มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 314 – บริษัทของคิมทกจา (6)
- Home
- มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT
- ตอนที่ 314 – บริษัทของคิมทกจา (6)
ผมได้ยินเสียงค ารามของเปลวเพลิง และก าแพงไฟร้อนก็
ปรากฏขึ้นระหว่างผมกับมิคาเอล มิคาเอลขมวดคิ้วและก้าว
ถอยหลังไปในขณะที่สะบัดมือของเขา
[…เจ้าท าอะไรน่ะ?]
[ไสหัวไปซะ]
มิคาเอลจ้องไปยังอูรีเอลครู่หนึ่งก่อนที่จะยิ้มออกมา
[อูรีเอล เจ้าต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ หลังจากเลิกไล่ล่าปีศาจ]
พลังงานสีม่วงเริ่มไหลออกมาอย่างบ้าคลั่งจากร่างกายของมิคา
เอล
[กลุ่มดาว ‘ผู้กอบกู้แห่งการทุจริต’ ก าลังเตรียมเรื่องราว ‘ผู้
สังหารราชาปีศาจ’]
ผู้สังหารราชาปีศาจ มันเป็นเรื่องราวเดียวกับที่ยูจงฮยอคแห่ง
รอบที่ 1863 มี
ทุ่งหญ้าสีเขียวถูกย้อมด้วยคลื่นสีม่วง หญ้าเหี่ยวแห้ง และ
ความรู้สึกที่น่าขนลุกก็ผุดขึ้นจากเท้าของผม
ผู้สังหารราชาปีศาจคือเรื่องราวที่แทบจะไร้เทียมทานในการ
ต่อกรกับราชาปีศาจ ผมไม่สามารถเอาชนะมิคาเอลได้ตราบใด
ที่เขายังมีเรื่องราวนี้อยู่
สถานะของมิคาเอลเล็งมาที่ผม แต่ก็มีคนขวางมันไว้
“ปกติทูตสวรรค์โหดเหี้ยมแบบนี้เหรอ?” จางฮีวอนยืนขวางผม
ไว้พร้อมกับดาบแห่งการพิพากษา ไหล่ของเธอสั่นไหวเล็กน้อย
และจิตวิญญาณของเธอก าลังหดกลับ อย่างไรก็ตาม จางฮีวอน
ก็กล้าหาญ ความประสงค์ของมนุษย์ที่จะทนต่อแรงกดดันต่อ
หน้าจิตสังหารของทูตสวรรค์ ด้านหลังของจางฮีวอนมีอูรีเอ
ลยืนอยู่
มันมีแสงเจิดจ้าเป็นพื้นหลัง เพลิงอเวจีก าลังลุกโชน และทุ่ง
แห่งเอเด็นก็เต็มไปด้วยประกายแสง
ผมกลืนน้ าลายในขณะที่สถานการณ์มาถึงจุดแตกหัก
อูรีเอลคือหนึ่งในห้าทูตสวรรค์ที่แข็งแกร่งที่สุด เธอมีเสียงที่สูง
ที่สุดในเอเด็นในหมู่กลุ่มดาวฝ่ายดี
แม้กระนั้น ฝ่ายตรงข้ามของเธอก็คือมิคาเอล ทูตสวรรค์ที่ไม่มี
ใครเทียบได้ในความสามารถในการต่อสู้ทุกประเภท ในเอเด็น
มันไม่มีทูตสวรรค์คนไหนเหนือไปกว่ามิคาเอลในด้านพลังต่อสู้
เพียงล าพัง
[กลุ่มดาว ‘สหายแห่งความยุติธรรมและความสามัคคี’
ก าลังยั้บยั้ง ‘ผู้กอบกู้แห่งการทุจริต’]
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิทักษ์แห่งวัยเยาว์และการเดินทาง’ ก าลังมอง
มายัง ‘ผู้กอบกู้แห่งการทุจริต’]
[กลุ่มดาวฝ่ายดีก าลังวิจารณ์ ‘ผู้กอบกู้แห่งการทุจริต’]
มิคาเอลไม่ถอยแม้จะมีข้อความสาดเทลงมาจากฝากฟ้า
กลับกัน เขาดูเหมือนจะพบว่ามันตลก
[ใช่ มันถึงเวลาแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าใครคือคนที่แข็งแกร่ง
ที่สุดในเอเด็น]
ในเวลาเดียวกัน ออร่าสีม่วงและสีขาวของมิคาเอลก็บังเกิดขึ้น
รอบๆ มือของเขาโดยพร้อมเพรียงกัน พลังโคจรอยู่รอบๆ มือ
ทั้งสองข้างของเขา ในไม่ช้าออร่าก็กลายเป็นดาบสองมือ เหงื่อ
ไหลรินลงมาจากร่างกายของผม ไอ้หมอนี่ เขาได้รับสตาร์รีลิคนี่
มาจากไหน…?
