า
มหัศจรรย์ก าลังรอพวกเจ้าอยู่]
ช่วงเวลาที่ค าพูดของบีฮยองจบลง บียูก็ตะโกนออกมา [ป๊าา!]
ล าแสงที่งดงามล้อมรอบสมาชิกปาร์ตี้ พวกเราเริ่มบินไปยังนคร
แห่งดวงดาว ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ความเร็วในการ
เคลื่อนที่นั้นช้ากว่าที่คาดไว้ ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่บียูจะโผล่
ออกมาจากแขนของผม จางฮีวอนมองภาพฉากนี้และพูด
ออกมา
“ทกจา ฉันมีบางสิ่งที่จะถาม”
การแสดงออกของจางฮีวอนที่มีต่อผมแปลกไป สมาชิกปาร์ตี้
คนอื่นๆ ก็เหลือบมองมาที่ผมเหมือนว่าพวกเขาอยากรู้ว่าเธอ
ก าลังจะพูดอะไรออกมา
“นายไปอยู่ไหนมาสามปี?”
***
ระหว่างการเดินทางสู่นครแห่งดวงดาว ผมได้เล่าให้สมาชิก
ปาร์ตี้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นในรอบที่ 1863 แน่นอนว่าผมไม่ได้บอก
พวกเขาทุกเรื่องและเลือกเฉพาะจุดที่ผมสามารถอธิบายได้
อย่างที่คาดไว้ สมาชิกปาร์ตี้สังเกตเห็นและตกใจ
“จริงเหรอ? ฉันรอดไปจนถึงสถานการณ์ที่ 95 เลยเหรอ?”
“…ไม่อยากจะเชื่อเลย เด็กรถไฟใต้ดินคนนั้นรอดมาได้”
ลีจีฮเยและลีฮุนซึงมองหน้ากัน ยูจงฮยอคฟังเรื่องราวอย่าง
เงียบๆ ในขณะที่ลีกิลยังและจางฮีวอนดูบูดบึ้งไปเล็กน้อย มัน
เป็นเรื่องธรรมดาส าหรับคนที่ไม่มีตัวตนในรอบนั้น ฮันซูยอง
เป็นคนที่ตอบสนองมากที่สุด
“ฉันอยู่ในโลกใบนั้นเหรอ?”
“ใช่ เธออยู่ เธอเป็นหัวหน้า”
“ไม่ ท าไม…”
ดูเหมือนมันจะมีบางสิ่งส าหรับเธอ และฮันซูยองก็ส่งข้อความ
ด้วยจุดนัดพบระหว่างวันในทันที่
– นายหมายถึงอวตารที่ฉันเคยพูดถึงมาก่อนงั้นเหรอ…
ผมพยักหน้า และฮันซูยองก็ท าหน้าประหลาดใจ มันคงจะไร้
สาระส าหรับฮันซูยอง อวตารที่แยกจากเธอไปได้พบกับเส้นโลก
ที่แตกต่าง
จางฮีวอนมองมาที่ผมใกล้ๆ และถาม “ยังไงก็เถอะ เสื้อคลุม
ของทกจาเปลี่ยนไปหน่อยไหม… นายเอามันมาจาก
สถานการณ์ที่ 95 เหรอ?”
“ใช่”
สิ่งที่ผมได้มาจากรอบที่ 1863 ก็คือเสื้อคลุมตัวนี้ ฮันซูยองที่
ก าลังจ้องมาที่ผมอย่างระมัดระวังล้วงมือของเธอเข้าไปในเสื้อ
คลุมของผม เมื่อมาคิดดูแล้ว ฮันซูยองแห่งรอบที่ 1863 ก็
มักจะท าแบบนี้อยู่
“บ้าเอ้ย… นายเอามันกลับมาด้วยเหรอ? มันจะไม่เป็นการ
ละเมิดความเป็นไปได้เหรอ?” ฮันซูยองตรวจสอบไอเท็ม และ
ปากของเธอก็เปิดอ้าออก “…เฮ้ ขอฉันบ้างได้ไหมเนี่ย?”
“เธอก าลังดูอะไรอยู่”
มันมีไอเท็มมากมายที่ชินยูซองแห่งรอบที่ 1863 เก็บไว้ในเสื้อ
คลุม ไอเท็มส่วนใหญ่ยังไม่จ าเป็นในตอนนี้ แต่บางชิ้นก็มี
ประโยชน์อยู่ อย่างไรก็ตาม มันก็มีของที่ไม่คาดคิดอยู่
“สมาร์ทโฟนนี้มันอะไร?”
