มุมมองนักอ่านพระเจ้า : OMNISCIENT READER'S VIEWPOINT - ตอนที่ 332 ศัตรูของเทพเจ้า (6)
จางฮีวอนเปล่งแสงสีขาวบริสุทธิ์ออกมาในขณะที่เธอชี้ดาบ
แห่งการพิพากษาไปยังอาเธน่า
อาเธน่ากล่าว [อูรีเอล… ข้าไม่ได้ยินว่าเอเด็นจะมานะ?]
[ข้าไม่ได้มาที่นี่ในฐานะส่วนหนึ่งของเอเด็น]
[งั้น?]
[ข้าแค่มาช่วยอวตารของข้า] อูรีเอลพูดต่อ [อาเธน่า จนถึง
ตอนนี้ เจ้ายังไม่ได้ท าอะไรมากมายไปเพื่อโอลิมปัสอีกเหรอ?
เจ้าต้องกังวลกับกิแกนโทมาเคียมานานแค่ไหนแล้ว? เจ้าจะท า
มันแบบนี้ต่อไปอีกเหรอ?]
[ข้าเกี่ยวข้อง จริงจังนะ อูรีเอล ลองนึกถึงเรื่องราวแห่งการ
ส่งเสริมความดีและลงทัณฑ์ความชั่วร้ายสิ ฝ่ายดีต้องชนะ และ
ฝ่ายร้ายต้องพ่ายแพ้ มันมีสิทธิ์ที่จะเน้นย้ ามันหลายๆ ครั้ง]
[ส่งเสริมความดีและลงทัณฑ์ความชั่วร้าย…]
[เมื่อเรื่องราวดีๆ เพิ่มขึ้น กลุ่มดาวก็จะได้บริโภคสถานการณ์
ดีๆ ยิ่งเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมากเท่าไร การถ่ายทอดสดดวงดาวก็
จะสะอาดยิ่งขึ้นเท่านั้น]
ดวงตาของอูรีเอลสั่นเมื่อเธอได้ยิน การด าเนินเรื่องราวและ
สถานการณ์ดีๆ จะท าให้โลกดีขึ้น แน่นอน มันก็มีช่วงเวลาที่
เธอเชื่อแบบนั้นอยู่
[งั้นตอนนี้การถ่ายทอดสดดวงดาวดีขึ้นไหม? กลุ่มดาวรักใน
เรื่องราวดีๆ ไหม?]
[ตอนนี้มันยังไม่พอ แต่สักวัน―]
ปีกของทูตสวรรค์สะบัดและขยับ
[อาเธน่า เจ้ามักจะอยู่ข้างคนอ่อนแอเสมอ]
อูรีเอลมองลงไปยังเหล่ายักษ์ที่ก าลังต่อสู้อยู่บนพื้น พูดให้ชัดๆ
เธอก าลังมองดูยักษ์ตัวเล็กที่สุด เซียนดาบทลายนภา
[ข้าอยากจะถามเจ้า โฆษกแห่งความยุติธรรมและปัญญา]
น้ าเสียงของอูรีเอลเปลี่ยนไป และการแสดงออกของอาเธน่าก็
เข้มงวดขึ้น [ยักษ์ตัวนั้นชั่วช้าเหรอ?]
อาเธน่ามองลงไปยังเซียนดาบทลายนภา วิถีดาบทลายนภา
กระแทกเข้าใส่ท้องฟ้าและฉีกกระชากกลุ่มดาว เซียนดาบ
ทลายนภาตัวเล็ก แต่ก็แข็งแกร่ง บางทีเธออาจจะแข็งแกร่งยิ่ง
กว่าพวกยักษ์ที่ถูกขังอยู่ในทาร์ทารัส
อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่ได้แข็งแกร่งตั้งแต่แรก
「ไปให้พ้น! อยู่ห่างๆ ฉันไว้! ยัยผู้หญิงโชคร้าย!」
「เด็กต้องสาป! แกท าลายครอบครัวของฉัน!」
「สายเลือดแห่งยักษ์ ว่ากันว่าถ้านายกินหัวใจของเด็กคนนั้น
นายจะได้พลังของเสือ」
ความทุกข์ทรมานที่เธอต้องเผชิญมานั้นถูกเล่าขานและผ่านเข้า
มาในดวงตาของอาเธน่า มันเป็นความขมขื่นที่เธอต้องทนเพียง
เพราะแค่เธอเกิดมาเป็นยักษ์หรือแค่เพราะเธอมีรูปร่างที่
แตกต่างออกไปเท่านั้น
อาเธน่าเม้มปาก [ยักษ์ทุกตนล้วนอันตราย ธรรมชาติของพวก
มันดุร้าย และพวกมันก็สามารถน าพาหายนะมาได้อีก]
[หายนะ? พวกเขาจะน าพาหายนะไปให้ใครกัน?]
