มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 313 – บริษัทของคิมทกจา (5)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 313 – บริษัทของคิมทกจา (5)
พร้อมกับข้อความ การหมุนของประตูมิติได้ลดลงอย่างรวดเร็ว
สมาชิกปาร์ตี้ที่ก าลังรออยู่ต่างสับสน จางฮีวอนเป็นคนที่ตั้ง
ค าถามขึ้นมาก่อน”…การเข้าถูกปฏิเสธเหรอ? นี่มันอะไรกัน?”
ผมเรียกปลายทางอีกครั้ง
[โอลิมปัสก าลังปฏิเสธผู้มาเยือนทั้งหมด]
[สถานการณ์โอลิมปัสจะเปิดขึ้นหลังจากเจ็ดวัน]
หลังจากเจ็ดวัน? ณ จุดๆ นี้ บางสิ่งก็เปล่งประกายขึ้นมาในใจ
ของผม
[เนบิวลาขนาดเล็กทะเยอทะยานซะจริง คิดที่จะไปยังโอลิมปัส
จริงๆ เหรอ?]
เสียงที่แท้จริงดังมาจากกลุ่มดาวที่นั่งอยู่ตรงน้ าพุข้างประตู
จากความสงบ แต่ก็มีแรงกดดันอันรุนแรง เขาคงจะเป็นนักรบที่
ดิ้นรนมานานก่อนที่จะกลายเป็นกลุ่มดาว ร่างของเขาใหญ่ซะ
ยิ่งกว่าลีฮุนซึ และมันก็มีหอกยาวอยู่บนแผ่นหลังของเขา…
เดี๋ยวนะ หอก?
[หืม ลักษณะของเจ้าคุ้นๆ หนิ… เจ้ามาจากไหน?]
ผมตอบในนามของสมาชิกปาร์ตี้ “โลก”
[โฮ่ ข้าก็มาจากที่นั่น ยินดีจริงๆ ส่วนไหนของโลก? ฝั่งทวีปงั้น
เหรอ?]
“คาบสมุทรเกาหลี”
[สหายเพื่อนบ้าน! ดูเหมือนจะมีบางคนที่พอใช้ได้เลย]
ผมมั่นใจมากยิ่งขึ้นหลังจากได้ยินเสียงหัวเราะของกลุ่มดาว
หอกมือเดียวเล่มโตที่คล้ายกับหัวของงู…
ชายคนนั้นลุกขึ้นจากน้ าพุด้วยเสียงฮึดฮัดและเดินจากไป ฮันซู
ยองเดินเข้ามาข้างๆ และถาม “เฮ้ กลุ่มดาวนั่นน่ะ? ยุทธการ
สะพานเตียงปันเกี้ยวเหรอ?”
“ใช่”
กลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่ที่เป็นหนึ่งในนักรบผู้ยิ่งใหญ่ของจีน
ร่วมกับกวนอูและเล่าปี่ เขาคือพยัคฆ์แห่งยุทธการสะพานเตียง
ปันเกี้ยว เตียวหุย
ลีจีฮเยประหลาดใจมากเมื่อได้ยินและถาม “จริงเหรอ? เขาคือ
เตียวหุยคนนั้นเหรอ?”
ผมพยักหน้า การแสดงออกของสมาชิกปาร์ตี้พากันตื่นเต้น
พวกเขาไม่ได้แสดงปฏิกิริยามากขนาดนี้เลยเมื่อได้พบกับ
สุริยะ…
ผมสามารถเห็นสถานะของสามก๊กในคาบสมุทรเกาหลีได้
แม้แต่ลีฮุนซึงก็ยังตื่นเต้นในขณะที่เขารีบหยิบเอาคู่มือทหาร
ออกมา”ขอโทษนะ ทกจา ฉันเป็นแฟนตัวยงของสามก๊กเลย
ฉันขอลายเซ็นต์ของเขา…”
“เดี๋ยวนายจะได้เจอเรื่องแบบนี้อีกบ่อยๆ ในอนาคต ตัวตนใน
ประวัติศาสตร์หลายคนที่นายรู้จักได้กลายเป็นกลุ่มดาวกันเกือบ
หมด”
ผมมองไปรอบๆ จัตุรัสพร้อมกับสมาชิกปาร์ตี้ จัตุรัสที่เคยเงียบ
งันก่อนหน้านี้เต็มไปด้วยกลุ่มดาวและอวตารแล้ว
[รับสมัครผู้เข้าร่วมสถานการณ์ที่ 53!]