[กลุ่มดาว ‘อาลักษณ์สวรรค์’ เตือน ‘ผู้กอบกู้แห่งการทุจริต’]
มันมีพายุลูกใหญ่บังเกิดขึ้น และประกายแสงในบริเวณโดยรอบ
ก็มอดดับลงไปในทันที่ นี่คือพลังของกลุ่มดาวที่สูงส่งที่สุดแห่ง
เอเด็น เมทาทรอน อย่างน้อยที่สุด แรงกดดันอันมหาศาลนี้ก็ไม่
อาจโต้กลับได้ในเอเด็น ความรุนแรงก่อให้เกิดความเงียบขึ้นใน
ขณะที่มิคาเอลลดพลังของเขาลงอย่างช้าๆ
มิคาเอลจ้องขึ้นไปบนฟ้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะบ่น […แม้แต่เจ้า?
ตอนนี้เอเด็นดูเหมือนจะหายไปแล้ว]
มิคาเอลหันไปและเริ่มเดินออกไป หัวของราชาปีศาจห้อยลงมา
จากเอวของเขาเหมือนกับผลไม้
[ศีรษะของแกรนด์ดยุคเซมิด้า]
[ศีรษะของแกรนด์ดยุคกราฟิโอ้]
ขนของผมลุกชันขึ้นมา แกรนด์ดยุคบางคนเทียบได้กับราชา
ปีศาจระดับต่ า แต่เขากลับแขวนหัวของพวกมันไว้เหมือนกับ
เป็นของเล่น
เมื่อมิคาเอลหายตัวไปอย่างสมบูรณ์ จางฮีวอนก็ถอนหายใจ
ออกมาและเก็บดาบกลับไป
ผมหันไปและเห็นอูรีเอลก าลังมองมาทางนี้
ทูตสวรรค์อูรีเอล เธอแตกต่างไปจากตอนที่ผมได้เห็นเธอ ณ
งานเลี้ยงกลุ่มดาว เธอสวมชุดของเอเด็นพร้อมกับมีต่างหู
กางเขนและดูสง่างาม ความรู้สึกซุกซนตามปกติไม่อาจพบได้
ในขณะที่ความสูงส่งเอ่อล้นออกมาจากร่างกายของเธอ
[คิมทกจา…]
เธอจ้องมาที่ผมด้วยสายตาที่ซับซ้อนก่อนที่จะท าสีหน้าตกใจ
ออกมาอย่างฉับพลัน จากนั้นเธอก็หันไปหาจางฮีวอนราวกับว่า
เธอจะหลบสายตาของผม
[ดีใจจังที่ได้พบเจ้า มันเป็นครั้งแรกใช่ไหมที่เจ้าได้พบกับข้า
แบบนี้?]