อาเธน่าจับหอกของเธอแน่น แต่เธอก็ก าลังหลบสายตาของอูรี
เอล
[แน่นอน ต่อมนุษย์…]
[มนุษย์? โอลิมปัสสนใจมนุษย์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?]
[อูรีเอล! เจ้าควรระวังค าพูดให้มากกว่านี้―]
[อาเธน่า เจ้ารู้ดี]
ปากของอาเธน่าปิดไปครึ่งหนึ่ง และอูรีเอลก็พูดต่อ
[สิ่งที่เจ้าก าลังพยายามสร้างขึ้นมาในตอนนี้คือการส่งเสริม
ความดีและลงทัณฑ์ความชั่วร้ายปลอมๆ มันเป็นต านาน
ปลอมๆ ที่ก าหนดความดีและความชั่วโดยพลกาล]
ดวงตาของอาเธน่าสั่น
[ของปลอมแล้วไง? แม้ว่ามันจะเป็นของปลอม…]
[อาเธน่า เจ้าลืมไปแล้วเหรอ? สถานการณ์ส่งเสริมความดีและ
ลงทัณฑ์ความชั่วร้าย มันเป็นเพราะการอาละวาดปลอมๆ]
เสียงของอูรีเอลสั่นไหวในขณะที่เธอนึกถึงช่วงเวลาแห่งการล่า
ปีศาจ [อาเธน่า ในสถานการณ์นี้ มันไม่มีดีหรือชั่ว มันมีเพียง
แค่ความปรารถนาของพวกเราที่จะเห็นเรื่องราว]
อูรีเอลเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า และแสงสว่างก็เปล่งประกาย
ออกมา [ข้า… ไม่อยากเห็นเรื่องราวแบบนี้อีกต่อไปแล้ว]
ทูตสวรรค์อูรีเอลจ้องไปยังการถ่ายทอดสดดวงดาว
[ตอนนี้ข้าต้องการเห็น ‘ความชั่วร้ายที่แท้จริง’ ถูกท าลาย]
ดวงตาของอาเธน่าเบิกกว้างขึ้น เสียงสั่นๆ ของเธอดังออกมา
[…เรื่องราวแบบนั้นสูญหายไปนานแล้ว]
[ไม่ มันไม่ได้หายไป] อูรีเอลยิ้มในขณะที่เธอมองมาที่ผม [นั่น
คือเหตุผลที่ข้ามาที่นี่]
ดาบแห่งการพิพากษาและหอกของอาเธน่าชี้เข้าหากัน
[มันไม่มีที่ว่างส าหรับการประนีประนอมอีกต่อไป]
ทูตสวรรค์แห่งเอเด็นเข้าปะทะกับเทพีแห่งโอลิมปัส การโจมตี
ของอาเธน่าเหนือล้ ากว่าความเป็นไปได้ ในตอนแรกจางฮีวอน
ดูเหมือนจะถูกกดดัน แต่สถานการณ์ก็มั่นคงขึ้นในไม่ช้าเพราะ
การมีส่วนร่วมของยูจงฮยอค มันคงเป็นไปได้ที่จะหยุดอาเธน่า
ในขณะที่การประสานงานกับอูรีเอลยังคงอยู่
[กลุ่มดาว ‘นักโทษรัดเกล้าทองค า’ ดีใจในการต่อสู้นองเลือด
ระหว่างกลุ่มดาว!]
[กลุ่มดาว ‘มังกรอเวจีเปลวเพลิงทมิฬ’ ต้องการให้ทั้งคู่ตาย!]
[กลุ่มดาว ‘ฝ่ายร้าย’ ก าลังเชียร์การปะทะกันระหว่างกลุ่มดาว
‘ฝ่ายดี’]
มันมีค่าเข้าชมจ านวนมากสาดเทเข้ามาในช่องผ่านบียู และบียู
ก็สั่นเล็กน้อย
[ป๊า…]
ผมมองไปที่อีกฟากหนึ่งของท้องฟ้า ปัญหาก็คือชายหัวแดงที่
ก าลังบินมาทางนี้ เขาขี่รถม้าใหญ่ที่มีดวงตะวันสีแดงอยู่ข้าง
หลัง
ดวงตะวันผู้ทรงอ านาจ อพอลโล เฉกเช่นต านาน เขามีใบหน้า
ที่หล่อเหลามาก มันแทบจะเพียงพอที่จะตบแก้มของยูจงฮยอค
สักครั้งแล้ว… ไม่สิ สองครั้งเลย
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันผู้ทรงอ านาจ’ โกรธแค้นคุณมาก!]