[หาอวตารเป็นแท็งค์เพื่อรับเรื่องราว]
เสียงที่แท้จริงอันหยาบกร้านดังออกมาจากทั่วทุกที่ มันเป็นไป
ได้ที่จะสร้างเรื่องราวเต็มรูปแบบหลังจากสถานการณ์ที่ 47
ดังนั้นกลุ่มดาวระดับยิ่งใหญ่จึงมักจะจัดปาร์ตี้เล็กๆ อยู่บ่อยๆ
เพื่อเป้าหมายของสถานการณ์ จางฮีวอนพูดเหมือนกับว่าเธอ
ไม่อยากจะเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จะได้สนับสนุนพวกเรามา
จนถึงตอนนี้
“จู่ๆ ท าไมพวกกลุ่มดาวถึงดูไม่ค่อยมีศักดิ์ศรีเท่าไรเลย?”
“อันที่จริงส่วนใหญ่พวกเขาคือระดับต่ า พวกเขาไม่ได้ด้อยค่า
ลง มันก็แค่สถานะของพวกเราเพิ่มขึ้น”
“พวกเราจะต้องฝ่าฟันสถานการณ์เหล่านี้หลังจากช่วยยูซาน
อางั้นเหรอ?”
“อย่างที่บีฮยองบอก พวกเราไม่ต้องเคลียร์พวกมันทั้งหมด”
ผมจ้องไปยังสถานการณ์ที่ก าลังเปล่งประกายอยู่ในป้าย
โฆษณาบนท้องฟ้า
– พวกเราขอเชิญทุกคนเข้าต่อกรกับเทพเจ้ายักษ์ในกิแกนโท
มาเคียแห่งโอลิมปัส
ท่ามกลางสถานการณ์หลังจากสถานการณ์ที่ 47 มันก็มีหลายๆ
สถานการณ์ใหญ่ถูกสร้างขึ้นด้วยการแทรกแซงจากเนบิวลา
หรือส านักงานโดยตรง หนึ่งในตัวแทนของเรื่องนี้ก็คือกิแกนโท
มาเคีย ซึ่งด าเนินการโดยโอลิมปัสอย่างสม่ าเสมอ
กลุ่มดาวบางกลุ่มเห็นโฆษณาและพึมพ า “คราวนี้เป็นของจริง
เหรอ? ยักษ์บรรพกาลจะถูกปลดปล่อยออกมาจากทาร์ทารัส
เหรอ?”
“เฮ้ เจ้าเคยบอกไว้เมื่อสิบปีก่อน แต่พวกเขาก็ไม่ท า”
“คราวนี้มันจะแตกต่างกันเหรอ? บรรยากาศน่าสงสัยมาก มันมี
การพูดถึงความขัดแย้งภายในโอลิมปัสอีก”
“พวกเขาก าลังแสร้งท าเป็นต่อสู้กันเหรอ?”
ผมฟังการสนทนาและเห็นโฆษณาต่อมา มันเป็นวิดีโอที่แสดง
ให้เห็นถึงโอลิมปัสที่มีการต่อสู้อันยิ่งใหญ่กับพวกยักษ์ ตรีศูล
แยกทะเลออกจากกัน แถวขบวนของยักษ์ถูกบดขยี้ และทหาร
ที่ได้รับค าสั่งจาก ‘เทพสงคราม’ ก็พุ่งเข้าใส่ร่างของเหล่ายักษ์
‘โฆษกแห่งความยุติธรรมและภูมิปัญญา’ ได้ตัดคอของยักษ์
และเทพีแห่งความรักและความงามก็ได้ท านิ้วรูปหัวใจ
จุดสิ้นสุดของการโฆษณาคือไดโอไนซัสที่ยกแก้วขึ้นเพื่อฉลอง
แก่สงคราม
– สถานการณ์ที่ดีที่สุดในการถ่ายทอดสดดวงดาวจะเริ่มขึ้น
หลังจากนี้หนึ่งสัปดาห์!