ริมฝีปากของจางฮีวอนแยกออกเล็กน้อยในขณะที่เธอ
เผชิญหน้ากับอูรีเอล บางทีมันอาจจะเป็นความตื่นเต้นประเภท
หนึ่ง แน่นอน นี่เป็นครั้งแรกที่จางอีวอนได้พบกับอูรีเอล อูรีเอล
ที่อยู่ตรงหน้าของพวกเราในตอนนี้อยู่ในสภาพที่ร่างอวตารและ
ตัวตนที่แท้จริงของเธอรวมเป็นหนึ่ง ทูตสวรรค์ที่อยู่ตรงหน้า
ของพวกเราคือธรรมชาติที่แท้จริงของผู้พิพากษาเปลวเพลิง
ปีศาจ
[มาด้วยกันเถอะ อาลักษณ์ก าลังรออยู่]
***
“…พวกเราต้องรออีกนานแค่ไหน?”
จางฮีวอนและผมถูกพามาที่วังของเอเด็นในทันที่ เอเด็นสุภาพ
มากกว่าที่ผมคาดไว้ ผมคุ้นเคยกับค าอธิบายจากหนทางเอา
ชีวิตรอด แต่มันก็แตกต่างกันไปจากสถานที่อันงดงามแห่งอื่น
มีการตกแต่งเล็กๆ ที่ไม่ได้ให้ความรู้สึกเสแสร้ง ภาพจิตรกรรม
ฝาผนังและรูปปั้นที่ตกแต่งด้วยสีขาวทั้งหมดแผ่ความรู้สึกที่
อ่อนน้อมถ่อมตนออกมา ปัญหาก็คือความสุภาพแบบนี้ท าให้
การรอของผมน่าเบื่อยิ่งขึ้น
– รอที่นี่ ไกด์จะมาในไม่ช้า
อูรีเอลทิ้งผมไว้ที่นี่และหายตัวไปพร้อมกับจางฮีวอน ผม
ต้องการเห็นเอเด็นเหมือนกันนะ… ผมรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
…บางทีมันอาจเป็นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในรอบที่ 1863 ผมทิ้ง
เพื่อนร่วมงานของอูรีเอล โจฟิเอล ไว้ มันหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยถ้า
ผมจะถูกต าหนิ
[ทกจา เจ้ามาเหรอ?]
ผมเงยหน้าขึ้นด้วยสายตาอันว่างเปล่า และทูตสวรรค์คนหนึ่งที่
ก าลังนั่งอยู่บนก้อนเมฆก็ก าลังมองลงมาที่ผม ลักษณะของเขา
อยู่ในช่วงวัยรุ่นพร้อมกับมีผมหยิก ทูตสวรรค์มองลงมาที่ผม
พร้อมกับดวงตาที่หลับลงครึ่งหนึ่ง และผมก็ลุกขึ้น”นายคือ
ราฟาเอล?”
ราฟาเอลพยักหน้า
ผู้พิทักษ์แห่งวัยเยาว์และการเดินทาง ราฟาเอล เอเด็นของโลก
นี้ดูจะอยู่ในสภาพดี หลังจากอูรีเอล ผมก็ดีใจที่ได้เจอกับราฟา
เอล อย่างไรก็ตาม… ทูตสวรรค์คนนี้คือคนที่ขับไล่แอสโมเดียส
ผู้น่าหวาดหวั่นไปจริงๆ เหรอ?
[เจ้าเจอประตูมิติลับได้ยังไง?]
“โจฟิเอลบอกฉัน”
[รู้สึกยังไงที่ได้อยู่ในเอเด็น?]
“ดี”
[เจ้าดูง่วงนะ?]
ผมรีบเปลี่ยนสีหน้าและยิ้มออกมา ราฟาเอลน าทางผมผ่าน
ทางเดินจากห้องนั่งเล่น ในขณะที่พวกเราเดินผ่านทางเดินด้าน
นอก ทิวทัศน์ของสวนก็สามารถมองเห็นได้ผ่านหน้าต่าง แกะที่
ก าลังเล็มหญ้าอยู่ร้องออกมาในขณะที่พวกมันเงยหน้าขึ้นมอง
ผม ผมมองดูแกะและสงสัย
“มีแกะอยู่ในเอเด็นจริงๆ เหรอ”
[ใช่ พวกมันช่วยได้เยอะเลยเมื่อเจ้านอนไม่หลับ]
“…นายก าลังบอกว่านายนับพวกมันเหรอ?”