เขาคือหนึ่งในสิบสองเทพและมากเกินไปที่ผมจะรับมือคนเดียว
พลูโตพังแล้ว และส่วนร่างกายของเขาก็ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่
บางทีร่างอวตารของผมอาจจะกลายเป็นขี้เถ้าไปก็ได้ถ้าถูกดวง
ตะวันโจมตีสักครั้งหรือสองครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่กังวล มันเป็นเพราะผมไม่ใช่คนที่จะต่อสู้
กับเขา
ในระยะไกล ผมได้ยินอะไรบางอย่างเหมือนกับแตรหัวรถจักร
มันมีเสียงล้อเลื่อน ครั้งหนึ่ง ผมไม่รู้ว่าเสียงนี้น่าสะพรึงกลัวแค่
ไหน
[กลุ่มดาว ‘ดวงตะวันผู้ทรงอ านาจ’ สับสน]
หากมีสิบสองเทพเจ้าในโอลิมปัส มันก็มีแปดโลกบาลในพระ
เวท โลกบาลที่ปรากฏตัวขึ้นมานั้นคือคนที่ผมรู้จักดี
[สุริยะ ท าไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?!]
รถม้าตะวันและขบวนรถสุริยันเข้าปะทะกัน ก่อให้เกิดการ
ระเบิดเจิดจ้า ความเป็นไปได้ที่ขาดหายไปนั้นหมายความว่า
รถไฟของสุริยะไม่ได้ใหญ่เท่ากับแต่ก่อน แต่มันก็เพียงพอที่จะ
รับมือกับรถม้าของอพอลโล
[สุริยะ… ข้าจะต้องยอมรับสิ่งนี้ในนามของพระเวทใช่ไหม?]
[ข้าไม่ได้มีความสัมพันธ์กับพระเวท ข้าออกจากมันมาสักพัก
แล้ว] สุริยะหัวเราะ [ข้าแค่มาที่นี่เพื่อพิจารณาว่าใครคือเทพ
สุริยันที่ดีที่สุด]
แสงตะวันแผดเผาเต็มไปทั่วอากาศ มันเป็นการเผชิญหน้ากัน
ระหว่างสุริยะและอพอลโล ลูกศรที่บรรจุพลังแสงของอพอ
ลโลปกคลุมท้องฟ้าราวกับน้ าตก และดวงตาที่สามของสุริยะก็
ท าให้วิถีของลูกศรเบนออกไป ต านานและต านานก าลังเข้าโรม
รันกัน มันเพียงพอแล้วที่จะทิ้งอพอลโลไว้กับสุริยะ
ผมมองไปรอบๆ สนามรบที่เหลือ
“ทกจา! ฉันชอบโล่อันใหม่จริงๆ!”
ลีฮุนซึงที่ก าลังถือโล่แห่งเฮอร์คิวลิสกวาดผ่านสมรภูมิ ในขณะที่
ล้มเหล่าวีรบุรุษและทหารยักษา ฮันซูยองบริหารพลังเวทมนตร์
ของเธออย่างแม่นย าและจัดการกับเฮอร์คิวลิสรุ่นผลิตจ านวน
มากไปทีละตัว
เมื่อการแปลงสภาพเวทีเริ่มพังทลายลง ความสมดุลก็โน้มเอียง
มาทางพวกเราเล็กน้อย เหล่ายักษ์อันทรงพลังผลักพวกวีรบุรุษ
และลีกิลยังกับชินยูซองก็ควบคุมมังกรคิเมร่า และใช้ลมหายใจ
ของมันเปลี่ยนชายหาดให้กลายเป็นทะเลเพลิง
ลีจีฮเยยิงกระสุนเข้าใส่พวกเฮอร์คิวลิสอย่างต่อเนื่อง ผมได้เพิ่ม
พลังเวทมนตร์ของลีจีฮเยไว้เพื่อเตรียมการส าหรับวันนี้
[ต านานใหม่ก าลังเกิดขึ้นในกิแกนโทมาเคีย!]