มันไม่ใช่สมาร์ทโฟนของผม ผมเปิดมันขึ้นมา และภาพแปลกๆ
ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอหลัก
– นัมอุน♡จีฮเย
มันเป็นภาพของคิมนัมอุนที่ก าลังยิ้มแย้มและลีจีฮเยที่ก าลัง
ขมวดคิ้ว ผมตระหนักได้ถึงเจ้าของสมาร์ทโฟนเครื่องนี้ นั่นท า
ให้ผมนึกขึ้นมาได้ คิมนัมอุนเคยขโมยเสื้อคลุมตัวนี้มาใส่
ลีจีฮเยถามผมด้วยสีหน้าแบบเดียวกันกับตัวเธอบนหน้าจอ
“ลุง ภาพนี้มันอะไรกัน?”
“เอ่อ นี่… มันถูกใช้โดยเด็กในโลกนั้น ฉันต้องเอามันมาด้วยโดย
ไม่ได้ตั้งใจแน่ๆ”
“พวกเราเคยเดทกันในโลกใบนั้นเหรอ?”
“ไม่ เขาชอบเธออยู่ฝ่ายเดียว”
“ว้าว ฉันเข้าใจแล้ว” ลีจีฮเยหยิบสมาร์ทโฟนไปจากมือของผม
และเปิดคลังภาพ”ว้าว ภาพนี้สวยดีหนิ?”
…ภาพ? คราวนี้ผมรู้สึกประหลาดใจและมองไปยังสมาร์ทโฟ
นพร้อมกับสมาชิกปาร์ตี้
“ดูสิ พี่ซอลฮวากับฉัน… เอ่อ? ฮันดงฮุนก็อยู่ด้วยหนิ? ไม่ใช่ว่า
เขาอยู่ในพันธมิตรอุลซันเหรอ?”
“นี่คือลีฮุนซึง แต่ว่ามันมีรอยตัดอยู่ที่คอของเขา”
มันเป็นภาพกลุ่มคนในรอบที่ 1863 ซึ่งก าลังยิ้มอย่างสดใส
ลีซอลฮวา คิมนัมอุน ลีจีฮเย ฮันดงฮุน ลีฮุนซึง… และชายไร้
อารมณ์ที่อยู่ตรงกลาง
ลีจีฮเยพูดกับผม “นี่คือมาสเตอร์ในโลกนั้นเหรอ? ใบหน้าของ
เขาบาดเจ็บหนิ? ไม่ใช่ว่าเขาเจ๋งกว่าที่โลกนี้อีกเหรอ?”
ทุกคนในภาพยิ้มแย้ม ต่างจากยูจงฮยอคแห่งรอบที่ 1863 ยู
จงฮยอคเองก็ก าลังมองมาทางนี้อยู่
[‘ก าแพงที่สี่’ ก าลังเปล่งแสงอย่างแผ่วเบา]
ไม่มีใครที่นี่ได้รับรู้ถึงชีวิตของยูจงฮยอคในรอบนั้น
[กลุ่มดาว ‘นักเขียนลับ’ ก าลังมองมาที่คุณ]
…ไม่สิ มีอยู่คนหนึ่ง ผมเงยหน้าขึ้นมองต าแหน่งที่นักเขียนลับ
น่าจะก าลังเฝ้ามองดูอยู่
ผมยังไม่รู้ว่าท าไมนักเขียนลับถึงได้ท าพันธสัญญาต่างโลกแบบ
นี้ ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ าว่าท าไมเขาถึงตอบสนองต่อทางเลือกของ
ผมแบบนี้ ผมเดาอยู่หลายอย่าง แต่ทุกอย่างก็เป็นเพียง
สมมติฐานเท่านั้น
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ก าลังมองมาที่คุณ]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ก าลังมองมาที่คุณ]
‘บริบทของกลุ่มดาว’ ของนครแห่งดวงดาวคือสถานีขนส่งที่
น าไปสู่โลกของกลุ่มดาวอื่นๆ ผมรู้สึกว่าระยะห่างทางกายภาพ
ของผมและกลุ่มดาวค่อยๆ ลดลงแล้ว
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ยินดีต้อนรับคุณ]
การลงโทษดูเหมือนจะหมดลงแล้ว และอูรีเอลเองก็ส่งข้อความ
มา ท่ามกลางแสงอันเจิดจ้า ร่างกายของพวกเราได้เข้าสู่ตัว
นคร
[คุณเข้าสู่ ‘บริบทของกลุ่มดาว’ ของนครแห่งดวงดาว]
[สถานการณ์หลักใหม่ก าลังรออยู่]
สถานที่ที่พวกเราลงจอดคือจัตุรัสนครใหญ่ อวตารบางส่วน
เหลือบมองมาทางนี้ แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่มีใครให้ความสนใจกับ
พวกเรา ระดับของนครแห่งนี้แตกต่างจากที่พวกเราเคยอยู่มาก
มันเป็นธรรมดา
ผมพูดกับทุกคน “ทุกคนรู้ไหมว่าท าไมพวกเราถึงมาที่นี่?”