[เจ้าน่าจะเคยเห็นมันเช่นกัน พวกมันคือหนึ่งในสิ่งที่ปรากฏตัว
เมื่อเจ้าหลับตาและคิดถึงแกะ ก่อนที่เจ้าจะหลับไป]
ผมแปลกใจเพราะมันเป็นเรื่องราวที่ไม่ปรากฏขึ้นในหนทางเอา
ชีวิตรอด พวกมันเป็นแกะที่ผู้คนจะนับก่อนที่จะหลับไปจริงๆ
เหรอ?
[ข้าโกหก]
“…”
ผมจ้องไปยังราฟาเอลด้วยท่าทางตกตะลึง ราฟาเอลหัวเราะ
และเริ่มพูดออกมาอีกครั้ง
[เจ้ารู้ไหม? เดิมทีไม่มีแกะในเอเด็น]
“นายจะโกหกอีกแล้วเหรอ?”
[นี่เป็นเรื่องจริง อูรีเอลน าแกะมา]
อูรีเอล? ท าไม?
[วันหนึ่ง อาลักษณ์ได้มอบสถานการณ์ย่อยให้กับอูรีเอล]
ทูตสวรรค์แห่งเอเด็นจะได้รับภารกิจผ่านอาลักษณ์สวรรค์ เป็น
ที่เข้าใจได้ว่าทุกๆ ภารกิจถูกลดระดับให้เป็นสถานการณ์ ผม
สงสัยเพราะนี่ไม่ได้มีอยู่ในหนทางเอาชีวิตรอด
“มันคือสถานการณ์อะไร?”
[น าพาแกะ 10 ตัว]
หลายสถานการณ์ในการถ่ายทอดสดดวงดาวอยู่ในรูปแบบของ
ค าอุปมาอุปมัย ในเอเด็น อุปมาของค าว่าแกะนั้นชัดเจน สรุป
คือเมทาทรอนต้องการให้อูรีเอลพาสาวกมา 10 คน
“…อูรีเอลพาแกะของจริงมาเหรอ?”
[ใช่ ตอนแรกมันมีแค่สิบ แต่พวกมันก็ออกลูกและโตเร็วมาก]
มันฟังดูเหมือนกับสิ่งที่อูรีเอลจะท า
เทวดาที่ดูแลแกะสามารถมองเห็นได้ เหล่าเทวดาก าลังเลี้ยง
หรือไม่ก็ตัดขนแกะ ทุกอย่างงดงามตามที่อธิบายไว้ในหนทาง
เอาชีวิตรอด บางคนก็มองมาทางนี้และคุยกัน หนึ่ง สอง สาม…
ตัวเลขเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มันมีคนเริ่มจับกลุ่มคุยกัน
…พวกเขาพูดอะไรกัน?
[กลุ่มดาว ‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงปีศาจ’ ก าลังท าหน้าดุ]
เหล่าเทวดารีบแยกย้าย ผมสามารถเห็นอูรีเอลและจางฮีวอนที่
ก าลังโบกมืออยู่ในระยะไกล ราฟาเอลเดาะลิ้นของเขา [ทูต
สวรรค์ที่ตกหลุมรักมนุษย์]
“นายช่วยพูดพร้อมกับเดินไปด้วยได้ไหม?”