– สามคนจากผู้เข้าร่วมจะได้รับเลือกให้ได้รับอาวุธ ‘รุ่นพิเศษ’
ที่สร้างขึ้นโดยช่างตีเหล็กภูเขาไฟ
– ค่าธรรมเนียมสถานการณ์: 100,000 เหรียญ
ลีกิลยังมองดูโฆษณาจนจบและถามผม “พี่ทกจา ผมต้องจ่าย
ค่าธรรมเนียมเพื่อเคลียร์สถานการณ์นั้นด้วยเหรอ?”
“ใช่”
“หลอกลวง!”
“อืม มันเป็นธุรกิจ โอลิมปัสหารายได้จากการถ่ายทอดสด
ดวงดาวโดยการจัดหาสถานการณ์ โดเกบิโฆษณามันและ
แจกจ่ายรายได้”
จางฮีวอนหัวเราะในท่าทางที่ตะลึงงันกับค าพูดของผม “มันเร่ง
รีบซะจริง หมดหวังอะไรขนาดนั้น…”
“เราจะท าให้พวกเขาหมดหวัง”
จางฮีวอนท าหน้าแข็งไปและพยักหน้า “พวกเราจะท าอะไร
ตอนนี้? พวกเราจะรออีก 1 สัปดาห์เหรอ? สถานการณ์
โอลิมปัสจะเริ่มในอีกหนึ่งสัปดาห์หนิ?”
ผมส่ายหัว เวลาที่เหลืออยู่คือสามเดือน มันเป็นสิ่งส าคัญที่จะ
ไม่ท าให้เวลาสูญเปล่า
“กิแกนโทมาเคียคือสถานการณ์มหาเรื่องราว และพวกเรา
จ าเป็นจะต้องเตรียมตัวเพื่อท้าทายมัน ส าหรับตอนนี้
สถานการณ์ของยูซานอานั้นเร่งรีบ และพวกเราก็ควรจะหาทาง
อื่นไว้”
การไหลของจิตไร้ส านึกเป็นเรื่องที่หาได้ยาก แต่อวตารคนอื่นๆ
ก็เคยเจอมันมาก่อน ถ้าไม่ใช่โอลิมปัส งั้นมันก็มีแนวโน้มว่า
เนบิวลาที่อยู่ในระดับคล้ายคลึงกันจะรู้วิธีรักษายูซานอา
ผมไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนที่จะคิดแผนต่างๆ มันมีสองสิ่ง
ส าคัญที่จะได้รับไปจากที่นี่
“พวกเราจะแยกกันลงมือ ฮันซูยอง พาคนอื่นไปยังโรงประมูล
บางทียูจงฮยอคก็อาจจะอยู่ที่นั่นด้วย อุปกรณ์ของสมาชิกปาร์ตี้
ควรจะเปลี่ยนได้แล้ว ซื้อเสื้อผ้าให้พวกเด็กๆ ด้วย”
“แล้วถ้าฉันมีเงินไม่พอล่ะ?”
“เอานี่ไป”
ฮันซูยองยื่นนิ้วออกมาอย่างรวดเร็ว ผมแตะนิ้วชี้ของเธอและ
แลกเปลี่ยนเหรียญ ดวงตาของฮันซูยองพองออกมาเมื่อเธอเห็น
จ านวนเงิน
“นายรู้ไหมเนี่ย นายมันรวยจริงๆ”
“ใช้เท่าที่จ าเป็น ฉันไม่ได้ให้เธอไปเยอะ”
“เฮ้ เด็กๆ มาท าให้บริษัทของคิมทกจาล้มละลายกันเถอะ!”
ชินยูซองและลีกิลยังตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้นและตาม
ฮันซูยองไป ผมพูดกับลีจีฮเยและลีฮุนซึง “ไปกับพวกเขา มันมี
สตาร์รีริคหลายอันที่ใช้การได้อยู่ที่โรงประมูลของกลุ่มดาว”
“ง-งั้นพวกเราจะตามไป!”
“ขอบคุณนะลุง!”
ลีจีฮเยและลีฮุนซึงวิ่งตามหลังฮันซูยองไปเหมือนกับสายลม ผม
คว้าไหล่ของจางฮีวอนไว้ในขณะที่เธอก าลังจะตามไป
“ฮีวอน อยู่ที่นี่ก่อน มีที่ที่เธอควรไปกับฉัน”
***
หลังจากนั้นไม่นานผมก็พาจางฮีวอนไปยังห้างสรรพสินค้า มัน
เป็นหนึ่งในสาขาของตลาดโดเกบิ
ในทันทีที่พวกเราเข้าไป โดเกบิตัวใหญ่ก็ขวางทางพวกเราไว้
[ข้าขอโทษ แต่สมาชิกระดับแพลตินัมเท่านั้นที่สามารถเข้าไป
ใช้ได้]
บางทีมันอาจจะเป็นเพราะรูปลักษณ์ปอนๆ ของพวกเรา แต่มัน
ก็มีความดูถูกอยู่เล็กน้อยในสายตาของโดเกบิ แทนที่จะเถียง
ผมเปิดกระเป๋าโดเกบิเพื่อยืนยันถึงระดับของผม
[สมาชิกระดับไดมอนด์?]
โดเกบิลนลานขึ้นมาเมื่อเทียบค าขยายของผมกับลิสต์รายชื่อ
ของลูกค้า และดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น
[ข-ข้าขอโทษจริงๆ! ท่านมาที่นี่เป็นครั้งแรกเหรอ? เฮ้ เรียก
พนักงานและผู้จัดการได้เลย! ถ้ามีอะไรไม่สะดวกในการช็อปปิ้ง
ของท่าน―]
“ไม่จ าเป็น อย่าเรียกพวกเขามาเพราะมันวุ่นวาย”
ผมปฏิเสธและเดินผ่านโดเกบิไป จางฮีวอนพูดด้วยท่าทาง
ตื่นเต้น”ทกจาเหมือนกับพวกลูกตระกูลใหญ่เลย”
“ฉันเป็นเจ้าของบริษัทนะ”
“ยังไงก็เถอะ ห้างนี้มันอะไรกัน?”
ผมรีบสแกนจางฮีวอนอย่างรวดเร็ว เธอสวมชุดเก่าๆ และมี
ดาบแห่งการพิพากษาห้อยลงมาจากเอวของเธอ เสื้อผ้าเปื้อน
เลือดจากการต่อสู้นับไม่ถ้วนในช่วงสามปีที่ผ่านมา และดาบ
นั้นคมยิ่งกว่าและแดงยิ่งขึ้นกว่าเดิมมาก
“บริษัทที่ไม่ให้สวัสดิการกับพนักงานจะประสบความส าเร็จได้
ยังไง?”
“อื้อ ฉันสมควรได้รับมัน”
พวกเรายืนอยู่ตรงหน้าตู้โชว์ ณ มุมหนึ่งของห้าง พวกมันคือ
ผลงานชิ้นเอกรุ่นแรกของผู้ผลิตสินค้าจ านวนมาก
ผมมองดูของเหล่านั้นด้วยสายตาที่ระมัดระวังและหยิบสูทที่
เรียบร้อยออกมาสองชุด มันเป็นเกราะระดับ SSS ที่สามารถใช้
การได้ซึ่งไม่ได้เลวร้ายส าหรับสถานการณ์ที่ 47 อย่างไรก็ตาม
จางฮีวอนก็สับสน “ท าไมนายถึงอยากแต่งตัวแบบนั้นขึ้นมา?”