ต านานของบริษัทของคิมทกจาได้ถูกบันทึกในแบบเรียลไทม์
ทุกๆ คนก าลังต่อสู้เป็นอย่างดีและไม่มีอะไรผิดปกติ
「อย่างไรก็ตาม คิมทกจาก็รู้สึกกระวนกระวายแปลกๆ」
มันเป็นลางสังหรณ์อันน้อยนิด ผมรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ
ไป มันไม่มีอะไรผิดปกติเมื่อผมตรวจสอบอย่างใจเย็น อูรีเอล
และสุริยะได้เข้าร่วมในช่วงเวลาที่เหมาะสม และยูจงฮยอคก็
กลับมาจากวิกฤตของโลกอย่างปลอดภัย งั้นท าไม?
「อันที่จริง คิมทกจารู้เหตุผล」
ไม่
「มองไปรอบๆ」
คนที่ผมก าลังมองหาไม่อยู่ อาเธน่า เจสัน อพอลโล่ อคิลิส…
มันมีเทพและวีรบุรุษมากมายที่สร้างชื่อให้กับตัวเองในโอลิมปัส
แต่มันก็ไม่มีผู้น าของโอลิมปัสอยู่ในนั้น
หากสถานการณ์นี้ถูกต้อง มันก็ควรจะมีผู้น าอีกคนหนึ่ง
นอกเหนือจากอาเรส ผมต้องฆ่าคนๆ นั้นเพื่อยุติสถานการณ์นี้
บางทีมันอาจจะเป็นช่างตีเหล็กภูเขาไฟเฮฟเฟสตุสที่ยังไม่
ปรากฏตัว แต่เขาก็ไม่ได้มีส่วนร่วมในกิแกนโทมาเคียโดยตรงใน
นิยายต้นฉบับหรือเวอร์ชั่นแก้ไข แล้วใครคือผู้น าอีกคนของ
โอลิมปัส?
「ในเวลานั้นเอง วีรบุรุษคนหนึ่งก็เข้ามาสู่สายตาของคิมทก
จา」
[หยุด!] [พวกเจ้าต้องหยุด!]
ผมมองไปยังวีรบุรุษคนนั้น ร่างกายที่มีกล้ามเนื้อ ผิวสีแทนอัน
งดงาม และดวงตาที่เต็มไปด้วยประกาย ‘สถานะ’ ที่ผมรู้จัก
จากเขาคล้ายคลึงกับยูซานอา
วีรบุรุษแห่งเขาวงกต เธเซอุส
[การต่อสู้ครั้งนี้ไม่มีความหมายอะไร!]
เธเซอุสก าลังพยายามหยุดการต่อสู้
[พวกเราต้องหยุดตรงนี้! มันไม่จ าเป็นต้องต่อสู้กับพวกยักษ์!
การท าเช่นนี้ไม่ได้ช่วยอะไรโอลิมปัสเลย! อาเธน่า! อพอลโล!
พวกเจ้าไม่รู้เหรอ?]
ผมไม่รู้ว่ามันเกิดบ้าอะไรขึ้น ในกิแกนโทมาเคียในอดีต เธเซอุส
ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นและท าเรื่องแบบนี้ มันเป็นเรื่องราวที่
เป็นไปได้ แต่…
[ได้โปรด! หยุดเถอะ! ในอัตรานี้ โอลิมปัสจะ…!]
มันเกิดขึ้นในเวลานั้น ลูกศรสีแดงโผล่ขึ้นมาเหนือศีรษะของเธ
เซอุส มันเป็นลูกศรที่ระบุว่าเขาคือผู้น าของโอลิมปัส
จากนั้นเธเซอุสจับศีรษะของเขาและครวญครางออกมาด้วย
ความเจ็บปวด
[น-นี่มัน… ไม่ ไม่ ไม่ ท่านพ่อ!]
มีบางอย่างผิดพลาด
***
ไดโอไนซัสที่ก าลังเฝ้ามองสถานการณ์อยู่บนโซฟาของส านัก
บริหารผุดลุกขึ้น กล่องข้าวโพดคั่วกลิ้งลงไปบนพื้น
บีฮยองที่ประหลาดใจก าลังจะพูดออกมา แต่ไดโอไนซัสก็อุทาน
ออกมาก่อน [บัดซบ! ท าไมเธเซอุสถึงอยู่ที่นั่น?]