[เข้าไป อาลักษณ์ก าลังรออยู่]
ผมยืนอยู่หน้าส านักงานของอาลักษณ์ ผมหายใจเข้าลึกๆ
ก่อนที่จะเปิดประตูและเข้าไป
สิ่งแรกที่เข้ามาในสายตาก็คือกองหนังสือที่ซ้อนกันจนถึงความ
สูงของคน
มันเป็นกองหนังสือที่เป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะอ่านจบในชั่ว
อายุขัย และผมก็ชอบเจ้าของห้องโดยไม่ได้ตั้งใจ ใครก็ตามที่
ชอบหนังสือต้องไม่ใช่คนเลว
ผมระมัดระวังที่จะไม่ท าลายกองหนังสือในขณะที่ผมเดินเข้าไป
ในห้อง เหนือเทือกเขาของหนังสือ โต๊ะของส านักงานสามารถ
มองเห็นได้ จากนั้นผมก็เห็นทูตสวรรค์ที่มีผมสีเทาก าลังนั่งอยู่
ข้างหน้าของผมด้วยใบหน้าที่เหนื่อยล้า
[เจ้ามา]
มันเป็นเสียงอันยิ่งใหญ่ที่ไม่อาจเทียบได้กับกลุ่มดาวไหนที่ผม
เคยเจอมาก่อน เมทาทรอนดันกรอบแว่นเขาขึ้นและยิ้มให้กับ
ผม
[ยินดีต้อนรับราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น ข้าคืออาลักษณ์
สวรรค์]
***
ผมมาที่เอเด็นด้วยเหตุผลสองประการ หนึ่งคือเรื่องไม่ส าคัญ
เท่าไร และอีกหนึ่งคือธุระจริงๆ
[ข้าอยากจะได้ยินสิ่งที่เกิดขึ้นในอีกเส้นโลก]
ผมพยักหน้าและเริ่มอธิบาย มันเริ่มตั้งแต่ข้อตกลงกับนักเขียน
ลับไปจนถึงโลกในรอบที่ 1863 การได้พบกับผู้คนที่นั่น และ
การทิ้งโจฟิเอลไว้
ผมบอกเล่าเรื่องราว บางส่วนก็เปิดเผย บางส่วนก็สรุป และ
บางส่วนผมก็ไม่ได้พูด เมทาทรอนฟังเรื่องราวของผม บาง
เรื่องราวเขาก็ฟังอย่างตั้งใจ และบางเรื่องราวก็ฟังอย่างสงบ
บางเรื่องราวเขาก็ฟังด้วยความสงสัย
[นักเขียนลับ…]
“นายรู้จักเขาเหรอ?”
เมทาทรอนยิ้มเบาๆ
[มันน่าจะไม่มีกลุ่มดาวในโลกนี้ที่ไม่รู้จักเขา อย่างไรก็ตาม พวก
เขาก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร]
ผมปิดปาก เรื่องราวของผมสิ้นสุดที่นี่
[ขอบคุณที่เล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟัง ราชาปีศาจแห่งการหลุดพ้น]
“ไม่มีปัญหา”
[ในอนาคต เอเด็นจะถูกท าลายจริงๆ]
เสียงของเขาดูสบายๆ เมื่อพูดถึงการท าลายล้าง มันเป็น
ใบหน้าที่ไม่ได้แสดงความปั่นป่วนแม้แต่น้อย ผมมองไปยังเมทา
ทรอนผู้นี้และถาม”ท าไมนายถึงเรียกฉันมา? มันไม่ใช่แค่การฟัง
เรื่องราวใช่ไหม?”
อาลักษณ์สวรรค์ เขาบันทึกทุกสิ่งในเอเด็นและเป็นผู้มีเมตตา
เป็นอันดับสองในเอเด็น รอยยิ้มของเมทาทรอนเบิกกว้างขึ้น
[ท าไมเจ้าถึงคิดว่าข้าเรียกเจ้า?]
นี่คือรูปแบบการสนทนาของเมทาทรอน เขาบอกเล่าความ
ต้องการของเขาผ่านปากของคนอื่น ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะ
ตอบ บางทีนี่อาจจะเป็นโอกาสส าหรับผม
“ฉันคิดว่านายต้องการใช้ฉันเป็นเครื่องมือในการหยุดการ
ท าลายล้าง”
[เจ้า? เจ้าจะมีประโยชน์อะไร?]