“พวกเราต้องไปบางแห่งที่ค่อนข้างเป็นทางการ”
พวกเราเปลี่ยนชุดเป็นชุดสูท ชุดสูทปรับขนาดให้เหมาะสม
ในทันทีที่พวกเราสวมใส่
จางฮีวอนสวมชุดสูทและดูเหมือนกับบอดี้การ์ดของ
ประธานาธิบดี อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่รู้ว่าจางฮีวอนเป็นคนแบบ
ไหนก่อนที่การท าลายล้างจะมาถึง ลิสต์ตัวละครไม่ได้มอบ
ข้อมูลแบบนั้นให้ และเธอก็แทบจะไม่มีตัวตนอยู่ในต้นฉบับ
“งานก่อนหน้านี้ของฮีวอนคืออะไรเหรอ? ฉันขอถามได้ไหม?”
“สิ่งสุดท้ายที่ฉันท าคือบาร์เทนเดอร์ มันเป็นแค่งานพาร์ทไทม์
ถ้าเป็นงาน… งั้นฉันก็เป็นคนธรรมดาที่สลับไปมาระหว่างงาน
พาร์ทไทม์มั้ง?” จางฮีวอนยักไหล่ในขณะที่เธอเกาหัว”ฉันชอบ
ออกก าลังกาย”
“ออกก าลังกาย?”
“ฉันเล่นเคนโด้ในโรงเรียนมัธยมต้นและมัธยมปลาย ฉันเลิก
แข่งขันเนื่องจากได้รับบาดเจ็บ แล้วทกจาล่ะ?”
“ฉันเป็นพนักงานบริษัทเกม ฉันถูกก าหนดให้ต้องถูกไล่ออกใน
ไม่ช้า”
พวกเราเงียบไปครู่หนึ่ง ชายหญิงยืนอยู่หน้ากระจกก าลังแต่ง
กายในชุดสูท ผมเห็นร่างอวตารของกลุ่มดาวบางส่วนเหลือบ
มองมาที่พวกเราในขณะที่พวกเขาเดินผ่านไป จางฮีวอนใน
กระจกถาม “ทกจา ตอนนี้นายมีความสุขกว่าเดิมไหม?”
“ถ้าเธอก าลังจะบอกว่าเรื่องราวมันดีขึ้น มันก็จริง”
มันเป็นค าตอบที่ตรงไปตรงมา และจางฮีวอนก็หัวเราะ “ฉันก็
เหมือนกัน”
พวกเราจ่ายเงินและเดินขึ้นไปยังชั้นบนโดยใช้บันไดเลื่อน จางฮี
วอนถามด้วยความสงสัย “ทกจา นายก าลังจะไปไหน? นี่คือ
ดาดฟ้า”
“มันคือประตูมิติ”
ประตูดาดฟ้าเปิดออก และทิวทัศน์มุมกว้างของนครแห่ง
ดวงดาวก็เผยออกมา จางฮีวอนแสดงความชื่นชมสั้นๆ แต่มันก็
ไม่มีเวลาให้ชื่นชมมันนัก
ผมน าจางฮีวอนไปยังราวกั้นดาดฟ้า “เธอเชื่อใจฉันไหม?”
มันเป็นการแลกเปลี่ยนสั้นๆ ผมกระโดดจากดาดฟ้าในขณะที่
จับมือของจางฮีวอนไว้ แม้ว่าจะก าลังร่วงหล่นลงมา จางฮีวอน
ก็ยังคงสติไว้ได้ เมื่อถึงเวลาที่พวกเรามาถึงครึ่งทางได้ ผมก็จ้อง
ไปในอากาศ
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังมองไปยังประตู
มิติลับ]
[ประตูมิต้องการรหัสผ่าน]
“ทุกสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาล้วนมีปีก”
ประตูมิติปรากฏขึ้นในอากาศและกลืนร่างของพวกเราเข้าไป
[เนบิวลาอนุญาตให้คุณเข้ามา]
ผมรู้สึกว่าเท้าก าลังสัมผัสพื้น สายลมที่แผ่ออกมาดูเหมือนกับ
ก าลังเล็มปลายจมูกของผม มันเป็นสายลมอันชัดเจนที่ผมไม่
เคยพบที่ไหนมาก่อน ทุ่งหญ้าอันงดงามแผ่ออกไปอย่างไม่มีที่
สิ้นสุด และปราสาทสีขาวก็ถูกสร้างขึ้นเหนือมัน
จางฮีวอนท าหน้ามึนงง “ทกจา อย่าบอกนะว่าที่นี่คือ…”
“ใช่”
นี่คือเนบิวลาของทูตสวรรค์อันยิ่งใหญ่ มันยุ่งยากในการเข้ามา
ในลักษณะนี้ แต่มันก็ลดเวลาที่ต้องใช้ในการเข้ามา ผมเงยหน้า
ขึ้นมองอากาศและพึมพ า “พวกเขาน่าจะค้นพบแล้ว…”
จากนั้นเสียงเตือนภัยอันเย็นชาก็ดังขึ้นในหัวของผม
[…ราชาปีศาจ?]