จากนี้ไป ศัตรูที่พวกเราต้องรับมือด้วยนั้นต่างก็มีอายุนับพันปี
จางฮีวอนพยักหน้าและสงสัย “พวกเรามาเพื่อจัดการกับ
โอลิมปัสใช่ไหม?”
“นายมีแผนอะไรเหรอ? หรือว่าสงครามเต็มรูปแบบ…”
ผมตอบค าถามของลีฮุนซึง “ฉันไม่ได้คิดถึงสงครามเต็มรูปแบบ
โอลิมปัสเป็นหนึ่งในเนบิวลาที่ใหญ่ที่สุดในการถ่ายทอดสด
ดวงดาว”
อัตราส่วนที่บริษัทของคิมทกจาจะเอาชนะในการเผชิญหน้ากับ
โอลิมปัสได้นั้นแทบจะเป็นศูนย์
“ฉันอยากจะไปเยือนโอลิมปัส พวกเขาต้องรับผิดชอบที่ท าให้ยู
ซานอาเป็นแบบนั้น มันจะต้องมีวิธีช่วยเธออย่างแน่นอน”
ในตอนนี้ยูซานอาติดอยู่ในกระแสแห่งจิตไร้ส านึก หลังจากสาม
เดือน เรื่องราวทั้งหมดก็จะหายไปจากร่างกายของยูซานอา
และดวงวิญญาณอันว่างเปล่าของเธอก็จะหายไปในความว่าง
เปล่า ก่อนหน้านั้น พวกเราจะต้องหาวิธีช่วยยูซานอาให้ได้
บางทีโอลิมปัสอาจจะเป็นหนึ่งในวิธีเหล่านั้น
จากนั้นยูจงฮยอคก็พูดออกมา “มันไม่จ าเป็นต้องไปทุกคน
ลีซอลฮวาและฉันจะอยู่ที่นี่”
“นายก าลังจะไปไหน?”
“ฉันไม่มีหน้าที่อะไรจะต้องไปรายงานนาย”
อันที่จริง มันก็ชัดเจนว่ายูจงฮยอคต้องการจะไปที่ไหน บริบท
ของกลุ่มดาวคือนครแห่งดวงดาวที่เนบิวลาทั้งหมดมาบรรจบ
กัน กล่าวอีกนัยหนึ่ง พวกเราไม่ใช่แค่อวตารเดียวที่จะมาที่นี่
ผมแนะน าเขา “ระวังตัวด้วย อย่างที่นายรู้ดี ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้
รับมือได้ง่ายๆ เลย”
“ฉันจะจ าไว้”
ยูจงฮยอคหันไปและเริ่มเดินจากไป ลีซอลฮวายิ้มให้ผมเบาๆ
และเดินตามหลังยูจงฮยอคไป ลีซอลฮวาในรอบนี้ ‘ดี’ ยิ่งกว่า
รอบไหนๆ มันไม่มีเหตุผลที่จะมีใครสามารถควบคุมยูจงฮยอค
ได้อย่างเต็มที่ แต่เธอก็คงจะสามารถลดความขัดแย้งบางอย่าง
ที่ไม่จ าเป็นได้
ยูจงฮยอคหายตัวเข้าไปในซอย และผมก็เคลื่อนย้ายปาร์ตี้ไปยัง
ประตูมิติที่อยู่ตรงกลางจัตุรัส บริบทของกลุ่มดาวมี ‘ประตูมิติ’
ที่เชื่อมต่อกับเกือบทุกโลก
มันเป็นประตูที่ท าให้ผมสามารถไปเยือนพื้นที่สถานการณ์ใน
อดีต รวมทั้งที่พ านักของเนบิวลาอื่น ผมวางแผนที่จะไปเยือน
โอลิมปัสอย่างเป็นทางการโดยใช้ประตูมิติ ผมป้อนปลายทาง
ลงไปยังประตูมิติ
“ภูเขาโอลิมปัส”
โอลิมปัส เนบิวลาขนาดใหญ่ที่มีต านานและการผจญภัยอยู่ทุก
ประเภท มันคือภูเขาโอลิมปัสที่มีสิบสองมหาเทพแห่งโอลิมปัส
พ านักอยู่ ในที่สุดมันก็ได้เวลาไปเยือนบ้านของพวกเขาแล้ว
ประตูมิติหมุนวนใต้ฝ่าเท้าของผม และฉากแห่งต านานลางๆ ก็
โผล่ขึ้นมาในใจของผม อึดใจต่อมา ข้อความที่ไม่คาดคิดก็
ปรากฏขึ้น
[โอลิมปัสก าลังปฏิเสธผู้มาเยือนทั้งหมด]