รูปร่างของผมสะท้อนออกมาในดวงตาที่ใสกระจ่างของเมทา
ทรอน คิมทกจาในดวงตาข้างหนึ่งมีปีกสีขาวในขณะที่คิมทกจา
ในดวงตาอีกข้างมีปีกปีศาจสีด า
“ฉันเป็นราชาปีศาจที่ไม่ได้เลือกพันธมิตร”
ผมได้กลายเป็นราชาปีศาจแห่งอาณาจักรปีศาจที่ 73 ผ่านการ
คัดเลือก มันเป็นต าแหน่งที่ว่างเปล่ามาหลายพันปี สถานที่
ดังกล่าวถูกครอบครองโดยกลุ่มดาวเกิดใหม่
ผมเปิดบันทึกข้อความล่าสุด
[ราชาปีศาจ ‘ราชสีห์แผงคอด า’ ก าลังเชิญคุณเข้าสู่อาณาจักร
ปีศาจของเขา]
[ราชาปีศาจ ‘ความเข้มงวดอันไร้ขอบเขต’ ก าลังเชิญคุณเข้าสู่
อาณาจักรปีศาจของเขา]
….
พวกมันเป็นข้อความที่สะสมมาจากช่วงเวลาที่ผมได้กลายเป็น
ราชาปีศาจ
“การท าลายล้างของเอเด็นจะเกิดขึ้นเพราะสงครามกับโลก
ปีศาจ นายก าลังจะพยายามใช้ฉันเป็นสื่อกลาง”
มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะได้รับความสนใจจากราชาปีศาจคน
อื่นๆ แล้วเอเด็นล่ะ? เอเด็นได้แสดงความสนใจแปลกๆ ในตัว
ผมก่อนที่ผมจะกลายเป็นราชาปีศาจ ผมได้รับความโปรดปราน
ของทูตสวรรค์ เริ่มต้นด้วยอูรีเอล จากท่าทีของเอเด็นที่มักจะ
น าไปสู่การจัดการกับกลุ่มดาวที่ชั่วร้าย การปฏิบัติของพวกเขา
ที่มีต่อผมนั้นแปลกมาก
“นายต้องการฉัน ในประวัติศาสตร์ของการถ่ายทอดสด
ดวงดาว ฉันน่าจะเป็นคนแรกที่ได้รับความสนใจจากโลกปีศาจ
และเอเด็นในเวลาเดียวกัน”
ผมจงใจเพิ่มระดับเสียง เมื่อพิจารณาถึงการเจรจาในอนาคต
ผมไม่อาจถูกกดดันโดยเมทาทรอนที่นี่ได้
เมทาทรอนไม่ตอบและจ้องมาที่ใบหน้าของผมชั่วขณะ ครู่
ต่อมา ผมก็ตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งแปลกๆ พร้อมกับแรงกดดัน
อันรุนแรง ล าแสงเจิดจ้าได้โผล่ออกมาจากด้านหลังของเมทา
ทรอน มันเป็นล าแสงจ้องมองที่ผมเคยรู้สึกมาก่อน ผมรู้สึกถึง
พลังอันตรายที่ก าลังแทรกซึมแก่นแท้ของผม
[สกิลเฉพาะตัว ‘ก าแพงที่สี่’ เปิดใช้งานอย่างรุนแรง!]
ประกายแสงปกคลุมดวงตาของผมในขณะที่ผมก้าวถอยกลับไป
หลายก้าวพร้อมกับเสียงคราง ประกายแสงค่อยๆ ลดระดับลง
และเมทาทรอนก็แสดงความชื่นชมออกมา
[…ตามที่คาดไว้ เจ้าก็เป็นบุคคลที่ได้รับเลือกจาก ‘ชิ้นส่วนของ
ก าแพงสุดท้าย’]
“อะไรนะ…”
[‘ก าแพงแบ่งความดีความชั่ว’ ก าลังมองมาที่คุณด้วยความ
ประหลาดใจ]
ผมจ้องมองไปตรงหน้าของผมด้วยความประหลาดใจ ด้านหลัง
ของเมทาทรอนคือ ‘ก าแพง’ สีเงิน ไม่ผิดแน่
[ก าแพงที่สี่ก าลังแยกเขี้ยวใส่ก าแพงแบ่งความดีความชั่ว]
ก าแพงแบ่งความดีความชั่ว ทูตสวรรค์เมทาทรอนคือเจ้าของ
‘ก าแพง’ เหมือนกับผม