มันเป็นเสียงที่โหดเหี้ยมเป็นอย่างยิ่งส าหรับทูตสวรรค์ มันไม่ใช่
เสียงที่ผมก าลังรออยู่ มันดูเหมือนว่าแขกที่ไม่ได้รับเชิญจะ
ปรากฏตัวขึ้น
[เจ้าช่างกล้าซะจริง ราชาปีศาจมาที่นี่ได้อย่างไร?]
พลังของกลุ่มดาวระดับเรื่องเล่าท าให้ร่างกายหดกลับมา แม้แต่
จางฮีวอนผู้กล้าหาญก็ยังมีเนื้อตัวที่ซีดลงไป
[กลุ่มดาว ‘ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น’ ก าลังเปิด ‘สถานะ’
ของเขา]
สิ่งนี้ท าให้จางฮีวอนพอจะหายใจได้ ผมก าลังจะมองหาเจ้าของ
เสียง แต่มือๆ หนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าและคว้าคางของผม
[ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น?]
มันมีเพียงคางของผมเท่านั้นที่ถูกจับไว้ แต่มันก็รู้สึกเหมือนกับ
ว่าพลังก าลังหลุดลอยออกไปจากร่างกายของผม สถานะนั้น
ใหญ่เกินกว่าที่ผมจะทนได้
[ราชาปีศาจมีค าขยายว่าการหลุดพ้นได้ยังไง? มันมีเจ้าของค า
ขยายนั้นเพียงหนึ่งเดียวในรอบ 1,500 ปีที่ผ่านมา]
ผมหันไปอย่างช้าๆ และเห็นชายหนุ่มผมทองก าลังจ้องมาที่ผม
ดวงตาของเขาก าลังเปล่งประกายสีม่วงเล็กน้อย ผมตระหนัก
ถึงตัวตนของกลุ่มดาวนี้ได้แทบจะในทันที่
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้แห่งการทุจริต’ ก าลังมองมาที่คุณด้วย
สายตาที่บ้าคลั่ง]
มันมีเพียงตัวตนเดียวในเอเด็นที่มีค าขยายทั้ง ‘ดี’ และ ‘ชั่ว
ร้าย’ อยู่ในตัว และเขาก็คือทูตสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเด็น
…บ้าเอ้ย มันเป็นคู่ต่อสู้ที่เลวร้ายที่สุด ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า
ตอนนี้เขาอยู่ในเอเด็น ดวงตาสีม่วงของชายผู้นี้โค้งขึ้น
เหมือนกับพระจันทร์เสี้ยว
[ข้าไม่รู้ว่าเจ้าเป็นใคร แต่ข้าไม่ชอบแบ่งปันค าขยายของข้า
ให้กับใคร งั้นเจ้าก็ต้องตาย]
ในช่วงเวลาที่มือของชายที่ก าลังกุมคางของผมไว้เปล่งประกาย
ขึ้นด้วยแสงสีม่วง…
[■■ เอามือออกไปซะ มิคาเอล ถ้าเจ้าไม่อยากลงนรกจริงๆ]
มันเป็นเสียงของทูตสวรรค์ที่ผมก าลังรออยู่