ไดโอไนซัสตะโกนใส่พวกโดเกบิ มันราวกับว่าเขาคือราชาโดเก
บิ
[รีบเตรียม ‘การป้องกันเหตุผลความเป็นไปได้’ ไม่อย่างนั้น
ทุกๆ คนในสถานการณ์จะต้องตาย!]
วินาทีต่อมาก็เกิดการระเบิดขึ้นบนหน้าจอ
***
ผมไม่อาจบอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หูของผมดังอื้ออึง และสายตา
ของผมก็เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน ผมติดอยู่ในการระเบิดและ
ลอยผ่านก าแพงหินเข้าไปในถ้ า
[ร่างกายของคุณได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง]
[ความเสียหายต่อร่างกายของคุณเป็นเรื่องสาหัส คุณ
จ าเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน!]
ผมพันแผลไว้เพื่อหยุดเรื่องราวจากการหลุดลอยออกไป ผม
เดินโซเซและมองไปข้างนอกถ้ าชายฝั่ง
สมรภูมิเต็มไปด้วยโลหิต ฟองแตะปลายนิ้วของผม และลม
ทะเลก็โชยมาที่ริมฝีปากของผม นอกจากนี้ มันยังไม่มีใครที่
สามารถเห็นได้บนสมรภูมิ
มันไม่มีชินยูซองและลีกิลยังที่ก าลังอยู่บนท้องฟ้า ลีจีฮเยที่
ก าลังก ากับกองเรือผีก็ด้วย นอกจากนี้ ลีซอลฮวาและลีฮุนซึงที่
ก าลังปกป้องปาร์ตี้ก็ไม่อยู่
“ยูซอง! กิลยัง!”
ผมไม่เห็นยูจงฮยอคที่ก าลังต่อสู้กับอาเธน่าอยู่บนท้องฟ้าหรือ
ฮันซูยองที่ก าลังท าลายเหล่าเฮอร์คิวลิส ไม่มีแม้แต่อูรีเอลหรือสุ
ริยะ
“ฮันซูยอง! ยูจงฮยอค!”
เสียงตะโกนของผมดังก้องภายในถ้ าที่ลมทะเลโชยมา หัวใจ
ของผมหดเกร็ง เกิดบ้าอะไรขึ้น?
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง บางสิ่งที่มีขนาดมหึมาก็โผล่ขึ้นมาจาก
น้ า สิ่งมีชีวิตที่ไม่อาจหยั่งถึงและประเมินได้จากความเข้าใจ
ของมนุษย์
ผมคิดในขณะที่ผมเผชิญหน้ากับมัน ‘นี่คือเทพเจ้า’
มันราวกับว่ากลุ่มดาวทั้งหมดที่ผมเคยเจอมาเป็นของปลอม
มันคือการด ารงอยู่ที่สามารถอธิบายได้ว่าเป็น ‘เทพเจ้า’
เท่านั้น
[ข้าคือหอกที่แยกโพ้นทะเล โพไซดอน]
บิดาในต านานแห่งมหาวีรบุรุษของโอลิมปัส เธเซอุส เมื่อเสียง
ที่แท้จริงของเขาดังออกมา หัวใจของผมก็ระรัว และเลือดก็
หลั่งไหลออกมา มันเหมือนกับครั้งแรกที่ผมได้พบกับเทพเจ้า
ภายนอกเมื่อนานมาแล้ว
ปลายนิ้วของผมสั่นเหมือนกับผมเป็นอัมพาต ท าไมโพไซดอน
ถึงจุติลงมา? มันเป็นไปไม่ได้ โพไซดอนไม่เคยเข้ามาแทรกแซง
ในกิแกนโทมาเคียเลย ถ้ากลุ่มดาวระดับเทวะอย่างเขาเข้ามา
แทรกแซง มันก็คงจะมีแค่โอกาสที่โอลิมปัสจะได้รับความ
เสียหายอย่างรุนแรง และสถานการณ์ทั้งหมดจะถูกพัดหายไป
อย่างไรก็ตาม เขาก็ปรากฏตัวขึ้นที่นี่ อะไรกัน? เขาก าลังคิด
อะไรอยู่? มือของผมสั่นเทา หลังจากนั้นไม่นาน ผมก็ตระหนัก
ได้ว่าผมไม่ใช่คนเดียวที่ก าลังสั่น สมาร์ทโฟนที่ผมจับไว้แน่น
โดยไม่รู้ตัวก็ก าลังสั่นเช่นกัน
(จบตอน)